ดูยังไงว่าต้องกินโปรตีนเท่าไหร่

178 ครั้งเข้าชม
ปริมาณโปรตีนที่ร่างกายต้องการต่อวันการคำนวณโปรตีนที่เหมาะสมสำหรับแต่ละบุคคลสามารถทำได้ง่ายๆ ดังนี้ บุคคลทั่วไป: ใช้หลักการคำนวณที่ โปรตีน 1 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ตัวอย่างเช่น หากคุณมีน้ำหนัก 50 กิโลกรัม ควรได้รับโปรตีนประมาณ 50 กรัมต่อวัน ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง: สำหรับผู้ป่วยในระยะก่อนฟอกไต ควรจำกัดปริมาณโปรตีนให้น้อยลงที่ 0.6-0.8 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม เพื่อชะลอความเสื่อมของไต
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

ปริมาณโปรตีนที่เหมาะสมต่อวันสำหรับแต่ละบุคคล ควรกินเท่าไหร่ดี?

เมื่อก่อนนะ ฉันงงมากเลย ไอ้เรื่องโปรตีนที่ว่ากินเท่าไหร่ดีเนี่ย มีแต่คนบอกให้กินเยอะๆ ไว้ก่อน ตอนปี 2565 ช่วงนั้นฉันจริงจังกับการวิ่งที่สวนลุมมาก อยากสร้างกล้ามเนื้อเล็กน้อย ก็พยายามหาข้อมูล อ่านเจอจากเพจสุขภาพที่เพื่อนส่งมาว่าสำหรับคนทั่วๆ ไปเนี่ย เขาแนะนำให้ประมาณ 1 กรัม ต่อน้ำหนักตัวเรา 1 กิโลกรัม

ตอนนั้นฉันหนักอยู่ประมาณ 55 กิโลกรัม ก็ตีไปเลยว่าต้องได้โปรตีนราวๆ 55 กรัมต่อวัน มันก็เยอะนะ พอมองหาข้าวกล่องอกไก่ 7-Eleven ตอนเช้า บางทีก็มีแค่ 20-30 กรัมเอง ต้องกินสองกล่องรึเปล่า บางวันก็ซื้อไข่ต้มเพิ่มอีกสองฟอง มันเป็นความพยายามที่ตลกดี

แต่ก็นั่นแหละ เคยคุยกับเพื่อนสนิทคนนึง เขาเล่าให้ฟังว่าคุณลุงของเขาป่วยเป็นโรคไตเรื้อรัง หมอบอกว่าต้องระวังเรื่องโปรตีนมากๆ จะกินแบบคนทั่วไปไม่ได้เลย ต้องจำกัดให้เหลือแค่ 0.6 ถึง 0.8 กรัมต่อน้ำหนักตัวหนึ่งกิโลกรัมต่อวันเท่านั้น

ฟังแล้วฉันก็คิดนะ โห... น้อยกว่าของฉันเยอะเลย มันต่างกันขนาดนั้นเชียวเหรอ เขาบอกว่าถ้ากินมากไปไตจะทำงานหนัก เห็นคุณลุงกินอะไรก็ต้องคิดแล้วคิดอีก ฉันนี่สิ กินอะไรก็ยังตามใจปากอยู่เลย มันเป็นเรื่องที่ซับซ้อนกว่าที่คิดจริงๆ

กินโปรตีนยังไงให้ถึง 120 กรัม

อกไก่ต้ม 100 กรัมมีโปรตีน 31 กรัม ถ้าจะกินให้ได้ 120 กรัม ก็คือต้องกินเกือบ 4 ชิ้น... 400 กรัมต่อวันอะ แค่คิดก็จืดคอแล้ว

ตอนผมเริ่มเล่นเวทใหม่ๆ ที่ฟิตเนสแถวอโศก โค้ชก็ตั้งเป้าให้ 120 กรัมเหมือนกัน วันแรกๆ ผมก็บ้ายัดแต่อกไก่นี่แหละ เช้า กลางวัน เย็น โอ้โห... ไม่ไหวจริง ผ่านไปสามวันคือเบื่อจนอยากจะขว้างทิ้ง

มันแห้ง มันฝืดคออะ กินกับข้าวก็แล้ว คลุกซอสพริกศรีราชาก็แล้ว ความรู้สึกมันไม่ได้เลยจริง ๆ มันไม่ใช่การกินเพื่อมีความสุขแล้ว มันคือการกินตามหน้าที่ ทรมานมาก

เลยต้องเปลี่ยนแผนใหม่หมดเลย ชีวิตดีขึ้นเยอะ ผมกระจายโปรตีนไปตามมื้อ ไม่ได้อัดแค่จากไก่

มื้อเช้าผมจบที่ไข่ต้ม 4 ฟอง (เอาไข่แดงออก 2) กับกรีกโยเกิร์ต ได้โปรตีนมาตุนไว้ก่อนเลย 30-35 กรัม สบายๆ ไม่ต้องคิดมาก

มื้อกลางวันถึงกินอกไก่ แต่ไม่ใช่ 400 กรัมนะ กินแค่ชิ้นเดียว 100-150 กรัมพอ กินกับข้าวกล้อง ผักเยอะๆ แค่นี้ก็อิ่มแล้ว ได้โปรตีนอีก 30-40 กรัม

ทีเด็ดคือหลังเล่นเวทตอน 6 โมงเย็น ผมซัดเวย์โปรตีน 1 สกู๊ปทันที ได้มาอีก 25 กรัม ง่ายสุดๆ แล้ว แล้วมันดูดซึมไวด้วย

มื้อเย็นก็จัดปลาเลย ปลานิลย่าง ปลาซาบะย่างใน 7-Eleven นี่แหละ สะดวกดี โปรตีนสูง ไขมันดีด้วย ไม่ต้องมานั่งต้มไก่ให้เสียเวลา

รวมๆ แล้วมันก็ถึง 120 กรัมได้แบบไม่ทรมานตัวเอง การกินหลายๆ อย่างมันง่ายกว่าเยอะ อย่าไปยึดติดกับอกไก่อย่างเดียวเลย เชื่อผม

  • เวย์โปรตีน: 1 สกู๊ป โปรตีน 24-27 กรัม. อันนี้คือตัวช่วยชีวิตเลย
  • ไข่ไก่: เบอร์ 0 1 ฟอง โปรตีน 7 กรัม. กิน 4-5 ฟองนี่อิ่มเลย
  • กรีกโยเกิร์ต: 1 ถ้วย โปรตีน 15-20 กรัม. เลือกยี่ห้อที่น้ำตาลน้อยๆ
  • ทูน่ากระป๋องในน้ำแร่: 1 กระป๋อง โปรตีน 25-30 กรัม. สะดวกมากกก
  • ปลาซาบะย่าง (ในร้านสะดวกซื้อ): 1 แพ็ค โปรตีนประมาณ 20-25 กรัม
  • เต้าหู้แข็ง: 1 ก้อน (ประมาณ 200 กรัม) โปรตีน 16-20 กรัม. สำหรับวันอยากพักจากเนื้อสัตว์
  • นมวัว / นมถั่วเหลือง (สูตรโปรตีนสูง): 1 ขวดให้โปรตีน 25-30 กรัมเลย เดี๋ยวนี้มีเยอะมาก

ลดความอ้วนควรกินโปรตีนกี่กรัม

สำหรับการลดน้ำหนัก แนะนำให้บริโภคโปรตีนที่ 1.6-2.2 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน หรือคิดเป็น 20-30% ของปริมาณแคลอรีทั้งหมด

การกินโปรตีนให้ถึงเกณฑ์นี้มันมีเหตุผลที่น่าสนใจนะ ไม่ใช่แค่เรื่องกล้ามเนื้ออย่างเดียว หลักๆ เลยคือโปรตีนช่วยให้อิ่มนานกว่าคาร์โบไฮเดรตหรือไขมัน ทำให้เราลดโอกาสกินจุกจิก แถมยังช่วยคงมวลกล้ามเนื้อไว้ในช่วงที่เราลดน้ำหนักด้วย นี่สำคัญมาก เพราะกล้ามเนื้อนี่แหละคือเตาเผาพลังงานชั้นดีของร่างกาย

ไอ้ตัวเลข 1.6-2.2 กรัมต่อกิโลกรัมเนี่ย มันเป็นค่ากลางๆ ที่นักโภชนาการส่วนใหญ่แนะนำ แต่ก็นั่นแหละ ร่างกายคนเรามันซับซ้อนกว่าจะใช้สูตรสำเร็จตายตัว บางคนอาจจะรู้สึกดีกว่าที่ 1.8 บางคนอาจจะขยับไป 2.0 หรือมากกว่า ขึ้นอยู่กับกิจกรรมและเป้าหมายส่วนตัวจริงๆ ส่วนไอ้เรื่อง 20-30% ของแคลอรีทั้งหมด มันก็เป็นอีกมุมมองในการคำนวณนะ ทำให้เราเห็นภาพรวมของสัดส่วนสารอาหารในแต่ละวันชัดขึ้นว่าควรจัดสรรยังไงให้สมดุล นี่แหละเสน่ห์ของการวิเคราะห์ ที่ตัวเลขมันบอกอะไรเราได้มากกว่าแค่ตัวเลข แต่มันสะท้อนถึงวิถีชีวิต

อย่าลืมเรื่อง Thermal Effect of Food หรือ TEF ด้วยนะ คือร่างกายต้องใช้พลังงานในการย่อยและดูดซึมโปรตีนมากกว่าสารอาหารอื่นๆ อันนี้ก็เป็นอีกข้อดีเล็กๆ ที่ช่วยให้การลดน้ำหนักมีประสิทธิภาพขึ้นมาหน่อย พูดง่ายๆ คือกินโปรตีนแล้วร่างกายทำงานหนักขึ้นอีกนิด นี่ไม่ได้หมายความว่าต้องกินโปรตีนอย่างเดียวจนลืมสารอาหารอื่นนะ แค่ให้ความสำคัญกับมันมากขึ้นก็พอ

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการกินโปรตีนเพื่อลดน้ำหนักที่ผมว่าน่าสนใจนะ ลองดูนี่

  • แหล่งโปรตีนคุณภาพสูง: เลือกจากเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน เช่น อกไก่ ปลา ไข่ เต้าหู้ ถั่วต่างๆ ผลิตภัณฑ์นมพร่องมันเนย หรือเวย์โปรตีนสำหรับคนที่ต้องการความสะดวกและรวดเร็ว การเลือกแหล่งโปรตีนที่หลากหลาย ช่วยให้ร่างกายได้รับกรดอะมิโนจำเป็นครบถ้วน
  • กระจายการบริโภค: พยายามแบ่งโปรตีนที่ต้องกินตลอดวัน ให้มีอยู่ในทุกมื้อหลัก เช่น มื้อเช้า กลางวัน เย็น เพื่อให้ร่างกายได้รับโปรตีนอย่างต่อเนื่อง และช่วยคงความอิ่มได้ดีกว่าการกินเยอะๆ ในมื้อเดียว
  • เป้าหมายและกิจกรรม: หากคุณออกกำลังกายแบบมีแรงต้าน (Weight Training) หนักๆ ปริมาณโปรตีนอาจจะค่อนไปทางสูงของช่วงที่แนะนำ หรืออาจจะสูงกว่านั้นเล็กน้อย เพื่อช่วยในการซ่อมแซมและเสริมสร้างกล้ามเนื้อ
  • ความสำคัญของน้ำ: การกินโปรตีนสูงอาจต้องดื่มน้ำให้เพียงพอ เพื่อช่วยให้ไตทำงานได้ดีขึ้น
  • ฟังร่างกายตัวเอง: สุดท้ายแล้ว ตัวเลขเป็นแค่แนวทาง สิ่งสำคัญคือการสังเกตว่าร่างกายเรารู้สึกยังไง กินเท่าไหร่แล้วอิ่ม สบายท้อง และมีพลังงานพอในการทำกิจกรรม นี่คือสิ่งที่เราต้องเรียนรู้และปรับให้เข้ากับตัวเองมากที่สุด

1 มื้อควรได้รับโปรตีนกี่กรัม

เลิกนับเป็นมื้อ. นับเป็นวัน.

ตัวเลขที่มึงต้องรู้ มันขึ้นอยู่กับว่าตอนนี้มึงเป็นใคร

  • คนปกติ ใช้ชีวิตไปวันๆ ไม่ได้บ้าพลัง: 0.8-1.0 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 โล.
  • ช่วงไดเอท อยากลีน อยากให้เห็นกล้ามเนื้อ: 1.2-1.5 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 โล. อย่าให้ขาด.
  • เคสผ่าตัดลดอ้วน: 1.5-2.0 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 โล. อันนี้เรื่องใหญ่ ต้องเป๊ะ.
  • น้ำหนักตัวที่เอามาคิด คือ น้ำหนักที่ควรจะเป็น ไม่ใช่น้ำหนักตอนพุงปลิ้น. ไปหาเลขนั้นมาซะ.
  • อยากจะซอยย่อยเป็นมื้อ? ก็เอาเลขรวมของวันมาหาร 3 หรือ 4 ไป. ไม่ต้องคิดเยอะ.
  • โปรตีนจากสัตว์มันดูดซึมดีกว่า ครบกว่า. จบ.
  • กินเกินนิดหน่อยไตไม่พังหรอก ถ้ามึงไม่ได้ป่วยเป็นโรคไตอยู่แล้ว. เลิกกลัว.