ทำไมต้องปัสสาวะก่อนเข้าห้องผ่าตัด
ทำไมต้องปัสสาวะก่อนผ่าตัด? มีความสำคัญอย่างไร? ช่วยลดความเสี่ยงอะไรในการผ่าตัดบ้าง?
จำได้ตอนไปผ่าตัดไส้ติ่งที่รพ.สมเด็จเจ้าพระยา เมื่อ 14 กุมภาพันธ์ 2564 พยาบาลบอกต้องปัสสาวะก่อน ไม่งั้นลำบากตอนผ่าตัด อึดอัด อาจมีปัญหา อันตรายด้วยมั้ง จำไม่ค่อยได้แล้ว แต่รู้สึกว่าเขาย้ำมาก
เค้าบอกว่าถ้ากระเพาะปัสสาวะเต็ม มันจะไปกดอวัยวะอื่น อาจทำให้หมอผ่าตัดลำบาก แล้วก็อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนได้ คือมันไม่ใช่แค่เรื่องอึดอัดอย่างเดียวหรอกนะ อันตรายกว่านั้นอีก นี่ความรู้สึกส่วนตัวนะ
ส่วนสายสวน ก็เพื่อระบายปัสสาวะนั่นแหละ ถ้าเราปัสสาวะเองไม่ได้ หรือปัสสาวะค้างเยอะ มันก็ต้องใส่ จะได้ไม่ต้องกลัวว่าปัสสาวะจะไปกวนตอนผ่าตัด จำได้ว่าตอนนั้นค่าใช้จ่ายรวมๆแล้วประมาณสองหมื่นกว่าบาท แต่ไม่รวมค่าสายสวนนะ จำได้ลางๆว่าแยกคิดต่างหาก จำไม่ได้จริงๆว่าเท่าไหร่
สรุปคือ ปัสสาวะก่อนผ่าตัดสำคัญมาก เพื่อความปลอดภัยและความสะดวกในการผ่าตัด ลดความเสี่ยงเรื่องอวัยวะข้างเคียง สายสวนก็ช่วยเรื่องนี้ โดยเฉพาะถ้าเราปัสสาวะเองไม่ได้ มันจำเป็นจริงๆ
ทำไมต้องใส่สายสวนปัสสาวะก่อนไปผ่าตัด
โอ๊ยตาย! ต้องใส่สายสวนปัสสาวะก่อนผ่าตัดเนี่ยนะ? ฟังดูโหดร้ายเหมือนโดนลงโทษ! แต่จริงๆ แล้ว มันมีเหตุผลนะจ๊ะ ไม่ใช่แค่ความสะใจหมอหรอก!
สะดวกสบายเวอร์! ลองคิดดูสิ ผ่าตัดใหญ่ๆ นอนเป็นตายอยู่บนเตียงเป็นวันๆ จะลุกไปเข้าห้องน้ำได้ไง? นี่แหละข้อดีหลัก! ไม่ต้องลำบากทั้งคนไข้ทั้งพยาบาล สบายทั้งสองฝ่ายเลย! (เหมือนได้ยกเลิกภารกิจปลุกตอนตีสามไปเข้าห้องน้ำ)
เช็กสุขภาพไต! หมอจะได้ตรวจปัสสาวะง่ายๆ ว่าไตทำงานดีหรือเปล่า ถ้าไม่ดีก็แก้ไขได้ทัน ไม่งั้นผ่าตัดเสร็จอาจมีปัญหาตามมาทีหลัง เหมือนสร้างบ้านแล้วลืมตรวจสอบรากฐาน! อันตรายนะรู้ยัง!
ป้องกันการติดเชื้อ! เฉพาะเคสหนักๆ นะ อย่างถ้ามีแผลใหญ่ๆ หรือไม่รู้สึกตัวนี่ เสี่ยงติดเชื้อง่ายมาก! สายสวนนี่ช่วยลดโอกาสได้เยอะเลย เหมือนสร้างกำแพงป้องกันเชื้อโรคเข้ารุกราน! คิดภาพเป็นกองทัพที่แข็งแกร่งปกป้องร่างกาย
วัดปริมาณปัสสาวะ! สำคัญมากๆ สำหรับคนไข้ที่เสียเลือดเยอะหรือช็อค ดูว่าร่างกายขับถ่ายของเสียได้ปกติรึเปล่า เหมือนตรวจสุขภาพรถ ถ้าไม่ปกติก็ต้องซ่อม!
ปีนี้ 2024 นะคะ ข้อมูลอัพเดทสดๆ ร้อนๆ จากประสบการณ์ตรง (ของคนรู้จักนะ ไม่ใช่ตัวเอง! ฉันไม่เคยโดนใส่สายสวนหรอกนะ เดี๋ยวจะหาว่าฉันโม้!) แต่เพื่อนฉันเคยโดน บอกเลยว่าเจ็บ แต่ก็จำเป็นจริงๆ
หลังผ่าตัดต้องฉี่ภายในกี่ชม
หลังผ่าตัดเหรอ...ต้องฉี่ภายในกี่ชั่วโมงกันนะ
เคยได้ยินมาว่า 6-8 ชั่วโมงนะ ต้องคอยดูว่าถ่ายออกไหม สีเป็นยังไงด้วย
- ถ้า 6-8 ชั่วโมงแล้วยังไม่ฉี่:
- ลองกระตุ้นให้ฉี่ดูก่อน
- ถ้าไม่ไหวจริง ๆ ต้องบอกหมอให้สวน
จำได้ว่าตอนแม่ผ่าตัด หมอก็เน้นเรื่องนี้มาก บอกว่าสำคัญ
- ติดตาม: 6-8 ชั่วโมงหลังผ่าตัด
- สังเกต: ลักษณะและปริมาณปัสสาวะ
- สำคัญ: ถ้าไม่ถ่ายต้องแจ้งแพทย์
บางทีการรอคอยมันก็ทำให้ใจเสียเหมือนกันนะ แต่ก็ต้องอดทน
เออ แล้วไอ้ elrele BACAUC นี่มันคืออะไรนะ ไม่เคยได้ยินเลยแฮะ ช่างมันเหอะ...
ผ่าตัด จิบน้ําได้ไหม
ผ่าตัดจิบนํ้าได้ไหม? ถามได้! แต่ท้องไส้คุณอาจจะตอบว่า "ไม่!" ????
ทำไมต้องรอ: หลังโดนยาซึม (หรือที่ชาวบ้านเรียก "ยาสลบ") ลำไส้คุณอาจจะยัง "งง" อยู่ ทำงานไม่เต็มร้อย ถ้าซัดน้ำเข้าไปเลย อาจเกิดอาการ "ปั่นป่วน" ชวนอ้วกได้ ใครอยากอ้วกหลังผ่าตัดบ้าง ถามใจดู!
ยาชายังไม่หมดฤทธิ์: อย่าลืมว่ายาสลบมันไม่ได้หายวับไปกับตา มันยัง "วนเวียน" อยู่ในร่างคุณ การดื่มน้ำเร็วไปอาจทำให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์ได้
รอหมอบอก: ฟังหมอดีที่สุด หมอจะบอกเองว่าเมื่อไหร่ถึงจะ "เปิดไฟเขียว" ให้คุณจิบน้ำหรือทานอะไรได้ อย่าซ่าส์!
เพิ่มเติมแบบขำๆ แต่มีสาระ:
- ลำไส้ขี้เซา: คิดซะว่าลำไส้คุณมัน "ขี้เซา" ต้องการเวลา "ตื่น" อย่าเพิ่งไปปลุกมันด้วยการเทน้ำใส่!
- ยาแก้ปวด: บางทีหมอก็ให้ยาแก้ปวด ยาพวกนี้ก็ทำให้ท้องอืดได้อีก การดื่มน้ำเยอะๆ อาจทำให้ "จุก" กว่าเดิม
- ใจเย็นๆ: การฟื้นตัวหลังผ่าตัดต้องใช้เวลา ใจเย็นๆ รอให้ร่างกายพร้อมก่อน ค่อย "จัดหนัก" ทีเดียว! ????
ทำไมผ่าตัด ต้องสวนอุจจาระ
โอ๊ย ถามมาได้! ทำไมผ่าตัดต้องสวนเหรอ? ก็เหมือนจะไปรบอ่ะพี่น้อง ต้องเคลียร์พื้นที่ให้โล่งเตียน!
- เคลียร์ทางให้หมอ: หมอจะได้เห็นชัดๆ ไงเล่า! ไม่งั้นมองไปเจอแต่ขี้เต็มพุง หมอจะผ่าตัดตรงไหนถูก!
- กันซวย: เกิดผ่าๆ ไป ไส้แตก ขี้แตกขึ้นมา จะยิ่งยุ่งยากเข้าไปอีก สวนไปก่อน จบ!
- ลดเชื้อโรค: ขี้เนี่ยตัวดีเลย เชื้อโรคเพียบ! สวนออกไป ก็ลดความเสี่ยงติดเชื้อไง
สรุป: สวนขี้ก่อนผ่าตัดก็เหมือน "เคลียร์หน้าดินก่อนสร้างบ้าน" อ่ะ เข้าใจยัง!
ป.ล. อย่าไปกลัวการสวน! เจ็บนิดเดียว ดีกว่าเจ็บตอนผ่าตัดเป็นไหนๆ! หมอเค้ามีวิธี ไม่ทรมานอย่างที่คิดหรอกน่า!
เรื่องเล่าชาวบ้าน: สมัยก่อนเค้าว่ากันว่า สวนขี้แล้ว "ดวงดี" ด้วยนะ! เพราะของไม่ดีมันออกไปจากตัว! อันนี้ก็แล้วแต่ความเชื่อส่วนบุคคลนะจ๊ะ!
ทำไมผ่าตัดต้องโกนขน?
เออ ตอนผ่าไส้ติ่งเมื่อต้นปีที่โรงพยาบาลจุฬาฯ หมอบอกต้องโกนขนหน้าท้องนะ ตอนแรกก็งงๆ แต่หมอบอกว่า
ทำแผลง่าย: คือตอนทำความสะอาดแผล หมอเค้าจะได้ไม่ต้องมานั่งเขี่ยขนไง มันเกะกะ แล้วยาจะได้ซึมเข้าแผลดีๆ
ลดเสี่ยงติดเชื้อ: ขนมันเป็นแหล่งสะสมแบคทีเรียชั้นดีเลย พอไม่มีขน ก็เหมือนลดบ้านให้เชื้อโรคอยู่ คือเข้าใจได้
แต่แอบได้ยินพยาบาลคุยกันว่า บางทีการโกนขนเนี่ยแหละ ที่ทำให้ติดเชื้อได้ เพราะอาจจะบาดผิว แล้วเชื้อเข้าทางนั้นได้เหมือนกัน ตอนนั้นก็แอบจิตตกนิดนึง แต่ก็ทำตามหมอสั่งแหละ ผลสุดท้ายก็ไม่มีปัญหาอะไร แผลหายดี
แต่ถ้าถามว่าทำไมต้องโกน? สรุปสั้นๆ คือ ทำความสะอาดแผลสะดวก ลดโอกาสแบคทีเรียสะสม นั่นแหละ
หลังผ่าตัดกินอะไรฟื้นตัวเร็ว?
หลังผ่าตัดกินอะไรให้ฟื้นตัวเร็วจี๋? นี่มันคำถามยอดฮิตระดับชาติ! เอาจริง ๆ นะ ไม่ใช่แค่ซุปไก่สกัด (ถึงแม้จะช่วยทางใจได้เยอะ) แต่หัวใจหลักคือ "โปรตีน" จ้ะพ่อแม่พี่น้อง
โปรตีน เปรียบเสมือนกองทัพทหารเอกที่คอยซ่อมแซมบ้าน (ร่างกาย) ที่โดนระเบิด (การผ่าตัด) ไปไงล่ะ! กินเยอะๆ แผลจะได้สมานไว
อะไรบ้างที่ควรกิน?
- เนื้อปลา: ย่อยง่าย สบายพุง แถมมีโอเมก้า 3 ช่วยลดอักเสบด้วยนะเออ (ไม่ใช่ปลาทอดนะคุณ)
- เต้าหู้: โปรตีนจากพืช ทางเลือกสำหรับคนไม่อยากกินเนื้อสัตว์
- ไข่: แหล่งโปรตีนชั้นดี ราคาเป็นมิตร (แต่ถ้าคอเลสเตอรอลสูง ก็เบาๆ หน่อยนะ)
- อกไก่: พระเอกตลอดกาลของคนรักสุขภาพ (แต่กินแต่ไก่อย่างเดียวก็เบื่อนะ)
- ถั่วต่างๆ: โปรตีนสูง ไฟเบอร์เยอะ ช่วยเรื่องขับถ่าย (หลังผ่าตัดท้องผูกนี่นรกชัดๆ)
แต่เดี๋ยวก่อน! อย่าเพิ่งรีบกินสเต็กเนื้อวากิวหลังออกจากห้องผ่าตัดนะ เริ่มจากอะไรง่ายๆ ก่อนดีกว่า เช่น โจ๊ก, ซุป, หรืออาหารเหลวๆ ที่กลืนง่าย
สำคัญสุด: ฟังคุณหมอและนักโภชนาการนะจ๊ะ! พวกเขาคือผู้เชี่ยวชาญ อย่าเชื่อคนในอินเทอร์เน็ตมากเกินไป (รวมทั้งฉันด้วย!)
แถมท้ายแบบเจ็บๆ คันๆ: อย่าคิดว่ากินโปรตีนเยอะแล้วจะหายเป็นปลิดทิ้งนะ การพักผ่อนให้เพียงพอ, ทำตามคำแนะนำของหมอ, และกำลังใจที่ดีก็สำคัญไม่แพ้กัน! (แต่ถ้ามีคนมาป้อนข้าวให้ด้วย จะฟื้นตัวเร็วกว่าเดิมอีกนะ... อันนี้พูดจริง)
ข้อมูลเพิ่มเติม (แบบขำๆ):
- ปีนี้ 2567 อย่าไปเชื่อข้อมูลเก่าๆ นะจ๊ะ เทคโนโลยีการผ่าตัดและโภชนาการมันก้าวหน้าไปไกลแล้ว!
- อย่าอด: การอดอาหารหลังผ่าตัด = ฆ่าตัวตายทางอ้อม! ร่างกายต้องการพลังงานและสารอาหารในการซ่อมแซมตัวเองนะ
- อย่ากินอะไรแปลกๆ: ช่วงนี้งดของหมักดอง, ปลาร้า, หรืออะไรที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อไปก่อนนะ (ถึงจะอยากแค่ไหนก็เถอะ)
- อย่าเครียด: ความเครียดทำให้แผลหายช้า! หาอะไรทำที่ผ่อนคลาย, ดูหนังตลก, ฟังเพลง, หรือเม้าท์มอยกับเพื่อนก็ช่วยได้
- สำคัญที่สุด: อย่าดื้อ! ทำตามคำแนะนำของหมออย่างเคร่งครัด แล้วทุกอย่างจะดีเอง (เชื่อฉันเถอะ)
ปัสสาวะไม่ออกเป็นเพราะอะไร?
ปัสสาวะไม่ออก? มันมีเหตุ
- ชาย: ต่อมลูกหมาก (แก่แล้วก็งี้)
- หญิง: มดลูก (มันหย่อนได้), ท่อ (มันก็ตีบได้)
อาการ? ไม่สุด, ไม่พุ่ง, บ่อย, ยังปวด... ไปหาหมอซะ
- ตรวจง่าย ไม่เจ็บ (ถ้าเจอหมอดี) มีวิธีรักษา
ข้อมูลเพิ่มเติม:
- ต่อมลูกหมากโต: เกือบทุกคนเป็นเมื่ออายุมากขึ้น แต่ไม่ใช่ทุกคนที่ต้องผ่าตัด กินยาช่วยได้
- มดลูกหย่อน: ผู้หญิงคลอดลูกเยอะๆ, อายุมากขึ้น ก็เป็นกันเยอะ
- ท่อปัสสาวะตีบ: เกิดได้จากหลายสาเหตุ การอักเสบ การผ่าตัด
- การวินิจฉัย: หมอจะซักประวัติ ตรวจร่างกาย อาจมีการตรวจปัสสาวะ อัลตราซาวด์
- การรักษา: ขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรง ยา ผ่าตัด สวนปัสสาวะ มีหมด
อย่าปล่อยไว้นาน รักษาง่ายกว่าตอนมันลาม
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต