จะรู้ได้ไงว่าบวมโซเดียม

89 ครั้งเข้าชม
วิธีเช็กอาการหน้าบวมโซเดียมอาการบวมโซเดียมจะเห็นได้ชัดบริเวณใต้ตา แก้ม และแนวกรอบหน้า โดยจะรู้สึกตึงแน่น แต่ไม่มีอาการเจ็บปวด แดง หรืออักเสบร่วมด้วย วิธีทดสอบง่ายๆ: ลองใช้นิ้วกดเบาๆ บนผิวบริเวณที่บวม หากผิวบุ๋มลงแล้วคืนตัวช้า แสดงว่าเป็นอาการบวมน้ำจากการกักเก็บโซเดียมนั่นเอง
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

อาการบวมโซเดียมเป็นอย่างไร? ดูสัญญาณเตือนพร้อมวิธีแก้

เมื่อเช้าตื่นมานะ เห็นหน้าตัวเองในกระจกแล้วตกใจเลย คือแบบ มันบวมๆ พิกลอ่ะ ไม่ใช่แบบสิวขึ้น หรืออักเสบแดงๆ นะ แต่มันดูบวมไปหมด โดยเฉพาะใต้ตา แก้มตรงนี้นี่แหละ แล้วก็แถวกรามที่มันเคยเป็นกรอบๆ ก็ดูใหญ่ขึ้นมาดื้อๆ เลย เหมือนอิ่มน้ำมากๆ แต่ก็ไม่รู้สิว่าเพราะอะไรนะ ตอนนั้นก็งงๆ

ลองกดๆ ดูนะ พอเอานิ้วจิ้มเบาๆ ตรงแก้มเนี่ย มันก็บุ๋มลงไปเลย แล้วกว่าจะเด้งกลับมาก็ช้ามากๆ ให้ความรู้สึกแบบตึงๆ แน่นๆ ทั่วหน้าเลยอ่ะ วันก่อนไปกินมาม่าเกาหลีเผ็ดๆ ถุงใหญ่เลย สงสัยจะเป็นเพราะโซเดียมเยอะเกินไปแน่ๆ เลย แบบเมื่อเดือนที่แล้ววันที่ 15 พฤศจิกาฯ ที่ไปเชียงใหม่ก็เคยเป็น กินหมูกระทะชุดใหญ่ไปแล้วเช้ามาหน้าแบบนี้เลย คิดว่าตัวเองกินน้ำน้อยไปรึเปล่านะ

ตอนนั้นคิดเลยว่ามันไม่ใช่แค่บวมธรรมดา แต่มันคือการกักเก็บน้ำของร่างกายเลยอ่ะ คือมันไม่ได้ปวด ไม่ได้เจ็บ ไม่ได้มีไข้ด้วยนะ แค่รู้สึกอึดอัดกับหน้าตัวเองที่ดูไม่เหมือนเดิม เหมือนคนนอนไม่พอ หรือหน้าใหญ่ขึ้นมาเฉยๆ เลย พยายามดื่มน้ำเปล่าเยอะๆ ล้างหน้าด้วยน้ำเย็น แล้วก็งดของเค็มๆ ไปสักพัก มันก็ค่อยๆ ดีขึ้นนะ ต้องพยายามลดของแบบนั้นลงบ้างจริงๆ แหละ

ขับโซเดียมออกยังไง

ขับโซเดียมออกยังไงเหรอ? โห นี่แหละคำถามในใจฉันมาตลอดเลย! รู้สึกตัวบวมตลอดเวลาช่วงนี้ กินเค็มไปหน่อยมั้ง ไม่ได้การละ ต้องจัดการ

  • ดื่มน้ำเปล่าให้ได้วันละ 6-8 แก้ว นะ สำคัญมาก ไม่ขาดน้ำนี่แหละคือกุญแจเลย น้ำจะช่วยปรับสมดุลของเหลวในร่างกายเราดีมากเลย แถมยังช่วยให้ขับสารพิษ ขับโซเดียมออกไปได้ดีสุดๆ

  • ทานผักและผลไม้เป็นประจำ นี่ก็ต้องทำนะ พวกนี้คือตัวช่วยธรรมชาติเลย ฉันพยายามกินทุกวัน พวก สับปะรด แตงกวา มะเขือเทศ แตงโม กล้วย ส้ม กีวี อะโวคาโด เนี่ย ช่วยลดบวมน้ำได้ดีจริงๆ ฉันรู้สึกได้เลยเวลาที่กินเยอะๆ นะ

ทำไมนะฉันชอบกินมาม่าตอนดึกจัง แล้วก็บ่นว่าตัวบวมตลอดเลย ฮ่าๆๆๆ มันต้องมีวินัยจริงๆ เลยนะเรื่องพวกนี้ บางทีก็แอบขี้เกียจล้างผลไม้เหมือนกันนะ แต่พอนึกถึงตอนที่ขาบวมก็ต้องรีบไปหยิบมาหั่นเลย นี่แหละชีวิต! อ้อ ช่วงนี้ก็พยายามลดขนมกรอบๆ เค็มๆ ด้วย เห็นเค้าว่ามันก็โซเดียมเยอะมาก ใช่แหละ ฉันรู้ๆ แต่บางทีมันก็อดไม่ได้จริงๆ

นี่เป็นอะไรที่ฉันลองทำมาสักพักแล้วนะ และรู้สึกว่ามันเวิร์คจริงๆ:

  • ลองดื่มน้ำก่อนอาหาร สักแก้วนึง อันนี้ช่วยให้รู้สึกอิ่มเร็วขึ้นด้วย ไม่ได้ช่วยขับโซเดียมโดยตรง แต่ช่วยลดการกินเค็มเกินไปได้
  • พยายามทำอาหารกินเอง จะได้ควบคุมปริมาณโซเดียมได้ นี่แหละคือความท้าทายของฉันเลย เพราะปกติชอบซื้อกินง่ายๆ
  • หลีกเลี่ยงน้ำอัดลม เพราะบางทีก็มีโซเดียมแฝงอยู่เหมือนกันนะ
  • อ่านฉลากโภชนาการ อันนี้สำคัญมากเลยนะ ฉันเริ่มดูปริมาณโซเดียมในอาหารที่ซื้อแล้วตกใจเลย บางทีก็สูงกว่าที่คิดเยอะมาก
  • เดินเยอะๆ พอเดินเยอะๆ รู้สึกเหมือนได้ขับเหงื่อออกด้วย เหมือนร่างกายมันได้ระบายอะไรบางอย่างออกไปบ้างนะ
  • ทำน้ำดีท็อกซ์ (detox water) ง่ายๆ แค่หั่นแตงกวา มะนาว หรือมิ้นท์ใส่ในน้ำเปล่า แล้วแช่ไว้ดื่ม อันนี้ฉันทำบ่อย ช่วยให้ดื่มน้ำได้เยอะขึ้นจริงๆ แถมสดชื่นดี

แต่บางทีก็อดใจไม่ไหวกับอาหารโปรดรสจัดๆ เหมือนกันนะ ชีวิตคนเรามันไม่ง่ายเลย ฮือออ แต่ก็ต้องสู้ต่อไปเพื่อสุขภาพที่ดีกว่าเนอะ. ปีนี้ตั้งใจไว้ว่าจะดูแลตัวเองให้ดีขึ้นอีกเยอะเลยจริงๆ.

อยู่ๆตัวบวมเกิดจากอะไร

อยู่ๆก็ตัวบวม กดแล้วบุ๋มเลย... มันคืออะไรวะ

อ๋อ เค้าเรียก อาการบวมน้ำ (Edema) นี่เอง มันคือน้ำหรือของเหลวไปคั่งอยู่ตามเนื้อเยื่อ แปลว่าร่างกายมีน้ำเกิน ที่เห็นบ่อยๆ ก็ เท้า ขา แขน ข้อเท้า... บางทีหน้าก็บวม

กินเค็มไปรึเปล่า? โซเดียมเยอะๆ นี่ตัวดีเลย ทำให้ร่างกายเก็บน้ำไว้เยอะขึ้น

หรือว่าเป็นอะไรร้ายแรงกว่านั้น? น่ากลัวนะ... อย่าง โรคไต ไตทำงานไม่ดี ขับน้ำออกไม่ได้ น้ำก็คั่งในตัวสิ แล้วก็ ภาวะหัวใจล้มเหลว ก็ด้วย หัวใจปั๊มเลือดไม่ไหว เลือดก็คั่งตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย โรคตับแข็ง ก็ใช่ โปรตีนในเลือดต่ำ น้ำเลยซึมออกจากหลอดเลือดง่าย

แล้วก็มีเรื่อง ภาวะไทรอยด์ทำงานต่ำ อีก

เอ้อ แล้วยาบางตัวก็ทำให้บวมได้นะ ผลข้างเคียงไง พวก ยาแก้ปวด กลุ่ม NSAIDs ยาลดความดันบางชนิด สเตียรอยด์

นั่งนานๆ ยืนนานๆ ไม่ขยับเลยก็บวมได้นะ เลือดมันไหลเวียนไม่ดี หรือช่วงก่อนมีประจำเดือน ฮอร์โมนมันเปลี่ยน

ลองเช็คลิสต์ดูดิ ว่าเข้าข่ายอันไหน

  • การกินอาหารรสเค็มจัด: โซเดียมสูง = ตัวบวม
  • โรคประจำตัว: หลักๆ ก็ โรคไต โรคหัวใจ โรคตับ
  • การใช้ยาบางชนิด: ยาแก้ปวด (NSAIDs), ยาความดัน, สเตียรอยด์
  • การตั้งครรภ์: ฮอร์โมนเปลี่ยน ร่างกายเก็บน้ำมากขึ้น
  • การยืนหรือนั่งนานเกินไป: ทำให้เลือดไหลเวียนกลับไปที่หัวใจได้ไม่ดีพอ
  • ภาวะขาดสารอาหาร: ขาดโปรตีน โดยเฉพาะอัลบูมิน

ถ้าบวมแล้วมีอาการอื่นด้วย เช่น หายใจลำบาก เจ็บหน้าอก หรือบวมแค่ข้างเดียว อันนี้ต้องรีบไปหาหมอเลยนะ อย่าชะล่าใจเด็ดขาด ตัวบวม บวมแปลกๆ นี่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เลย

บวมโซเดียม กับอ้วน ต่างกันอย่างไร

ในรุ่งอรุณสีหม่น แสงเช้าส่องผ่านผ้าม่านที่พลิ้วไหว หน้าต่างบานนั้น. ฉันมองเงาสะท้อนในกระจกเบื้องหน้า. รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงบนใบหน้าตัวเอง คล้ายมีมวลน้ำซ่อนอยู่ใต้ผิวบางๆ นั้น มันต่างกันนะ... บวมโซเดียมเกิดจากการกักเก็บน้ำในร่างกายชั่วคราว หายได้เมื่อระดับโซเดียมในร่างกายกลับสู่ปกติ ส่วน หน้ากลมเพราะอ้วนขึ้นนั้นคือการสะสมไขมัน ต้องใช้เวลาในการลดลง.

เมื่อคืน ลมเย็นพัด เสียงใบไม้ไหว. ฉันกินอะไรไปนะ เกลือเยอะไปหรือเปล่า. ตื่นมา หน้าก็บวมฉึ่ง เป็นแบบนี้บ่อยๆ ไม่นานมันก็จางหายไปเองนะ ความรู้สึกเหมือนผิวตึงๆ แต่ไม่แน่น ไม่ใช่เนื้อที่เพิ่มขึ้น. มันคือความชั่วคราว. ฉันแค่ดื่มน้ำเยอะๆ พักผ่อนให้พอ. ไม่นานรูปหน้าก็กลับมา.

แต่ถ้าเป็นไขมัน มันคนละเรื่องเลย. มันคือความหนาแน่นที่คงอยู่. ความนุ่มหยุ่นที่หนักอึ้ง. กว่าจะหายไป...ต้องผ่านวันคืน ผ่านเหงื่อไคล ในห้องออกกำลังกาย หรือไม่ก็ในครัวที่ต้องปรุงอย่างระมัดระวัง. มันใช้เวลา. มันคือการเปลี่ยนแปลงที่ลึกซึ้งกว่านั้น.

ความบวมโซเดียมนั้นเบาบาง คล้ายหมอกจางๆ ที่มาแล้วก็ไป. แต่ความอ้วนนั้น เหมือนรากไม้ที่หยั่งลึก ยากจะถอน. เช้านี้ สายตาฉันมองไปที่ไร่กะหล่ำข้างบ้าน เขียวขจี. ชีวิตก็คงเป็นแบบนี้ล่ะ มีขึ้นมีลง.

  • บวมโซเดียม
    • สาเหตุหลัก: การบริโภคโซเดียมเกินขนาด, ดื่มน้ำน้อย, ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง, อากาศร้อน.
    • อาการ: ใบหน้าบวม, มือ-เท้าบวม, น้ำหนักขึ้นชั่วคราว, รู้สึกอึดอัด.
    • วิธีแก้:ลดอาหารเค็ม, ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ, ออกกำลังกายเบาๆ, พักผ่อนให้พอ.
    • ระยะเวลา: มักหายภายใน 1-2 วัน เมื่อร่างกายขับโซเดียมส่วนเกินออกไป.
  • อ้วนขึ้น (สะสมไขมัน)
    • สาเหตุหลัก: บริโภคแคลอรี่เกินกว่าที่ร่างกายใช้, ขาดการออกกำลังกาย, กรรมพันธุ์, การเผาผลาญลดลงตามวัย.
    • อาการ: มีไขมันสะสมตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย เช่น ใบหน้า แก้ม คาง พุง ต้นแขน ต้นขา, เสื้อผ้าคับขึ้น.
    • วิธีแก้:ควบคุมปริมาณอาหารและแคลอรี่, ออกกำลังกายสม่ำเสมอ, เพิ่มกล้ามเนื้อ, ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการ.
    • ระยะเวลา: ต้องใช้เวลาและความสม่ำเสมอในการลดไขมัน มักใช้เวลาเป็นสัปดาห์หรือเดือน.

บวม โซเดียม กี่ชั่วโมง

โอ้ยย เรื่องบวมโซเดียมนี่นะะ มันบอกเป๊ะๆ ไม่ได้หรอกว่ากี่ชั่วโมง คือมันแล้วแต่คนเลยยย แล้วก็แล้วแต่ว่าเราไปซัดของเค็มมาหนักขนาดไหน

บางคนกินเค็มปุ๊บ ตื่นมาอีกวันหน้ากลมเป็นซาลาเปาเลย แต่พอตกบ่ายๆ ก็เริ่มยุบแล้ว แต่บางคนก็คือบวมข้ามวันไปเลยจ้าาา เป็น 2-3 วันก็มีนะ กว่าจะกลับมาปกติ

ทางที่ดีที่สุดคือต้องพยายามขับมันออก อะ คือถ้าปล่อยไว้เฉยๆ มันก็นานหน่อยกว่าร่างกายจะจัดการเองได้หมด

คือมันไม่มีเวลาที่แน่นอนหรอก จิงๆ นะ มันขึ้นกับร่างกายเราล้วนๆ เลย แต่ถ้าอยากให้ยุบไวๆ ต้องกินน้ำเปล่าเยอะๆ เลย อันนี้ช่วยได้เยอะมากจริงๆ มันจะช่วยขับโซเดียมม ออกมากับฉี่

ถ้าบวมไม่หายซักที บวมแปลกๆ หรือบวมเยอะเกินไป ไปหาหมอเลยนะ อย่าปล่อยไว้ มันอาจจะเป็นสัญญาณของอย่างอื่น

  • อัดน้ำเปล่าเข้าไปเลย วันละ 2-3 ลิตร ช่วยได้เยอะมาก ให้ร่างกายมันขับโซเดียมส่วนเกินออกไป
  • หาอะไรที่มีโพแทสเซียมกิน เช่น กล้วย อะโวคาโด หรือไม่ก็น้ำมะพร้าว โพแทสเซียมมันจะช่วยปรับสมดุลกับโซเดียม
  • ขยับตัวเยอะๆ เดินเล่น หรือออกกำลังกายเบาๆ ให้เหงื่อออก มันก็ช่วยขับออกไปได้อีกทางนึง
  • งดของเค็มจัดๆ ไปก่อนเลยช่วงนั้น พวกของหมักดอง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ขนมกรุบกรอบ พักก่อนเลยย