ทำไมหมอลาออกเยอะ

152 ครั้งเข้าชม
ทำไมหมอลาออกเยอะ?แพทย์ลาออกมากขึ้นเนื่องจาก: งานหนัก: ภาระงานที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ค่านิยมเปลี่ยน: บุคลากรรุ่นใหม่ให้ความสำคัญกับความสมดุลชีวิตมากขึ้น ปัจจัยภายนอก: ค่าตอบแทนไม่สมดุลค่าครองชีพ, ขาดโอกาสพัฒนาตนเอง, ความเสี่ยงถูกฟ้องร้องเพิ่ม
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

หมอลาออกเยอะ เพราะอะไร?

หมอลาออกเยอะ? เออ เรื่องจริงเลยนะเนี่ย ฉันว่ามันซับซ้อนกว่าที่เราเห็นเยอะเลย

เมื่อก่อนตอนเด็กๆ ไปหาหมอที่คลินิกแถวบ้าน (จำไม่ได้ว่าคลินิกชื่ออะไร แต่จำได้ว่าหมอใจดีมาก) หมอคนนั้นดูมีความสุขกับการทำงานมาก แต่เดี๋ยวนี้...

ปัจจัยหลักๆ ที่เห็นชัดเลยนะ คือภาระงานที่มันเยอะขึ้นแบบไม่น่าเชื่อ สมัยก่อนอาจจะไม่ได้มีเคสเยอะเท่านี้ หรือเทคโนโลยีทางการแพทย์อาจจะยังไม่ซับซ้อนเท่าตอนนี้

แล้วก็... เรื่องทัศนคติของคนรุ่นใหม่ที่เปลี่ยนไปก็มีส่วนนะ สมัยนี้ใครๆ ก็อยากมี Work-Life Balance มากขึ้น ไม่ใช่แค่ทำงานหนักอย่างเดียว

ค่าตอบแทนกับค่าครองชีพก็เป็นปัญหาใหญ่! คือเงินเดือนมันไม่พอใช้จริงๆ นะ บางทีเห็นข่าวหมอจบใหม่เงินเดือนเท่านี้ แล้วเทียบกับค่าเช่าบ้าน ค่าเดินทาง มันแบบ... เฮ้อ

โอกาสในการศึกษาต่อก็สำคัญนะ ถ้าไม่มีโอกาสพัฒนาตัวเอง หมอก็อาจจะรู้สึกว่าตัวเองไม่ก้าวหน้า

แล้วก็เรื่องการฟ้องร้อง! คือการรักษาคนไข้มันมีความเสี่ยงอยู่แล้ว แล้วถ้าเกิดอะไรขึ้นมา หมอก็อาจจะโดนฟ้องได้ง่ายๆ มันกดดันนะ!

ทำไมหมอถึงมีน้อย

ทำไมหมอถึงมีน้อย... อืม จริงๆแล้วมันซับซ้อนกว่านั้นเยอะเลยนะ

  • ไม่ใช่แค่วาทกรรม: การบอกว่ามีคนพยายามทำให้คนเรียนหมอน้อยลงมันอาจจะง่ายเกินไป หมอมันขาดแคลนจริงๆ นั่นแหละ
  • เรียนยากจริง: การเรียนหมอไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องใช้เวลา ความอดทน และเงินทองเยอะมาก คนจำนวนมากเลยถอดใจไปก่อน
  • ภาระงานหนัก: หมอทำงานหนักมาก ชั่วโมงการทำงานยาวนาน ความรับผิดชอบสูง ความเครียดมหาศาล ใครจะอยากมาเจออะไรแบบนี้ทุกวัน
  • ค่าตอบแทนไม่สมเหตุสมผล: เมื่อเทียบกับความเหนื่อยยาก ค่าตอบแทนของหมอในไทยอาจจะไม่สูงอย่างที่คิด โดยเฉพาะหมอที่ทำงานในโรงพยาบาลรัฐบาล
  • ระบบ: ระบบสาธารณสุขของไทยก็มีปัญหาหลายอย่าง ทั้งเรื่องการกระจายตัวของหมอที่ไม่ทั่วถึง อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ไม่เพียงพอ และการบริหารจัดการที่ไม่ดี

เรื่องเกษียณอายุ 70 ของกระบวนการยุติธรรม... อันนั้นก็เป็นอีกเรื่องนึงเลย มันมีผลกระทบต่อคนจบกฎหมายจริง แต่มันคนละประเด็นกับเรื่องหมอขาดแคลน

ทำไมถึงคิดแบบนี้เหรอ? เพราะเห็นหมอที่รู้จักหลายคนเหนื่อยแทบขาดใจ บางคนถึงขั้นลาออกไปทำอย่างอื่นเลย เพราะทนไม่ไหวกับระบบที่เป็นอยู่ ไม่ใช่แค่เพราะอยากรวย หรือกลัวคนแย่งงาน แต่มันเป็นเรื่องของคุณภาพชีวิตด้วย

หมอในประเทศไทยมีกี่คน 2567

โอ้โห! หมอไทยปีนี้เยอะเหมือนมดขึ้นบ้าน! 2,883 คน! นี่แค่จบใหม่นะจ๊ะ ไม่รวมพวกที่เก๋าเกมส์อยู่แล้ว นับไม่ไหวหรอก เยอะจนผมขนลุกซู่เลย! เหมือนผมนับเม็ดทรายริมทะเลเลยครับ!

  • จบใหม่ปีนี้ 2,883 คน เยอะมั้ยล่ะ!
  • ไทยแท้ๆ 2,792 คน ส่วนต่างอีก 91 คน น่าจะไปเรียนเมืองนอกมา หล่อๆ สวยๆ ทั้งนั้นแน่ๆ เลย
  • ปีนี้หมอแน่นอน หาหมอได้ง่ายขึ้น แต่.. คิวก็ยาวขึ้นเหมือนกันนะ คิดดูดิ คนเยอะขนาดนี้

ที่จริงผมอยากรู้จังว่าปีหน้าจะมีกี่คนนะ เยอะกว่านี้มั้ย? หรือว่ารัฐบาลจะควบคุมจำนวนหมอจบใหม่ ไม่งั้นเดี๋ยวตลาดหมอจะล้น กลายเป็นหมอขายถั่วเขียวแทน! ฮ่าๆๆๆ ล้อเล่นนะ แต่คิดดูก็ตลกดีเหมือนกันเนอะ!

อาชีพแพทย์ในอนาคตจะเป็นอย่างไร

หมออนาคต? ไม่ใช่แค่ซ่อมคนป่วย แต่เป็น "โค้ช" สุขภาพ ตัวเองต้องรอดก่อน หมอถึงจะสู้กับโรคร้ายได้

  • โค้ชสุขภาพ: ดูแลตัวเองเป็น หมอไม่เหนื่อย
  • เฉพาะทาง: โรคยากๆ หมอจัดการเอง
  • เทคโนโลยี: AI, หุ่นยนต์ เข้ามาช่วย (หรือแย่งงาน?)
  • ข้อมูล: ปี 2567 คนไทยป่วยน้อยลง (รึเปล่า?) เพราะดูแลตัวเองมากขึ้น (มั้ง?)
  • เตือน: อย่าเชื่อกูมาก ไปหาหมอจริงดีกว่า

ข้อเสียของการเป็นแพทย์มีอะไรบ้าง

ข้อเสียหมอเหรอ...โอ๊ย เยอะ!

  • เรียนหนัก: แบบโคตร ๆ อ่านหนังสือยันหว่างอ่ะจริง แล้วยิ่งใกล้สอบนะ...นรกชัด ๆ
  • เรียนนาน: 6 ปี++ ยังไม่จบ! ต่อเฉพาะทางอีก ตาย ๆๆๆ
  • อยู่เวร: อันนี้สุด ๆ นอนน้อยโลกเบี้ยว เจอเคสแปลก ๆ ตอนตีสามตลอด ใครมันจะไปมีสติ!
  • เวลาครอบครัว: แทบไม่มี! สงสารแม่มาก วันเกิดก็ไม่ได้กลับบ้านบ่อย ๆ อ่ะ
  • ทำงานไกลบ้าน: เพื่อนจบไปอยู่ รพ. ชุมชนโน่นนนนนนน นาน ๆ เจอกันที
  • ความไม่แน่นอน: คนไข้แต่ละคน...เรื่องเยอะ! โรคประหลาดก็มา แถมบางทีก็เจอญาติหัวร้อนอีก
  • ทำงานกับคนเยอะ: หมอ พยาบาล คนไข้ ญาติ...ปวดหัว! ต้องดีลกับทุกคนอ่ะ
  • ทักษะสื่อสาร: ต้องคุยกับคนที่ไม่เข้าใจศัพท์แพทย์ด้วยนะ บางทีก็ต้องแปลเป็นภาษาชาวบ้านอ่ะ เฮ้อ

เหนื่อยจริง ๆ นะเนี่ย แต่ก็...สู้! (มั้ง)

การเรียนแพทย์ยากไหม

การเรียนแพทย์ยากไหม... อืม... ยากนะ ยากจริง ๆ

มันเหมือนเราค่อย ๆ ไต่เขาที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ ตั้งแต่ปีหนึ่ง จนถึงปีหก ยิ่งสูงขึ้น วิวก็ยิ่งสวย แต่ทางก็ยิ่งชัน

  • ปีหนึ่งถึงปีสาม: เหมือนเรียนทฤษฎีเยอะมาก ชื่อยา ชื่อโรค ศัพท์ทางการแพทย์ อะไรก็ไม่รู้เต็มไปหมด ต้องจำให้ได้ แล้วเอาไปใช้จริง ๆ อีก
  • ปีสี่ถึงปีหก: เริ่มได้ลงมือทำจริง ได้เจอคนไข้ ได้เห็นความเจ็บป่วย ได้สัมผัสชีวิตและความตาย มันกดดันนะ บางทีก็รู้สึกว่าตัวเองเล็กมาก
  • จบมาแล้ว: ความรับผิดชอบมันยิ่งใหญ่กว่าตอนเป็นนักเรียนเยอะ เราต้องตัดสินใจเรื่องชีวิตคนอื่น ต้องแบกรับความคาดหวังของคนไข้และญาติ ๆ มันไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ เลย

แต่... ถ้าใจเรารักที่จะช่วยเหลือคนอื่น รักที่จะเรียนรู้เรื่องร่างกายมนุษย์ รักที่จะเห็นคนไข้หายดี มันก็คุ้มค่าแหละ

มันไม่ได้สบายอย่างที่เห็นหรอก เหนื่อยมาก เครียดมาก บางทีก็ท้อ แต่ถ้าเรายังสนุกกับมันได้ ยังรู้สึกว่าสิ่งที่เราทำมันมีความหมาย มันก็พอจะทำให้เราเดินต่อไปได้

หาทางของตัวเองให้เจอ พยายามค้นหา passion ของตัวเอง แล้วลุยให้เต็มที่ ไม่ว่าผลจะเป็นยังไง อย่างน้อยเราก็ได้ทำในสิ่งที่เรารักแล้ว

พี่ก็เป็นกำลังใจให้ทุกคนนะ สู้ ๆ ไปด้วยกัน