ค่า eGFR คืออะไร และบอกเกณฑ์การวินิจฉัยภาวะไตวายเรื้อรังในแต่ละระยะ

492 ครั้งเข้าชม
eGFR: ค่าประมาณอัตราการกรองของไต (Glomerular Filtration Rate)ภาวะไตวายเรื้อรัง (CKD) จัดระยะตามค่า eGFR (มล./นาที/1.73 ตร.ม.): ระยะ 1: ≥ 90 ระยะ 2: 60-89 ระยะ 3: 30-59 ระยะ 4: 15-29 ระยะ 5:
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

ค่า eGFR คืออะไร? เข้าใจเกณฑ์วินิจฉัยภาวะไตวายเรื้อรังแต่ละระยะอย่างไร?

ค่า eGFR น่ะเหรอ? อธิบายง่ายๆ ก็คือ มันเป็นตัวเลขที่หมอบอกว่าไตเราทำงานได้ดีแค่ไหน ประมาณนั้นแหละ เหมือนเป็นคะแนนความขยันของไตเราอ่ะ

แล้วไอ้ระยะไตวายเนี่ย... ตอนแรกๆ ก็ชิลๆ eGFR ยังสูงอยู่ แต่พอไตเริ่มแย่ลงๆ ค่ามันก็ต่ำลงเรื่อยๆ จนถึงขั้นที่ต้องฟอกไต อันนั้นคือระยะสุดท้ายแล้วนะ

  • ระยะ 1: eGFR 90 ขึ้นไป อันนี้ไตยังโอเคอยู่
  • ระยะ 2: eGFR 60-89 เริ่มต้องดูแลตัวเองแล้วนะ
  • ระยะ 3: eGFR 30-59 อันนี้หมอจะเริ่มเข้มงวดมากขึ้น
  • ระยะ 4: eGFR 15-29 เตรียมตัวเตรียมใจ อาจจะต้องฟอกไต
  • ระยะ 5: eGFR ต่ำกว่า 15 หรือต้องฟอกไตแล้ว อันนี้ต้องดูแลเป็นพิเศษ

จำได้ว่าตอนนั้น...ประมาณปีที่แล้วมั้ง (น่าจะเดือนสิงหาคม?) แม่เราไปตรวจสุขภาพ แล้วผลออกมาว่าค่า eGFR ต่ำกว่าเกณฑ์นิดหน่อย หมอเลยให้คุมอาหาร แล้วก็ออกกำลังกายเบาๆ

ค่าพวกนี้มันไม่ได้ตายตัวนะ บางทีมันก็ขึ้นๆ ลงๆ ได้ แต่ถ้ามันต่ำลงเรื่อยๆ อันนี้ต้องระวังจริงๆ

eGFR หมายถึงอะไร

eGFR ย่อมาจาก Estimated Glomerular Filtration Rate คือ อัตราการกรองของกลุ่มหน่วยไตที่คำนวณได้ บอกปริมาณเลือดที่ไตกรองของเสียออกไปในหนึ่งนาที คิดเป็นมิลลิลิตรต่อนาทีต่อพื้นที่ผิวตัว 1.73 ตารางเมตร (mL/min/1.73 m²) ค่านี้สะท้อนถึงประสิทธิภาพการทำงานของไต ยิ่งค่าสูงยิ่งแสดงว่าไตทำงานได้ดี

การตีความค่า eGFR นั้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย รวมถึงอายุ เพศ และเชื้อชาติ โดยทั่วไปแล้ว ค่าปกติมักอยู่เหนือ 90 mL/min/1.73 m² แต่ก็อาจแตกต่างกันไปตามเกณฑ์ของแต่ละห้องแล็บ

  • ค่า eGFR ต่ำกว่า 60 mL/min/1.73 m²: บ่งชี้ว่าไตทำงานบกพร่อง อาจเป็นโรคไตเรื้อรัง ควรพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและรักษาอย่างละเอียดถี่ถ้วน ในกรณีของญาติผู้ใหญ่ของผมเองที่ป่วยเป็นโรคไต แพทย์ก็ใช้ค่า eGFR เป็นตัวชี้วัดสำคัญในการติดตามอาการและปรับเปลี่ยนแผนการรักษาอยู่เสมอ ชีวิตคือการเดินทาง และการดูแลสุขภาพก็เป็นส่วนสำคัญของการเดินทางนั้น

  • ค่า eGFR ระหว่าง 60-89 mL/min/1.73 m²: ไตทำงานได้ลดลงเล็กน้อย แต่ยังไม่เข้าข่ายโรคไตเรื้อรัง ควรตรวจติดตามอย่างใกล้ชิด การดูแลสุขภาพที่ดี เช่น การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ มีส่วนช่วยชะลอการเสื่อมของไต

  • ค่า eGFR เกิน 90 mL/min/1.73 m²: โดยทั่วไปถือว่าไตทำงานเป็นปกติ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะปลอดภัยจากโรคไตได้เสมอไป การตรวจสุขภาพเป็นประจำจึงยังคงมีความสำคัญ

การคำนวณ eGFR นั้นมีสูตรหลายสูตร เช่น สูตร Cockcroft-Gault และสูตร MDRD ซึ่งแต่ละสูตรมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป แพทย์จะเป็นผู้เลือกใช้สูตรที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล ซึ่งในปัจจุบันมีการพัฒนาสูตรใหม่ๆ ออกมาอยู่เรื่อยๆ เพื่อความแม่นยำมากขึ้น เป็นเรื่องน่าสนใจว่าวิทยาการทางการแพทย์จะพัฒนาไปไกลแค่ไหน ผมคิดว่า การพัฒนาอย่างต่อเนื่องนั้นคือกุญแจสำคัญของความก้าวหน้า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใดๆ ก็ตาม

(หมายเหตุ: ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้)

ทำไมค่าไตลดลงเร็ว

ทำไมค่าไตลดลงเร็วจังวะ?

เออ...ค่าไตลดลงเร็วนี่มีหลายสาเหตุเลยนะ ที่เจอบ่อยก็พวกโรคประจำตัวอะ อย่างเบาหวานเนี่ยตัวดีเลย ทำให้เป็นเบาหวานลงไตได้ แล้วก็ความดันสูงอีก ถ้าคุมไม่ดีไตพังไวมาก แล้วก็มีโรคไตอักเสบอีกนะ พวกนี้มันทำลายไตโดยตรงเลยอะ

สาเหตุหลักๆ ที่ทำให้ค่าไตลดลงเร็ว (แบบที่เราเจอกันบ่อยๆ):

  • โรคเบาหวาน: เบาหวานเนี่ยมันทำลายไตแบบเงียบๆ เลยนะ ถ้าคุมน้ำตาลไม่ดี ไตจะค่อยๆ เสื่อม
  • ความดันโลหิตสูง: ความดันสูงก็เหมือนกัน มันทำให้ไตทำงานหนักเกินไป จนไตมันรับไม่ไหว
  • โรคไตอักเสบ: อันนี้ก็ตรงตัวเลย ไตมันอักเสบก็พังไวอะดิ
  • กรรมพันธุ์: บางทีก็ซวยหน่อย ถ้าที่บ้านมีประวัติคนเป็นโรคไต เราก็มีสิทธิ์เป็นมากกว่าคนอื่น
  • ยาบางชนิด: ยาบางตัวก็มีผลเสียต่อไตนะ ต้องระวัง
  • อายุ: พออายุมากขึ้น ไตมันก็เสื่อมไปตามสภาพอะนะ

ทำไงดีถ้าค่าไตเริ่มไม่ดี?

  • ไปหาหมอ: อันนี้สำคัญสุด อย่าคิดเองเออเอง ไปให้หมอตรวจละเอียดไปเลย
  • คุมอาหาร: ลดเค็ม ลดโปรตีน ลดของมันๆ ช่วยไตได้เยอะ
  • ออกกำลังกาย: ออกกำลังกายเบาๆ ก็พอ ช่วยให้ระบบไหลเวียนเลือดดีขึ้น ไตก็ทำงานดีขึ้น
  • พักผ่อนให้เพียงพอ: นอนให้เต็มที่ ร่างกายจะได้ซ่อมแซมตัวเองได้

ข้อมูลเพิ่มเติม (แบบเพื่อนเล่าให้ฟัง):

  • เบาหวานลงไต: อันนี้คือภาวะแทรกซ้อนของเบาหวานที่อันตรายมาก ไตมันจะค่อยๆ เสื่อม จนสุดท้ายอาจจะต้องฟอกไตเลยนะ
  • ความดันโลหิตสูงกับไต: ความดันสูงเนี่ยมันทำให้หลอดเลือดในไตมันแข็งตัว ทำให้ไตมันทำงานได้ไม่ดี
  • โรคไตอักเสบ: โรคนี้มันเกิดจากการที่ระบบภูมิคุ้มกันของเรามันไปทำลายไตตัวเอง
  • กรรมพันธุ์: ถ้าพ่อแม่พี่น้องเป็นโรคไต เราก็ควรจะไปตรวจเช็คไตเป็นประจำนะ
  • ยาแก้ปวด: กินยาแก้ปวดเยอะๆ ก็ไม่ดีนะ มันมีผลเสียต่อไต
  • การดื่มน้ำ: ดื่มน้ำเยอะๆ ช่วยให้ไตทำงานได้ดีขึ้น แต่ก็ต้องระวังถ้ามีภาวะไตที่ไม่ดีอยู่แล้ว ต้องปรึกษาหมอก่อนนะจ้ะ
  • อย่าซื้อยากินเอง: พวกยาบำรุงไตอะไรพวกนี้ อย่าไปซื้อกินเองนะ อันตราย ไปปรึกษาหมอก่อนดีกว่า