ทำไมผู้ป่วยเบาหวานแผลหายช้า

72 ครั้งเข้าชม
ทำไมแผลเบาหวานหายช้า?ผู้ป่วยเบาหวานแผลหายช้าเพราะไขมันสะสมในเส้นเลือด ทำให้เส้นเลือดตีบ แข็ง และอุดตัน เลือดจึงไปเลี้ยงแผลได้ไม่ดี กระบวนการสมานแผลจึงช้าลง ทำให้แผลเรื้อรังและหายยาก
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

ทำไมแผลหายช้าในผู้ป่วยเบาหวาน?

เออ...ทำไมแผลเบาหวานมันหายช้าเนี่ยนะ? เท่าที่จำได้ตอนเรียนพยาบาลมา (นานมากกก) อาจารย์เคยบอกว่าเพราะน้ำตาลในเลือดมันสูงไง! สูงปรี๊ดดดดดดดด แล้วมันไปทำลายเส้นเลือดเล็กๆ ที่ไปเลี้ยงแผล

ทีนี้พอเลือดมันไปเลี้ยงไม่ดี แผลมันก็เน่าสิคุณ! ไม่หาย แถมบางทีลามไปใหญ่โตอีก น่ากลัวจะตายไป

แล้วอะไรอีกนะ... อ้อ! คนเป็นเบาหวานภูมิต้านทานก็ไม่ค่อยดีด้วยมั้ง? เหมือนร่างกายมันสู้เชื้อโรคได้ไม่เก่งเท่าคนปกติอะ (อันนี้ไม่แน่ใจนะ จำได้ลางๆ)

เคยเห็นคุณป้าข้างบ้านเป็นเบาหวาน แผลที่เท้าแกเป็นหนองน่ากลัวมากกกกก ต้องไปล้างแผลที่คลินิกทุกวันเลย สงสารแกจัง แกว่าทรมานสุดๆ

สรุปคือ น้ำตาลสูง> เลือดไปเลี้ยงไม่ดี> ภูมิต้านทานต่ำ> แผลหายช้า....มั้ง? (อันนี้จากความทรงจำอันเลือนลางนะ 555)

แผลเบาหวานรักษายังไงให้หาย

แผลเบาหวานนี่มันหนักหัวจริงๆ! ต้องรักษาให้ถูกวิธีนะ ไม่งั้นลำบากแน่ๆ

  • ล้างด้วยน้ำเกลือสิ ปีนี้หมอบอกใช้น้ำเกลืออย่างเดียวเลย ไม่ต้องผสมอะไรเพิ่ม แต่ก่อนเคยผสมเบตาดีนนะ ตอนนี้เค้าเปลี่ยนวิธีแล้วมั้ง

  • ปิดแผลด้วยผ้าก๊อซ ชุบน้ำเกลือเหมือนเดิม วันละ 2-4 ครั้ง ตามที่หมอนัด จำได้ว่าหมอที่รพ.ศิริราชแนะนำอย่างนี้

ยาปฏิชีวนะเหรอ? อันนี้ต้องถามหมอ หมอจะดูว่าจำเป็นต้องใช้ไหม แล้วก็เลือกยาให้ กินหรือฉีด ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของแผลเลย แผลฉันปีนี้ก็ไม่ได้กินยาอะไรเพิ่มนะ หมอบอกแค่ทำแผลให้สะอาด

สงสัยจัง ทำไมวิธีการรักษาเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ปีที่แล้วก็วิธีนึง ปีนี้ก็อีกวิธี หรือว่ามันขึ้นอยู่กับแต่ละคนด้วยรึเปล่า?

  • ปีนี้ฉันใช้เจลแผลเป็นด้วยนะ หลังจากทำแผลเสร็จ หมอแนะนำมา ช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น แต่ก็ต้องดูแลความสะอาดอย่างเคร่งครัดนะ

เอ้อ! ลืมไป ต้องควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดด้วยนะ สำคัญมาก! นี่แหละตัวการหลักเลย ถ้าไม่ควบคุมดีๆ แผลก็หายยาก

สงสัยต้องไปเช็คระดับน้ำตาลอีกแล้วมั้ง วันนี้ยังไม่ได้เช็คเลย พรุ่งนี้เช้าต้องเช็คให้ได้!

อาการแผลติดเชื้อเป็นยังไง

แผลติดเชื้อนะ... อืมม อาการ?

  • บวม แดง! รอบแผลเลยนะ แบบ...เห็นชัดอ่ะ ไม่ใช่แดงนิดๆ
  • ปวดดดด แบบปวดขึ้นเรื่อยๆ นี่แหละ ใช่เลย (เคยเป็นตอนเด็กๆ ตอนล้มจักรยาน)
  • อุ่นๆ ด้วยนะ แถวๆ แผลอ่ะ สังเกตดีๆ

เออ แล้วทำไมแผลต้องติดเชื้อด้วยวะ? (อันนี้ถามตัวเอง)

  • อ๋อ... แบคทีเรียไง! บุกรุก!
  • แล้วทำไมต้องบวมแดง? ระบบป้องกันตัวเองมั้ง ร่างกายพยายามสู้!

ปวดนี่ทรมานจริงจังนะ... จำได้เลยตอนเด็กๆ แม่พาไปหาหมอ หมอบอกว่าติดเชื้อ ต้องกินยา โอ้ยยย... ขม!

  • ยาปฏิชีวนะสินะ (อันนี้เดาเอา)
  • แล้วต้องทำความสะอาดแผลด้วย น้ำเกลือๆ

สรุป: บวม แดง ปวดขึ้นเรื่อยๆ อุ่นๆ ต้องระวัง! รีบไปหาหมอ! (เดี๋ยวเป็นเรื่องใหญ่!)

ข้อมูลเพิ่มเติม (จากประสบการณ์ส่วนตัว): ตอนเด็กๆ อ่ะ ชอบแกะสะเก็ดแผลมาก! รู้เลยว่าทำไมแผลติดเชื้อง่าย! อย่าทำตามนะ! ไม่ดี!

ผู้ป่วย เบาหวาน ควร ใส่รองเท้า แบบ ไหน

รองเท้าคนเป็นเบาหวาน? เรื่องมากชิบหาย

  • ส้น: เตี้ยๆ หน่อย จะได้ไม่ล้มหัวทิ่ม
  • พื้น: ยางดิบๆ กันลื่น ถ้ายังลื่นอีกก็ตัวใครตัวมัน
  • เฉพาะราย: สั่งตัดไปเลย จบๆ จะได้พอดีเท้าเป๊ะๆ (แต่เปลืองตังค์นะ)
  • แผ่นรอง: สั่งทำพิเศษเอาที่มันซัพพอร์ตเท้า อย่าไปใช้ของตลาดนัด

ทำไมต้องเรื่องเยอะ?

เบาหวานแดกประสาทเท้าไง ถึงเหยียบตะปูยังไม่รู้ตัว รองเท้าไม่ดี = แผล = ตัดขา เข้าใจยัง?

ข้อมูลเพิ่มเติม (เผื่ออยากรู้):

  • ปีนี้ (2567) เทคโนโลยีรองเท้าเบาหวานก้าวหน้าไปเยอะ มีเซนเซอร์วัดแรงกดฝ่าเท้าด้วยนะ แต่ราคา...ไม่ต้องพูดถึง
  • ถ้าเป็นแผลที่เท้าแล้ว อย่าหวังว่าจะหายง่ายๆ รีบหาหมอเถอะ
  • อย่าเชื่อหมอทั้งหมด ฟังหูไว้หู ศึกษาเองบ้าง จะได้ไม่โดนหลอก
  • รองเท้าดีอย่างเดียวไม่พอ คุมน้ำตาลในเลือดด้วย ไม่งั้นก็เท่านั้น
  • อย่าประมาทเบาหวาน คิดว่าแค่กินยาแล้วจบ คือพลาดมหันต์

แผลหายช้า ทำไง

แผลหายช้า? จัดการได้

  • ทำความสะอาดแผลอย่างสม่ำเสมอ ด้วยน้ำเกลือ 0.9% (ปี 2566) เช็ดเบาๆ อย่าถูแรง
  • พักผ่อน อย่าหักโหม งานหนักออกกำลังกายรุนแรง งดก่อน
  • ยาปฏิชีวนะ? ปรึกษาเภสัชกร อย่ามั่วใช้เอง อันตราย
  • สังเกตอาการ แผลลุกลาม พบแพทย์ทันที อย่าช้า

แผลเป็นเรื่องละเอียดอ่อน อย่าประมาท สุขภาพสำคัญกว่าความขี้เกียจ