ความดันโลหิตสูงกินกาแฟได้ไหม
ความดันโลหิตสูงควรเลี่ยงกาแฟหรือไม่? [54 ตัวอักษร
โอ๊ย พูดถึงเรื่องความดันนี่ฉันก็เคยปวดหัวเหมือนกันนะ ตอนนั้นจำได้เลยราวๆ เดือนกันยาปีที่แล้วนี่แหละ ไปตรวจสุขภาพประจำปีที่คลินิกแถวบ้าน แล้วผลดันออกมาว่าความดันสูงกว่าปกติเยอะเลย หมอบอกว่ามัน 145/90 มั้งนะ ฉันนี่ใจแป้วเลย กาแฟแก้วโปรดตอนเช้าที่ดื่มมาตลอดนี่มันจะใช่ปัญหาไหมนะ
หมอเลยแนะนำให้ลองสังเกตตัวเองง่ายๆ นะ คือพอตื่นนอนมาปุ๊บยังไม่ต้องทำอะไรเลยนะ ไปวัดความดันก่อนเลย ใช้เครื่องวัดความดันที่ซื้อมาเมื่อสองสามปีก่อนจากร้านขายยาแถวบ้านนั่นแหละ แล้วถ้าตัวเลขมันเกิน 140/90 ในเช้านั้นนะ หมอบอกให้งดกาแฟไปเลย ไม่ต้องฝืน นี่ก็พยายามทำตามอยู่นะ บางวันก็ยากหน่อยแหละ
แล้วเรื่องยาก็สำคัญไม่แพ้กันเลยนะ หมอบอกว่าไม่ต้องรอข้าวเช้าอะไรให้วุ่นวายหรอก ตื่นปุ๊บก็กินยาความดันไปเลย เพราะยาพวกนี้มันต้องใช้เวลาหน่อยกว่าจะออกฤทธิ์ ฉันก็คิดนะว่า เออ มันก็จริงของหมอ ยามันทำงานก่อน พอเราไปดื่มกาแฟ ร่างกายเราก็พร้อมรับมือไง ความดันมันจะได้ไม่พุ่งปรี๊ดขึ้นไปเยอะ
ส่วนบางวันที่ฉันอยากออกกำลังกายเบาๆ ตอนเช้า อย่างเดินรอบสวนสาธารณะใกล้คอนโดนะ ก็จะกินยาความดันก่อนเลย แล้วก็ค่อยจิบกาแฟแก้วเล็กๆ ของฉัน แล้วถึงจะออกไปเดิน ดูแลตัวเองนิดนึง อย่างน้อยก็สบายใจว่าเราทำดีที่สุดแล้วเนอะ มันก็ต้องหาวิธีอยู่ร่วมกับมันไปนั่นแหละ.
กินอะไรช่วยลดความดันโลหิตสูง
อยากให้ความดันสงบเสงี่ยมเจียมตัวลงใช่ไหม? ส่งสองทหารเสือนี้เข้าไปจัดการเลย: แคลเซียม กับ แมกนีเซียม
แคลเซียม ไม่ได้มีดีแค่ทำให้กระดูกแข็งโป๊กเหมือนเสาหินนะ พี่แกเป็นเหมือนผู้จัดการส่วนตัวของความดัน คอยบอกให้มันอยู่ในร่องในรอย แถมยังช่วยคุมน้ำหนักเป็นของแถม เหมือนซื้อหนึ่งได้ถึงสอง ไปหาได้จากนมวัวแบบไม่หวานเจี๊ยบ โยเกิร์ต หรือปลาตัวเล็กตัวน้อยที่ยอมพลีชีพให้เรากินทั้งก้าง
ส่วน แมกนีเซียม คือนักบำบัดส่วนตัวของหลอดเลือด พอเรากินเข้าไปปุ๊บ มันจะไปกระซิบข้างๆ หลอดเลือดว่า "ใจเย็นๆ เพื่อน อย่าตึง" ทำให้หลอดเลือดคลายตัวสบายใจเฉิบ ความดันที่เคยพุ่งปรี๊ดก็ลดลงมาเอง เจ้านี่แหละคือตัวช่วย พบได้ในผักใบเขียวเข้มเหมือนไปเดินป่า ธัญพืชแบบไม่ขัดใจ และถั่วเปลือกแข็งต่างๆ (ที่ไม่ใช่ถั่วเคลือบน้ำตาลนะ)
สารอาหารอื่นๆ ที่เป็นกองหนุนชั้นดี:
- โพแทสเซียม: ศัตรูคู่อาฆาตของโซเดียม (ความเค็ม) โดยตรง มันจะช่วยขับโซเดียมส่วนเกินออกจากร่างกาย เหมือนส่งแขกไม่ได้รับเชิญกลับบ้าน กล้วย อะโวคาโด และมันฝรั่งคือแหล่งรวมพลชั้นเยี่ยม
- ใยอาหาร: ไม่ใช่แค่ช่วยให้เข้าห้องน้ำสบาย แต่มันคือแม่บ้านที่คอยปัดกวาดไขมันเลวๆ ในหลอดเลือด ช่วยให้ทุกอย่างไหลลื่นสะดวกโยธิน กินข้าวโอ๊ต ผัก ผลไม้เยอะๆ
- โอเมก้า 3: คิดซะว่ามันคือน้ำมันหล่อลื่นชั้นดีสำหรับระบบหัวใจและหลอดเลือด ช่วยลดการอักเสบ ทำให้เลือดไม่หนืดข้นเป็นตังเม พบมากในปลาทะเลน้ำลึกอย่างแซลมอน ซาร์ดีน
- กระเทียม: ฮีโร่ตัวจิ๋วแต่แจ๋ว สารอัลลิซินในกระเทียมช่วยให้หลอดเลือดขยายตัวได้ดีขึ้นนิดหน่อย กินสดๆ นี่แหละถึงใจที่สุด แต่ก็เตรียมสเปรย์ดับกลิ่นปากไว้ด้วยล่ะ
คนเป็นโรคความดันสูงดื่มกาแฟได้ไหม
คนเป็นความดันสูง ดื่มกาแฟได้ป่าว? เอออ จริงๆ มันก็ดื่มได้นะ แต่ต้องระวังนิดนึงอะ
ถ้าเราเป็นโรคความดันโลหิตสูงนะ ควรเลี่ยงการดื่มกาแฟหรือเครื่องดื่มอะไรที่มีคาเฟอีนไปเลยนะเว้ย โดยเฉพาะช่วงก่อนออกกำลังกาย หรือทำกิจกรรมที่มันต้องใช้แรงเยอะๆ อะ เพราะพวกนี้มันจะไปทำให้ความดันมันขึ้นสูงชั่วคราวไง ถ้าไปเจอคาเฟอีนอีกนะ มันจะยิ่งพุ่งแบบน่ากลัวเลยนะ พุ่งแป๊บนึงอะ แต่ก็อันตรายอยู่ดีอะ
- ดื่มน้อยๆ ก่อนนะ แล้วค่อยๆ ดูอาการตัวเอง
- ต้องสังเกตอาการผิดปกติหลังดื่มดีๆ นะ เช่น ใจสั่น มึนหัว รีบหยุดทันทีเลย
- ปรึกษาคุณหมอที่ดูแลอยู่ดีกว่า ชัวร์ที่สุด! หมอเขาจะบอกได้ว่าเราดื่มได้แค่ไหนถึงจะปลอดภัย
- จำไว้ว่า คาเฟอีนไม่ได้มีแค่ในกาแฟนะ ชา ช็อกโกแลต หรือพวกน้ำอัดลมบางชนิดก็มีเหมือนกัน ต้องระวังให้ดีๆ
ดื่มน้ำอะไรช่วยลดความดัน
ดื่มน้ำเปล่า นี่แหละสำคัญสุดแล้ว
- น้ำเปล่า ช่วยเรื่องสมดุลเกลือแร่ โซเดียมในร่างกาย
- ดีกว่า น้ำหวาน น้ำอัดลม หรืออะไรที่มีเกลือเยอะๆ
- ลดเสี่ยง ความดันโลหิตสูงแน่ๆ
จริงจังนะ การดื่มน้ำเยอะๆ เนี่ย ช่วยให้ระบบในร่างกายมันทำงานได้ดีขึ้น อะไรๆ มันก็เลยไหลลื่น ไม่ติดขัด
- หัวใจ ก็ทำงานสบายขึ้น ไม่ต้องปั๊มหนัก
- เลือด ก็ไหลเวียนดี
- ไต ก็จัดการของเสียได้เก่งขึ้น
คิดดูสิ ถ้าเราขาดน้ำ ร่างกายมันก็ต้องพยายามกักเก็บน้ำไว้ ทำให้ความดันมันสูงขึ้นได้
- น้ำเปล่า ก็คือคำตอบง่ายๆ ที่เรามองข้าม
- ไม่ต้อง ไปหาอะไรพิเศษ
- แค่ดื่มให้พอ ตลอดวัน
ส่วนเรื่อง เครื่องดื่มอื่น น่ะเหรอ
- น้ำหวาน น้ำอัดลม มันมีน้ำตาล ยิ่งทำให้อ้วน แล้วความดันก็ยิ่งพุ่ง
- เครื่องดื่มเกลือแร่ บางทีก็เค็มเกินไป ใส่เกลือมาเยอะเกินจำเป็น
เคยอ่านเจอว่า ร่างกายคนเราต้องการน้ำประมาณ 2 ลิตรต่อวัน แต่ก็แล้วแต่คนนะ บางคนเหงื่อออกเยอะก็ต้องดื่มมากกว่านั้นอีก
- เช็คสีปัสสาวะ ก็ได้นะ ถ้าสีเหลืองเข้มๆ แสดงว่าขาดน้ำแล้ว
- ค่อยๆ จิบ ทั้งวันดีกว่าดื่มทีเดียวพรวดๆ
เรื่องความดันเนี่ย มันซับซ้อน แต่ น้ำเปล่า นี่เป็นพื้นฐานที่สำคัญที่สุดเลยนะ อย่ามองข้าม เด็ดขาด
- รู้สึกสดชื่น ด้วยนะ พอร่างกายมีน้ำครบ
- ผิวพรรณ ก็ดีขึ้นด้วย
สรุปคือ ดื่มน้ำเปล่า นี่แหละ ชนะเลิศ!
โรคอะไรที่ไม่ควรดื่มกาแฟดำ
กาแฟดำ. ไม่ใช่สำหรับทุกคน.
ร่างกายบางคนรับไม่ไหว. มันคือความจริง.
- โรคหัวใจ. ความดันพุ่ง. หัวใจเต้นผิดจังหวะ. ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น.
- กรดไหลย้อน. ลำไส้แปรปรวน. กาแฟมันไปเร่ง. ทำให้ทุกอย่างแย่ลง.
- กระดูกพรุน. แคลเซียมไม่ถูกดูดซึม. โดยเฉพาะผู้หญิง. ร่างกายมันฟ้อง.
- นอนไม่หลับ. มันคือสารกระตุ้น. ตาสว่างยันเช้า. แค่นั้น.
บางอย่างต้องรู้เพิ่ม.
- โรควิตกกังวล. แพนิค. ใจสั่น. มือสั่น. อาการกำเริบ. คาเฟอีนคือตัวกระตุ้นชั้นดี.
- ความดันโลหิตสูง. ตัวเลขบนเครื่องวัดไม่เคยโกหก. กาแฟดำทำให้มันสูงขึ้นไปอีก.
- ผู้หญิงตั้งครรภ์. หรือให้นมบุตร. คาเฟอีนมันส่งผ่านถึงลูก.
- ต้อหิน. ความดันในลูกตาเพิ่มขึ้น. ไม่ดี.
ของบางอย่างไม่ได้สร้างมาเพื่อทุกคน. ร่างกายเราต่างกัน. ฟังมันบ้าง.
กาแฟไม่ควรกินตอนไหน
อ่าา ฟังทางนี้ เหล่าสาวกน้ำดำผู้ภักดี กาแฟไม่ใช่ยาวิเศษที่จะซดเวลาไหนก็ได้นะ มันมีช่วงเวลา "ไม่ดี ไม่เอา ไม่ดื่ม" อยู่เหมือนกัน ถ้าอยากให้คาเฟอีนทำงานเต็มประสิทธิภาพและไม่ทำร้ายตัวเองไปซะก่อน
กาแฟไม่ควรกินตอนไหน?
ช่วงเวลาที่ร่างกายปล่อยของดีอย่างฮอร์โมนคอร์ติซอลออกมาปลุกเราน่ะสิ ดื่มไปก็เปลืองเปล่าๆ เหมือนจ้างคนสองคนมาทำงานเดียวกันเป๊ะๆ มันคือช่วงเวลา:
- 08.00 - 09.00 น.
- 12.00 - 13.00 น.
- 17.30 - 18.30 น.
ในช่วงเวลานี้ ร่างกายกำลังผลิตคอร์ติซอลสูงสุด ซึ่งเป็นนาฬิกาปลุกธรรมชาติชั้นเลิศอยู่แล้ว การสาดคาเฟอีนเข้าไปตอนนี้ก็เหมือนส่งนักร้องเสียงเพี้ยนขึ้นไปร้องทับไลน์นักร้องเสียงทองคำฝังเพชร ผลคือ... นอกจากจะไม่ได้ประโยชน์เต็มที่แล้ว ยังทำให้ร่างกายดื้อคาเฟอีนเร็วขึ้นด้วย คราวหน้าต้องเบิ้ลช็อตถึงจะตื่น เรื่องจริง!!
อีกช่วงเวลาที่ต้องหนีให้ไกลคือ ตอนท้องว่างเปล่าเล่าเปลือย การซดกาแฟดำเข้มๆ ลงไปในกระเพาะที่ว่างโหวง เหมือนคุณจุดกองไฟกลางทุ่งหญ้าแห้งๆ คาเฟอีนมันจะไปกระตุ้นให้กระเพาะหลั่งกรดออกมาอย่างบ้าคลั่ง ผลลัพธ์ที่ได้คือปวดท้อง แสบไส้ และอาจได้เพื่อนใหม่ชื่อ "โรคกระเพาะ" มาอยู่ด้วยกันยาวๆ
ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว มาดูช่วงเวลาหายนะอื่นๆ ที่ควรเลี่ยงกาแฟด้วย:
หลังบ่ายสองโมง (หรือ 8 ชั่วโมงก่อนนอน) คาเฟอีนมันไม่ได้หายไปไหนนะ มันยังค้างอยู่ในระบบคุณได้นานหลายชั่วโมง การดื่มกาแฟตอนเย็นก็เหมือนเปิดเพลงร็อกในห้องสมุดตอนคนกำลังจะหลับ ร่างกายอยากพักผ่อน แต่คาเฟอีนยังจัดปาร์ตี้ไม่เลิก สรุปคือนอนไม่หลับ ตาค้างเป็นนกฮูกไปสิ
ทันทีที่ลืมตาตื่นนอน ใจเย็นพ่อหนุ่ม! ให้ร่างกายมันได้จูนเครื่องติดเองก่อน ปล่อยให้คอร์ติซอลทำงานของมันไปสัก 1 ชั่วโมง แล้วค่อยอัดกาแฟเข้าไป แบบนี้ถึงจะเรียกว่าใช้คาเฟอีนเป็น ไม่ใช่ใช้คาเฟอีนเปลือง
ตอนที่กำลังเครียดหรือวิตกกังวล ถ้าคุณรู้สึกใจสั่น เหงื่อแตกพลั่กๆ อยู่แล้ว การดื่มกาแฟเข้าไปอีกก็เหมือนราดน้ำมันเข้ากองไฟนั่นแหละ คาเฟอีนเป็นสารกระตุ้น มันจะยิ่งทำให้คุณตื่นตระหนก ใจเต้นรัวเป็นกลองชุด จนอาจจะรู้สึกเหมือนโดนผีอำกลางวันแสกๆ
พร้อมยาบางชนิด โดยเฉพาะยาไทรอยด์ ยาแก้ซึมเศร้า หรือยาแก้หวัดบางตัว กาแฟอาจไปขัดขวางการดูดซึมยาได้ ทางที่ดีถามหมอหรือเภสัชก่อนจะดีกว่า จะได้ไม่กลายเป็นว่ากินยาฟรีๆ แต่ไม่ได้ผลอะไรเลย
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต