จะรู้ได้ไงว่าระบบเผาผลาญดี
ระบบเผาผลาญดีหรือไม่ รู้ได้อย่างไร?
เรื่องระบบเผาผลาญนี่ มันซับซ้อนกว่าที่คิดนะ ฉันเคยไปตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท เมื่อเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว จำได้ว่าเค้าตรวจหลายอย่างมาก แต่เรื่องการวัดอัตราการเผาผลาญ เค้าไม่ได้ให้ฉันนอนนิ่งๆ 30 นาทีนะ มันใช้เครื่องมืออะไรสักอย่าง แล้วก็มีการวิ่งบนลู่วิ่งด้วย ราคาตรวจแพงอยู่นะ เกือบหมื่นบาทเลย! จำได้แค่คร่าวๆ ว่าผลตรวจบอกว่าระบบเผาผลาญของฉันอยู่ในเกณฑ์ปกติ แต่ก็ไม่ได้ละเอียดมาก ไม่รู้ว่าใช้หลักการวัดแบบเดียวกับที่ว่ารึเปล่า
ส่วนเรื่องระบบเผาผลาญเสื่อมแล้วจะไม่อยากผอมเนี่ย ฉันว่ามันจริง บางส่วนแหละ คืออย่างฉันเอง กินน้อยลง ออกกำลังกายเยอะขึ้น ก็ไม่ได้ผอมลงอย่างที่หวัง เพื่อนฉันก็เป็น มันเลยทำให้ฉันคิดว่า อาจจะมีปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง อย่างฮอร์โมน หรือความเครียด หรือแม้แต่พันธุกรรม มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับแค่ระบบเผาผลาญอย่างเดียวหรอก
เอาจริงๆ เรื่องพวกนี้ ถ้าอยากรู้แน่ๆ ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญดีกว่า อย่าไปเชื่อตามที่เขาพูดกันมาทั้งหมด หาข้อมูลเพิ่มเติมจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ แล้วไปปรึกษาหมอ จะได้คำตอบที่ถูกต้องและเหมาะกับตัวเอง มากกว่าฟังจากคนอื่นๆ หรือจากรายการทีวีนะ
จะรู้ได้ไงว่ารางกายกำลังเผาผลาญ
เผาผลาญไขมัน? เช็คคีโตนจากปัสสาวะดิ! ง่ายสุด
สัญญาณเตือนระบบเผาผลาญพัง (มั้ง)?
- เหนื่อยง่าย โอย...เหมือนแบตหมดตลอดเวลา
- อ่อนเพลีย นี่ขนาดนอน 8 ชม. นะ!
- ไม่สดชื่น! สำคัญเลยอะ
- อารมณ์สวิง เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย
- หลับยาก หลับไม่ลึก ฝันร้ายอีก!
- ออกกำลังกายแล้วปวดเมื่อยไปหมด ใครเป็นบ้าง?
- Fasting นานๆ ไม่ได้ = มือสั่น หงุดหงิด
- หิวบ่อย กินจุบจิบทั้งวัน
- อยากแต่ของหวานๆ เค้ก ช็อกโกแลต!!!
- ชอบกินรสจัด แซ่บๆ เปรี้ยวๆ เค็มๆ
เพิ่มเติม: ปีนี้กินเยอะไปหน่อย สงสัยต้องลดน้ำหนักจริงจังละ
คำถาม: ระบบเผาผลาญดีๆ นี่มันเป็นยังไงนะ?
จะรู้ได้ไงว่าระบบเผาผลาญพัง
เฮ้ย คืออย่างงี้เลยนะ ถามว่ารู้ได้ไงระบบเผาผลาญพัง? คือมันไม่ใช่แบบปุ๊บปั๊บรู้เลยเว้ยแก มันค่อยๆ เป็น ค่อยๆ สะสม แล้ววันนึงก็แบบ "อ้าว! ชิบหายละ"
เมื่อก่อนตอนอายุ 20 กว่า กินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน แต่พอ 30 เท่านั้นแหละ เหมือนนรกเปิดประตู! ตอนนั้นคือคุมอาหาร ออกกำลังกายแทบตาย แต่น้ำหนักแม่งไม่ลงเลย แถมแดกอะไรนิดหน่อยก็ขึ้นเอาๆ ตอนนั้นแบบเซ็งมาก
- น้ำหนักขึ้นง่ายลงยาก: อันนี้คือชัดสุดๆ เมื่อก่อนวิ่ง 5 โล นี่ลงไปโลนึง เดี๋ยวนี้วิ่ง 10 โล ยังแทบไม่ขยับ
- อ่อนเพลีย: เมื่อก่อนทำงาน 12 ชั่วโมงยังไหว ตอนนี้ 8 ชั่วโมงก็คือแบตหมด
- อารมณ์สวิง: เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย ควบคุมตัวเองไม่ได้เลย 짜증나 ( 짜증나 แปลว่า หงุดหงิด ในภาษาเกาหลี)
- หลับยาก: เมื่อก่อนหัวถึงหมอนหลับ เดี๋ยวนี้พลิกไปพลิกมาทั้งคืน
- แรงขับทางเพศต่ำ: อันนี้พูดตรงๆ เลยว่า...หมดอารมณ์
คือถ้ามีอาการพวกนี้หลายๆ อย่างพร้อมกันนะ แกเอ๊ย! ไปหาหมอเถอะ อย่าปล่อยไว้!
ใน 1 วันควรเบิร์นกี่แคล
เบิร์นกี่แคลใน 1 วัน? โอ๊ย! ถามอย่างกับเป็นเครื่องจักรกล
- ผู้ชาย: 2,200-3,000 แคลอรี่ (โดยประมาณนะ...อย่าซีเรียส)
- ผู้หญิง: 1,800-2,400 แคลอรี่ (กินน้อยกว่านิดนึง...เป็นธรรมดา)
แต่เดี๋ยวก่อน! ตัวเลขพวกนี้มัน "ค่าเฉลี่ย" นะจ๊ะ อย่าเอาไปยึดติด!
แล้วจะรู้ได้ไงว่าต้องเบิร์นเท่าไหร่?
- BMR: หาค่า BMR ก่อน (Basal Metabolic Rate) คือพลังงานที่เราใช้เฉยๆ ตอนนอน! คำนวณได้หลายสูตร...เลือกเอาที่ชอบ
- กิจกรรม: ชีวิตประจำวันสำคัญ! เดินขึ้นบันได, ทำงานบ้าน, ตบยุง...นับหมด! มีแอปคำนวณเยอะแยะ
- เป้าหมาย: ลดน้ำหนัก? เพิ่มกล้าม? รักษาหุ่น? เป้าหมายต่างกัน...ปริมาณแคลอรี่ก็ต่างกัน
สรุป: อย่าเชื่อตัวเลขสำเร็จรูป! ฟังร่างกายตัวเอง...สำคัญสุด!
ทำยังไงให้ระบบเผาผลาญดีขึ้น
เผาผลาญพัง? แก้ได้.
- มื้อถี่ ย่อยง่าย: ลดปริมาณ เพิ่มความถี่ อย่ากินเยอะในทีเดียว ระบบรับไม่ไหว
- น้ำ: ดื่มไปเถอะ อย่าให้น้อยกว่า 2 ลิตรต่อวัน 500 มล. น้อยไป
- เผ็ดร้อน: พริก กระเทียม ขิง ขมิ้น รสจัดจ้านกระตุ้นการเผาผลาญ แต่ถ้ากระเพาะไม่ดี ก็อย่า
- อย่าอด: อดอาหารคือหายนะ ระบบจะยิ่งกักเก็บ
- ออกกำลังกาย: จำเป็น
ข้อมูลเพิ่มเติม:
- อาหารเช้าสำคัญ: กินเถอะ อย่าข้าม
- โปรตีน: ช่วยสร้างกล้ามเนื้อ เผาผลาญดีขึ้น
- พักผ่อน: นอนให้พอ เครียดก็พัง
- อย่าเชื่ออะไรง่ายๆ: อาหารเสริมลดน้ำหนักส่วนใหญ่หลอกลวง
- ปรึกษาแพทย์: ถ้าลองทุกอย่างแล้วไม่ดีขึ้น หาหมอซะ
หมายเหตุ: ผมเคยเจอมาแล้ว กินเยอะๆ ทีเดียวจบ ระบบรวนหมด เลยต้องปรับใหม่หมด
ดื่มอะไรช่วยเผาผลาญไขมัน?
เรื่องดื่มอะไรช่วยเผาผลาญไขมันนี่นะ คือแบบว่า... เดือนที่แล้วฉันไปตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลกรุงเทพ หมอแนะนำให้ดื่มน้ำเยอะๆ บอกว่าช่วยเรื่องเผาผลาญ จำได้แม่นเลย เพราะหมอเน้นย้ำมาก ตอนนั้นฉันหนัก 65 กก. อ้วนขึ้นมาเยอะเลยหลังจากช่วงล็อกดาวน์ อยากลดน้ำหนักจริงๆ
น้ำเปล่าเนี่ยแหละ ที่หมอแนะนำ ไม่ได้บอกว่าดื่มแล้วผอมปิ๊งทันทีนะ แต่ช่วยให้ระบบต่างๆในร่างกายทำงานดีขึ้น แบบขับถ่ายดีขึ้นด้วย ตอนนี้ฉันพยายามดื่มอย่างน้อยวันละ 2 ลิตร ช่วงเช้าๆ ตอนเย็นๆ ก่อนนอน รู้สึกว่าร่างกายเบาขึ้นเยอะเลย
นอกจากน้ำเปล่า ฉันก็ลองดื่มน้ำชาเขียวบ้าง ช่วงบ่ายๆ ประมาณ 14.00 น. เป็นชาเขียวแบบไม่ใส่น้ำตาลนะ รู้สึกสดชื่นดี แต่ก็ไม่ได้หวังพึ่งพาให้มันเผาผลาญไขมันได้เยอะขนาดนั้น แค่ช่วยให้รู้สึกดีขึ้น ไม่ง่วงนอนเฉื่อยๆ เหมือนตอนดื่มแต่กาแฟ
- น้ำเปล่า: ช่วยระบบต่างๆทำงานดีขึ้น ดื่มเยอะๆ ช่วยเรื่องขับถ่าย
- ชาเขียว (ไม่ใส่น้ำตาล): ช่วยให้สดชื่น ไม่ง่วง แต่ไม่ใช่ตัวช่วยหลักในการเผาผลาญไขมัน
ปล. น้ำผลไม้ น้ำอัดลม พวกนี้ฉันลดลงเยอะมากแล้ว เพราะหมอบอกว่าน้ำตาลเยอะ อันตรายต่อสุขภาพ ตอนนี้ฉันหนัก 62 กก.แล้ว ดีใจมากที่น้ำหนักลง แต่ก็ต้องคุมอาหารด้วยนะ ไม่งั้นก็ลดยากอยู่ดี
ร่างกายจะดึงไขมันออกมาใช้ตอนไหน?
ไขมันสำรอง? ถูกเรียกใช้เมื่อพลังงานขาดแคลน
กิจกรรมต่อเนื่อง: เกิน 30 นาที เริ่มเบิร์นจริงจัง
ไม่ใช่สูตรสำเร็จ: แต่ละคนไม่เหมือนกัน
หัวใจหลัก: แคลอรี่เข้า
อย่าหลงกล: อาหารเสริมลดน้ำหนักส่วนใหญ่ แค่การตลาด
- ข้อเท็จจริง: มีน้อยชิ้นที่ได้ผลจริง
- สิ่งที่ควรทำ: ปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ
ข้อมูลเพิ่มเติม: ร่างกายฉลาดกว่าที่คิด มันเลือกใช้พลังงานตามความเหมาะสม ถ้าคุณกินแป้งเยอะ มันก็ใช้แป้งก่อน ไขมัน? เก็บไว้ก่อนสิ
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต