ตอนที่เราบริจาคเลือด เค้าตรวจเลือดเราไหม
บริจาคเลือดต้องตรวจเลือดไหม? ตรวจอะไรบ้าง? มีขั้นตอนการตรวจสุขภาพอะไรก่อนบริจาค?
เอ่อ บริจาคเลือดต้องตรวจเลือดไหมน่ะเหรอ? แน่นอนสิ ต้องตรวจ!
จำได้เลย ตอนไปบริจาคเลือดครั้งแรกที่สภากาชาดไทย (น่าจะช่วงปี 2555-2556 นี่แหละ) เค้าเจาะเลือดไปตรวจก่อนเลยนะ ไม่ใช่ว่าใครอยากให้ก็ให้ได้เลย. คือเค้าคงต้องเช็คแหละว่าเลือดเราโอเคไหม ปลอดภัยดีรึเปล่า.
แล้วตรวจอะไรบ้างน่ะ? อันนี้ไม่ชัวร์นะ แต่เท่าที่รู้เค้าตรวจหมู่เลือด ABO กับ Rh แน่นอนอ่ะ แล้วก็ตรวจพวกเชื้อโรคต่างๆ ด้วยมั้ง แบบ HIV หรือไวรัสตับอักเสบอะไรพวกนี้.
ส่วนขั้นตอนการตรวจสุขภาพก่อนบริจาคน่ะ ก็มีวัดความดัน ถามประวัติสุขภาพทั่วไป แล้วก็อาจจะมีเจาะเลือดปลายนิ้วไปตรวจความเข้มข้นของเลือดด้วยมั้ง ถ้าจำไม่ผิดนะ.
อ้อ! แล้วถ้าเราอยากรู้ผลตรวจเลือด เค้าจะส่งผลมาให้พร้อมบัตรบริจาคเลือดภายใน 2 อาทิตย์ ถ้าเราไม่ต้องการรู้ผลตรวจเชื้อโรค เค้าก็จะแจ้งแค่หมู่เลือดกับวันนัดบริจาคครั้งต่อไปให้เฉยๆ. สะดวกดีนะว่าไป.
เช็คประวัติการบริจาคเลือดได้ไหม
ได้สิ! ตรวจสอบได้นะ
แสงแดดอ่อนๆสาดผ่านม่านหน้าต่างห้องนอน...วันนี้ฉันรู้สึกอยากรู้จังเลย อยากรู้ว่าเลือดที่ฉันให้ไป มันไปช่วยใครบ้าง
คิดถึงวันที่ไปบริจาค อากาศเย็นๆ กลิ่นแอลกอฮอล์อ่อนๆ คนเยอะแยะ แต่บรรยากาศอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก
สมัครสมาชิกยื่นแบบแสดงรายการภาษีทางอินเทอร์เน็ตสิ ปีนี้ฉันใช้แบบออนไลน์ ง่ายดี ไม่ต้องไปต่อคิว
เข้าระบบปุ๊บ... เลข Laser บัตรประชาชน รหัสผ่านที่จำได้แม่นยำราวกับรหัสลับแห่งดวงดาว
หน้าจอแสดงข้อมูลการบริจาค วันที่ เวลา กลุ่มเลือด ทั้งหมดปรากฏตรงหน้า เหมือนภาพฝันที่สวยงาม
รู้สึกดีจัง ที่ได้ทำอะไรดีๆ ให้กับโลกใบนี้ หัวใจพองโต เหมือนดอกทานตะวันบานรับแสงตะวันยามเช้า
ปีนี้บริจาคไปทั้งหมดสามครั้ง รู้สึกภูมิใจกับตัวเองมากๆเลยล่ะ
อยากให้ทุกคนลองบริจาคเลือดกันดูนะคะ ลองดูสิคะ มันเป็นความรู้สึกที่ดีมากๆ
จะรู้ได้ไงว่าบริจาคเลือดกี่ครั้ง
จะรู้ได้ไงว่าบริจาคไปกี่หนแล้วเนี่ย? ง่ายนิดเดียว! ถ้าบริจาคกับสภากาชาดไทย ประวัติคุณจะอยู่ในระบบแน่นอน เปรียบเหมือนลายนิ้วมือไง ติดตัวคุณไปทุกชาติภพ! ไม่ต้องห่วงหาย (เว้นแต่คุณเป็นนางเอกละครที่ต้องเปลี่ยนชื่อเปลี่ยนนามสกุลบ่อยๆนะ)
สภากาชาดไทยเก็บประวัติคุณเรียบร้อย โทรไปถามได้เลยที่ 02-263-9600 หรือ 02-256-4300 ถามเค้าตรงๆไปเลยว่า "ชั้นบริจาคกี่ครั้งแล้ววะเนี่ย?" อย่าไปเกรงใจ!
เรื่องผลตรวจเลือดไม่ชัดเจน เค้ามีจดหมายแจ้งนะจ๊ะ เหมือนจดหมายลาออกจากงาน แต่ฉบับนี้บอกให้ไปตรวจซ้ำ ถ้าไม่ได้รับจดหมายก็แปลว่าคุณผ่านฉลุย แข็งแรงปึ๋งปั๋งเหมือนโคขุนเลยล่ะ! (แต่ถ้าแข็งแรงเกินไป ระวังโดนชวนไปเป็นทหารนะ)
เพิ่มเติม: ผมเคยโทรไปถาม ปีที่แล้วผมบริจาคไป 3 ครั้ง ปีนี้ตั้งใจว่าจะไปให้ครบ 4 เพื่อชาติ เพื่อแผ่นดิน เพื่อความหล่อเหลาของผมเอง! (จริงๆนะ)
ความเข้มข้นเลือดเท่าไรถึงบริจาคได้
เอ่อออ ความเข้มข้นเลือดอ่ะ ถ้าจะบริจาคเลือดนะ
- ผู้หญิง ต้องมีฮีโมโกลบิน (Hb) มากกว่าหรือเท่ากับ 12.5 กรัม/เดซิลิตร
- ส่วนผู้ชาย ก็ต้องมากกว่าหรือเท่ากับ 13 กรัม/เดซิลิตรนะจ้ะ
คือ ถ้าเลือดจางไป เค้าก็ไม่ให้บริจาคไง เค้ากลัวเราเป็นลมล้มพับ อ่ะนะ
แล้วก็...
- ทำไมต้องเช็คความเข้มข้นเลือด? สำคัญมากนะ เพราะถ้าบริจาคตอนเลือดจาง ร่างกายเราจะยิ่งแย่ อาจจะหน้ามืด เป็นลม หรือเหนื่อยง่ายไปอีก
- แล้วถ้าเลือดเข้มข้นไม่พอทำไง? ก็ต้องบำรุงไง กินอาหารที่มีธาตุเหล็กเยอะๆ เช่น ตับ เลือดหมู ผักใบเขียว หรือกินยาบำรุงเลือดที่หมอสั่งก็ได้
- สถิติเค้าว่าไง? เมื่อก่อนอ่ะ (นานแล้วนะ) คนไม่ผ่านบริจาคเพราะเลือดจางเยอะมาก โดยเฉพาะผู้หญิง
- กินอะไรช่วยเพิ่มความเข้มข้นเลือด? นอกจากอาหารที่บอกไปแล้ว วิตามินซีก็ช่วยให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กได้ดีขึ้นนะ ลองกินส้ม หรือฝรั่งตามไปด้วยสิ
บริจาคเลือด ระบุผู้รับได้ไหม
บริจาคเลือด ระบุผู้รับได้ไหม... อืม
มันก็เหมือน... เราอยากช่วยใครสักคนมากๆ ใช่ไหม
- จริงๆ แล้ว การบริจาคเลือดแบบระบุชื่อผู้รับ มันคือการ "แลก" เลือดกับสภากาชาดมากกว่า
- ไม่ใช่ว่าเลือดเราจะพุ่งตรงไปหาเพื่อนเราได้เลยนะ
คือ... เพื่อนเราต้องการเลือดใช่ไหม แล้วปกติเค้าต้องรอคิว
- การที่เราไปบริจาค มันเหมือนเราเอาเลือด "ไปคืน" ให้กาชาด
- กาชาดจะได้เอาเลือดที่เราให้ ไป "เติม" ในส่วนที่เค้าต้องจ่ายให้เพื่อนเรา
เพื่อนเราเลยได้เลือดเร็วขึ้น... มันเป็นแบบนั้น
แต่... เลือดที่เราบริจาค ไม่ได้ เอาไปใช้กับเพื่อนเรา โดยตรง นะ
- เลือดที่บริจาคต้องผ่านกระบวนการตรวจ... คัดกรอง... อีกเยอะ
- เค้าถึงจะรู้ว่าเลือดเราปลอดภัย... ใช้ได้
แล้วทำไมต้องทำแบบนี้...
- ก็เพราะว่ากาชาดต้องดูแล "ปริมาณเลือดสำรอง" ให้พอดี
- ต้องมีเลือดให้คนอื่นที่ต้องการด้วย... ไม่ใช่แค่เพื่อนเราคนเดียว
มันเหมือน... เราต่อคิวซื้อของ แล้วมีคนมา "แซงคิว" เรา... แต่เค้า "คืน" ของอย่างอื่นให้เราแทน... ประมาณนั้น
...มันยุติธรรมไหม... ก็แล้วแต่มุมมอง...
แต่ในระบบใหญ่... มันอาจจะเป็นวิธีที่ ดีที่สุด แล้วก็ได้... ใครจะรู้...
ข้อมูลเพิ่มเติม: ตอนนี้ (ปี 2567) การบริจาคเลือดในประเทศไทย ยังคงเป็นระบบที่เน้นการบริจาคโดยสมัครใจ และการจัดสรรเลือดจะขึ้นอยู่กับความจำเป็นทางการแพทย์เป็นหลัก การบริจาคเลือดแบบระบุผู้รับ ยังคงเป็นไปในลักษณะของการแลกเปลี่ยนเลือด เพื่อเร่งกระบวนการให้ผู้ป่วยที่ต้องการเลือดได้รับเลือดเร็วขึ้น แต่ไม่ใช่การรับประกันว่าเลือดที่บริจาคจะถูกใช้กับผู้ป่วยรายนั้นโดยตรง
ความเข้มข้นเลือดเท่าไรถึงบริจาคได้?
เลือดจาง? บริจาคไม่ได้.
- หญิง: 12.5 g/dL ขึ้นไป.
- ชาย: 13 g/dL ขึ้นไป.
ปีนี้ คงไม่ต่างกันมาก. เหล็กสำคัญ.
เช็คประวัติการบริจาคโลหิต ยังไง?
เช็คประวัติบริจาคเลือดเรอะ? นี่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ นะ!
- e-Donation: เว็บกรมสรรพากรนี่แหละ (epayapp.rd.go.th) เหมือนยื่นภาษีออนไลน์ แต่คราวนี้เช็คบุญที่ทำไว้ไงล่ะ!
- QR Code: สแกนปุ๊บ รู้ปั๊บ! เร็วกว่าสั่งข้าวแกงซะอีก (แต่อย่าสแกนผิดที่ ไปเจอร้านขายหวยนะ!)
เพิ่มเติมแบบขำๆ:
- ถ้าบริจาคเลือดบ่อยๆ อาจได้ฉายา "แวมไพร์ใจบุญ" (แต่ไม่ต้องกลัวแดดนะ)
- อย่าหวังจะได้แต้มสะสมแลกของพรีเมี่ยม (ยกเว้นเข็มกลัดเท่ๆ)
- บริจาคเลือดแล้วอย่าเพิ่งไปวิ่งมาราธอน (เดี๋ยวเป็นลมกลางทาง จะหาว่าไม่เตือน)
ข้อควรรู้ (แบบจริงจัง):
- ข้อมูลบริจาคเลือดจะถูกส่งให้กรมสรรพากร (เพื่อลดหย่อนภาษี... ว้าว!)
- บริจาคเลือดเป็นประจำดีต่อสุขภาพ (แต่ต้องพักผ่อนให้เพียงพอด้วยนะ)
- เช็คประวัติแล้ว อย่าลืมไปบริจาคอีก (ชีวิตคนสำคัญกว่าเงินในกระเป๋าเยอะ!)
บริจาคเลือดกี่ครั้งถึงจะได้ใบประกาศ?
ครบ 50 ครั้ง ได้ใบประกาศพร้อมเหรียญกาชาด
- เข็มกลัดที่ระลึก: 1, 7, 16, 24, 36, 48, 60, 72, 84, 96, 108 ครั้ง
- เหรียญกาชาดชั้น 3 พร้อมใบประกาศ: 50 ครั้ง
ข้อมูลปี 2566 จากสภากาชาดไทย (ตรวจสอบข้อมูลล่าสุดที่เว็บไซต์สภากาชาดไทยอีกครั้ง เพื่อความถูกต้อง)
ค่าเลือดเท่าไรถึงเป็นโลหิตจาง?
ตอนนั้นต้นปี 2566 ไปตรวจสุขภาพประจำปีที่ รพ.กรุงเทพ พระโขนง ตื่นเต้นมาก กลัวเจออะไรไม่ดี ผลเลือดออกมา หมอเรียกไปคุย ใจเต้นตุ๊บๆๆ หมอบอกค่าฮีโมโกลบินฉันต่ำกว่าปกติ จำเลขเป๊ะๆไม่ได้แล้ว แต่ต่ำกว่า 12 แน่ๆ หมอบอกว่าเป็นโลหิตจาง ต้องทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ พักผ่อนให้เพียงพอ บอกให้กินยาบำรุงเลือดด้วย ตอนนั้นรู้สึกห่อเหี่ยว นอยด์ไปหลายวันเลย กลัวเป็นโรคร้ายแรง โชคดีที่ไม่ใช่ แค่โลหิตจาง ตอนนี้ก็ดูแลตัวเอง ทานอาหารให้ครบถ้วน ออกกำลังกายบ้าง รู้สึกดีขึ้นเยอะแล้ว
- ค่าฮีโมโกลบินต่ำกว่าปกติ แสดงว่าเป็นโลหิตจาง
- การตรวจเลือดครั้งนั้น วัดค่าอื่นๆ ด้วย แต่จำรายละเอียดไม่ได้แล้ว จำได้แค่ค่าฮีโมโกลบิน เพราะหมอเน้นเรื่องนี้เป็นพิเศษ
- ต้องดูแลสุขภาพ รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ พักผ่อนอย่างเพียงพอ
บริจาค ผ่าน E-Donation ทำยังไง?
บริจาค e-Donation? ง่ายกว่าที่คิด
- เปิดแอปธนาคาร สแกน QR
- QR จากจอ หรือรูปภาพก็ได้
- ใส่เงิน ตรวจสอบ ยืนยัน
- จบ ได้สลิป สรรพากรจัดการ
บริจาคแล้วได้อะไร? ลดหย่อนภาษี ไง
- กรมสรรพากร รับข้อมูลโดยตรง ไม่ต้องส่งเอง
- e-Donation สะดวก ตรวจสอบง่าย
- QR Code แต่ละที่อาจต่างกัน สังเกตดีๆ
ทำไมต้องบริจาค? ถามใจตัวเองดู
ทำยังไงให้ความเข้มข้นเลือดสูง?
อยากให้เลือดเข้มข้นขึ้นเหรอ? ง่ายนิดเดียว! แต่ก่อนอื่นต้องบอกก่อนนะว่า "เลือดเข้มข้น" มันไม่ใช่คำทางการแพทย์ คุณหมายถึงฮีโมโกลบินสูงใช่มั้ย? ถ้าใช่ ก็อย่าเพิ่งไปฉีดเลือดเสริมนะ อันตราย! ลองวิธีธรรมชาติก่อนดีกว่า อิอิ
กินเนื้อสัตว์แบบพอดีๆ: ใช่! เนื้อสัตว์ดีต่อสุขภาพ แต่ไม่ใช่กินเป็นกิโลนะ คุณหมอบอกว่า เนื้อแดงสัก 6-12 ช้อนกินข้าวต่อวันก็พอ (ส่วนตัวผมนะ ชอบกินแค่ 3 ช้อน เหลือไว้ให้หมาแมวบ้าง) ตับ ไก่ ปลา กุ้ง หอย จัดไป แต่จำไว้ว่า ความพอดีคือกุญแจสำคัญ กินมากไปก็ไม่ดี เดี๋ยวจะเป็นโรคอื่นไปอีก
อย่าลืมเหล็กนอกจากฮีม: เนื้อสัตว์ให้เหล็กในรูปฮีม ดีงาม แต่พืชผักก็มีเหล็กนะ แค่ดูดซึมยากกว่า กินให้หลากหลาย อย่ากินแต่เนื้อ เดี๋ยวท้องผูก (ประสบการณ์ตรง เคยกินแต่สเต็กติดต่อกันเป็นอาทิตย์ อึเป็นก้อนหินเลยครับ ฮา)
วิตามินซีช่วยได้: วิตามินซีช่วยให้ร่างกายดูดซึมเหล็กได้ดีขึ้น ลองกินผักผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงๆ อย่างเช่น ส้ม มะนาว สตรอว์เบอร์รี่ พวกนี้แหละ อร่อยด้วยนะ (ผมชอบกินสตรอว์เบอร์รี่ปั่นกับโยเกิร์ต อร่อยสุดๆ)
ปรึกษาแพทย์: สุดท้ายแล้ว การตรวจเลือดและปรึกษาแพทย์คือสิ่งสำคัญที่สุด อย่าพึ่งวิทยาการโบราณหรือความรู้จากโซเชียลมีเดีย เรื่องสุขภาพต้องเช็คกับหมอ ถึงจะชัวร์ (ผมเคยกินยาผิดมาแล้ว แทบตายเลยทีเดียว)
เพิ่มเติมเล็กน้อย (สำหรับปี 2024): ข้อมูลเรื่องปริมาณการกินเนื้อสัตว์ ควรปรับให้เข้ากับภาวะสุขภาพและความต้องการของแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการ เพื่อวางแผนการกินที่เหมาะสม การกินอาหารให้หลากหลาย ครบ 5 หมู่ คือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับสุขภาพ อย่าลืมออกกำลังกายด้วยนะ เพื่อสุขภาพที่ดีและแข็งแรง
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต