จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเราไม่กินน้ำตาล

98 ครั้งเข้าชม
หากเลิกกินน้ำตาล: ช่วงแรก: ร่างกายอาจโหยน้ำตาล รู้สึกเหนื่อยล้า เพราะระดับน้ำตาลในเลือดผันผวน ระยะยาว: ร่างกายจะปรับตัวดึงพลังงานจากไขมัน ทำให้มีพลังงานคงที่ตลอดวัน ผลลัพธ์: สมองปลอดโปร่ง สมาธิดีขึ้น ไม่รู้สึกอ่อนเพลียง่าย
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

ไม่กินน้ำตาลจะเกิดอะไรขึ้นกับร่างกาย?

เลิกกินน้ำตาลนะเหรอ? เรื่องนี้ฉันมีประสบการณ์ตรงเลยล่ะ เดือนตุลาคม ปีที่แล้ว ฉันตัดสินใจลดน้ำตาลลงอย่างจริงจัง เพราะรู้สึกอ่อนเพลียง่ายมาก แบบว่าแค่ขึ้นบันไดสองชั้นก็เหนื่อยแล้ว! ตอนแรกนะ โห… หนักหนาสาหัสมาก เหมือนขาดอะไรไป หัวมึนๆ อารมณ์แปรปรวน แบบว่าโมโหร้ายง่ายขึ้นเยอะเลย กินอะไรก็ไม่อร่อย

ใช้เวลาประมาณสองอาทิตย์ อาการพวกนั้นค่อยๆ หายไป เริ่มรู้สึกกระฉับกระเฉงขึ้น ไม่ง่วงซึมเหมือนก่อน ตอนเช้าตื่นมาสดชื่นขึ้น รู้สึกสมองทำงานได้ดีขึ้นด้วย จริง ๆ นะ คือตอนนั้นต้องทำงานส่งโปรเจค งานเยอะมาก แต่ฉันทำได้เร็วขึ้น ไม่มีอาการเพลียระหว่างทำงานแบบก่อนหน้านี้เลย

แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีผลข้างเคียงอะไรเลยนะ ผิวแห้งขึ้นนิดหน่อย ต้องทาครีมบำรุงเพิ่ม และที่สำคัญคือ ฉันต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินอย่างมาก ต้องหาของหวานแบบที่ใช้น้ำตาลน้อยๆ หรือไม่ก็หันไปกินผลไม้แทน เรื่องนี้ต้องใจเย็นๆ ปรับตัวไปเรื่อยๆ มันไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ผลลัพธ์คุ้มค่าจริงๆ

งดน้ำตาลกินอะไรแทนได้บ้าง

งดน้ำตาลกินอะไรแทนได้บ้าง?

โอ๊ย! เรื่องงดน้ำตาลนี่มัน...ทรมานจริงจริ๊ง! ตอนแรกที่หมอบอกให้ลดน้ำตาลนะ หน้ามืดเลย คิดว่าจะกินอะไรได้บ้างเนี่ย ปกติชีวิตขาดหวานไม่ได้ไง แต่เพื่อสุขภาพอ่ะเนอะ ต้องสู้!

  • ขนมกรุบกริบ: พวกอัลมอนด์นี่ช่วยชีวิตไว้เยอะเลย เคี้ยวเพลิน ๆ แก้ขัดได้ดี ขนมปลาเส้นก็โอเคนะ แต่ต้องดูดี ๆ บางยี่ห้อก็หวานเกินไป แครกเกอร์โฮลวีตนี่กินกับอะไรก็อร่อย
  • โยเกิร์ต: โยเกิร์ตรสธรรมชาติช่วยได้เยอะมาก แต่ต้องใจแข็งอย่าเติมอะไรหวาน ๆ ลงไปนะ ผสมผลไม้หน่อยก็ดี
  • ผลไม้: ไม่ต้องกลัวว่าจะกินไม่ได้เลย แค่เลือกหน่อย แก้วมังกรคือ the best! กินแล้วสดชื่นมาก เสาวรสก็เปรี้ยวจี๊ดจ๊าดสะใจ ฝรั่งก็กินได้เรื่อย ๆ บลูเบอร์รี่ก็อร่อย แอบแพงนิดนึง แต่คุ้มค่า แอปเปิ้ลเขียวนี่กินแล้วเฟรช!

Sugar Detox Challenge ใน 7 วัน:

เคยลองทำ Sugar Detox Challenge อยู่ช่วงนึง ประมาณต้นปีที่แล้ว (มกราคม 2566) ช่วงนั้นรู้สึกว่าตัวเองกินหวานเยอะเกินไปมาก แบบกินเค้กทุกวันเลยมั้ง เลยตัดสินใจลองดู เริ่มจากตัดน้ำตาลทราย น้ำอัดลม ขนมหวานทุกชนิดออกไปเลย

สัปดาห์แรกรู้สึกยังไง?

  • 2 วันแรกคือลงแดงชัดๆ! ปวดหัว หงุดหงิด อยากกินแต่ของหวาน
  • วันที่ 3 เริ่มดีขึ้นนิดหน่อย แต่ก็ยังอยากกินอยู่
  • วันที่ 4-7 เริ่มรู้สึกว่าร่างกายเบาขึ้น นอนหลับดีขึ้น สิวที่หน้าผากก็เริ่มยุบ

ทำอะไรบ้าง?

  • ดื่มน้ำเปล่าเยอะๆ: ช่วยลดความอยากน้ำหวานได้ดีมาก
  • กินผักใบเขียวเยอะๆ: ช่วยให้ระบบขับถ่ายดีขึ้น
  • ออกกำลังกาย: ช่วยให้ร่างกายสดชื่น
  • พักผ่อนให้เพียงพอ: สำคัญมาก!

ผลลัพธ์:

  • หลังจากทำครบ 7 วัน รู้สึกว่าร่างกายดีขึ้นมาก ผิวพรรณสดใสขึ้น น้ำหนักลดลงไปนิดหน่อย (ประมาณ 1 กิโลกรัม) ที่สำคัญคือ ความอยากน้ำหวานลดลงเยอะมาก!

ข้อแนะนำ:

  • ถ้าใครอยากลองทำ Sugar Detox Challenge แนะนำให้เริ่มจากค่อยๆ ลดปริมาณน้ำตาลก่อน แล้วค่อยๆ ตัดออกไปทีละอย่าง จะช่วยให้ร่างกายปรับตัวได้ดีขึ้น
  • อย่ากดดันตัวเองมากเกินไป ถ้าอยากกินของหวานจริงๆ ก็กินได้บ้าง แต่ต้องในปริมาณที่พอเหมาะ
  • ที่สำคัญที่สุดคือ ต้องมีวินัยและความตั้งใจจริง!

แหล่งข้อมูล:

  • corporate.lotuss.com › blog › health-wellness › sugar-detox-challenge (เอามาปรับใช้เฉยๆ นะ ไม่ได้เชื่อทั้งหมด)

ทำยังไงให้ไม่อยากน้ำตาล

ตัดขาดวงจรนรกน้ำตาล? ลองสิ:

  • หักดิบ: โหดหน่อย แต่จบไว ถ้าใจไม่แข็งพอก็ตัวใครตัวมัน
  • โปรตีนจ๋า: แดกเนื้อ แดกไข่เข้าไป อิ่มนาน ลืมหวานไปเลย
  • ไฟเบอร์มา: ผักผลไม้จัดเต็ม ระบบขับถ่ายดี ชีวิตก็ดี
  • น้ำเปล่า: กระหายเหรอ? แดกน้ำเปล่าเข้าไปสิ ไม่ต้องเยอะ แต่งเติม
  • งีบ: บางทีร่างกายแม่งแค่เหนื่อย พักผ่อนบ้าง
  • ออกกำลัง: เบิร์นแม่งให้หมด อย่าให้เหลือ
  • เปลี่ยน: ผลไม้แทนขนมหวาน ชีวิตง่ายขึ้นเยอะ
  • อย่าซื้อ: ไม่มีในบ้าน ก็จบๆ กันไป
  • หาไรทำ: เบื่อ? หาไรทำซะ อย่าให้ว่าง
  • นอน: นอนให้พอ ชีวิตจะดีขึ้นเยอะ

ข้อมูลเพิ่มเติม (เผื่ออยากรู้):

  • โครเมียม: แร่ธาตุที่ว่ากันว่าช่วยลดอยากน้ำตาลได้ หาแดกเอาเอง
  • L-Glutamine: กรดอะมิโนที่บางคนบอกว่าช่วยได้ แต่กูก็ไม่รู้เหมือนกัน
  • อบเชย: โรยในกาแฟแม่งเลย หอมดี ลดอยากได้ไหม? ลองดู
  • หญ้าหวาน: สารให้ความหวานแทนน้ำตาล แต่ก็อย่าแดกเยอะเกินไป
  • อินนูลิน: ใยอาหารที่ว่ากันว่าช่วยควบคุมน้ำตาล แต่กูก็ไม่เคยลอง
  • ความเครียด: ตัวดีเลย เครียดแล้วแดกหวาน ลองจัดการความเครียดดู
  • การอดนอน: นอนน้อยก็อยากหวานมากขึ้น นอนให้พอก็จบ
  • ยาบางชนิด: ยาบางตัวก็ทำให้อยากหวานมากขึ้น ปรึกษาหมอเอาเอง
  • สุขภาพลำไส้: แบคทีเรียในลำไส้มีผลต่อความอยากอาหาร ดูแลลำไส้ให้ดี
  • ความอยากน้ำตาล: ไม่ใช่แค่เรื่องของร่างกาย จิตใจก็มีส่วนสำคัญ ลองสังเกตตัวเองดู