ทำยังไงให้น้ำตาลในเลือดลดลง

85 ครั้งเข้าชม
ลดน้ำตาลในเลือดได้ด้วยวิธีง่ายๆ: ลดหวาน: งดของหวาน ขนม เครื่องดื่มหวานจัด เน้นรสหวานจากธรรมชาติ เช่น ความหวานจากข้าว เพิ่มผัก: รับประทานผักใบเขียวอย่างน้อย 1 ฝ่ามือต่อมื้อ ช่วยลดการดูดซึมน้ำตาล เคี้ยวช้าๆ: เคี้ยวอาหารอย่างน้อย 15 ครั้งต่อคำ ช่วยควบคุมระดับน้ำตาล ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินเหล่านี้ ควบคู่กับการดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง เพื่อการจัดการเบาหวานอย่างมีประสิทธิภาพ (ข้อมูลเพิ่มเติม: โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์)
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

วิธีลดน้ำตาลในเลือดอย่างไร?

เอ้อ วิธีลดน้ำตาลในเลือดเหรอ? เอาจริงๆนะ มันเป็นเรื่องที่ต้องปรับตัวเยอะเหมือนกันอ่ะ ไม่ใช่แค่กินยา

ฉันว่านะ ตัดพวกของหวานออกไปก่อนเลย อันนี้สำคัญมาก! แบบพวกขนมเค้ก น้ำหวานนี่ตัวดีเลย กินแล้วน้ำตาลพุ่งปรี๊ดดดดดด! แล้วก็... เออ พยายามกินผักใบเขียวเยอะๆ ด้วยนะ ฉันว่ามันช่วยได้จริงๆ นะ อย่างน้อยก็ต้องมีติดจานทุกมื้ออ่ะ

แล้วก็ๆๆๆ เคี้ยวข้าวให้ละเอียด! อันนี้เคยได้ยินมาเหมือนกันว่าช่วยได้ ฉันว่ามันก็เมคเซนส์นะ เคี้ยวเยอะๆ มันน่าจะช่วยให้การดูดซึมน้ำตาลมันช้าลงรึเปล่า? ไม่แน่ใจอ่ะ

เมื่อก่อนตอนที่บ้านฉันมีคนเป็นเบาหวาน หมอแนะนำแบบนี้เลย (แต่อันนั้นนานมากแล้วนะ ประมาณปี 2548 ได้มั้ง) แล้วก็เน้นกินอาหารที่มีกากใยสูงๆ อ่ะ ช่วยได้เยอะเลย แล้วก็ออกกำลังกาย! อันนี้สำคัญสุดๆ

ทำยังไงให้น้ำตาลลด

  • ด่ืม...น้ำเปล่า ท้ังหมด โยนทิ้งน้ำหวานไปเลย!

    • สำคัญ: ลดน้ำตาล = เพิ่มชีวิต
  • ข้าวกล้อง ข้าวไรซ์เบอรี่ เท่านั้น ข้าวขาวคือปีศาจ

    • สำคัญ: กินข้าวไม่ขัดสี = สุขภาพดี
  • ผัก ผัก ผัก เขียว แดง เหลือง ม่วง ใส่ให้หมด

    • สำคัญ: ผักเยอะ = พลังเยอะ
  • ขนม... บ๊ายบาย อย่าเจอกันอีกเลยนะ

    • สำคัญ: เลิกจุกจิก = ชีวิตสงบ
  • ขยับ... ร่างกาย ออกไปเต้น ออกไปวิ่ง ออกไปกระโดด

    • สำคัญ: ออกกำลังกาย = หัวใจแข็งแรง
  • ข้อมูลเพิ่มเติม

    • A1C: ตรวจเลือดดูค่าน้ำตาลสะสม (A1C)
    • ระยะเวลา: 3 เดือนเห็นผล ถ้าทำจริงจัง
    • น้ำตาล: ศัตรูตัวร้าย ทำลายสุขภาพ
    • หมอหมี: คนที่บอกเคล็ดลับเหล่านี้ (ไม่ใช่ฉัน)
    • กดติดตาม: ช่องหมอหมีเม้าท์มอย เพื่อสุขภาพดี

    หมายเหตุ ข้อมูลนี้ไม่ได้เจาะจงถึงตัวบุคคลใดบุคคลหนึ่ง เป็นเพียงข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับการลดน้ำตาลในเลือดเท่านั้น โปรดปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพสำหรับคำแนะนำเฉพาะบุคคล

ลดน้ำตาลกี่วันถึงเห็นผล?

ลดน้ำตาลเนี่ยนะ? อยากเห็นผลไวๆ ก็ต้องใจเย็นๆ คิดซะว่ากำลังฝึกวิชาเพาะกายระดับเซียน ไม่ใช่แค่ลดน้ำตาล แต่เป็นการปั้นร่างกายใหม่ให้แข็งแรง!

  • 1-2 สัปดาห์แรก: เหมือนวอร์มร่างกาย อาจรู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้น อย่าเพิ่งดีใจไป นี่แค่เริ่มต้น คิดซะว่ากำลังเปลี่ยนจากรถกระบะเป็นรถสปอร์ต ยังไม่ถึงกับพุ่งทะยานหรอก

  • 4-8 สัปดาห์: นี่แหละ! ถึงเวลาโชว์ของ น้ำหนักลดลงบ้าง ผิวพรรณเปล่งปลั่ง เหมือนพญานาคหลุดออกมาจากถ้ำ! ความเสี่ยงเป็นเบาหวานก็ลดลง คิดซะว่าคุณกำลังเป็นแบบอย่างที่ดีให้คนอื่นๆ คนอื่นอาจอิจฉาคุณก็ได้นะ ????

แต่ๆๆๆ อย่าลืม! นี่ไม่ใช่เกมส์ การลดน้ำตาลต้องปรึกษาหมอหรือคุณหมอโภชนาการก่อน อย่าเอาตัวเองไปเสี่ยง เด็ดขาด!! ฉันเคยเห็นเพื่อนลดน้ำตาลแบบมั่วๆ ผลคือ… เข้าโรงพยาบาล ไม่คุ้มเลยนะ! เสียทั้งเงินเสียทั้งสุขภาพ อย่างน้อยก็ต้องปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อน ถึงจะปลอดภัยและได้ผลดี

เพิ่มเติม: ปีนี้ (2566) กระแสสุขภาพเน้นการทานอาหารครบ 5 หมู่ ควบคู่กับการออกกำลังกาย อย่าลืมดื่มน้ำเยอะๆ ด้วยนะ สุขภาพดี เริ่มต้นได้ง่ายๆ แค่รู้จักตัวเองและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ

จะเกิด อะไร ขึ้น ถ้า เรา หยุด น้ําตาล 7 วัน?

หยุดกินน้ำตาล 7 วันเนี่ยนะ? ลองมาแล้ว! ตอนนั้นช่วงเดือนพฤษภาคมปีนี้เอง เครียดงานหนักมาก เลยคิดจะดีท็อกซ์ตัวเอง ตั้งเป้า 7 วัน ไม่แตะน้ำตาลเลย แม้แต่ในกาแฟก็ไม่ใส่

วันแรกโคตรทรมาน! ปวดหัวตุ๊บๆ อารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ เหมือนคนจะบ้า อยากกินช็อกโกแลตมากๆ ทั้งวันแทบจะเอาแต่ดื่มน้ำเปล่ากับน้ำสมุนไพร

วันถัดมาเริ่มดีขึ้นนิดหน่อย ความอยากน้ำตาลลดลงบ้างแล้ว แต่ก็ยังปวดหัวอยู่ รู้สึกอ่อนเพลีย ไม่มีแรง เหมือนเป็นหวัดเลย งานก็เยอะ เครียดหนักกว่าเดิมอีก

หลังจากวันที่ 3 อาการต่างๆ เริ่มดีขึ้น แต่ก็ยังรู้สึกอยากของหวานอยู่ แต่ก็เริ่มควบคุมตัวเองได้บ้างแล้ว เริ่มรู้สึกว่าร่างกายเบาขึ้น

วันที่ 7 รู้สึกโล่งมาก นอนหลับสนิท ตื่นเช้ามาสดชื่น ผิวพรรณดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด รู้สึกดีจริงๆ แต่ก็ยังอยากกินเค้กอยู่บ้างนะ 555

สรุปแล้วคืออะไร?

  • วันแรก-สองวัน: ปวดหัวมาก อารมณ์แปรปรวน อยากกินของหวานอย่างที่สุด อ่อนเพลีย เหมือนเป็นไข้
  • วันที่ 3-7: อาการค่อยๆ ดีขึ้น ความอยากของหวานลดลง รู้สึกตัวเบา นอนหลับสนิท ผิวพรรณดีขึ้น
  • โดยรวม: รู้สึกคุ้มค่ากับการอดทน แต่ก็ต้องมีวินัย และอาจจะมีอาการไม่สบายตัวในช่วงแรก

ปล. หลังจาก 7 วัน กลับมากินน้ำตาลนิดหน่อย ก็รู้สึกว่าร่างกายรับได้ดีขึ้น ไม่รู้สึกอยากกินเยอะเหมือนแต่ก่อนแล้ว แต่ก็คงต้องระวังตัวเองต่อไป เพราะน้ำตาลนี่มันเสพติดจริงๆ

ลดน้ําตาล 1 อาทิตย์ จะเกิดอะไรขึ้น?

ลดน้ำตาล 1 อาทิตย์ ชีวิตเปลี่ยนไปแค่ไหน? อาจจะไม่ถึงกับเปลี่ยนชีวิต แต่มีอะไรเกิดขึ้นบ้าง มาดูกัน:

  • พลังงานสม่ำเสมอ: เหมือนกราฟชีวิตที่นิ่งขึ้น ไม่ใช่รถไฟเหาะตีลังกาขึ้นๆ ลงๆ เหมือนแต่ก่อน ลดอาการเพลียระหว่างวันได้เยอะเลยนะ

  • ความอยากลด: ไอ้ที่เคยอยากกินเค้กตอนบ่ายสาม หรือต้องซัดน้ำหวานก่อนนอน อาจจะเริ่มเบาลง...หรือหายไปเลยก็ได้ ใครจะรู้

  • อารมณ์คงที่: หงุดหงิดน้อยลง ใจเย็นขึ้น อาจจะเพราะสมองไม่ต้องรับมือกับน้ำตาลที่พุ่งขึ้นลงตลอดเวลา...ชีวิตดีขึ้นเยอะ

  • น้ำหนักที่หายไป: ถ้าลดน้ำตาลได้จริงจัง น้ำหนักอาจจะลงไปบ้าง แต่ก็คงไม่เยอะขนาดใส่เสื้อผ้าหลวมไปหลายไซส์นะ อย่าเพิ่งคาดหวังมาก

  • ผิวใสขึ้น? อันนี้อาจจะต้องสังเกตกันดีๆ บางคนลดน้ำตาลแล้วผิวดีขึ้นจริง แต่บางคนก็ไม่เห็นผลชัดเจนขนาดนั้น

เกร็ดน่ารู้: น้ำตาลไม่ได้มีแค่ในขนมหวานนะ พวกแป้งขัดขาว ข้าวขาว หรือแม้แต่ผลไม้บางชนิดก็มีน้ำตาลเยอะ ควรกินแต่พอดี อะไรที่ "หวาน" เกินไป มักจะไม่ดีต่อร่างกายเสมอไป...นี่คือสัจธรรมชีวิตอย่างหนึ่งเลยนะว่าไหม?

ตัดน้ำตาล ช่วยอะไร?

ตัดน้ำตาล? ชีวิตแม่งเปลี่ยน

  • ดี: สุขภาพแดกขาด เบาหวานมะเร็งก็ช่างแม่ง อินซูลินไม่ดื้อ หุ่นดี ผิวใส ไอ้พวกหิวจุกจิกก็จบ
  • เสีย: แรกๆโคตรทรมาน หงุดหงิดง่าย สังคมอาจจะยากขึ้นนิดหน่อย
  • เพิ่มเติม: น้ำตาลแฝงเยอะฉิบหาย อ่านฉลากดีๆ อย่าโลกสวย

รายละเอียด:

  • สุขภาพ: ตัดน้ำตาลทราย แต่แดกผลไม้หวานเจี๊ยบ ไม่เรียกตัดนะไอ้สัส
  • ความเสี่ยง: เบาหวานไม่ได้มาจากน้ำตาลอย่างเดียว กรรมพันธุ์ก็มีส่วน อย่าโทษแต่กู
  • อินซูลิน: ดื้อยาแก้ปวดหัวอีกอย่าง อย่าดื้ออินซูลินละกัน
  • ผิว: คอลลาเจนช่วยได้มากกว่าน้ำตาลอีกเชื่อกู
  • แฝง: น้ำตาลในซอสปรุงรส ในขนมปัง ในทุกสิ่งอย่าง
  • สังคม: แดกเหล้าเบียร์อยู่ไหม? ในนั้นก็มีน้ำตาลเยอะนะเพื่อน

ลดน้ําตาล มีประโยชน์อย่างไร?

ลดน้ำตาล... โอ้ ความรู้สึกเบาโหง เหมือนปีกผีเสื้อโบยบิน เหนือทุ่งดอกทานตะวันสีทองอร่าม แดดอ่อนๆ ยามเย็น...

  • พลังงาน...ใช่! ไม่ใช่พลังงานระเบิดฉับพลันเหมือนไฟไหม้ฟาง แต่เป็นกระแสน้ำไหลเอื่อยๆ ไหลไปเรื่อยๆ อย่างแม่น้ำโขง ค่อยๆไหลไปสู่ทะเลกว้าง พลังงานยั่งยืน ฉันรู้สึกได้จริงๆ หลังจากที่ฉันลดน้ำตาลลง ปีนี้ 2566 นะ จำได้แม่นเลย

  • สมาธิ... เหมือนฉันนั่งสมาธิอยู่ริมทะเล ฟังเสียงคลื่นกระทบฝั่ง เสียงนุ่มนวล ซาบซึ้ง ความคิดต่างๆ สงบลง มีพื้นที่ให้ฉันได้คิด ได้จดจ่อกับงานที่ทำ ไม่วอกแวก สมองแจ่มใส เหมือนท้องฟ้าปลอดโปร่ง ไม่มีเมฆมาบดบัง

แสงแดดสีทองอร่ามส่องลอดใบไม้ ลมพัดเอื่อยๆ ฉันนั่งอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ รู้สึกสงบ อากาศบริสุทธิ์ เหมือนได้กลับบ้าน บ้านหลังเล็กๆ ริมทะเล ที่ฉันรัก...

  • ร่างกายปรับตัวใช้ไขมัน... มันเป็นกระบวนการที่น่าอัศจรรย์ เหมือนร่างกายกำลังสร้างบ้านใหม่ บ้านหลังที่แข็งแรง ยั่งยืน ไม่ใช่บ้านหลังเดิมที่สร้างจากน้ำตาล ซึ่งเปราะบาง พังทลายง่าย

ปีนี้ฉันลดน้ำตาลได้สำเร็จ ร่างกายแข็งแรงขึ้น ฉันรู้สึกได้ จริงๆ นะ

ทำไมถึงต้องลดน้ำตาล?

ทำไมต้องลดน้ำตาลเหรอ…

บางทีมันก็เหมือนดาบสองคมนะ น้ำตาลเนี่ย กินแล้วมันก็รู้สึกดี แป๊บเดียวเอง แต่ผลที่ตามมา… มันน่ากลัวกว่าที่คิดเยอะเลย

  • อ้วน: อันนี้เห็นชัดสุดๆ กินหวานมากๆ น้ำหนักก็ขึ้นเอ๊าขึ้นเอา แล้วพุงเนี่ย ตัวดีเลย
  • เบาหวาน: อันนี้ไม่ต้องพูดเยอะ เป็นกันเยอะมาก สมัยนี้ กินหวานกันจนร่างกายมันรับไม่ไหวแล้ว
  • หัวใจ: อันนี้สำคัญเลยนะ เคยอ่านงานวิจัยของ Harvard เขาบอกว่าคนที่กินน้ำตาลเยอะๆ เป็นประจำเนี่ย เสี่ยงตายด้วยโรคหัวใจและหลอดเลือดมากกว่าคนอื่นถึง 38% เลยนะ น่ากลัวมาก

แล้วมันก็ไม่ได้แค่สามอย่างนี้หรอกนะ มันส่งผลต่อระบบเผาผลาญแทบทั้งหมดในร่างกายเลย คือพอมันรวนไปแล้ว มันก็ดึงทุกอย่างลงเหวไปด้วยกันหมด

เมื่อก่อนเราก็ไม่ค่อยคิดอะไรนะ กินๆ ไปเหอะ แต่พอเริ่มมีอาการแปลกๆ ถึงได้รู้ว่ามันไม่ดีจริงๆ ต้องลดแล้วแหละ เพื่อตัวเอง…

การลดน้ําตาลมีประโยชน์อะไรบ้าง?

ลดน้ำตาล? ผลลัพธ์มันก็แค่...

  • ผอมลง พุงหายไป...แค่นั้น
  • สุขภาพดีขึ้น โรคเบาหวาน? เรื่องของคนอื่น
  • หน้าใสขึ้น สิว? ไม่รู้จัก
  • พลังงานคงที่ ไม่ขึ้นๆลงๆเหมือนรถไฟเหาะ
  • ชีวิตยืนยาว (อาจจะ)

เพิ่มเติม:

  • น้ำตาลเปลี่ยนเป็นไขมัน เก็บไว้พุง แก้ม ต้นขา...ที่ไหนก็ได้ที่ไม่อยากให้มี
  • น้ำตาลกระตุ้นอินซูลิน มากไปก็ดื้ออินซูลิน...เบาหวานถามหา
  • น้ำตาลเป็นอาหารชั้นดีของแบคทีเรีย...สิวผุด
  • กินน้ำตาลเยอะ พลังงานพุ่ง แล้วก็วูบ...เหมือนเติมน้ำมันผิดประเภท
  • กินน้อยๆ ชีวิตก็แค่นั้น

ลดน้ำตาล ร่างกายเปลี่ยนแปลงอย่างไร?

น้ำตาลตก ร่างพังแน่

  • ระบบเผาผลาญพัง: ร่างกายขาดพลังงาน สมองมึน งง อ่อนเพลีย แบบสุดๆ
  • ความดันตก: หัวใจทำงานหนักขึ้น อาจช็อกได้ อันตรายถึงชีวิต
  • ตับทำงานหนัก: ตับต้องดิ้นรนสร้างน้ำตาล เผาผลาญไขมันมากขึ้น อาจมีปัญหาตับในระยะยาว
  • เส้นประสาทเสีย: ชา รู้สึกผิดปกติ แขนขาอ่อนแรง นานๆไปอาจเป็นอัมพาต
  • โรคแทรกซ้อน: ถ้าไม่ระวัง โรคหัวใจ โรคไตตามมา ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ

ปีนี้ผมตรวจสุขภาพ พบไขมันในเลือดสูง หมอบอกต้องระวัง กินน้อยลง ออกกำลังกาย ไม่งั้นตายก่อนวัยอันควร