ทำไมผ่าตัดต้องเดิน
ทำไมการลุกเดินหลังผ่าตัดจึงสำคัญต่อการฟื้นตัว?
โห...เรื่องนี้มันฝังใจเลยนะ ตอนนั้นที่แม่ฉันผ่าตัดใหญ่เมื่อเดือนมีนาคมปีที่แล้ว ที่โรงพยาบาลแถวบ้าน จำได้ว่าหมอพยาบาลก็พูดเสียงแข็งๆ เลยว่าต้องลุกเดินนะ ต้องเดินเลย พอรู้สึกตัวดีขึ้น มันทรมานมากเลยนะจะบอกให้ รู้สึกเหมือนร่างกายมันไม่เป็นของตัวเองเลยจริงๆ
ฉันก็ถามนะ ทำไมต้องรีบขนาดนี้ มันเจ็บจะตาย หมอบอกว่าต้องเดินแหละ ถึงจะเจ็บก็ต้องเดินให้ได้ มันจะช่วยให้เลือดไหลเวียนดีขึ้นนะ ไม่ให้คั่งค้าง ลองคิดดูดิ พอเดินไปเดินมาจริงๆ เออ มันก็รู้สึกโล่งขึ้นนิดนึงว่ะ ไม่ปวดตรงแผลแปลบๆ เหมือนตอนแรกที่เอาแต่นอนนิ่งๆ มันช่วยได้จริงๆ นะ เรื่องความเจ็บปวดนี่ พอได้ขยับบ้างมันก็ดีขึ้นเฉยเลย
ที่สำคัญเลยนะ หมอย้ำนักย้ำหนาเรื่องลิ่มเลือดนี่แหละ กลัวมันอุดตันอะไรพวกนี้อะ พอได้เดิน เลือดมันก็ไม่นิ่งไง มันเหมือนไปกระตุ้นให้ระบบไหลเวียนทำงานปกติ ไม่ต้องมากลัวว่าจะเกิดอะไรแย่ๆ หลังผ่าตัด เรื่องแบบนี้มันต้องทำจริงๆ ถึงจะเจ็บก็ต้องสู้ ไม่งั้นมันจะแย่กว่าเดิมเยอะเลยนะ นี่จากประสบการณ์เลย เห็นมาแล้วกับตา.
แผลผ่าตัดห้ามทำอะไรบ้าง
ห้ามให้แผลผ่าตัดโดนน้ำ
จำได้แม่นเลย ตอนนั้นผ่าตัดไส้ติ่ง เมื่อปีที่แล้ว ปลายเดือนเมษา หมอบอกว่าห้ามอาบน้ำแบบลงอ่าง หรือให้น้ำไหลผ่านแผลตรงๆ เด็ดขาด รู้สึกกังวลมาก เพราะปกติเป็นคนชอบอาบน้ำอุ่นทุกวัน มันเหมือนโดนบังคับให้อยู่ในกรงเลย ต้องคอยเช็ดตัว เอาสำลีชุบน้ำยาฆ่าเชื้อเช็ดรอบๆ แผล กลัวแผลจะอักเสบ หรือแผลมันจะแห้งช้า กลัวจะเป็นรอยแผลเป็นใหญ่ๆ ด้วย วันแรกๆ นี่แทบจะไม่อยากเข้าห้องน้ำเลย มันอึดอัดไปหมด
ห้ามเกาแผลเด็ดขาด!
ตอนแผลเริ่มแห้งๆ เนี่ย คันยิบๆ มาก โดยเฉพาะช่วง หลังผ่าตัดสัปดาห์ที่สอง ทรมานสุดๆ อยากจะเอาเล็บจิกแรงๆ แต่หมอบอกเด็ดขาดว่าห้ามเกาเด็ดขาด ถ้าคันมากให้ลองใช้วิธีอื่น เช่น เคาะเบาๆ หรือ ใช้ปลายนิ้วแตะๆ บริเวณรอบๆ แทน ตอนนั้นก็แอบใจชื้น ว่าเออ ถ้ามันคันจนทนไม่ไหวจริงๆ ก็คงมีวิธีอื่น แต่ก็ยังแอบกลัว ว่าเผลอไปเกาเข้าแล้วจะเป็นยังไง
อย่าหักโหม ยกของหนัก หรือออกกำลังกาย
อันนี้ ชัดเจนมาก ตั้งแต่ก่อนออกจากโรงพยาบาล หมอเน้นย้ำ ว่า อย่างน้อย 4-6 สัปดาห์ อย่าเพิ่งไปยกของหนักเกิน 5 กิโลกรัม แล้วก็อย่าไปวิ่ง หรือกระโดดอะไรแรงๆวันแรกๆ ที่กลับบ้าน เห็นลูกกลิ้งอยู่ในห้องน้ำ อยากจะเข็นไปเก็บ แต่ก็กลัว สุดท้ายก็ปล่อยทิ้งไว้แบบนั้น ให้แฟนเป็นคนจัดการ รู้สึกตัวเองอ่อนแอ มากๆ แต่ก็ต้องทำตามหมอ เพราะกลัวแผลปริ
ท่านอนสำคัญมาก
ตอนผ่าตัดช่องท้องหมอบอกให้พยายามนอนหงายอย่าเพิ่งนอนตะแคง หรือ นอนคว่ำเพราะมันจะกดทับแผลแรกๆ ก็ลำบากหน่อยต้องคอยเอาหมอนมารองให้หลังตรงไม่ให้กลิ้งไปกลิ้งมากลางคืนก็พลิกตัวลำบากบางทีก็เผลอพลิกตะแคงไปบ้างตื่นมาก็เจ็บๆก็เลยต้องปรับตัวพยายามบังคับตัวเองให้นอนหงายยอมลำบากหน่อยแต่ก็เพื่อแผลจะได้หายดี
ยาต้องปรึกษาหมอเท่านั้น
เรื่องยานี่คือสิ่งที่ผมให้ความสำคัญเป็นพิเศษหลังจากผ่าตัดหมอจะให้ยาแก้ปวดและยาปฏิชีวนะมาผมจะกินตามที่หมอสั่งเป๊ะๆถ้ามีอาการปวดก็จะกินยาแก้ปวดที่หมอให้มาถ้ามีอาการผิดปกติเช่นมีไข้สูงหรือแผลบวมแดงก็จะรีบโทรหาหมอทันทีไม่กล้าซื้อยากินเองเด็ดขาดกลัวว่ายาบางชนิดอาจจะมีผลกับแผลหรือทำให้เกิดอาการแพ้ก็เลยยึดคำแนะนำของหมอเป็นหลัก
- หลังผ่าตัด: ห้ามโดนน้ำ
- เมื่อไหร่:ช่วง 7-14 วันแรก ขึ้นอยู่กับประเภทของการผ่าตัด
- ทำไม: ป้องกันแผลเปียก ทำให้หายช้า เสี่ยงติดเชื้อ
- ตัวอย่าง:เช็ดตัวด้วยฟองน้ำ หรือ ผ้าชุบน้ำยาฆ่าเชื้อ
- ห้ามเกา
- เมื่อไหร่:ช่วงที่แผลเริ่มแห้ง จะคันมาก
- ทำไม: ป้องกันแผลเปิด เสี่ยงติดเชื้อ
- ตัวอย่าง:แตะเบาๆ หรือ เคาะบริเวณรอบแผล
- จำกัดการเคลื่อนไหว
- เมื่อไหร่:4-6 สัปดาห์ หรือตามแพทย์สั่ง
- ทำไม: ป้องกันแผลปริ หรือเส้นประสาทเสียหาย
- ตัวอย่าง:งดการยกของหนัก (เกิน 5 กก.) งดการออกกำลังกายหนัก
- ท่าทางการนอน
- เมื่อไหร่:ตลอดช่วงพักฟื้น
- ทำไม: ลดแรงกดทับบนแผล
- ตัวอย่าง:นอนหงาย หรือ ใช้หมอนรอง
- ยา
- เมื่อไหร่:ตลอดการรักษา
- ทำไม: ป้องกันผลข้างเคียง และการดื้อยา
- ตัวอย่าง:ปรึกษาแพทย์ทุกครั้งก่อนใช้ยาใดๆ
แผลผ่าตัดจะแห้งภายในกี่วัน
แผลผ่าตัดนะ... กว่ามันจะแห้งจริง ๆ ก็ใช้เวลาหลายวันอยู่เหมือนกันนะ... อืม บางทีเราก็ลืมไปว่ามันต้องใช้เวลานานแค่ไหน
ถ้าพูดถึงการสมานตัวจนกว่าจะหายสนิทเลยนะ มันก็ราวๆ 3-6 สัปดาห์ แผลมันถึงจะเริ่มเข้าที่จริง ๆ แล้วส่วนมากมันก็ทิ้งรอยแผลเป็นเอาไว้อยู่ดีนั่นแหละ
แต่ถ้าเราไม่อยากให้มันเป็นรอยชัดเจนนักนะ ก็ต้องดูแลให้ดีมาก ๆ เลยล่ะ บางทีเราก็ไม่รู้ว่าแผลแบบไหนมันจะหายช้าหรือเร็วต่างกันไปบ้างนะ
มันขึ้นอยู่กับหลายอย่างเลยนะ แผลแต่ละแบบ...ก็ใช้เวลาต่างกันจริง ๆ
- แผลเย็บปกติ: ผิวหนังจะเริ่มติดกันภายใน 5-10 วัน แต่เนื้อเยื่อด้านในใช้เวลาหลายสัปดาห์กว่าจะแข็งแรง
- แผลเปิดหรือแผลติดเชื้อ: ใช้เวลาหายช้ากว่ามาก อาจเป็น หลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน เพราะร่างกายต้องสร้างเนื้อเยื่อใหม่เติมเต็ม
- แผลผ่าตัดใหญ่: อาจใช้เวลา 6 เดือนถึง 1 ปี กว่าจะสมานตัวเต็มที่และแผลเป็นจะอ่อนนุ่มลง
- การติดเชื้อ: ทำให้แผลหายช้าลงและเพิ่มโอกาสการเกิดแผลเป็นที่เห็นชัด
- ภาวะสุขภาพ: คนที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน หรือผู้สูงอายุ แผลจะหายช้ากว่าปกติ
- การดูแลแผล: การทำความสะอาดและการปิดแผลอย่างถูกวิธี มีผลต่อความเร็วในการหาย
- ตำแหน่งแผล: แผลบริเวณข้อต่อหรือส่วนที่เคลื่อนไหวบ่อยๆ อาจใช้เวลาหายช้าลงและเสี่ยงต่อการเกิดแผลเป็นนูน
ทำยังไงให้แผลผ่าตัดแห้งไว
อยากให้แผลผ่าตัดแห้งไวเนี่ยนะ? ง่ายนิดเดียว! ทำตัวเหมือนแผลเป็นนางเอกละครหลังข่าวที่ต้อง "พักฟื้น" ให้สุดๆ ไปเลย!
- แปะพลาสเตอร์ตามสั่ง: หมอบอกให้แปะยังไงก็แปะงั้น อย่าให้แหวกแนว เดี๋ยวแผลจะตกใจ! เปรียบเหมือนชุดเกราะนางงาม ที่ต้องใส่ให้เป๊ะทุกองศา
- เช็ดให้แห้งนะจ๊ะ: แผลชอบความแห้งสนิท ยิ่งกว่าถูกหวย! สัมผัสเบาๆ เหมือนปลอบประโลมเจ้าหญิงที่เพิ่งผ่านศึกสงครามมา
- อย่าหาเรื่องยกของหนัก: ยกของหนักเหมือนจะไป "โอลิมปิก" หรอ? แผลเขาไม่เอานะจ๊ะ! กล้ามเนื้อจะได้ไม่เกร็งจนแผลร้องไห้
- โปรตีนช่วยได้: กินโปรตีนเยอะๆ เหมือนให้ "ฮีโร่" มาซ่อมแซมร่างกายแผลน้อยๆ ของเรา
- ของหมักดอง/ดิบ: สารพัดของพวกนี้เหมือน "ศัตรูตัวฉกาจ" ของแผล เขาจะทำให้แผลอักเสบจนแห้งช้ากว่าเดิม
- งดวิ่งหนีผี: ช่วงนี้งดออกกำลังกายหนักๆ ไปก่อนนะจ๊ะ แผลอยาก "พักผ่อน" ไม่ได้อยากไปวิ่งมาราธอน!
- บุหรี่คือหายนะ: ถ้าสูบบุหรี่อยู่ ขอแนะนำให้ "พักเบรก" เลยนะจ๊ะ เพราะบุหรี่ทำให้เลือดไหลเวียนไม่ดี แผลก็ยิ่งไม่ยอมแห้ง
- ยาหมอบอกให้กิน: ยาฆ่าเชื้อกินให้ครบเหมือน "เคล็ดวิชาลับ" ของเหล่าซูเปอร์ฮีโร่ ที่ช่วยกำจัดผู้ร้าย (เชื้อโรค) ออกไป
ข้อมูลเสริมแบบเจาะลึก (แต่ไม่เยอะจนงง)
- พลาสเตอร์: ชนิดของพลาสเตอร์ก็มีผลนะ บางชนิดช่วยระบายอากาศ บางชนิดกันน้ำได้ดี ปรึกษาหมอเลยว่าแผลเราต้องการแบบไหน!
- ความสะอาด: การทำความสะอาดแผลอย่างถูกวิธี สำคัญมาก! แค่ "เช็ด" เบาๆ ด้วยน้ำเกลือหรือน้ำยาที่หมอแนะนำ ไม่ต้องถูไถแรงๆ เดี๋ยวแผลจะหาว่า "รังแก"
- โปรตีน: แหล่งโปรตีนดีๆ ก็มีเพียบเลยนะ เช่น เนื้อปลา อกไก่ ไข่ ถั่วต่างๆ พวกนี้เป็นเหมือน "ช่างก่อสร้าง" ชั้นดีของร่างกาย
- การไหลเวียนเลือด: การสูบบุหรี่ทำลายหลอดเลือดเล็กๆ ที่ไปเลี้ยงแผล พอเลือดไหลเวียนไม่ดี แผลก็เลย "งอแง" ไม่ยอมแห้งสักที
- การยกของ: การยกของหนักเกินไปอาจทำให้ "แรงดึง" ไปที่แผล ทำให้แผลปริหรือแยกได้ เปรียบเหมือนเราพยายามดึงเชือกเส้นบางๆ ให้ขาดนั่นแหละ
ทำตามนี้แล้ว แผลจะแห้งไวเหมือน "แว็บเดียว"!
แผลเย็บกี่วันหายสนิท
แสงจันทร์อ่อนโยนสาดทอผ่านหน้าต่างบานเก่า บนพื้นไม้ขัดเงาเย็นเฉียบในค่ำคืนเงียบงัน... ทุกสิ่งหยุดนิ่ง... เหมือนกำลังฟังเสียงหัวใจตัวเองเต้นช้าๆ... รอคอย... เฝ้ารอ... การเปลี่ยนแปลงที่มองไม่เห็น. มันค่อยๆ คลี่คลาย.
เวลาเดินไป... เหมือนสายน้ำในลำธาร... ช้าๆ แต่ไม่เคยหยุดนิ่ง. ในความมืด... มีเพียงความรู้สึกของการเยียวยา... กัดกินความเจ็บปวดเก่าๆ ให้จางหายไปทีละน้อย... คืนแล้วคืนเล่า... รอคอยการสมาน.
ร่องรอย... ที่ยังคงปรากฏ... บอกเล่าเรื่องราวของการรอคอย... การฟื้นตัว. มันอ่อนไหว... ต้องการการดูแล... เหมือนกิ่งไม้ที่เพิ่งแตกยอดอ่อนๆ... ต้องทะนุถนอม.
โดยทั่วไป แผลเย็บจะสมานภายใน 7-10 วัน การดูแลรักษาสำคัญมาก.
การฟื้นตัวจน แผลหายสนิทเป็นปกติใช้เวลาประมาณ 3-4 สัปดาห์
- การดูแลแผลเปิด:
- ทำความสะอาด ทุกวัน ด้วยสำลีและแอลกอฮอล์
- ปิดแผล ด้วยผ้ากอซเสมอ
- หลีกเลี่ยงการโดนน้ำ:
- ห้ามแผลโดนน้ำ เด็ดขาด จนกว่าแผลจะแห้งสนิท
- หลังตัดไหม รอให้แผลปิดสนิทและแห้งดีก่อน จึงจะโดนน้ำได้
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต