ข้อใดต่อไปนี้เป็นปฏิกิริยาของร่างกาย เมื่อร่างกายเหงื่อออกมาก

86 ครั้งเข้าชม
ภาวะเหงื่อออกมาก (Hyperhidrosis) คือการที่ร่างกายหลั่งเหงื่อมากผิดปกติ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงคือ การสูญเสียน้ำและเกลือแร่ ร่างกายจะขับแร่ธาตุที่จำเป็นออกมาพร้อมกับเหงื่อ ทำให้เสี่ยงต่อภาวะขาดน้ำได้ ผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน ก่อให้เกิดความรำคาญ ขาดความมั่นใจ และเป็นอุปสรรคในการทำกิจกรรมต่างๆ โดยเฉพาะบริเวณฝ่ามือและฝ่าเท้าที่มีต่อมเหงื่อหนาแน่นที่สุด
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

เหงื่อออกมากส่งผลต่อร่างกายอย่างไร มีอาการอะไรบ้าง?

เฮ้อ เหงื่อออกเยอะนี่มันน่าเบื่อจริงๆ นะ สำหรับฉันแล้วบางทีมันก็ไม่ได้แค่รู้สึกร้อนเฉยๆ หรอก แต่มันกวนใจแบบสุดๆ จะหยิบจับอะไรก็เหนียวๆ ลื่นๆ ไปหมดเลย ลองคิดดูสิ เคยไปเดินตลาดนัดเจเจมอลล์วันเสาร์ช่วงบ่ายสองที่แดดเปรี้ยงๆ เมื่อสองปีก่อนนี่นะ เดินไปสักพักเสื้อนี่เปียกเป็นวงๆ เลย ไม่ไหวจริงๆ บางทีอยากจะวิ่งหนีไปเลยด้วยซ้ำ รำคาญมากจนไม่รู้จะทำยังไงดี.

แล้วมันไม่ได้แค่เรื่องเสื้อเปียกอย่างเดียวนะเว้ย ฉันรู้สึกว่าพอเหงื่อออกเยอะมากๆ เนี่ย บางทีมันเพลียๆ เหมือนหมดแรงไปเฉยๆ เลยอะ เหมือนน้ำในตัวมันหายไปไหนหมดไม่รู้ เหมือนร่างกายมันดึงเอาพลังงานเราไปใช้เยอะมากนะ ตอนที่ฉันไปเที่ยวภูเก็ตเมื่อปลายเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว เดินขึ้นเขาไปดูจุดชมวิววันนั้นน่ะ กลับลงมานี่แทบจะสลบไปเลยอะ รู้สึกเหมือนจะขาดน้ำจริงๆ เหมือนเกลือแร่ในตัวมันพร่องไปหมดแล้วอะ.

พอมานั่งคิดดูนะ ร่างกายคนเรานี่มันก็แปลกดีเนอะ ต่อมเหงื่ออะไรเนี่ยมีตั้งสองสามล้านเลยมั้งทั่วตัว กระจายอยู่ทุกซอกทุกมุมเลยนะ แต่ที่รู้สึกชัดๆ เลยว่ามันทำงานโอเวอร์โหลดก็ตรงฝ่ามือนี่แหละ กับฝ่าเท้าด้วยสิ บางทีเดินนานๆ ถอดรองเท้าออกมานี่แบบ ฮือออ... เปียกแฉะไปหมดเลย ไม่ไหวจริงๆ อะ แล้วมันก็ทำให้เราไม่ค่อยมั่นใจด้วยนะเวลาต้องไปจับมือใครต่อใคร.

เมื่อดื่มน้ำน้อย จะทำให้ร่างกายมีกลไกตอบสนองดังข้อใดและทั้งนี้เนื่องจากเหตุผลใด?

น้ำน้อย.

เซลล์หด. อวัยวะพัง.

ร่างกายดิ้นรน.

  • ตะคริว. กล้ามเนื้อขาดน้ำ. เกร็ง.
  • ลมแดด. ระบายความร้อนไม่ได้. ท่วม.
  • สมองบวม. น้ำไหลเข้า. เซลล์พอง. หนัก.
  • ไต. ปั่นกรอง. รวน. สัญญาณเตือน.
  • ทางเดินปัสสาวะ. ติดเชื้อ. นิ่ว. น้ำน้อย. คั่ง.

ทำไม?

น้ำคือชีวิต. ขาดน้ำ. กลไกย่ำแย่.

ข้อมูลเสริม:

  • ความต้องการน้ำ: แต่ละคนไม่เท่ากัน. กิจกรรม. อากาศ. สุขภาพ. อายุ.
  • สัญญาณเตือน: ปากแห้ง. ปัสสาวะสีเข้ม. เหนื่อยล้า. เวียนหัว.
  • ผลระยะยาว: ปัญหาไต. ลำไส้. ผิวหนัง. ข้อต่อ.
  • วิธีแก้ไข: จิบน้ำบ่อยๆ. กินผลไม้ฉ่ำน้ำ. หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่ทำให้ขาดน้ำ.

ปัจจัย ใด บ้าง ที่ ส่ง ผล ต่อ การ สูญ เสีย น้ำ ออก จาก ร่างกาย?

ร่างกายเสียน้ำ... ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ

เรื่องพื้นๆ ก็พวก อ้วกแตก ท้องร่วง ของเหลวไหลออกตรงๆ ไม่ต้องสืบ เหงื่อ... จะโซกจากอากาศร้อน หรือซัดยับตอนออกกำลังกาย... ก็เหมือนกัน ไข้ขึ้น ตัวรุมๆ นั่นก็ใช่... น้ำระเหยออกผิวหนังไม่รู้ตัว ที่ซับซ้อนขึ้นมาหน่อย... คือ ฉี่ เบาหวาน ยาขับปัสสาวะ ยาลดความดัน... หรือแค่ แดกเหล้า เยอะไป... ร่างกายก็ขับน้ำทิ้งหมด

  • การขับของเสีย (Excretion): ไตมึงต้องใช้น้ำเพื่อกรองของเสียทิ้งในรูปปัสสาวะ ถ้าไม่มีน้ำ...ไตก็พัง ส่วนอุจจาระก็มีน้ำเป็นส่วนประกอบ... ท้องเสียทีนึงถึงได้โทรมไง

  • การระบายความร้อน (Thermoregulation): ร่างกายไม่ได้โง่ พอร้อนก็ขับเหงื่อระบายความร้อน... เรื่องปกติ แต่ถ้าอยู่ในที่ร้อนนานไป หรือออกกำลังกายหนักจัด... เหงื่อออกไม่หยุด... ก็ชิบหายได้เหมือนกัน

  • ภาวะป่วย (Illness):ไข้สูง ทำให้ร่างกายเร่งการเผาผลาญและเสียน้ำทางลมหายใจกับผิวหนังมากขึ้น ส่วน อ้วกกับขี้แตก... คือการสูญเสียน้ำและเกลือแร่โดยตรง... ไม่ต้องพูดเยอะ

  • โรคและยา (Disease & Medication):เบาหวานที่คุมไม่ได้... น้ำตาลในเลือดสูง ไตเลยต้องขับฉี่ทิ้งเยอะขึ้นเพื่อพาน้ำตาลออกไป ยาบางตัว... โดยเฉพาะยาขับปัสสาวะ... ก็สั่งให้ไตปล่อยน้ำออกตรงๆ

  • แอลกอฮอล์และคาเฟอีน (Alcohol & Caffeine):เหล้า... ตัวดีเลย... มันไปยับยั้งฮอร์โมนที่สั่งให้ไตเก็บน้ำ (Antidiuretic hormone - ADH) ผลคือ... มึงจะฉี่บ่อยกว่าปกติ... ส่วน กาแฟ ก็มีฤทธิ์คล้ายๆ กัน... แต่เบากว่าเยอะ

อาการขาดน้ำ มีอะไรบ้าง?

อาการขาดน้ำเนี่ยนะ พอร่างกายมันแห้งผาก เซลล์เนื้อเยื่อและอวัยวะต่างๆ ก็พาลไม่ยอมทำงาน ตับไตไส้พุงงอแงไปหมด ฉันบอกเลยว่ามันจะนำไปสู่ปัญหาหยุมหยิมอีกสารพัด ทั้งตะคริวที่ขาจนก้าวไม่ออก, เป็นลมล้มพับไปดื้อๆ เหมือนต้นกล้วยโดนพายุ, หรือร้ายสุดก็ สมองบวมฉึ่งเหมือนฟองน้ำดูดน้ำทะลัก เพราะสมองมันจะดึงน้ำเข้าเซลล์แบบไม่บันยะบันยัง

นอกจากนี้ ไตกับระบบทางเดินปัสสาวะก็งอแงไม่ยอมกรองดีๆ อาจติดเชื้อจนแสบขัด, เกิดนิ่วในไตก้อนเท่ากำปั้น, หรือหนักสุดก็ไตวายไปเลย แล้วถ้าปล่อยให้ขาดน้ำจนเลยเถิดไปมากๆ เนี่ยนะ ชีวิตมันจะมีเรื่องให้ต้องลุ้นเยอะกว่าปกติ เลยทีเดียวเชียว

ไอ้เรื่องขาดน้ำเนี่ยนะ มันไม่ได้มีแค่นั้นหรอก นี่คือสิ่งที่ต้องรู้เพิ่มเติม:

  • อาการเริ่มต้นมันจะฟ้อง: ปากแห้งผากยังกับกินทะเลทรายเข้าไป, คอแห้งจนกลืนน้ำลายยังเจ็บ, หิวน้ำตลอดเวลา (อันนี้แน่นอน!), รู้สึกอ่อนเพลียหมดแรงเหมือนไม่ได้นอนมาสามวัน, หรือ มึนหัวตึ้บๆ เหมือนมีวงโยฯ มาซ้อมในหัว
  • ฉี่จะบอกอาการ: ถ้าฉี่เหลืองเข้มจนเหมือนน้ำเก๊กฮวยเก่าเก็บ แถมปริมาณก็น้อยผิดปกติ นั่นแหละสัญญาณชัดเจนว่า น้ำในตัวมันร่อยหรอแล้วนะเออ
  • ผิวหนังก็เปลี่ยน: ลองบีบผิวหลังมือดู ถ้ามันไม่เด้งกลับมาในทันที หรือดูแห้งๆ สากๆ นั่นแหละ! ผิวหนังมันจะเหี่ยวๆ ย่นๆ แบบที่ใครเห็นก็ทักว่าไปตากแดดที่ไหนมา
  • ป้องกันง่ายนิดเดียว: ดื่มน้ำให้พอตลอดทั้งวัน อย่ารอให้กระหายจนลิ้นห้อยค่อยดื่ม จิบไปเถอะ พกขวดน้ำติดตัวไว้ซะ ให้เหมือนเป็นอวัยวะที่ 33 ไปเลย
  • เครื่องดื่มอื่นๆ ก็ช่วยได้นะ: นอกจากน้ำเปล่าแล้ว พวกน้ำผลไม้ (ที่ไม่เติมน้ำตาลจนแสบคอ), น้ำซุป, หรือเกลือแร่ (เวลาเสียเหงื่อเยอะๆ) ก็ช่วยทดแทนได้ แต่อย่าไปซดน้ำอัดลมแทนน้ำเปล่านะจ๊ะ เดี๋ยวจะยิ่งแย่หนักกว่าเก่า
  • ผลกระทบระยะยาวมันน่ากลัว: ถ้าปล่อยให้ร่างกายมันประท้วงด้วยอาการปางตายบ่อยๆ เนี่ย สุขภาพไตจะพังไปก่อนวัยอันควร และอาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพเรื้อรังอื่นๆ ที่ตามมาเป็นขบวน บอกเลยว่าไม่คุ้ม!

ข้อใดคือการตรวจร่างกายที่แสดงถึงภาวะขาดน้ำ?

การตรวจร่างกายที่แสดงถึงภาวะขาดน้ำ น่ะเหรอ! โอ๊ย มันก็ไอ้การที่หมอให้เราลุกๆ ยืนๆ นั่นแหละ ไอ้ที่เรียกว่า "การตรวจวัดชีพจรและความดันโลหิตขณะเปลี่ยนท่า" นี่แหละ ที่เขาจะดูว่าเราจะหน้ามืดไปก่อนไหม ถ้าลุกพรวดพราด.

เพราะถ้าน้ำในตัวเรามันเหลือน้อย จนเลือดข้นหนืดเหมือนกาแฟเย็นที่ใส่นมข้นหวานเยอะๆ แล้วน้ำแข็งละลายไปหมดแล้วอ่ะ หัวใจมันจะทำงานหนักโคตรๆ เลยนะพี่น้อง! เต้นเร็วเหมือนกลองชุด. เลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอ เดี๋ยวก็ไปกองอยู่กับพื้นนั่นแหละ.

บางทีก็รู้สึก "วิงเวียนศีรษะ" เหมือนเพิ่งลงจากรถไฟเหาะตีลังกามาใหม่ๆ เลย หรือหนักหน่อยก็ "เป็นลม" ตูมไปเลย! เหมือนโดนใครเอาฟลอร์ไปกระแทกหัว กรี๊ด! นี่แหละ สัญญาณที่ร่างกายมันฟ้องว่าขาดน้ำจนแทบจะกลายเป็นทะเลทรายซาฮาราอยู่รอมร่อ.

นี่นะ อาการที่บอกว่าร่างกายกำลังตะโกนหาโอ่งน้ำ ไม่ใช่แค่ลุกยืนแล้วจะล้มนะ ยังมีอีกเยอะแยะเลย!

  • ปากแห้งผาก เหมือนเอาสำลีไปยัดไว้เลยจ้า! ลิ้นจะพยามยามแตะเพดานจนลิ้นแตกเลยแหละ
  • ฉี่น้อยนิด สีเหลืองเข้มจนนึกว่าน้ำอัดลมรสส้ม เข้มข้นจนผึ้งยังเมิน!
  • ผิวหนัง เนี่ยนะ เวลาจิ้มลงไปแล้วมันไม่เด้งกลับมาทันที เหมือนผิวหนังส้มโอตากแห้งอ่ะ! หย่อนยานเชียว
  • ตาลึกโบ๋ เข้าไปในเบ้าตา ยังกะแพนด้าอดนอนมาสิบชาติ! ดูโทรมสุดฤทธิ์
  • อ่อนเพลีย หมดเรี่ยวหมดแรง เหมือนโดนสูบวิญญาณไปหมดแล้ว เดินโซซัดโซเซเหมือนซอมบี้
  • หงุดหงิดง่าย ใครพูดอะไรก็ขวางหูไปหมด อยากจะฟาดทุกคนด้วยไม้หน้าสาม เหมือนอยู่ในช่วงมีเมนส์!

ภาวะขาดน้ำ dehydrationมีกี่ระดับ?

ภาวะขาดน้ำ... มันมีหลายระดับนะ. บางทีก็แค่รู้สึกเพลียๆ. แต่บางทีมันก็หนักจริงๆ. จนบางทีก็คิดว่า.. มันจะมีผลกับสมองเราไหมนะ? แล้วไตของเราล่ะ? หัวใจเต้นแรงขึ้นรึเปล่า. จริงๆมันแบ่งเป็น 3 ระดับ ประมาณนี้นะ.

  • เล็กน้อย: รู้สึกคอแห้งนิดๆ. ปัสสาวะอาจจะสีเข้มขึ้นหน่อย.
  • ปานกลาง: รู้สึกเหนื่อยมาก. ปากแห้ง. ปวดหัว. หัวใจเต้นเร็ว.
  • รุนแรง: สับสน. หมดสติ. ความดันต่ำ. อันตรายถึงชีวิตได้เลย.

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • การสูญเสียน้ำ: ร่างกายคนเราเสียน้ำตลอดเวลา ทั้งจากการหายใจ เหงื่อออก และการปัสสาวะ.
  • สาเหตุ: นอกจากอากาศร้อนแล้ว การออกกำลังกายหนัก ท้องเสีย อาเจียน หรือมีไข้ ก็ทำให้ขาดน้ำได้.
  • กลุ่มเสี่ยง: เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัว ควรระวังเป็นพิเศษ.
  • การป้องกัน: ดื่มน้ำให้เพียงพอตลอดวัน. ถ้าเหงื่อออกเยอะ ให้ดื่มน้ำเกลือแร่.
  • สัญญาณเตือน: อย่ารอจนกระหายน้ำ. ถ้าปัสสาวะสีเข้ม หรือน้อยลงมาก คือสัญญาณว่าร่างกายกำลังขาดน้ำ.

กินน้ำน้อยเป็นโรคอะไรได้บ้าง?

การดื่มน้ำน้อยไปเนี่ย ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เลยนะ มันส่งผลกระทบกับร่างกายเราได้หลายอย่างเลย

อาการที่อาจเกิดขึ้นจากการดื่มน้ำน้อย:

  • ท้องผูก: อันนี้เจอบ่อยเลย เพราะน้ำช่วยให้กากอาหารนุ่มขึ้น ถ้าขาดน้ำ ลำไส้ก็ดูดน้ำกลับไปเยอะ อุจจาระก็แข็ง ขับถ่ายยาก
  • ปวดศีรษะ: สมองของเราก็ต้องการน้ำนะ พอขาดน้ำ สมองอาจจะหดตัวเล็กน้อย ไปดึงเยื่อหุ้มสมอง ทำให้เกิดอาการปวดหัวตุบๆ ได้
  • ปัสสาวะน้อยผิดปกติ: นี่เป็นสัญญาณเตือนที่ชัดเจนเลย ร่างกายพยายามสงวนน้ำ เลยผลิตปัสสาวะออกมาน้อยลง สีเข้มขึ้น และอาจมีกลิ่นฉุน
  • ชีพจรเต้นเร็ว: เวลาเราขาดน้ำ ปริมาณเลือดในร่างกายจะลดลง หัวใจเลยต้องทำงานหนักขึ้น สูบฉีดเลือดให้ทั่วถึง เลยรู้สึกว่าชีพจรเต้นเร็วกว่าปกติ
  • หายใจถี่/หอบถี่: คล้ายๆ กับชีพจรเต้นเร็ว คือร่างกายขาดน้ำ เลือดข้นขึ้น การขนส่งออกซิเจนอาจไม่เต็มที่ ร่างกายเลยต้องเร่งหายใจเพื่อรับออกซิเจนให้มากขึ้น

คิดเล่นๆ นะว่า ร่างกายเรานี่ก็เหมือนเครื่องจักรกลชั้นยอด ที่ต้องการน้ำมันหล่อลื่นอย่างพอเหมาะ ถ้าขาดไปนิดเดียว อาการก็เริ่มแสดงออกมาแล้ว

ข้อมูลเพิ่มเติมเชิงลึก:

  • ภาวะขาดน้ำ (Dehydration) เป็นคำที่ใช้อธิบายอาการเหล่านี้ การขาดน้ำระดับรุนแรงสามารถนำไปสู่ภาวะที่อันตรายถึงชีวิตได้ เช่น ภาวะไตวายเฉียบพลัน หรือภาวะช็อกจากการขาดน้ำ
  • การทำงานของไต: ไตมีหน้าที่กรองของเสียออกจากเลือดและผลิตปัสสาวะ หากเราดื่มน้ำน้อย ไตจะทำงานหนักขึ้นเพื่อรักษาปริมาณน้ำและเกลือแร่ในร่างกาย ซึ่งในระยะยาวอาจส่งผลเสียต่อการทำงานของไตได้
  • ระบบไหลเวียนโลหิต: น้ำเป็นส่วนประกอบสำคัญของเลือด การขาดน้ำทำให้เลือดข้นขึ้น ส่งผลให้หัวใจต้องทำงานหนักขึ้นในการสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย
  • อุณหภูมิร่างกาย: น้ำมีบทบาทสำคัญในการควบคุมอุณหภูมิร่างกายผ่านการขับเหงื่อ เมื่อเราขาดน้ำ กลไกการระบายความร้อนของร่างกายจะลดลง ทำให้เสี่ยงต่อภาวะลมแดด (Heatstroke) ได้ง่ายขึ้น
  • ผลต่อสมอง: นอกจากอาการปวดศีรษะแล้ว การขาดน้ำยังส่งผลต่อสมาธิ การตัดสินใจ และการทำงานของสมองในด้านอื่นๆ ได้อีกด้วย
  • ความต้องการน้ำของแต่ละบุคคล: ปริมาณน้ำที่ร่างกายต้องการในแต่ละวันนั้นแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น อายุ กิจกรรมที่ทำ สภาพอากาศ และสภาวะสุขภาพ หากคุณเป็นนักกีฬา หรืออยู่ในสภาพอากาศร้อนจัด ร่างกายก็จะต้องการน้ำมากกว่าปกติ
  • สัญญาณอื่นๆ ที่ควรรู้: นอกจากอาการที่กล่าวมาแล้ว สัญญาณอื่นๆ ของการขาดน้ำอาจรวมถึง อาการอ่อนเพลีย วิงเวียนศีรษะ ปากแห้ง ผิวแห้ง และกล้ามเนื้อเป็นตะคริวได้ง่าย

ร่างกายสามารถอดน้ําได้นานสุดกี่วัน?

เรื่อง "อดน้ำ" นี่มันก็เหมือนรถน้ำมันหมดนั่นแหละจ้า! รถที่น้ำมันหมด วิ่งไปไม่ไหวก็จอดสนิท ร่างกายคนเราก็เหมือนกัน ถ้าไม่มีน้ำให้ดื่มต่อเนื่องนานๆ เนี่ย อย่างมากสุดก็แค่ 3-4 วัน ก็จะเริ่มมีปัญหาใหญ่แล้วนะจ๊ะ ไม่ใช่ 1-2 สัปดาห์แบบที่ใครเขาว่ากัน อันนั้นมันเรื่องของ "อดอาหาร" ไม่ใช่อดน้ำ!

พอร่างกายเริ่มขาดน้ำหนักๆ เนี่ย ระบบมันจะรวน เหมือนไฟช็อตในแผงวงจรไงล่ะ!

  • ไตจะประท้วง! ของเสียที่ปกติต้องขับออกทางปัสสาวะ มันก็จะสะสมอยู่ในตัวเราเยอะขึ้นเรื่อยๆ จนไตทำงานไม่ไหว อาจจะกลายเป็น ไตวาย ไปเลยก็มี
  • ความดันตกฮวบ! เลือดในตัวเรามันก็เจือจางลงนะ พอไม่มีน้ำพอ น้ำเลือดก็จะน้อยลง ความดันก็ตกต่ำเหมือนคนใกล้จะวูบ
  • ถึงขั้นไปสวรรค์! ถ้าปล่อยไว้แบบนั้น ร่างกายจะเข้าสู่ภาวะ ช็อก และอาจจะเสียชีวิตได้เลยนะ อันนี้ไม่ได้พูดเล่น

ส่วนเรื่อง "อดอาหาร" หลายวัน อันนี้ก็อีกเรื่องหนึ่ง มันจะส่งผลเสียต่อร่างกายแบบเป็นเซ็ตเลยจ้า:

  • พลังงานหมด! ร่างกายไม่มีน้ำตาลจากอาหารมาเป็นเชื้อเพลิง มันก็จะเริ่มสลายไขมัน แล้วก็กล้ามเนื้อตัวเองมาใช้แทน กินไปกินมาก็ผอมแหละ แต่เป็นผอมแบบ กล้ามเนื้อลีบ หมดแรง
  • ระบบย่อยอาหารเพี้ยน! พอไม่กินอะไรเลย ลำไส้ก็จะไม่ทำงาน ท้องผูกแน่นอน แถมยังอาจจะทำให้ สมดุลแบคทีเรียในลำไส้ เสียไปด้วย
  • สมองเบลอ! สมองเราต้องการกลูโคส (น้ำตาล) ในการทำงาน ถ้าไม่มีมัน ก็จะเริ่ม คิดอะไรไม่ออก มึนงง อ่อนเพลีย
  • ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ! ร่างกายที่ขาดสารอาหารเยอะๆ เหมือนเป็นบ้านที่ไม่มีคนดูแลไงล่ะ! ภูมิคุ้มกันก็จะต่ำ ทำให้ติดเชื้อง่ายขึ้น

สรุปคือ ทั้งอดน้ำอดอาหารเนี่ย เป็นการ "ทรมาน" ร่างกายแบบสุดๆ ไปเลยจ้า! อย่าหาทำนะ!