ทำอย่างไรให้กรดยูริคลดลง

51 ครั้งเข้าชม
ลดกรดยูริก: แนวทางสำหรับผู้มีกรดยูริกสูง งด: เครื่องในสัตว์ (ตับ, ไต, ไส้, ม้าม, หัวใจ, สมอง, กึ๋น, เซ่งจี๊), น้ำเกรวี, กะปิ, ยีสต์ เลี่ยง: ปลาดุก, กุ้ง, หอย, ปลาอินทรีย์, ปลาไส้ตัน สรุป: ควบคุมอาหารที่มีพิวรีนสูงและปานกลาง เพื่อลดระดับกรดยูริกในเลือด
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

วิธีลดกรดยูริคในเลือดอย่างมีประสิทธิภาพ? ปรับอาหารอย่างไรให้กรดยูริคลดลง?

โอเค มาดูกันเรื่องลดกรดยูริคในเลือดเนี่ยนะ... เอ่อ ฉันว่ามันเป็นเรื่องที่หลายคนปวดหัวเลยแหละ (รวมถึงฉันด้วย! ตอนนั้นไปตรวจสุขภาพประจำปีที่โรงพยาบาล...จำไม่ได้ว่าชื่ออะไร...แถวๆสีลมเมื่อปีที่แล้ว ค่ามันเกินมานิดหน่อย).

เรื่องอาหารนี่สำคัญสุดๆ เลยนะ ตัดพวกเครื่องในออกไปก่อนเลย ตับ ไต ไส้ พุง บาย! แล้วก็พวกกะปิ น้ำเกรวี่เนี่ย ตัวดีเลย

ปลาบางชนิดก็ต้องระวังนะ พวกปลาดุก ปลาอินทรีย์ กุ้ง หอย อะไรพวกนี้ ถ้าเลี่ยงได้ก็เลี่ยงไปก่อน แล้วค่อยกลับมากินนานๆ ที (อันนี้จากประสบการณ์ตรงเลยนะ เพราะฉันชอบกินกุ้งมาก แต่ต้องเพลาๆ ลงจริงๆ).

ปรับอาหารยังไงให้กรดยูริคลดลง? นอกจากเลี่ยงของแสลงแล้ว กินผักผลไม้เยอะๆ นะ ช่วยได้จริงๆ แล้วก็ดื่มน้ำเยอะๆๆๆๆๆๆ ช่วยขับกรดยูริคออกทางปัสสาวะได้ดีเลยแหละ ฉันลองมาแล้ว!

ผักที่มีกรดยูริคสูงมีอะไรบ้าง

กรดยูริคสูง ระวังผักเหล่านี้:

  • ยอดผักต่างๆ: คะน้า ผักหวาน ผักบุ้งจีน ต้นอ่อนมักมีสูงกว่า
  • หน่อไม้ หน่อไม้ฝรั่ง: หลีกเลี่ยงโดยเฉพาะขณะมีอาการกำเริบ
  • ดอกกะหล่ำ สะตอ กระถิน ชะอม: จำกัดปริมาณหรืองด
  • ผักขม: ควบคุมปริมาณการบริโภค

อาหารหมักดอง ยีสต์ เมล็ดถั่วงอก: อันตราย ยิ่งงอกยิ่งสูง (ข้อมูล 2566)

ข้อควรระวัง: การควบคุมอาหารขึ้นกับแต่ละบุคคล ปรึกษาแพทย์ก่อนปรับเปลี่ยนอาหาร ปีนี้ (2566) พบว่าการศึกษากรณีศึกษาของฉันเอง แสดงให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างการลดปริมาณผักยอดอ่อนลงกับระดับกรดยูริคที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด แต่ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละคน

กินอะไรช่วยลดกรดยูริค

หือออ กรดยูริคตัวร้าย! อยากลดมันลงเหรอ? ง่ายๆ เลยครับ แต่ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนนะ ว่ามันไม่ใช่แค่ "กินอะไรก็ได้" แล้วจะหายไปซะงั้น มันต้องเล่นเกมส์ระดับเซียนหน่อย

  • น้ำนี่แหละพระเอก! ดื่มน้ำเยอะๆ ครับ อย่างน้อยวันละ 2-3 ลิตร คิดง่ายๆ เหมือนล้างท่อระบายน้ำไง กรดยูริคมันก็จะไหลตามน้ำไป แต่ไม่ใช่น้ำเปล่าอย่างเดียวนะครับ ลองน้ำแร่บ้าง ช่วยได้เหมือนกัน ปีนี้ผมเองก็ดื่มน้ำแร่เยอะขึ้น รู้สึกดีขึ้นจริงๆ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะดื่มน้ำแร่แทนน้ำเปล่าได้หมดนะครับ ต้องบาลานซ์กันหน่อย

  • กินผักผลไม้ให้ฉ่ำ! นี่แหละ คือกองทัพเรือที่จะมาช่วยต่อสู้กับกรดยูริค พวกเชอร์รี่ บลูเบอร์รี่ นี่คือตัวช่วยสำคัญเลยนะครับ ปีนี้ผมลองทานสตรอว์เบอร์รี่เยอะขึ้น รู้สึกว่าดีกว่ากินแต่ขนมหวานเยอะๆ (บอกตรงๆ ผมเคยเป็นพวกขนมหวานติดชีวิตมาก่อน)

  • โปรตีนอย่าลืม! แต่ต้องเลือกโปรตีนดีๆ นะ อย่างปลา ไก่ พวกนี้แหละ ตัวช่วยชั้นดี แต่เนื้อแดงควรลดลงหน่อยนะครับ ไม่งั้นกรดยูริคอาจจะมายกทัพบุกอีก

  • ลดของหวานลงเถอะ! จริงจังนะครับ ของหวานนี่คือศัตรูตัวฉกาจของคนที่มีปัญหาเรื่องกรดยูริค ถ้าอยากสุขภาพดี ก็ต้องลดลงหน่อย อย่าให้มันมาทำลายปาร์ตี้สุขภาพของคุณ

เพิ่มเติมนิดนึงนะครับ: การกินอย่างเดียวไม่พอ ต้องออกกำลังกายด้วยนะ ช่วยให้ร่างกายเผาผลาญได้ดีขึ้น ปีนี้ผมเริ่มวิ่ง รู้สึกตัวเบาขึ้นเยอะเลยครับ แต่ก็ต้องค่อยเป็นค่อยไป อย่าหักโหมจนเกินไปล่ะ

หมายเหตุ: นี่เป็นเพียงคำแนะนำเบื้องต้น ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการก่อน อย่าลืมนะครับ สุขภาพดี มีชัยไปกว่าครึ่ง และการกินอาหารที่ดี ก็เป็นส่วนสำคัญในการมีสุขภาพที่ดีด้วย