ทำยังไงให้อ้วกออกมา

77 ครั้งเข้าชม
การกระตุ้นให้อาเจียน: ทำเพื่อ? ร่างกายตอบสนองต่อสิ่งแปลกปลอม วิธี: แตะโคนลิ้น/คอหอยเบาๆ อุปกรณ์: นิ้ว, แปรง, ช้อน (ไม่คม) ข้อควรระวัง: ทำอย่างระมัดระวัง
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

วิธีทำให้เกิดอาการอาเจียน?

เฮ้อ...เรื่องทำให้อ้วกเนี่ยนะ? เคยมีช่วงนึงที่ต้องทำบ่อยๆ เพราะกินยาเข้าไป แล้วมันไม่ถูกกับตัวเอาซะเลย จำได้ว่าตอนนั้นทรมานมาก!

วิธีที่ใช้ก็...เอานิ้วเนี่ยแหละ แหย่เข้าไปลึกๆ แตะตรงโคนลิ้น แต่บอกเลยนะ มันไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด บางทีก็แค่ขย้อนๆ แต่ไม่ออกมาซักที

บางคนเค้าก็บอกว่ากินน้ำเกลือเยอะๆ ช่วยได้นะ แต่ส่วนตัวไม่เคยลองอ่ะ กลัวเค็มเกินไป แล้วยิ่งจะพะอืดพะอมเข้าไปใหญ่

แต่จริงๆแล้ว ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ อย่าทำเลยดีกว่า มันไม่ดีต่อสุขภาพเอามากๆ เชื่อเถอะ! นอกจากแบบ...จำเป็นจริงๆ อย่างกินอะไรผิดสำแดงเข้าไป อะไรแบบนั้นอ่ะนะ

จำได้เลย ตอนนั้นไปกินหอยแครงที่ตลาดรถไฟรัชดา (ประมาณปี 2560 มั้ง) กลับมาบ้านคือท้องเสียแบบสุดๆ เลยต้องทำให้อ้วกออกมา โอย...คิดแล้วยังสยอง!

อะไรทำให้อ้วก

อ้วก? สาเหตุชัดๆ ก็พวกนี้แหละ

  • ไวรัส บักเตรี เจอได้ทั่วไป
  • ท้องเสีย กินอะไรไม่ถูก รู้ๆ กันอยู่
  • ท้องขึ้น ตั้งท้อง พวกนี้ก็อ้วก
  • ยาบางตัว ผลข้างเคียงชัดเจน อ่านใบกำกับด้วย
  • โรคกระเพาะ ลำไส้อักเสบ ไส้ติ่ง เจ็บปวดใช่ไหม
  • อาหารเป็นพิษ ปีนี้เจอพิษกุ้งเยอะนะ ระวังด้วย

ปีนี้เจอเคสอาหารเป็นพิษจากกุ้งเยอะเป็นพิเศษ เพื่อนผมยังเข้า รพ. ไปเลย จำไว้นะ อย่าประมาท

รู้สึกคลื่นไส้เกิดจากอะไร

อื้อหือ... เมื่อวานนี้เอง วันที่ 17 ตุลาคม 2566 ฉันเป็นหนักเลย คลื่นไส้จนแทบจะลุกไม่ขึ้น ตอนเที่ยงกินข้าวมันไก่ร้านประจำแถวสีลม ร้านที่เปิดมานานแล้ว รสชาติปกติ แต่พอตกเย็น โอ้โห... อาเจียนออกมาเป็นน้ำ สีเหลืองอ๋อยเลย แบบนี้ไม่ไหวแน่ๆ ทั้งเวียนหัว ทั้งปวดหัว นอนแผ่หลาอยู่บนเตียง ที่ห้องพักคอนโด แถวสุขุมวิท ทั้งวันเลย

คิดไปคิดมา น่าจะมาจากอาหารไม่สะอาด หรือเปล่าก็ไม่รู้ ไม่ก็อาจจะแพ้ยา ช่วงนี้ฉันกินยาแก้แพ้ เพราะเป็นภูมิแพ้ แต่ก็กินมาหลายเดือนแล้ว ไม่เคยเป็นแบบนี้ หรือว่าจะแพ้ยาตัวใหม่ ที่หมอเพิ่งสั่งมาให้ วันก่อนไปหาหมอ ที่คลินิกแถวบ้าน เป็นคลินิกเล็กๆ แต่หมอใจดีมาก

สรุปคือยังไม่รู้สาเหตุแน่ชัด แต่คิดว่าน่าจะมาจาก

  • อาหารไม่สะอาด
  • แพ้ยา
  • หรือโรคกระเพาะกำเริบ

อาการคลื่นไส้เมื่อวานหนักมากจริงๆ แทบจะไม่ได้ทำอะไรเลย นอนทั้งวัน วันนี้ดีขึ้นหน่อยแล้ว แต่ก็ยังรู้สึกไม่ค่อยสบายตัวเท่าไหร่ ต้องระวังเรื่องอาหารการกิน และยาที่กินด้วยแล้วล่ะ ต่อไปนี้จะต้องเลือกกินอาหารให้ระมัดระวังมากขึ้น และปรึกษาแพทย์ก่อนกินยาตัวใหม่ๆด้วย

อาการคลื่นไส้ แก้ยังไง

คลื่นไส้ขึ้นมาเหรอ? โอ๊ยตาย! รู้สึกเหมือนนั่งเรือตกน้ำเลยใช่มั้ยล่ะเนี่ย! ลองทำตามนี้ดูสิ รับรองว่าได้ผล! ถ้าไม่หายก็...ก็ไปหาหมอเถอะนะ!

  • น้ำอุ่นนี่ช่วยได้นะเว้ย! ดื่มซะเยอะๆ คล้ายๆกับล้างท่อระบายน้ำในท้องเลย ไอ้ความพะอืดพะอมนั่นจะได้หายไป! แต่ถ้าดื่มแล้วไม่ดีขึ้น ก็อย่าฝืนนะ เป็นลมขึ้นมาอีกก็แย่

  • อาหารทอด? อาหารมัน? กาแฟ? บุหรี่? โยนทิ้งไปให้หมด! พวกนี้มันเหมือนน้ำมันจุดไฟคลื่นไส้นั่นแหละ ยิ่งกินยิ่งแย่ กินแต่พวกอาหารอ่อนๆ ย่อยง่ายๆ อย่างโจ๊ก ข้าวต้ม นึกถึงตอนป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ตอนเด็กๆสิ กินอะไรได้ก็กินแค่นั้นแหละ!

  • อย่าขยับตัวแรงนัก! ลุกนั่งช้าๆ อย่าก้มอย่าเงยมาก เหมือนคุณเป็นหุ่นยนต์ที่แบตเตอรี่ใกล้หมด ต้องประหยัดพลังงานสุดๆ ถ้าวิ่งไปวิ่งมา คลื่นไส้จะมาเยี่ยมเยียนคุณอีกเป็นรอบสอง รอบนี้หนักกว่าเดิมแน่ๆ

  • สถานที่แออัด? ความเครียด? พักผ่อนน้อย? พวกนี้มันปัจจัยเสี่ยง! เหมือนกับเชื้อโรคที่พร้อมจะเข้ามาโจมตีร่างกายคุณอยู่ตลอดเวลา! รีบหลีกเลี่ยง! ถ้าไม่ไหว ไปนอนพักผ่อนซะ นอนให้หลับฝันดี ตื่นมาอาจจะหายเป็นปลิดทิ้งก็ได้

ข้อมูลเพิ่มเติม (ปี 2566):

  • การศึกษาใหม่ๆ พบว่า การสูดดมกลิ่นส้มสามารถช่วยบรรเทาอาการคลื่นไส้ได้ ลองหั่นส้มหรือใช้พวกน้ำมันหอมระเหยกลิ่นส้มดู แต่ถ้ากลิ่นส้มไม่ใช่ทางของคุณ ก็ลองหาอะไรที่ช่วยได้สำหรับคุณ เช่น การนอนพักผ่อน หรือการฟังเพลงเบาๆก็ได้

  • ในปี 2566 มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์บรรเทาอาการคลื่นไส้หลายอย่าง ลองไปศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมที่ร้านขายยา แต่จำไว้ว่า ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยาเสมอ! อย่ามั่วกินเองนะเว้ย! อันตราย!

กินอะไรถึงจะหายคลื่นไส้

อุ๊ยตาย! คลื่นไส้ขึ้นมาแบบนี้ ไม่ไหวๆๆ จะกินอะไรดีล่ะเนี่ย? อย่าพึ่งไปคิดถึงข้าวมันไก่ หรือส้มตำปูปลาร้า เด็ดขาด! เดี๋ยวอาเจียนหนักกว่าเดิมนะ บอกเลย!

เอาแบบเบาๆ เข้าไว้ เหมือนตอนที่ผมไปเที่ยวทะเลแล้วเมาเรือ (ปีนี้เองนะ จำได้แม่นเลย!) ผมนี่รอดมาได้เพราะ 3 อย่างนี้แหละ

  • น้ำเปล่าเย็นๆ: จิบทีละน้อยๆ อย่าดื่มพรวดเดียวนะ เหมือนกินน้ำตกเลย เดี๋ยวคลื่นไส้หนักกว่าเดิม เปรียบเหมือนการดับไฟไหม้ ต้องค่อยๆ รด ไม่ใช่เทน้ำลงไปทั้งถัง เดี๋ยวไฟมันจะลาม!

  • น้ำขิง: นี่คือพระเอกของผมเลย ช่วยได้จริงๆ (ไม่ใช่โฆษณา!) รสชาติเผ็ดร้อน แต่พอเย็นๆ ลงไป จะรู้สึกสบายท้องขึ้นมา เหมือนได้นวดกระเพาะ อารมณ์ประมาณ "อ้าาาาา สบายจัง"

  • น้ำอัดลมรสชาติเปรี้ยวๆ (จิบเบาๆ นะ): บางทีความซ่าของมัน ก็ช่วยได้นะ แต่ต้องแบบจิบๆ อย่าดื่มเยอะ เหมือนเรากำลังเล่นเกมส์ ต้องค่อยๆ เพิ่มเลเวล ถ้ารีบไป เดี๋ยวเกมส์พัง!

เพิ่มเติมนิดนึง: ถ้าคลื่นไส้หนักมาก ควรไปพบแพทย์ นะ อย่ามัวแต่กินน้ำเย็นอย่างเดียว ไม่งั้นอาจจะกลายเป็นไอศกรีมมมมม ในกระเพาะ!

ทำไมไม่อยากกินอะไรเลย

ลมพัดเย็นยะเยือก... ใบไม้ร่วงหล่นลงมา เหมือนหัวใจฉันตอนนี้ ว่างเปล่า... เบื่ออาหารจังเลย

  • ความเครียด... งานที่ออฟฟิศหนักมาก ส่งงานไม่ทัน deadline หัวหน้าก็กดดัน ฉันเหนื่อยเหลือเกิน

ดวงตะวันลับขอบฟ้าไปแล้ว ท้องฟ้าสีครามเข้ม สวยงาม แต่ฉันกลับรู้สึกอ้างว้าง...

  • ความวิตกกังวล เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก็ทำให้ฉันกังวลใจ นอนไม่หลับ กินไม่ได้ นั่งมองเพดานจนเช้า

เสียงนาฬิกาเรือนเก่า ติ๊กต่อ... เวลาช่างผ่านไปช้าเหลือเกิน ทรมาน...

  • อาจเป็นภาวะซึมเศร้า ฉันรู้สึกหมดอาลัยตายอยาก ไม่มีแรงทำอะไรเลย แม้แต่กินข้าว ก็ไม่มีอารมณ์

แสงจันทร์ส่องกระทบผืนน้ำ เงียบสงบ... แต่ในใจฉันกลับวุ่นวาย

  • ปีนี้ไปตรวจสุขภาพแล้วนะ ไม่มีโรคอะไร แต่หมอบอกว่า ควรพักผ่อนให้มากขึ้น จัดการความเครียด และทานอาหารให้ครบ 5 หมู่

ฉันนั่งอยู่ตรงระเบียง ลมเย็นๆ พัดมาปะทะใบหน้า ฉันอยากหายป่วยเร็วๆ อยากกลับมาร่าเริงเหมือนเดิม

  • ไข้หวัดใหญ่ปีนี้ยังไม่เป็นนะ แต่นี่ไม่ได้หมายความว่า สาเหตุของอาการเบื่ออาหารของฉันไม่ใช่โรคภัยไข้เจ็บ ฉันต้องไปพบแพทย์อีกครั้งเพื่อความแน่ใจ

รอยยิ้ม... ฉันอยากยิ้มได้อีกครั้ง...

ไม่รู้สึกหิวข้าวเกิดจากอะไร

ไม่รู้สึกหิวข้าวเกิดจากอะไร:

เมื่อวานซืน, วันที่ 15 พฤษภาคม 2567, ตอนบ่ายสองกว่าๆ ฉันทะเลาะกับแฟนเรื่องค่าใช้จ่ายทริปภูเก็ตที่จะถึงนี้ เถียงกันเสียงดังลั่นห้องเช่าแถวลาดพร้าว ตั้งแต่นั้นมาก็กินอะไรไม่ลงเลย จุกอกไปหมด คงเป็นเพราะความเครียด+โมโหแหละมั้ง

เบื่ออาหาร มีสาเหตุเกิดจากอะไร:

เบื่ออาหารนี่สาเหตุเยอะแยะเลยนะ อย่างที่เจอกับตัวก็เรื่องอารมณ์นี่แหละ แต่เท่าที่เคยอ่านเจอมา เค้าว่ามีหลายอย่าง:

  • อารมณ์: เครียด, วิตกกังวล, เศร้า, ซึมเศร้า
  • โรค: ไข้หวัด, ติดเชื้อ, อาหารเป็นพิษ, สมองเสื่อม, เบาหวาน, มะเร็ง, ไทรอยด์, หัวใจ, ปอด, ไต, ตับ, เอดส์
  • พฤติกรรม: กินผิดปกติ

ทำไมป่วยแล้วไม่อยากอาหาร

ป่วยแล้วไม่อยากอาหาร? เรื่องธรรมดา! ร่างกายมันประท้วงนะคร้าบบบ เหมือนเครื่องยนต์ทำงานหนักเกินไป พลังงานหมดสต๊อก มันก็เลยโวยวายไม่อยากเติมน้ำมัน (อาหาร) เข้าใจมั้ยล่ะ?

  • อุณหภูมิสูง = เผาผลาญพลังงานกระฉูด: ลองคิดดูสิ ไข้ขึ้น เหมือนเตาเผาทำงานโอเวอร์ไทม์ ร่างกายมันเอาพลังงานไปดับไฟในตัวมากกว่าไปย่อยอาหาร ไม่งั้น อาจจะดับเครื่องกลางอากาศได้นะ! (อันนี้ก็เวอร์ไปหน่อยนะ)

  • ระบบภูมิคุ้มกันขอพื้นที่: ตอนป่วย ร่างกายจะโฟกัสไปที่การต่อสู้กับเชื้อโรค ระบบภูมิคุ้มกันทำงานหนัก มันก็เลยไม่ค่อยสนใจเรื่องอาหาร เหมือนเวลาต้องสอบ ใครจะไปมีเวลาไปกินขนม!

  • ความอยากอาหารลดลง: ไม่ใช่แค่ไม่อยากกิน บางทีมันก็คือ "กินไม่ได้" อาการคลื่นไส้ อาเจียน มันทำให้การกินกลายเป็นภาระ เหมือนจะบังคับให้กินข้าว แต่กลับต้องวิ่งเข้าห้องน้ำแทน!

ปีนี้ (2566) ข้อมูลที่น่าสนใจเพิ่มเติมเกี่ยวกับอาการเบื่ออาหารขณะป่วย อาจต้องปรึกษาแพทย์หากอาการไม่ดีขึ้น และที่สำคัญอย่าลืมดื่มน้ำเยอะๆ นะครับ เหมือนเติมน้ำมันเครื่อง ไม่ใช่เติมน้ำมันเชื้อเพลิง! ดูแลสุขภาพกันด้วยนะครับ อย่าให้ร่างกายต้องโวยวายบ่อยๆ

กินอะไรให้เจริญอาหาร

หิวเหรอ? กินอะไรดีล่ะเนี่ย! ถ้าเป็นคุณปู่คุณย่า คุณตาคุณยาย ผมแนะนำแบบนี้เลยครับ! จัดเต็ม! ให้ท่านกินจนพุงป่อง!

  • น้ำเยอะๆๆๆ: แตงโมปั่นสิครับ! แบบไม่ใส่น้ำตาลนะ หวานฉ่ำจากแตงโมล้วนๆ หรือไม่ก็ซุปฟักเขียวใส่น้ำเยอะๆ แบบว่าตักขึ้นมาทีนึง เห็นแต่กระดูกฟักลอยๆในน้ำซุป ฮ่าๆๆ เปรียบเหมือนเรือลอยน้ำเลยทีเดียว

  • ผักผลไม้จัดหนัก: มะระไม่ต้องเยอะมากนะ แค่พอให้รู้ว่ากินมะระ จะได้สุขภาพดี (ล้อเล่นน้าาา) แต่ผักโขมนี่สิ กินให้เยอะๆ เพราะมันมีสารอาหารเพียบ เหมือนกินยาอายุวัฒนะเลยทีเดียว แต่กินเยอะไปก็ระวังท้องเสียนะ ฮ่าๆๆ

  • ของช่วยย่อย: ขี้เหล็กนี่แหละครับ! ช่วยเรื่องขับถ่าย เหมือนพายุไซโคลนมาพัดกวาดลำไส้ สะอาดหมดจด แต่ระวังนะครับ อย่ากินเยอะเกินไป เดี๋ยวจะถ่ายเป็นน้ำเลย ฮ่าๆๆ ลูกจันทน์ ดอกจันทน์กระวาน กลิ่นหอมๆ ช่วยกระตุ้นให้เจริญอาหาร แต่ก็อย่ากินเยอะ เดี๋ยวจะเมาแทนนะ

เพิ่มเติมเล็กน้อย (แต่สำคัญมาก!) อย่าลืมปรึกษาคุณหมอนะครับ ท่านอาจจะแพ้อาหารบางอย่างก็ได้ อย่าให้กินแล้วป่วย เดี๋ยวงานเข้า แล้วก็อย่าลืมพิจารณาเรื่องสุขภาพโดยรวม อย่างเช่น ฟันท่านแข็งแรงดีไหม เคี้ยวอาหารได้สะดวกไหม ถ้าฟันไม่ดี ก็ต้องเตรียมอาหารให้เหมาะสม เช่น บดละเอียด หรือทำเป็นซุป เน้นนุ่มๆ กินง่าย ไม่ต้องเคี้ยวมาก เหมือนกินโจ๊ก แต่สุขภาพดีกว่าโจ๊กเยอะ

ปีนี้(2566) ผมยังคงย้ำเตือนเรื่องการปรึกษาแพทย์อยู่เสมอ เพราะสุขภาพเป็นเรื่องสำคัญที่สุด อย่ามัวแต่ขำขันจนลืมดูแลสุขภาพกันนะครับ