ทำไมผู้ป่วยเบาหวานแผลหายช้า
ทำไมแผลหายช้าในผู้ป่วยเบาหวาน?
เออ...ทำไมแผลเบาหวานมันหายช้าเนี่ยนะ? เท่าที่จำได้ตอนเรียนพยาบาลมา (นานมากกก) อาจารย์เคยบอกว่าเพราะน้ำตาลในเลือดมันสูงไง! สูงปรี๊ดดดดดดดด แล้วมันไปทำลายเส้นเลือดเล็กๆ ที่ไปเลี้ยงแผล
ทีนี้พอเลือดมันไปเลี้ยงไม่ดี แผลมันก็เน่าสิคุณ! ไม่หาย แถมบางทีลามไปใหญ่โตอีก น่ากลัวจะตายไป
แล้วอะไรอีกนะ... อ้อ! คนเป็นเบาหวานภูมิต้านทานก็ไม่ค่อยดีด้วยมั้ง? เหมือนร่างกายมันสู้เชื้อโรคได้ไม่เก่งเท่าคนปกติอะ (อันนี้ไม่แน่ใจนะ จำได้ลางๆ)
เคยเห็นคุณป้าข้างบ้านเป็นเบาหวาน แผลที่เท้าแกเป็นหนองน่ากลัวมากกกกก ต้องไปล้างแผลที่คลินิกทุกวันเลย สงสารแกจัง แกว่าทรมานสุดๆ
สรุปคือ น้ำตาลสูง> เลือดไปเลี้ยงไม่ดี> ภูมิต้านทานต่ำ> แผลหายช้า....มั้ง? (อันนี้จากความทรงจำอันเลือนลางนะ 555)
แผลเบาหวานรักษายังไงให้หาย
แผลเบาหวานนี่มันหนักหัวจริงๆ! ต้องรักษาให้ถูกวิธีนะ ไม่งั้นลำบากแน่ๆ
ล้างด้วยน้ำเกลือสิ ปีนี้หมอบอกใช้น้ำเกลืออย่างเดียวเลย ไม่ต้องผสมอะไรเพิ่ม แต่ก่อนเคยผสมเบตาดีนนะ ตอนนี้เค้าเปลี่ยนวิธีแล้วมั้ง
ปิดแผลด้วยผ้าก๊อซ ชุบน้ำเกลือเหมือนเดิม วันละ 2-4 ครั้ง ตามที่หมอนัด จำได้ว่าหมอที่รพ.ศิริราชแนะนำอย่างนี้
ยาปฏิชีวนะเหรอ? อันนี้ต้องถามหมอ หมอจะดูว่าจำเป็นต้องใช้ไหม แล้วก็เลือกยาให้ กินหรือฉีด ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของแผลเลย แผลฉันปีนี้ก็ไม่ได้กินยาอะไรเพิ่มนะ หมอบอกแค่ทำแผลให้สะอาด
สงสัยจัง ทำไมวิธีการรักษาเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ปีที่แล้วก็วิธีนึง ปีนี้ก็อีกวิธี หรือว่ามันขึ้นอยู่กับแต่ละคนด้วยรึเปล่า?
- ปีนี้ฉันใช้เจลแผลเป็นด้วยนะ หลังจากทำแผลเสร็จ หมอแนะนำมา ช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น แต่ก็ต้องดูแลความสะอาดอย่างเคร่งครัดนะ
เอ้อ! ลืมไป ต้องควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดด้วยนะ สำคัญมาก! นี่แหละตัวการหลักเลย ถ้าไม่ควบคุมดีๆ แผลก็หายยาก
สงสัยต้องไปเช็คระดับน้ำตาลอีกแล้วมั้ง วันนี้ยังไม่ได้เช็คเลย พรุ่งนี้เช้าต้องเช็คให้ได้!
อาการแผลติดเชื้อเป็นยังไง
แผลติดเชื้อนะ... อืมม อาการ?
- บวม แดง! รอบแผลเลยนะ แบบ...เห็นชัดอ่ะ ไม่ใช่แดงนิดๆ
- ปวดดดด แบบปวดขึ้นเรื่อยๆ นี่แหละ ใช่เลย (เคยเป็นตอนเด็กๆ ตอนล้มจักรยาน)
- อุ่นๆ ด้วยนะ แถวๆ แผลอ่ะ สังเกตดีๆ
เออ แล้วทำไมแผลต้องติดเชื้อด้วยวะ? (อันนี้ถามตัวเอง)
- อ๋อ... แบคทีเรียไง! บุกรุก!
- แล้วทำไมต้องบวมแดง? ระบบป้องกันตัวเองมั้ง ร่างกายพยายามสู้!
ปวดนี่ทรมานจริงจังนะ... จำได้เลยตอนเด็กๆ แม่พาไปหาหมอ หมอบอกว่าติดเชื้อ ต้องกินยา โอ้ยยย... ขม!
- ยาปฏิชีวนะสินะ (อันนี้เดาเอา)
- แล้วต้องทำความสะอาดแผลด้วย น้ำเกลือๆ
สรุป: บวม แดง ปวดขึ้นเรื่อยๆ อุ่นๆ ต้องระวัง! รีบไปหาหมอ! (เดี๋ยวเป็นเรื่องใหญ่!)
ข้อมูลเพิ่มเติม (จากประสบการณ์ส่วนตัว): ตอนเด็กๆ อ่ะ ชอบแกะสะเก็ดแผลมาก! รู้เลยว่าทำไมแผลติดเชื้อง่าย! อย่าทำตามนะ! ไม่ดี!
ผู้ป่วย เบาหวาน ควร ใส่รองเท้า แบบ ไหน
รองเท้าคนเป็นเบาหวาน? เรื่องมากชิบหาย
- ส้น: เตี้ยๆ หน่อย จะได้ไม่ล้มหัวทิ่ม
- พื้น: ยางดิบๆ กันลื่น ถ้ายังลื่นอีกก็ตัวใครตัวมัน
- เฉพาะราย: สั่งตัดไปเลย จบๆ จะได้พอดีเท้าเป๊ะๆ (แต่เปลืองตังค์นะ)
- แผ่นรอง: สั่งทำพิเศษเอาที่มันซัพพอร์ตเท้า อย่าไปใช้ของตลาดนัด
ทำไมต้องเรื่องเยอะ?
เบาหวานแดกประสาทเท้าไง ถึงเหยียบตะปูยังไม่รู้ตัว รองเท้าไม่ดี = แผล = ตัดขา เข้าใจยัง?
ข้อมูลเพิ่มเติม (เผื่ออยากรู้):
- ปีนี้ (2567) เทคโนโลยีรองเท้าเบาหวานก้าวหน้าไปเยอะ มีเซนเซอร์วัดแรงกดฝ่าเท้าด้วยนะ แต่ราคา...ไม่ต้องพูดถึง
- ถ้าเป็นแผลที่เท้าแล้ว อย่าหวังว่าจะหายง่ายๆ รีบหาหมอเถอะ
- อย่าเชื่อหมอทั้งหมด ฟังหูไว้หู ศึกษาเองบ้าง จะได้ไม่โดนหลอก
- รองเท้าดีอย่างเดียวไม่พอ คุมน้ำตาลในเลือดด้วย ไม่งั้นก็เท่านั้น
- อย่าประมาทเบาหวาน คิดว่าแค่กินยาแล้วจบ คือพลาดมหันต์
แผลหายช้า ทำไง
แผลหายช้า? จัดการได้
- ทำความสะอาดแผลอย่างสม่ำเสมอ ด้วยน้ำเกลือ 0.9% (ปี 2566) เช็ดเบาๆ อย่าถูแรง
- พักผ่อน อย่าหักโหม งานหนักออกกำลังกายรุนแรง งดก่อน
- ยาปฏิชีวนะ? ปรึกษาเภสัชกร อย่ามั่วใช้เอง อันตราย
- สังเกตอาการ แผลลุกลาม พบแพทย์ทันที อย่าช้า
แผลเป็นเรื่องละเอียดอ่อน อย่าประมาท สุขภาพสำคัญกว่าความขี้เกียจ
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต