ตรวจภาวะมีบุตรยาก ตรวจอะไรบ้าง

62 ครั้งเข้าชม
ข้อสังเกตอาการมีลูกยากในผู้หญิง: นอกจากอาการประจำเดือนผิดปกติและตกขาวผิดปกติแล้ว ยังมีอาการอื่นๆ ที่บ่งบอกถึงภาวะมีบุตรยากในผู้หญิง เช่น เจ็บปวดขณะมีเพศสัมพันธ์ ปวดรังไข่หรือท้องน้อย ปวดประจำเดือนรุนแรง มีปัญหาเกี่ยวกับมดลูก หรือมีประวัติการผ่าตัดอวัยวะสืบพันธุ์
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

เดินหน้าตรวจ! ไขข้อข้องใจ "ตรวจภาวะมีบุตรยาก ตรวจอะไรบ้าง" สำหรับผู้หญิง

เมื่อความฝันมี "โซ่ทองคล้องใจ" ยังไม่เป็นจริง หลายคู่รักอาจเริ่มกังวลถึง "ภาวะมีบุตรยาก" บทความนี้พาไปเจาะลึกการตรวจหาสาเหตุในผู้หญิง พร้อมบอกใบ้สัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม!

สัญญาณเตือนจากร่างกาย บอกใบ้ "ภาวะมีบุตรยาก"

บทความนี้ขอเจาะลึกเพิ่มเติมจากอาการเบื้องต้น นอกจากประจำเดือนมาไม่ปกติ ตกขาวผิดปกติ ยังมีอาการน่าสงสัยอื่นๆ ที่อาจบ่งบอกถึงภาวะมีบุตรยากในผู้หญิง เช่น

  • เจ็บปวดขณะมีเพศสัมพันธ์: อาจบ่งบอกถึงปัญหาภายใน เช่น เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ พังผืดในอุ้งเชิงกราน หรือช่องคลอดอักเสบ
  • ปวดรังไข่หรือท้องน้อย: อาจเกิดจากภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ หรือมีเนื้องอกในมดลูก
  • ปวดประจำเดือนรุนแรง: อาจเป็นสัญญาณของภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ หรือเนื้องอกมดลูก
  • มีปัญหาเกี่ยวกับมดลูก: เช่น มดลูกผิดรูป มดลูกมีพังผืด เป็นต้น
  • มีประวัติการผ่าตัดอวัยวะสืบพันธุ์: การผ่าตัดที่ผ่านมาอาจส่งผลต่อระบบสืบพันธุ์ได้

"ตรวจภาวะมีบุตรยาก ตรวจอะไรบ้าง" ไขทุกข้อสงสัย

การตรวจภาวะมีบุตรยากในผู้หญิง มีหลากหลายวิธี ซึ่งแพทย์จะพิจารณาจากประวัติสุขภาพ อาการ และผลตรวจร่างกายเบื้องต้น โดยทั่วไปการตรวจมีดังนี้

1. ซักประวัติและตรวจร่างกาย: แพทย์จะซักประวัติเกี่ยวกับรอบเดือน การมีเพศสัมพันธ์ ประวัติการเจ็บป่วย รวมถึงตรวจร่างกาย ตรวจภายใน และตรวจเช็คมะเร็งปากมดลูก

2. ตรวจเลือด: เพื่อประเมินระดับฮอร์โมน เช่น

  • FSH, LH: ฮอร์โมนกระตุ้นรังไข่ บ่งบอกถึงการทำงานของรังไข่
  • Estrogen, Progesterone: ฮอร์โมนเพศหญิง บ่งบอกถึงการทำงานของรังไข่และการเตรียมตัวสำหรับการตั้งครรภ์
  • Prolactin: ฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับการผลิตน้ำนม หากมีระดับสูงผิดปกติ อาจรบกวนการตกไข่
  • Thyroid Hormone: ฮอร์โมนไทรอยด์ หากมีภาวะไทรอยด์ผิดปกติ อาจส่งผลต่อระบบฮอร์โมนและการตกไข่

3. ตรวจปัสสาวะ: เพื่อตรวจหาการติดเชื้อ หรือภาวะอื่นๆ ที่อาจส่งผลต่อการตั้งครรภ์

4. อัลตร้าซาวด์:

  • อัลตร้าซาวด์ช่องท้อง: เพื่อตรวจดูขนาดและรูปร่างของมดลูก รังไข่ ตรวจหาภาวะถุงน้ำรังไข่ เนื้องอกมดลูก หรือความผิดปกติอื่นๆ
  • อัลตร้าซาวด์ช่องคลอด: ให้ภาพที่ชัดเจนขึ้นของมดลูกและรังไข่

5. ตรวจท่อนำไข่: เพื่อตรวจหาการอุดตันของท่อนำไข่ ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงไข่ วิธีที่นิยม ได้แก่

  • Hysterosalpingography (HSG) : ฉีดสารทึบรังสีเข้าไปในมดลูกและท่อนำไข่ แล้วถ่ายภาพรังสี
  • Sonohysterography: ฉีดน้ำเกลือเข้าไปในมดลูก แล้วทำอัลตร้าซาวด์ เพื่อดูภาพภายในมดลูกได้ชัดเจนขึ้น

6. การส่องกล้องช่องท้อง (Laparoscopy): เป็นการผ่าตัดเล็ก โดยสอดกล้องเข้าไปในช่องท้อง เพื่อตรวจดูอวัยวะภายในอุ้งเชิงกรานอย่างละเอียด

7. การขูดมดลูกเพื่อตรวจ (Endometrial Biopsy): แพทย์จะเก็บตัวอย่างเยื่อบุโพรงมดลูก เพื่อนำไปตรวจหาความผิดปกติ

การตรวจหาสาเหตุภาวะมีบุตรยากเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาภาวะมีบุตรยาก (Reproductive Endocrinologist) เพื่อรับคำแนะนำ วินิจฉัย และวางแผนการรักษาที่เหมาะสม ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการมีบุตรให้ประสบความสำเร็จได้