ต้องมีอาการแบบไหนถึงจะได้นอนโรงพยาบาล
อาการแบบไหนที่บ่งบอกว่าต้องไปโรงพยาบาลด่วน? อาการหนักแค่ไหนถึงควรเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล?
คือแบบนี้ ฉันจำได้ตอนป่วยหนักเมื่อ 14 กุมภาพันธ์ ปีที่แล้ว ไข้สูงมาก เกือบ 40 องศา หนาวสั่นไปทั้งตัว แล้วก็หายใจไม่ค่อยออก คือแบบ.. หายใจแล้วมันเหนื่อยอ่ะ เพื่อนเลยบังคับให้ไปโรงพยาบาลสมิติเวช เสียค่าตรวจไปสองพันกว่าบาท แพงมากกก! หมอบอกว่าถ้ามาช้ากว่านี้ อาจจะเป็นปอดบวมได้นะ นั่นแหละ เลยรู้เลยว่าอาการหายใจไม่สะดวกนี่อันตรายจริงๆ
อีกครั้งนึง ตอนไปเที่ยวเขาใหญ่กับครอบครัว เดือนเมษาปีที่แล้ว ลื่นล้ม ข้อเท้าพลิก บวมปูดมาก เจ็บสุดๆ เดินแทบไม่ได้ นี่ก็รีบไปโรงพยาบาลกรุงเทพ เขาใหญ่ เอ็กซเรย์ดู โชคดีไม่หัก แต่ก็ต้องใส่เฝือก พักรักษาตัวเป็นเดือนเลย ค่าใช้จ่ายก็ไม่น้อยเหมือนกัน ประสบการณ์นี้สอนให้รู้ว่า บาดเจ็บสาหัส อย่างกระดูกหักนี่ ต้องไปโรงพยาบาลด่วนๆ ช้าไม่ได้เลย
ส่วนอาการอื่นๆ อย่างปวดหัวมาก เวียนหัว หรืออาเจียนรุนแรง แบบไม่หยุด ก็ควรไปโรงพยาบาลนะ อย่ารอ ไม่งั้นอาจจะอันตรายได้ เพราะเคยเห็นเพื่อนเป็นแบบนั้น โชคดีที่ไปถึงโรงพยาบาลทัน ไม่งั้นคงแย่แน่ สรุปง่ายๆ ถ้ารู้สึกว่าอาการไม่ปกติ หรือหนักขึ้นเรื่อยๆ รีบไปหาหมอดีกว่า อย่าประมาท ไม่คุ้มเสี่ยงจริงๆ
ป่วยแบบไหนถึงได้แอดมิท
ป่วยแบบไหนถึงต้องแอดมิทหรอ อืมม...
ภาวะขาดน้ำ คือถ้าเด็กขาดน้ำมากๆ อะ ต้องแอดมิทนะ สังเกตง่ายๆ เลย
- กระสับกระส่ายไง หรือไม่ก็ซึมๆ อ่ะ
- ปากแห้งๆ แตกๆ อะ
- ตาลึกโบ๋ๆ ดูไม่สดใส
- กระหายน้ำมากๆๆๆ
- ผิวหนังอะ พอกดๆ ดูแล้วมันคืนตัวช้า ไม่เด้งๆ เหมือนปกติ
- ง่วงผิดปกติมากๆ ปลุกยากเย็น
- ฉี่น้อย ฉี่สีเข้มๆ เลย
ถ้าเป็นแบบเนี้ย รีบหาหมอเลยนะ สำคัญมาก คือเด็กขาดน้ำมันอันตรายกว่าที่คิดอะ
ทํายังไงถึงจะได้นอนโรงพยาบาล
หาที่นอนโรงพยาบาล? ชีวิตไม่ใช่เรื่องง่ายขนาดนั้น
- ไข้สูงเกิน 39°C ข้ามวันข้ามคืน ไม่ใช่เรื่องเล่น
- หายใจหอบถี่ เกิน 25 ครั้งต่อนาที...ร่างกายกำลังบอกอะไร
- O2 ต่ำกว่า 94%...จงตระหนักถึงความสำคัญของอากาศ
- โรคเก่ากำเริบ? บางทีบ้านอาจไม่ใช่ที่ที่ปลอดภัยที่สุด
- หมอว่าไงก็ว่าตามนั้น...ชีวิตอยู่ในมือเขา
ข้อมูลเพิ่มเติม:
- ไข้: 39°C ไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่คือสัญญาณเตือนจากร่างกายที่ไม่ควรละเลย
- หายใจ: อัตราการหายใจที่ผิดปกติ บ่งบอกถึงปัญหาในระบบทางเดินหายใจหรือหัวใจ
- Oxygen Saturation: ค่าที่ต่ำกว่า 94% หมายถึงร่างกายได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ อาจนำไปสู่ภาวะขาดออกซิเจน
- โรคประจำตัว: การเปลี่ยนแปลงของโรคประจำตัว อาจต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
- ดุลยพินิจของแพทย์: คำตัดสินของแพทย์สำคัญที่สุด เพราะเขาคือผู้ที่เข้าใจอาการและสถานการณ์ของคุณมากที่สุด
ทำยังไงถึงได้เป็นผู้ป่วยใน?
แสงแดดอ่อนๆ ของเช้าวันพุธที่ 13 กันยายน 2566 ลอดผ่านม่านบางๆ ... รู้สึกถึงความอบอุ่นแผ่วเบา เหมือนร่างกายกำลังบอกอะไรบางอย่าง... ไม่สบาย... ต้องเข้าโรงพยาบาล...
- อาการปวดหัวอย่างรุนแรง เริ่มขึ้นตั้งแต่คืนก่อน ปวดจนแทบอยากจะเอาหัวโขกกับกำแพง... เหมือนมีอะไรมาบีบรัด... ทรมานเหลือเกิน
ฝันร้าย... เต็มไปด้วยความมืดมิด... ไม่มีทางออก... แล้วก็ตื่นขึ้นมา... เจ็บหัวมาก...
ต้องไปพบแพทย์ ที่โรงพยาบาลกรุงเทพ คุณหมอตรวจอย่างละเอียด อธิบายอาการ บอกว่าต้องนอนโรงพยาบาล เพื่อติดตามอาการอย่างใกล้ชิด กลืนไม่ลง แต่ก็ต้องยอม...
ความรู้สึกเหมือนลอยไป... บนเตียงผู้ป่วย... สายน้ำเกลือ... ยาต่างๆ... เหมือนอยู่ในโลกใบใหม่ ที่ไม่คุ้นเคย... แต่ก็จำเป็น...
ต้องนอนโรงพยาบาลอย่างน้อย 6 ชั่วโมงขึ้นไป ถึงจะนับเป็นผู้ป่วยใน ตามที่แพทย์วินิจฉัย และนี่คือวันที่ฉันเป็นผู้ป่วยใน... มันเป็นประสบการณ์ที่แปลกประหลาด...
ความเงียบสงบ ผสานกับเสียงเครื่องมือแพทย์ เป็นทำนองเพลงที่แปลกประหลาด... ใจเริ่มสงบลง... ค่อยๆปรับตัว... รอวันที่จะกลับบ้าน...
- การเป็นผู้ป่วยใน ต้องมีการลงทะเบียน และได้รับการตรวจรักษาจากแพทย์ ตามมาตรฐาน แม้จะเสียชีวิตก่อนครบ 6 ชั่วโมง ก็ยังนับเป็นผู้ป่วยใน... นั่นคือกฎ... กฎที่เย็นชา... แต่ก็จำเป็น...
ใช้สิทธิบัตรทอง แอดมิทได้ไหม?
ใช้สิทธิบัตรทอง แอดมิทได้ไหม... อืม...
ถ้าเป็นโรงพยาบาลที่เรามีสิทธิอยู่ แล้วหมอบอกว่าต้องนอนโรงพยาบาล ก็ไม่ต้องจ่ายอะไรเพิ่มนะ สำหรับค่าห้อง ค่าอาหารแบบปกติ... แต่ถ้าอยากนอนห้องพิเศษ... อันนี้อีกเรื่องเลย
เคยได้ยินว่าถ้าอยากนอนห้องพิเศษ ต้องจ่ายส่วนต่างเอง... แล้วแต่โรงพยาบาลเลยว่าจะคิดเท่าไหร่... บางทีก็แพงเอาเรื่องอยู่เหมือนกันนะ
- สิทธิบัตรทอง (30 บาท): ครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล รวมถึงค่าห้องและค่าอาหาร แบบปกติ ในโรงพยาบาลที่เรามีสิทธิอยู่ หากแพทย์วินิจฉัยว่าต้องแอดมิท
- ห้องพิเศษ: หากต้องการนอนห้องพิเศษ จะต้องจ่ายค่าส่วนต่างเอง ซึ่งแต่ละโรงพยาบาลก็มีอัตราค่าใช้จ่ายที่แตกต่างกันไป
- ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม: นอกจากค่าห้องพิเศษแล้ว อาจมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ เพิ่มเติมได้ ขึ้นอยู่กับการรักษาและบริการที่ได้รับ
- ตรวจสอบสิทธิ: ก่อนเข้ารับการรักษา ควรตรวจสอบสิทธิและเงื่อนไขของสิทธิบัตรทองกับโรงพยาบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง
บางทีก็คิดนะ... ถ้าป่วยหนักจริง ๆ เงินเก็บที่มีอยู่จะพอหรือเปล่า... แต่ก็ไม่อยากคิดมาก... กลัวเครียดไปมากกว่านี้
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต