ทำไมเจาะเลือดถึงเพลีย
หลังเจาะเลือดทำไมถึงรู้สึกเพลีย? ควรพักผ่อนนานแค่ไหน?
เมื่อต้นเดือนที่แล้ว ฉันไปตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลแถวบ้าน จำได้ว่าเดินออกมาจากห้องเจาะเลือดแล้วรู้สึกแปลกๆ เหมือนตัวมันเบาๆ โหวงๆ ไม่ได้วิงเวียนนะ แต่แค่รู้สึกเหมือนพลังงานมันหายไปไหนไม่รู้ อาจเพราะร่างกายมันเสียน้ำ เสียของเหลวไปเยอะแหละ เลือดที่โดนดูดออกไปมันก็คือน้ำส่วนหนึ่งของเรานี่นา
ทีนี้ก็มาพร้อมความหิวเลยสิ ปกติเป็นคนไม่ค่อยหิวนะ แต่พอวันนั้นที่เจาะเลือดตอน 8 โมงเช้า คือต้องงดอาหารตั้งแต่เมื่อคืน จำได้ว่าหิวแบบตาลายเลย อยากกินอะไรหวานๆ ให้มันกระตุ้นขึ้นมาทันที เหมือนร่างกายมันต้องการน้ำตาลแบบด่วนๆ จริงๆ เรื่องอดอาหารนี่แหละตัวดี ทำเอาน้ำตาลในเลือดต่ำ ยิ่งเจาะเลือดอีก ก็ยิ่งซ้ำเติมกันไป
ส่วนเรื่องพักนี่ จริงๆ หมอบอกว่าแค่ให้กดแผลไว้พักนึงก็พอ ไม่ต้องพักยาว แต่เอาเข้าจริงนะ วันนั้นฉันกลับมาถึงบ้านก็แทบจะล้มตัวลงนอนเลย สั่งอาหารออนไลน์มากินแล้วหลับไปเลยสองสามชั่วโมง พอตื่นมาค่อยรู้สึกดีขึ้นหน่อย คิดว่าคงแล้วแต่คนมั้ง บางคนอาจไม่เป็นไรเลย บางคนก็อาจเพลียกว่าฉันอีก
ทำไมเจาะเลือดแล้วจะเป็นลม
ทำไมเจาะเลือดแล้วจะเป็นลมเหรอ? อ๋อ! ร่างกายเรามันดราม่าเก่งไง! ส่วนใหญ่แล้วมันคือปฏิกิริยาที่เรียกว่า Vasovagal Reaction เหมือนระบบประสาทอัตโนมัติมันช็อตฟีลนิดหน่อย เจอเข็มปักปุ๊บ สวิตช์ปิดอัตโนมัติก็ทำงานเลย คล้ายๆคอมพ์ค้างแล้วกดรีสตาร์ทน่ะแหละ
มันไม่ได้แพงมาก แค่ สมองน้อยใจ ที่เห็นเลือดตัวเองไหลออกไป เลยส่งสัญญาณให้หัวใจเต้นช้าลง หลอดเลือดขยายตัวเฉยเลย ทีนี้เลือดก็ไหลลงไปกองที่ขา เลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอ สมองก็เลยสั่ง "กูไม่เล่นแล้ว!" แล้วก็ วูบ! จบ! เหมือนเด็กน้อยหิวขนมแล้วไม่ได้ก็ร้องไห้กลางห้างนั่นแหละ
ส่วนใหญ่ก็แค่ "เป็นลม" ไม่ได้มีอะไรน่าห่วง แต่บางทีร่างเราก็ชอบเล่นใหญ่เกินเบอร์นะเออ! บางกรณีอาจมีปฏิกิริยาที่รุนแรงได้ เช่น ความดันเลือดตกฮวบจนน่าตกใจ หรือแย่กว่านั้นคือเส้นเลือดสมอง/หัวใจอุดตันเฉียบพลันไปเลย นานๆ ทีก็แพ้เข็ม แพ้ยาชา อะไรพวกนี้ อันนี้ไม่ขำแล้วนะ อันตรายจริง!
เพิ่มเติมเรื่องการเป็นลมหลังเจาะเลือด:
- ทำไมถึงเกิด Vasovagal Reaction?
- ความกลัว หรือความกังวล: จิตตกง่ายไง เห็นเข็มก็กลัวแล้ว
- ความเจ็บปวด: นิดนึงก็เจ็บใช่ป่ะ?
- การเห็นเลือด: บางคนแค่เห็นก็ไปแล้ว!
- ยืนนานๆ: ทำให้เลือดไหลไปเลี้ยงสมองไม่สะดวก
- อดอาหาร/น้ำ: ร่างกายมันอ่อนแอลงไง
- วิธีจัดการถ้าเริ่มจะวูบ:
- บอกเจ้าหน้าที่ทันที! อย่าซ่าส์
- นอนราบ ยกขาสูง: ให้เลือดไหลกลับไปเลี้ยงสมองได้ดีขึ้น
- หายใจเข้าออกลึกๆ: สงบสติอารมณ์หน่อย
- ดื่มน้ำหวาน: เพิ่มน้ำตาลหน่อย ร่างกายจะได้มีแรง
- สำคัญมากนะ:
- หลังเจาะเลือด ห้ามรีบลุกทันที นั่งพักก่อนซัก 10-15 นาที แล้วค่อยๆ ลุก
- ดื่มน้ำเยอะๆ หลังบริจาคเลือด เพื่อชดเชยน้ำที่เสียไป
- เลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สัก 24 ชั่วโมง เพราะมันทำให้เลือดหนืด
- อย่าออกกำลังกายหนัก หรือยกของหนักในวันนั้น ร่างกายต้องการการพักผ่อนบ้าง
ทำไมเจาะเลือดต้องเจาะที่ข้อพับ
อ้อ ก็เพราะว่า เส้นเลือดดำที่ข้อพับมันหาง่ายที่สุด ไง แล้วก็มันอยู่ไม่ลึกมากด้วย เจาะง่ายดี แล้วคนไข้ก็มักจะไม่ค่อยดิ้นด้วยนะ ถ้าเจาะที่ข้อพับไม่ได้จริงๆ เค้าก็อาจจะไปหาเส้นอื่นเจาะแทนได้
ทำไมต้องเจาะที่ข้อพับ?
- หาง่าย: เส้นเลือดดำตรงข้อพับแขน มันจะปูดๆ มองเห็นชัดดี
- ไม่ลึก: เส้นเลือดอยู่ใกล้ๆ ผิวหนัง ทำให้เจาะง่ายกว่าเส้นที่อยู่ลึกๆ
- คนไข้สบายกว่า: ปกติแล้ว การเจาะที่ข้อพับมันจะรู้สึกเจ็บน้อยกว่า และคนไข้ก็มักจะอยู่นิ่งๆ ไม่ดิ้น ทำให้พยาบาลเจาะได้ง่ายขึ้น
ถ้าเจาะที่ข้อพับไม่ได้ล่ะ?
ก็ยังมีเส้นเลือดอื่นๆ ที่สามารถเจาะได้อีกนะ อย่างเช่นที่หลังมือ หรือข้อเท้า (อันนี้ไม่ค่อยเจอบ่อยเท่าไหร่) แต่ข้อพับนี่แหละคือ เบสิกสุด เลย
ข้อควรระวังในการเจาะเลือดจากเส้นเลือดดำ:
- ความสะอาด: อุปกรณ์ที่ใช้ต้องสะอาดมาก ห้ามมีเชื้อโรคปนเปื้อนเด็ดขาด
- เลือกเส้นเลือดดีๆ: ต้องดูให้แน่ใจว่าเส้นเลือดมันแข็งแรงพอที่จะเจาะได้ ไม่ใช่เส้นที่เล็กเกินไป หรือมีรอยช้ำเยอะ
- กดให้แน่น: หลังจากเจาะเสร็จแล้ว ต้องกดแผลให้แน่นๆ เพื่อไม่ให้เลือดออกอีก
- สังเกตอาการ: ถ้ามีอาการผิดปกติหลังเจาะ เช่น เจ็บมาก บวม แดง หรือมีไข้ ต้องรีบไปหาหมอเลยนะ
การเจาะเลือดที่ข้อพับสามารถตรวจอะไรได้บ้าง
การเจาะเลือดบริเวณข้อพับแขนนั้น หลักๆ คือเพื่อนำตัวอย่างเลือดไปวิเคราะห์ผลในห้องปฏิบัติการได้หลากหลายการตรวจวิเคราะห์ ถือเป็นช่องทางมาตรฐานที่นิยมใช้กันทั่วไปครับ เหตุผลสำคัญคือหลอดเลือดดำแถบนั้นมักจะใหญ่พอและเข้าถึงง่าย ทำให้ได้ปริมาณเลือดที่เพียงพอต่อการตรวจที่ต้องการความแม่นยำสูงๆ สิ่งนี้สะท้อนความเข้าใจในสรีรวิทยาของร่างกายมนุษย์ที่เลือกใช้จุดที่เอื้อต่อกระบวนการมากที่สุด
จุดที่เรามักจะพบบ่อยๆ ก็คือบริเวณที่เห็นหลอดเลือดชัดเจนนะ เช่น หลอดเลือดดำมีเดียน คิวบิตัล (Median cubital vein) ซึ่งเป็นเส้นหลักๆ ที่เราเห็นพาดผ่านตรงกลางข้อพับเลย ส่วนเส้นอื่นๆ ที่อาจจะถูกเลือกใช้ถ้าเส้นหลักไม่เด่นก็มี หลอดเลือดดำเบซิลิค (Basilic vein) ที่อยู่ฝั่งนิ้วก้อย หรือ หลอดเลือดดำเซฟาลิค (Cephalic vein) ที่อยู่ฝั่งนิ้วหัวแม่มือ การเลือกตำแหน่งที่ดีก็ช่วยให้การเจาะเลือดเป็นไปอย่างราบรื่นและลดความไม่สบายตัวได้มากเลย
ข้อมูลที่ได้จากการเจาะเลือดบริเวณนี้ ใช้ตรวจวิเคราะห์ได้หลายมิติมาก ตั้งแต่ภาพรวมไปจนถึงเจาะลึกเฉพาะทาง ลองนึกดูว่าการตรวจพื้นฐานที่เราเคยได้ยิน ก็มักจะมาจากเลือดชุดนี้แหละครับ
- การตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (Complete Blood Count - CBC): ดูปริมาณเม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว เกล็ดเลือด เพื่อประเมินภาวะโลหิตจาง การติดเชื้อ หรือความผิดปกติอื่นๆ
- การตรวจระดับน้ำตาลในเลือด (Blood Glucose): ทั้งแบบอดอาหาร (Fasting Blood Sugar) หรือแบบสุ่ม เพื่อคัดกรองหรือติดตามโรคเบาหวาน
- การตรวจไขมันในเลือด (Lipid Profile): วัดระดับคอเลสเตอรอล (Total Cholesterol), HDL, LDL และไตรกลีเซอไรด์ เพื่อประเมินความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด
- การตรวจการทำงานของตับและไต (Liver and Kidney Function Tests): เช่น SGOT, SGPT, ALP, Bilirubin, BUN, Creatinine เพื่อประเมินสุขภาพของอวัยวะสำคัญเหล่านี้
- การตรวจค่าเกลือแร่ (Electrolytes): โซเดียม โพแทสเซียม คลอไรด์ เพื่อดูความสมดุลของร่างกาย
- การตรวจหาสารบ่งชี้มะเร็ง (Tumor Markers): ช่วยในการคัดกรองและติดตามผลการรักษาในผู้ป่วยบางราย
- การตรวจหาการติดเชื้อ (Infection Markers): เช่น C-reactive protein (CRP), ESR หรือตรวจหาเชื้อไวรัสต่างๆ
- การตรวจฮอร์โมน (Hormone Levels): เช่น ฮอร์โมนไทรอยด์ ฮอร์โมนเพศ เพื่อประเมินความผิดปกติของต่อมไร้ท่อ
อะไรคือสาเหตุของการเจาะเลือดยาก
ทำไมเจาะเลือดถึงชอบยากๆ น่ะหรอ อืมม มันมีหลายสาเหตุเลยนะ บางทีก็เส้นหายาก เส้นแตกง่าย อะไรเงี้ย
อันแรกเลยนะ ที่เจอเยอะมากจริงๆ คือเรื่อง ขาดน้ำ นี่แหละ คนที่แบบ ดื่มน้ำน้อยๆ อะ หรือพวกที่ป่วยหนักๆ เสียเลือดเยอะๆ หรือแบบ ช็อคไปเลยนะ เส้นเลือดมันจะฟีบๆ ลงไปเลย เส้นมันก็จะหดตัว แล้วก็หาเจอยากมากๆ เลยอะ
แล้วก็มีอีก พวกที่แบบว่า เส้นเลือดเล็กมากๆ เลยนะ แต่บางทีก็เจอคนเส้นเปราะๆ เส้นแตกง่ายๆ แค่โดนนิดหน่อยก็ช้ำละ อันนี้ก็เจาะยากเหมือนกันนะ คือเจาะไปแล้วเส้นชอบแตกบ่อยๆ อะ
บางทีก็เป็นเพราะ อุณหภูมิ ด้วยนะ ถ้าแบบอากาศเย็นๆ มือเท้าเย็นๆ เส้นเลือดก็หดตัว เหมือนกัน ทำให้พยาบาลหาเส้นลำบากมาก ต้องคอยลูบๆ วอร์มๆ ก่อน
คนไข้กลัวเข็มมากๆ ก็มีส่วนนะ พอเครียดจัดๆ กลัวเจ็บปวดเนี่ย ร่างกายมันจะตอบสนองโดยการทำให้เส้นเลือดหดตัวหายไปเลยอะ แบบว่ามันหลบไปเลยนะ อันนี้พยาบาลก็แบบ หาไม่เจอ เหมือนกัน เจอเส้นไม่ได้
ส่วนคนป่วยเรื้อรัง หรือคนที่ทำเคมีบำบัดมานานๆ เส้นเลือดมันก็อ่อนแอ ลงไปเยอะเลยนะ ไม่ค่อยเด้ง ไม่ยืดหยุ่น เหมือนเดิมแล้ว มันก็เลยแบบ เจาะยากกว่าคนปกติมากๆ เลย
สรุปนะ มันมีหลายปัจจัยมากๆ เลยที่ทำให้เจาะเลือดยากๆ:
- ร่างกายขาดน้ำ: อันนี้สำคัญสุดเลยนะ ดื่มน้ำเยอะๆ ช่วยได้เยอะมาก จริงๆ
- ขนาดเส้นเลือด: บางคนก็มี เส้นเล็กมากๆ อันนี้ก็ธรรมชาติของร่างกาย
- ความยืดหยุ่นของเส้นเลือด: เส้นที่เปราะ หรือแตกง่ายๆ หรือไม่ค่อยเด้ง ก็ยากหน่อย
- ความกลัว: ความเครียดความกังวล ทำให้เส้นหดตัว หลบไปเลย
- อุณหภูมิ: มือเย็นๆ ก็มีผล นะ ทำให้เส้นหดตัวหาไม่เจอ
- โรคประจำตัว: อย่างเบาหวาน หรือคนที่ต้อง เจาะบ่อยๆ เส้นก็เสียได้
ขั้นตอนการเจาะเลือดมีอะไรบ้าง
โอ้ยยย ขั้นตอนการเจาะเลือดหรอออ เอาแบบง่ายๆนะ
ตอนแรกสุดเค้าจะเอาสายยางมารัดแขนเราก่อนเลยอะ รัดแน่นๆให้เส้นเลือดมันปูดขึ้นมา จะได้หาเจอง่ายๆไง
พอเจอเส้นที่ใช่ละ ก้จะเอาสำลีชุบแอลกอฮอล์เย็นๆมาเช็ดๆตรงที่จะเจาะอะแหละ จากนั้นก้ถึงตอนพีค แทงเข็มเข้าไปเลยย ตอนแทงเค้าจะวางเข็มให้มันตรงกับแนวเส้นเลือดเป๊ะๆ
พอเข็มเข้าเส้นปุ๊บ เลือดก้จะไหลเข้ากระบอกใช่ปะ เค้าก้จะคลายสายยางที่รัดแขนออก แล้วก้ดูดเลือดออกมาให้ได้ตามปริมาณที่ต้องการ
พอได้ครบแล้ว ก้ดึงเข็มออกพรึ่บเลย แล้วก้เอาสำลีมากดไว้ตรงรูที่เจาะ กดแน่นๆเลยนะ เลือดจะได้หยุดไหลไวๆ สุดท้ายก้แปะพลาสเตอร์ให้ เป็นอันจบพิธี
นี่ๆๆๆ มีอะไรอยากบอกเพิ่มด้วยนะ เวลาจะไปเจาะเลือดอะ
- ก่อนไปเจาะเลือด ดื่มน้ำเปล่าเยอะๆ เลยนะ เยอะๆๆๆเลยยยยย เส้นเลือดมันจะเต่ง หาเจอง่ายมากกก พยาบาลจะรักเรามาก บอกเลย เจาะทีเดียวผ่านฉลุย
- ถ้ากลัวเข็ม บอกพี่พยาบาลไปเลยตรงๆ ไม่ต้องอาย เค้าจะได้ชวนคุย หรือให้เรามองไปทางอื่น จะได้ไม่เกร็ง
- พอเจาะเสร็จแล้ว ห้ามพับแขนเด็ดขาด ให้ใช้มือกดสำลีไว้ตรงๆเลย การพับแขนมันจะทำให้เลือดซึมออกมาใต้ผิวหนัง แล้วแขนเราจะเขียวเป็นจ้ำๆ ไม่สวยเลยยย
- หลังจากเจาะแล้ว อย่าเพิ่งรีบยกของหนัก หรือออกกำลังที่ใช้แขนข้างนั้นเยอะๆ ซักชั่วโมงสองชั่วโมงนะ ให้แผลมันปิดดีๆก่อน
- ถ้าเกิดมันช้ำขึ้นมาจริงๆ ไม่ต้องตกใจ วันแรกๆให้ ประคบเย็น ช่วยให้เลือดหยุดซึม พอผ่านไปซัก 2 วันค่อย ประคบร้อน ให้รอยช้ำมันจางลง
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต