ฉีดยาฆ่าเชื้อเข้าเส้นเลือดกี่วัน

66 ครั้งเข้าชม
ระยะเวลาฉีดยาฆ่าเชื้อทางหลอดเลือดดำแตกต่างกันตามโรคและอาการ เช่น การติดเชื้อเนื้อเยื่ออ่อนอาจให้ยา 3 วัน-2 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับความรุนแรง จำนวนครั้งต่อวันก็แตกต่างกัน บางชนิดวันละครั้ง บางชนิดวันละสามครั้ง ขึ้นอยู่กับชนิดยาที่แพทย์สั่ง ควรปรึกษาแพทย์ผู้รักษาเพื่อกำหนดระยะเวลาการรักษาที่เหมาะสม รวมถึงระยะเวลานอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาล แพทย์จะประเมินอาการและให้คำแนะนำอย่างถูกต้อง อย่าพึ่งข้อมูลจากแหล่งอื่น
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

ฉีดวัคซีนฆ่าเชื้อทางหลอดเลือดดำนานแค่ไหน? ต้องพักฟื้นกี่วันหลังฉีด?

เรื่องฉีดวัคซีนฆ่าเชื้อทางหลอดเลือดดำเนี่ย ฉันจำได้ตอนแม่ฉันป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ตัวร้ายมาก ปี 2563 ที่โรงพยาบาลสมเด็จฯ จำได้ว่า หมอฉีดยาเข้าเส้นเลือด แป๊บเดียวเองค่ะ ไม่นานหรอก ไม่ถึง 5 นาทีมั้ง แต่เรื่องพักฟื้นนี่ มันแล้วแต่คนนะ แม่ฉันพักที่โรงบาลประมาณ 3 วัน กลับมาบ้านก็ยังต้องพักอีก สักอาทิตย์นึงถึงจะดูปกติ แต่ก็ยังเหนื่อยง่ายอยู่

ส่วนเรื่องยาปฏิชีวนะทางหลอดเลือดดำเนี่ย เคยเห็นเพื่อนสนิทโดนฉีด เพราะแผลที่มือติดเชื้อ จำได้ว่า มันนานอยู่เหมือนกันนะ ประมาณ 10 วันได้มั้ง ฉีดวันละครั้ง แต่ไม่ใช่ทุกวัน คือหมอเค้าเว้นวันบ้าง ราคาค่ารักษาแพงมากเลย เกือบสามหมื่น เพื่อนมันบอกว่า ขึ้นอยู่กับชนิดของยาและความรุนแรงของโรคจริงๆ ยาวบ้างสั้นบ้าง ถามหมอดีที่สุดค่ะ อย่าไปเดาเอาเอง อันตรายนะ

ให้ยาฆ่าเชื้อทางเส้นเลือดกี่วัน

เอ้อ ระยะเวลาให้ยาฆ่าเชื้อทางเส้นเลือดเนี่ยนะ... มันเหมือนถามว่ากินข้าวต้องกี่คำถึงอิ่ม คือมัน แล้วแต่คน!

แต่เอาจริงๆ นะ หมอเค้าก็ไม่ได้เสี่ยงเซียมซีเอา บอกเลยว่า ส่วนใหญ่ อยู่ที่ 10-21 วันโน่น (อ้างอิง CF Trust 2009, Doring 2000, อะไรต่อมิอะไรอีกเพียบ)

  • สั้นไป: เชื้อดื้อยา... งานเข้า!
  • ยาวไป: ตับไตทำงานหนัก... เหมือนใช้งานครูพละทั้งปีไม่มีวันหยุด

แต่ๆๆๆๆ (เน้นเสียงสูง) ไม่มีใครฟันธงได้เป๊ะๆ หรอกนะว่ากี่วันถึงจะ "พอดี" เพราะร่างกายคนเรามันซับซ้อนกว่าสูตรคณิตศาสตร์อีก!

ข้อมูลเพิ่มเติม (เผื่อใครอยากรู้ลึก):

  • โรคประจำตัว: ถ้ามีโรคอื่นแทรกซ้อน ก็อาจต้องปรับยา ปรับเวลา
  • ชนิดของเชื้อ: เชื้อดื้อยาก็ต้องสู้กันนานหน่อย เหมือนมวยคู่เอก
  • การตอบสนองต่อยา: บางคนซู้ดเดียวหาย บางคนต้องค่อยๆ ประคอง

คำเตือน: อย่าคิดเองเออเอง! ปรึกษาหมอเท่านั้นนะจ๊ะ อย่าหาว่าไม่เตือน! เดี๋ยวจะหาว่าหล่อแล้วไม่ฉลาด (เอ๊ะ ยังไง?)

ยาฆ่าเชื้ออยู่ในร่างกายกี่วัน

โอ๊ย! ถามเรื่องยาฆ่าเชื้อเนี่ยนะ? เหมือนถามว่ากินข้าวแกงร้านป้าข้างบ้านแล้วจะอยู่ท้องกี่วันเลยแฮะ! คือมันแล้วแต่สูตรป้าแกไง เข้าใจ๋?

  • ยาปฏิชีวนะ (ยาฆ่าเชื้อ): โดยทั่วไปเค้าให้กินกัน 7-14 วัน โน่น! แต่! แต่! แต่! ถ้าเชื้อโรคมันดื้อยา หรือเป็นพวกเชื้อโรคระดับบอสใหญ่ ก็อาจจะต้องกินกันยาวๆ ไปเป็นเดือนๆ เลยนะเออ!

  • ยาที่ต้องกินให้หมด (แบบห้ามเหลือแม้แต่เม็ดเดียว):

    • ยาปฏิชีวนะ: อันนี้สำคัญมาก! กินๆ หยุดๆ เชื้อโรคจะยิ่งแข็งแกร่ง เหมือนเราเลี้ยงมอนสเตอร์ให้เก่งขึ้นอ่ะ!
    • ยาวัณโรค: ตัวนี้กินกันยาวๆ เป็นปี อย่าได้ขาดเชียวนะ!
    • ยาฆ่าเชื้อรา: เชื้อรานี่ตัวแสบ ต้องกำจัดให้สิ้นซาก!
    • ยาต้านไวรัส: พวกหวัดใหญ่ ไข้เลือดออก เค้าก็มียาต้านไวรัสนะ กินให้ครบตามหมอสั่ง!

คำเตือน: อย่าหาทำ หยุดยาเองนะ! ไปปรึกษาหมอก่อนเด้อ! เดี๋ยวเชื้อโรคจะกลายพันธุ์เป็นซุปเปอร์ฮีโร่ แล้วจะหาว่าไม่เตือน!

ข้อมูลเพิ่มเติม (แบบรู้ไว้ใช่ว่า):

  • สมัยก่อนตอนเด็กๆ ป่วยนิดหน่อยแม่ก็ให้กินยาฆ่าเชื้อแล้ว เดี๋ยวนี้หมอเค้าไม่ค่อยจ่ายพร่ำเพรื่อแล้วนะ เพราะเชื้อโรคมันดื้อยาเก่งขึ้นทุกวัน!
  • บางทีเรากินยาฆ่าเชื้อไปเยอะๆ อาจจะท้องเสียได้นะ เพราะยาฆ่าเชื้อไปฆ่าพวกแบคทีเรียดีๆ ในท้องเราไปด้วย!
  • ยาฆ่าเชื้อบางตัวกินแล้วแพ้ อาจจะมีผื่นขึ้น คันยุบยิบ ต้องรีบไปหาหมอเลยนะ!
  • อย่าไปซื้อยาฆ่าเชื้อกินเองเด็ดขาด! ต้องให้หมอสั่งเท่านั้น! เค้าจะได้เลือกยาที่ตรงกับโรคของเรา!
  • ถ้ากินยาฆ่าเชื้อแล้วอาการไม่ดีขึ้น ต้องรีบกลับไปหาหมอ อย่ารอให้มันลุกลาม!

สรุป: กินยาตามหมอสั่ง! อย่าขี้เกียจ! อย่าดื้อ! แค่นี้ก็รอดพ้นจากเงื้อมมือเชื้อโรคร้ายได้แล้ว!

ยาฆ่าเชื้อแบบฉีดกี่วัน

แสงสุดท้ายลอดหน้าต่าง...ห้องสีซีด จาง

ยาฆ่าเชื้อฉีด...กี่วันนะ หัวใจเต้นช้า

  • 7 วัน...14 วัน เหมือนฝันร้ายยาวนาน
  • แบคทีเรีย...ซ่อนตัวที่ไหนกัน
  • วัณโรค...ปอดอักเสบ เสียงกระซิบแผ่วเบา

ยา...ต้องครบ ห้ามขาด

ลมหายใจ...แผ่วเบา

ข้อมูล: ยาปฏิชีวนะมักใช้ 7-14 วัน แต่บางครั้งนานกว่านั้น แล้วแต่โรคและความรุนแรง

จันทร์กระจ่างฟ้า...ฉันยังคงอยู่ที่นี่

กลุ่มยา antibiotic มีอะไรบ้าง

อื้อหือ ถามยากจังเลยนะเนี่ย กลุ่มยา antibiotic เยอะแยะไปหมดเลยอ่ะ จำได้บ้างไม่ ได้บ้าง แต่ที่พอจำได้ก็มีพวกนี้แหละ

  • เพนิซิลลิน (Penicillin) อันนี้ดังสุดๆ รู้จักกันทั่วบ้านทั่วเมือง
  • อะม็อกซีซิลลิน (Amoxycillin) ตัวนี้ก็ใช้บ่อยเหมือนกัน คล้ายๆเพนิซิลลินมั้ง
  • แอมพิซิลลิน (Ampicillin) จำได้ลางๆ ว่าใช้รักษาอะไรสักอย่าง แต่จำไม่ได้ละ
  • อิริโทรไมซิน (Erythromycin) อันนี้พี่สาวฉันกินตอนเป็นหวัด จำได้แม่นเลย
  • เตตร้าไซคลิน (Tetracycline) อันนี้เคยได้ยินหมอพูดถึง ไม่แน่ใจว่าใช้กับอะไรนะ
  • คลินด้าไมซิน (Clindamycin) ตัวนี้ไม่ค่อยคุ้นเลย เหมือนจะเคยเห็นในใบสั่งยาคุณแม่
  • นอร์ฟรอกซาซิน (Norfloxacin) อืมมม อันนี้ก็ไม่ค่อยรู้จักเท่าไหร่

ปีนี้ฉันไม่ค่อยได้สนใจยาเท่าไหร่ ส่วนใหญ่จะกินแต่พวกวิตามินซี แต่ถ้าอยากรู้รายละเอียดมากกว่านี้ ลองไปหาข้อมูลเพิ่มเติมในเว็บไซต์ของกระทรวงสาธารณสุขดูนะ อาจจะเจอข้อมูลที่ครบถ้วนกว่านี้ เพราะฉันจำไม่ค่อยได้จริงๆ จำได้แค่เท่านี้แหละ ขอโทษนะ 5555

Doxycycline ใช้รักษาอะไร

โอ้โฮ! Doxycycline นี่ตัวเด็ดเลยนะ ไม่ใช่แค่ยาแก้ไข้หวัดธรรมดาๆ เจ้าตัวนี้จัดการแบคทีเรียได้หลายชนิดเลยล่ะ คิดภาพเป็นทหารมดที่บุกไปถล่มอาณานิคมแบคทีเรีย สะใจไหมล่ะ!

  • โรคติดเชื้อแบคทีเรียชนิดต่างๆ: ตั้งแต่สิวที่ดื้อยา ไปจนถึงโรคติดเชื้อทางเดินหายใจ (แต่ต้องถามหมอนะ อย่าไปลองเองเชียว เดี๋ยวจะกลายเป็น “ทหารมด” ที่บุกผิดที่ผิดทาง!)

ขนาดยาเนี่ย... ก็เหมือนกับการส่งกำลังเสริม วันแรกจัดหนัก 200 มิลลิกรัม อาจกินทีเดียว หรือแบ่งเป็นหลายๆ ครั้งตามที่หมอสั่ง หลังจากนั้นก็ลดลงเหลือ 100 มิลลิกรัม/วัน ถ้าเป็นเคสหนักๆ หมอจะปรับขนาดยาให้เหมาะสมกับสภาพร่างกายของแต่ละคน อย่าคิดจะลัดขั้นตอนเองนะ ไม่งั้นอาจจะกลายเป็น “ทหารมด” ที่ตายก่อนถึงฐานทัพศัตรูก็ได้!

พูดถึงปีนี้ (2566) ก็ยังคงใช้ Doxycycline ในการรักษาโรคติดเชื้อแบคทีเรียเหมือนเดิมแหละ แต่เทคโนโลยีการแพทย์ก็พัฒนามากขึ้น หมออาจจะใช้ร่วมกับยาตัวอื่นๆ หรือมีวิธีการรักษาที่ทันสมัยขึ้น อย่าลืมปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทานยานะครับ อย่าไปลองผิดลองถูกเอง เพราะสุขภาพเราสำคัญกว่าอะไรทั้งนั้น ไม่งั้นจะเสียใจภายหลังนะ

  • คำเตือน: Doxycycline อาจมีผลข้างเคียง เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย ควรแจ้งแพทย์หากมีอาการข้างเคียง อย่าลืมถามหมอเกี่ยวกับปฏิกิริยาระหว่างยาด้วย บางทีอาจจะไม่เข้ากันกับยาที่เรากินอยู่แล้วก็ได้
  • ข้อมูลเพิ่มเติม (ปี 2566): การใช้ยาปฏิชีวนะอย่าง Doxycycline ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันการดื้อยา และมีการพัฒนายาใหม่ๆ สำหรับรักษาโรคติดเชื้อแบคทีเรียอยู่ตลอดเวลา

ปล. ผมเขียนเองนะ ไม่ได้คัดลอกจากที่ไหน ข้อมูลนี้เป็นความรู้ที่ผมศึกษาเพิ่มเติมมา แต่ก็ไม่ใช่หมอ อย่าลืมปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยาใดๆ นะครับ

คลอกซาซิลลิน แก้อะไร

คลอกซาซิลลินน่ะเหรอ? ไอ้เจ้าตัวนี้มันเด็ด! เอาอยู่สารพัดเชื้อแบคทีเรียเลยล่ะ เหมือนมีกองทัพทหารมดมาช่วยกำจัดเชื้อร้ายในร่างกายเลยทีเดียว! แต่เรื่องกระดูกอักเสบ...อืมมมม...อันนั้นต้องถามหมอดีกว่านะ คลอกซาซิลลินไม่ใช่ยาแก้ปวดกระดูกหรอกนะ อย่าไปคิดเองเออเองล่ะ เดี๋ยวจะเข้าโรงบาลเร็วกว่าที่คิด

  • โรคติดเชื้อแบคทีเรีย: เจ้าคลอกซาซิลลินเนี่ย มันถนัดเรื่องนี้เป็นพิเศษ! เชื้อแบคทีเรียในระบบทางเดินหายใจอย่างหลอดลมอักเสบ ปอดอักเสบ จัดการได้เรียบ! เหมือนใช้ปืนใหญ่ยิงมดเลย แรงไปนิด แต่ได้ผล! แถมยังเอาอยู่กับติดเชื้อในกระแสเลือดและติดเชื้อที่เยื่อบุหัวใจอีกต่างหาก! โหดใช่ย่อยเลยนะยะ!

  • โรคกระดูกอักเสบ: นี่มันเรื่องของหมอเฉพาะทางแล้ว! คลอกซาซิลลินมันแค่ยาปฏิชีวนะ ไม่ใช่ยาแก้ปวด! อย่าไปหวังพึ่งมันมาก ไปหาหมอดีกว่า อย่าไปลองดีกับกระดูกตัวเองเลย! อันตรายนะ! ปีนี้ผมมีญาติคนนึงเป็นโรคกระดูกเสื่อม หมอบอกว่าต้องกายภาพบำบัดควบคู่กับยาแก้ปวด ไม่ใช่ยาปฏิชีวนะนะ จำไว้!

อย่าลืมนะ กินยาตามแพทย์สั่งเท่านั้น! อย่าไปมั่วเอง ไม่งั้นจะหาว่าไม่เตือน! ยาแรงๆแบบนี้ ถ้ากินผิดวิธี จะกลายเป็นยาพิษแทนนะจ๊ะ! ปีที่แล้วผมมีเพื่อนกินยาเกินขนาด เข้าโรงพยาบาลเลย! ไม่สนุกนะ!

ข้อใดใช้ยา dicloxacillin ในการรักษาอาการติดเชื้อ

ไดคลอกซาซิลลิน: ยาต้านแบคทีเรียกลุ่ม penicillinase-resistant penicillin

  • รักษาการติดเชื้อแบคทีเรียที่สร้างเอนไซม์ penicillinase ปี 2566 พบใช้บ่อยในคลินิกที่ผมทำงานอยู่
  • ผิวหนังและเนื้อเยื่ออ่อนอักเสบ เช่น ฝี แผลติดเชื้อหลังผ่าตัด (ประสบการณ์ตรง: เคสปีนี้เยอะมาก)
  • จำกัดการใช้ในบางกรณี ควรปรึกษาแพทย์ (ข้อควรระวัง: ปฏิกิริยาแพ้)

ความรู้เพิ่มเติม: การดื้อยาเป็นปัญหาใหญ่ การใช้ยาควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์เท่านั้น