จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเราไม่กินน้ำตาล
ไม่กินน้ำตาลจะเกิดอะไรขึ้นกับร่างกาย?
เลิกกินน้ำตาลนะเหรอ? เรื่องนี้ฉันมีประสบการณ์ตรงเลยล่ะ เดือนตุลาคม ปีที่แล้ว ฉันตัดสินใจลดน้ำตาลลงอย่างจริงจัง เพราะรู้สึกอ่อนเพลียง่ายมาก แบบว่าแค่ขึ้นบันไดสองชั้นก็เหนื่อยแล้ว! ตอนแรกนะ โห… หนักหนาสาหัสมาก เหมือนขาดอะไรไป หัวมึนๆ อารมณ์แปรปรวน แบบว่าโมโหร้ายง่ายขึ้นเยอะเลย กินอะไรก็ไม่อร่อย
ใช้เวลาประมาณสองอาทิตย์ อาการพวกนั้นค่อยๆ หายไป เริ่มรู้สึกกระฉับกระเฉงขึ้น ไม่ง่วงซึมเหมือนก่อน ตอนเช้าตื่นมาสดชื่นขึ้น รู้สึกสมองทำงานได้ดีขึ้นด้วย จริง ๆ นะ คือตอนนั้นต้องทำงานส่งโปรเจค งานเยอะมาก แต่ฉันทำได้เร็วขึ้น ไม่มีอาการเพลียระหว่างทำงานแบบก่อนหน้านี้เลย
แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีผลข้างเคียงอะไรเลยนะ ผิวแห้งขึ้นนิดหน่อย ต้องทาครีมบำรุงเพิ่ม และที่สำคัญคือ ฉันต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินอย่างมาก ต้องหาของหวานแบบที่ใช้น้ำตาลน้อยๆ หรือไม่ก็หันไปกินผลไม้แทน เรื่องนี้ต้องใจเย็นๆ ปรับตัวไปเรื่อยๆ มันไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ผลลัพธ์คุ้มค่าจริงๆ
งดน้ำตาลกินอะไรแทนได้บ้าง
งดน้ำตาลกินอะไรแทนได้บ้าง?
โอ๊ย! เรื่องงดน้ำตาลนี่มัน...ทรมานจริงจริ๊ง! ตอนแรกที่หมอบอกให้ลดน้ำตาลนะ หน้ามืดเลย คิดว่าจะกินอะไรได้บ้างเนี่ย ปกติชีวิตขาดหวานไม่ได้ไง แต่เพื่อสุขภาพอ่ะเนอะ ต้องสู้!
- ขนมกรุบกริบ: พวกอัลมอนด์นี่ช่วยชีวิตไว้เยอะเลย เคี้ยวเพลิน ๆ แก้ขัดได้ดี ขนมปลาเส้นก็โอเคนะ แต่ต้องดูดี ๆ บางยี่ห้อก็หวานเกินไป แครกเกอร์โฮลวีตนี่กินกับอะไรก็อร่อย
- โยเกิร์ต: โยเกิร์ตรสธรรมชาติช่วยได้เยอะมาก แต่ต้องใจแข็งอย่าเติมอะไรหวาน ๆ ลงไปนะ ผสมผลไม้หน่อยก็ดี
- ผลไม้: ไม่ต้องกลัวว่าจะกินไม่ได้เลย แค่เลือกหน่อย แก้วมังกรคือ the best! กินแล้วสดชื่นมาก เสาวรสก็เปรี้ยวจี๊ดจ๊าดสะใจ ฝรั่งก็กินได้เรื่อย ๆ บลูเบอร์รี่ก็อร่อย แอบแพงนิดนึง แต่คุ้มค่า แอปเปิ้ลเขียวนี่กินแล้วเฟรช!
Sugar Detox Challenge ใน 7 วัน:
เคยลองทำ Sugar Detox Challenge อยู่ช่วงนึง ประมาณต้นปีที่แล้ว (มกราคม 2566) ช่วงนั้นรู้สึกว่าตัวเองกินหวานเยอะเกินไปมาก แบบกินเค้กทุกวันเลยมั้ง เลยตัดสินใจลองดู เริ่มจากตัดน้ำตาลทราย น้ำอัดลม ขนมหวานทุกชนิดออกไปเลย
สัปดาห์แรกรู้สึกยังไง?
- 2 วันแรกคือลงแดงชัดๆ! ปวดหัว หงุดหงิด อยากกินแต่ของหวาน
- วันที่ 3 เริ่มดีขึ้นนิดหน่อย แต่ก็ยังอยากกินอยู่
- วันที่ 4-7 เริ่มรู้สึกว่าร่างกายเบาขึ้น นอนหลับดีขึ้น สิวที่หน้าผากก็เริ่มยุบ
ทำอะไรบ้าง?
- ดื่มน้ำเปล่าเยอะๆ: ช่วยลดความอยากน้ำหวานได้ดีมาก
- กินผักใบเขียวเยอะๆ: ช่วยให้ระบบขับถ่ายดีขึ้น
- ออกกำลังกาย: ช่วยให้ร่างกายสดชื่น
- พักผ่อนให้เพียงพอ: สำคัญมาก!
ผลลัพธ์:
- หลังจากทำครบ 7 วัน รู้สึกว่าร่างกายดีขึ้นมาก ผิวพรรณสดใสขึ้น น้ำหนักลดลงไปนิดหน่อย (ประมาณ 1 กิโลกรัม) ที่สำคัญคือ ความอยากน้ำหวานลดลงเยอะมาก!
ข้อแนะนำ:
- ถ้าใครอยากลองทำ Sugar Detox Challenge แนะนำให้เริ่มจากค่อยๆ ลดปริมาณน้ำตาลก่อน แล้วค่อยๆ ตัดออกไปทีละอย่าง จะช่วยให้ร่างกายปรับตัวได้ดีขึ้น
- อย่ากดดันตัวเองมากเกินไป ถ้าอยากกินของหวานจริงๆ ก็กินได้บ้าง แต่ต้องในปริมาณที่พอเหมาะ
- ที่สำคัญที่สุดคือ ต้องมีวินัยและความตั้งใจจริง!
แหล่งข้อมูล:
- corporate.lotuss.com › blog › health-wellness › sugar-detox-challenge (เอามาปรับใช้เฉยๆ นะ ไม่ได้เชื่อทั้งหมด)
ทำยังไงให้ไม่อยากน้ำตาล
ตัดขาดวงจรนรกน้ำตาล? ลองสิ:
- หักดิบ: โหดหน่อย แต่จบไว ถ้าใจไม่แข็งพอก็ตัวใครตัวมัน
- โปรตีนจ๋า: แดกเนื้อ แดกไข่เข้าไป อิ่มนาน ลืมหวานไปเลย
- ไฟเบอร์มา: ผักผลไม้จัดเต็ม ระบบขับถ่ายดี ชีวิตก็ดี
- น้ำเปล่า: กระหายเหรอ? แดกน้ำเปล่าเข้าไปสิ ไม่ต้องเยอะ แต่งเติม
- งีบ: บางทีร่างกายแม่งแค่เหนื่อย พักผ่อนบ้าง
- ออกกำลัง: เบิร์นแม่งให้หมด อย่าให้เหลือ
- เปลี่ยน: ผลไม้แทนขนมหวาน ชีวิตง่ายขึ้นเยอะ
- อย่าซื้อ: ไม่มีในบ้าน ก็จบๆ กันไป
- หาไรทำ: เบื่อ? หาไรทำซะ อย่าให้ว่าง
- นอน: นอนให้พอ ชีวิตจะดีขึ้นเยอะ
ข้อมูลเพิ่มเติม (เผื่ออยากรู้):
- โครเมียม: แร่ธาตุที่ว่ากันว่าช่วยลดอยากน้ำตาลได้ หาแดกเอาเอง
- L-Glutamine: กรดอะมิโนที่บางคนบอกว่าช่วยได้ แต่กูก็ไม่รู้เหมือนกัน
- อบเชย: โรยในกาแฟแม่งเลย หอมดี ลดอยากได้ไหม? ลองดู
- หญ้าหวาน: สารให้ความหวานแทนน้ำตาล แต่ก็อย่าแดกเยอะเกินไป
- อินนูลิน: ใยอาหารที่ว่ากันว่าช่วยควบคุมน้ำตาล แต่กูก็ไม่เคยลอง
- ความเครียด: ตัวดีเลย เครียดแล้วแดกหวาน ลองจัดการความเครียดดู
- การอดนอน: นอนน้อยก็อยากหวานมากขึ้น นอนให้พอก็จบ
- ยาบางชนิด: ยาบางตัวก็ทำให้อยากหวานมากขึ้น ปรึกษาหมอเอาเอง
- สุขภาพลำไส้: แบคทีเรียในลำไส้มีผลต่อความอยากอาหาร ดูแลลำไส้ให้ดี
- ความอยากน้ำตาล: ไม่ใช่แค่เรื่องของร่างกาย จิตใจก็มีส่วนสำคัญ ลองสังเกตตัวเองดู
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต