ทำไมเป็นไข้แล้วปวดกระดูก
ทำไมเวลาเป็นไข้ถึงปวดกระดูกและปวดเมื่อยตามตัว?
ตอนเป็นไข้นี่มันปวดกระดูกปวดเมื่อยไปหมดเลยเนอะ
เคยเป็นไข้หนักๆ อยู่ทีนึง ปวดไปทั้งตัว ยิ่งตอนดึกๆ นี่เหมือนกระดูกจะบิด ยิ่งขยับยิ่งเจ็บ
สาเหตุมันคงเกี่ยวกับการอักเสบในร่างกายตอนที่สู้กับเชื้อโรค
พวกเชื้อโรคพวกนี้มันเข้าทำลายเซลล์ ทำให้ร่างกายเราตอบสนองไง
พอโครงสร้างมันเสียไปบ้าง มันก็เลยปวด
ที่เคยอ่านมานะ เวลาเป็นไข้ ตัวเราจะหลั่งสารบางอย่างออกมา
สารพวกนี้มันทำให้เรารู้สึกปวดเมื่อย กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น มันจะเกร็งๆ ไปหมด
เหมือนร่างกายมันกำลังบอกให้เราพักผ่อนเยอะๆ เลย
ถ้ามันอักเสบหนักๆ ถึงขั้นกระดูกหรือหมอนรองกระดูกก็คงปวดมาก
เคยมีคนรู้จักเป็นไส้ติ่งแตก ปวดท้องมากจนไข้ขึ้นสูง แล้วก็ปวดหลังด้วย
หมอบอกว่าการอักเสบมันลามมาถึงด้านหลังได้
บางทีก็ไม่ใช่แค่เชื้อโรคที่ทำให้ปวดนะ
ความเครียดสะสมก็มีส่วนด้วยเหมือนกัน
เวลาเราไม่สบาย ร่างกายเราอ่อนแอ สมองมันก็ประมวลผลความเจ็บปวดต่างกัน
เลยทำให้รู้สึกว่าปวดไปหมดทุกอย่าง
ไข้หวัดทำไมถึงปวดกล้ามเนื้อ
อาการปวดกล้ามเนื้อจากไข้หวัดใหญ่
ไวรัสไข้หวัดใหญ่บุกรุกเซลล์กล้ามเนื้อ
เกิดการอักเสบในเนื้อเยื่อ
นี่คือกลไกหลักของโรค
ร่างกายกำจัดไวรัส อาการปวดหายเอง
ยาต้านไวรัสช่วยได้
ข้อมูลเพิ่มเติม
- การอักเสบ: เป็นกระบวนการตอบสนองของร่างกายต่อการบาดเจ็บหรือการติดเชื้อ
- กลไก: ไวรัสทำลายเซลล์กล้ามเนื้อ กระตุ้นการอักเสบ ทำให้ปวดเมื่อย
- การหาย: เมื่อระบบภูมิคุ้มกันทำงาน หรือยาเข้าไปหยุดการแบ่งตัวของไวรัส การอักเสบจะลดลง ความปวดหายไป
- ความรุนแรง: ความปวดกล้ามเนื้ออาจแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับชนิดของไวรัสและสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล
- การรักษา: ยาต้านไวรัสมีประสิทธิภาพสูงสุดในช่วง 48 ชั่วโมงแรกของการเริ่มมีอาการ
ทําไมถึงมีไข้ตัวร้อนแต่รู้สึกหนาว?
ค่ำคืนนั้นฝนพรำ...นอกหน้าต่าง ฉันนอนขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนา ผิวกายร้อนราวกับไฟ แต่ข้างใน...ลึกลงไป...มันหนาวเหน็บจนจับขั้วหัวใจ ความรู้สึกแปลกประหลาดที่เกิดขึ้นพร้อมกัน
ร่างกายกำลังสร้างสมรภูมิของตัวเอง สั่งให้กล้ามเนื้อสั่นระริก...เกร็งไปทั้งร่าง นั่นคือการจุดไฟ...เพื่อเพิ่มอุณหภูมิให้สูงขึ้นไปอีก มันคือการต่อสู้...ที่เราสัมผัสได้ผ่านความทรมานอันเยียบเย็น
ความรู้สึกหนาวนั้นเป็นเพียงกลลวง เป็นสัญญาณที่ร่างกายส่งถึงตัวเอง ว่าอุณหภูมิที่เป็นอยู่...ยังไม่พอ ต้องร้อนกว่านี้...ต้องร้อนกว่านี้อีก...เพื่อขับไล่ผู้บุกรุกที่ไม่ได้รับเชิญออกไป
ภาวะหนาวสั่นเมื่อมีไข้ คือกระบวนการที่ร่างกายพยายามปรับอุณหภูมิแกนกลางให้สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เพื่อสร้างสภาวะที่ไม่เหมาะกับการเติบโตของเชื้อโรค มันคือการประกาศสงครามภายใน
- สมองส่วนไฮโปทาลามัส (Hypothalamus) ซึ่งทำหน้าที่เหมือนเทอร์โมสตัทของร่างกาย ได้รับสัญญาณจากการติดเชื้อ และตั้งค่าอุณหภูมิเป้าหมายใหม่ให้สูงกว่าปกติ
- ร่างกายจึงตอบสนองด้วยการสร้างความร้อนเพิ่มผ่าน การหดตัวของกล้ามเนื้ออย่างรวดเร็ว ซึ่งก็คืออาการสั่นที่เราเป็นนั่นเอง
- ขณะเดียวกันหลอดเลือดฝอยบริเวณผิวหนังจะหดตัว เพื่อลดการระบายความร้อน นี่คือเหตุผลที่ทำให้เรารู้สึกหนาวเย็น ทั้งที่ตัวร้อนจัด
- เป้าหมายหลักคือการยับยั้งการแบ่งตัวของเชื้อโรค เพราะเชื้อโรคส่วนใหญ่เติบโตได้ไม่ดีในอุณหภูมิที่สูงขึ้น
ทำไมเป็นไข้ห้ามห่มผ้า?
เหตุผลที่ไม่ควรห่มผ้าตอนเป็นไข้
ตอนผมเป็นเด็กน้อย อายุสัก 7-8 ขวบ จำได้แม่นเลยว่า วันที่ป่วยเป็นไข้สูงมากๆ ไข้ขึ้นไปเกือบ 40 องศาเลยมั้ง แม่รีบเช็ดตัวให้ แล้วก็พยายามจะห่มผ้าหนาๆ ให้ผมหลายๆ ชั้น พอผมตัวร้อนจี๋จนทนไม่ไหว ผมก็บอกแม่เสียงอู้อี้ว่า "แม่...ร้อน...หายใจไม่ออก" แม่ก็เลยเข้าใจ รีบเอาผ้าห่มออกไปบางส่วน แล้วก็เปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเท
ประสบการณ์ส่วนตัว
นั่นแหละ เป็นครั้งแรกที่ผมรู้สึกว่า การห่มผ้าหนาๆ ตอนเป็นไข้มันไม่ใช่เรื่องดีเลย มันเหมือนเราถูกขังอยู่ในเตาอบ ร่างกายพยายามจะคายความร้อนออก แต่ผ้าหนาๆ มันปิดกั้นไปหมด ทำเอาตัวยิ่งร้อนเข้าไปใหญ่ เหงื่อแตกพลั่กๆ แต่ก็ระเหยออกไปไม่ได้
ความรู้สึกตอนนั้น
มันอึดอัด ทรมานมากจริงๆ อยากจะดิ้นหนีให้พ้นจากผ้าพวกนั้น ยิ่งแม่พยายามจะห่มให้ ก็ยิ่งรู้สึกแย่
คำอธิบายง่ายๆ
ร่างกายเราตอนเป็นไข้ มันเหมือนมีระบบทำความร้อนที่ทำงานหนักกว่าปกติ เราต้องหาทางช่วยให้มันระบายความร้อนออกไปได้ง่ายๆ การใส่เสื้อผ้าหนาๆ หรือห่มผ้าหนาๆ มันก็เหมือนเราไปปิดท่อระบายอากาศของร่างกาย ทำให้ความร้อนมันสะสมอยู่ข้างใน ยิ่งทำให้ไข้สูงขึ้นไปอีก
- ร่างกายมีกลไกเพิ่มความร้อน: ตอนเป็นไข้ ร่างกายจะปล่อยสารบางอย่างออกมา ทำให้สมองส่วนไฮโปทาลามัสปรับอุณหภูมิร่างกายให้สูงขึ้น เพื่อต่อสู้กับเชื้อโรค
- การระบายความร้อนเป็นสิ่งสำคัญ: การที่ร่างกายสูงขึ้นนี้ เราต้องช่วยให้มันระบายความร้อนออกไปได้เร็วที่สุด
- เสื้อผ้าหนา = อุปสรรค: เสื้อผ้าหนาๆ หรือผ้าห่มหลายชั้น จะทำหน้าที่เป็นฉนวนกั้นความร้อนไม่ให้ออกไปจากร่างกาย
- เหงื่อออกแต่ไม่ระเหย: แม้จะเหงื่อออกมาก แต่ถ้าถูกผ้าหนาๆ ปกคลุม ความร้อนจากเหงื่อก็ระเหยได้ยาก ทำให้รู้สึกไม่สบายตัว และไข้ไม่ลดลง
- เสี่ยงภาวะร่างกายขาดน้ำ: การที่ร่างกายร้อนจัดและเหงื่อออกมากโดยไม่สามารถระบายความร้อนได้ อาจนำไปสู่ภาวะขาดน้ำได้
- ยิ่งทำให้รู้สึกแย่: ร่างกายที่ร้อนเกินไป จะทำให้รู้สึกอ่อนเพลีย ปวดเมื่อย เบื่ออาหาร และรู้สึกไม่สบายตัวอย่างมาก
ตัวอย่างเพิ่มเติม
ลองนึกภาพเวลาเราร้อนมากๆ แล้วมีคนเอาผ้าห่มมาคลุมให้สิครับ มันจะรู้สึกยังไง? นั่นแหละครับ คือสิ่งที่เกิดขึ้นกับร่างกายเราตอนเป็นไข้
สรุป
ดังนั้น เวลาเป็นไข้ สิ่งที่ดีที่สุดคือการทำให้ร่างกายรู้สึกสบาย ระบายความร้อนได้ดี ใส่เสื้อผ้าโปร่งสบาย ไม่หนาจนเกินไป และเลือกใช้ผ้าห่มบางๆ ก็พอครับ
ไข้หนาวสั่น อันตรายไหม?
ไข้หนาวสั่นน่ะเหรอ อันตรายไหม... อืม มันก็เหมือนปาร์ตี้ที่เชิญแขกไม่ได้รับเชิญมาเต็มบ้านนั่นแหละ ไม่ได้อันตรายถึงชีวิตเสมอไป แต่ถ้าแขกไม่ยอมกลับภายใน 48 ชั่วโมง หรือเริ่มทุบทำลายข้าวของ ก็ต้องโทรหาตำรวจแล้วล่ะ (ตำรวจในที่นี้คือหมอน่ะสิ คุณเข้าใจใช่ไหม)
ถ้าหนาวสั่นจนฟันกระทบกันเป็นจังหวะเพลงร็อค และไข้ยังพุ่งไม่ยอมลด หรือมีอาการเสริมที่ทำให้รู้สึกเหมือนร่างกายกำลังประท้วงหนักๆ เช่น คอแข็งทื่อ เหมือนหุ่นยนต์ที่แบตหมด หายใจติดๆ ขัดๆ ราวกับท่อไอเสียอุดตัน นั่นแหละคุณเอ๊ย ได้เวลาไปหาคุณหมอแล้ว อย่ารอให้มันสายเกินแก้ เหมือนรอชงกาแฟตอนไฟไหม้บ้านนะเออ
สาเหตุของไข้หนาวสั่น น่ะเหรอ ก็เหมือนสุ่มจับฉลากนั่นแหละ มีตั้งแต่ ไวรัสตัวเล็กๆ ที่ชอบมาเยี่ยมเยียนบ่อยๆ ไปจนถึง แบคทีเรียตัวร้าย ที่ชอบสร้างเรื่องใหญ่ หรือบางทีก็เป็นอาการข้างเคียงจากโรคอื่น ๆ ที่แอบซ่อนอยู่ใต้พรม (โรคที่ซ่อนเร้นไง)
การรักษาน่ะหรือ? ก็ต้องดูว่าต้นตอคืออะไร เหมือนจะซ่อมรถก็ต้องรู้ว่าเสียตรงไหน ถ้าเป็นแค่ไข้หวัดธรรมดา พักผ่อนเยอะๆ ดื่มน้ำให้พอ และ กินยาลดไข้ (ตามที่เภสัชกรแนะนำนะ ไม่ใช่ตามเพื่อนบ้านบอก) ก็ช่วยได้เยอะแล้ว
เช็ดตัวลดไข้เหรอ? ทำได้แน่นอน! เหมือนการเอาผ้าเย็นๆ ไปปลอบใจร่างกายที่กำลังร้อนรุ่ม ควรใช้ น้ำอุณหภูมิห้อง หรือ น้ำอุ่น นะ ไม่ใช่เอาน้ำแข็งมาโปะ เดี๋ยวได้ช็อกซ้ำซ้อนกันพอดี เน้นเช็ดบริเวณข้อพับ ซอกคอ ใต้รักแร้ เพื่อช่วยระบายความร้อนได้ดีมว้าก
อาการที่ต้องวิ่งแจ้นไปหาหมอแบบไม่คิดชีวิต นอกจากคอแข็งทื่อแล้ว ยังมี ปวดหัวรุนแรง ชนิดที่รู้สึกเหมือนหัวจะระเบิด, อ่อนเพลียผิดปกติ เหมือนแบตเตอรี่เหลือน้อยกว่า 1%, ผื่นขึ้นตามตัว ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน หรือ สับสนมึนงง เหมือนเพิ่งตื่นจากฝันร้าย จำไม่ได้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหนกันแน่
การป้องกันน่ะเหรอ? ก็แค่ดูแลตัวเองดีๆ เหมือนดูแลกระเป๋าแบรนด์เนมให้ไม่เป็นรอย ล้างมือบ่อยๆ กินอาหารมีประโยชน์ และ พักผ่อนให้เพียงพอ แค่นี้ก็ช่วยให้ภูมิคุ้มกันแข็งแรง ไม่ต้องมานั่งหนาวสั่นงั่กๆ แล้วล่ะ
แล้วอย่าลืม ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ประจำปีนี้ ด้วยนะ ช่วยลดความเสี่ยงได้เยอะเลย เหมือนมีเกราะป้องกันพิเศษนั่นแหละ ป้องกันไว้ดีกว่ามานั่งเสียใจทีหลังเนาะ
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต