ทํายังไงถึงจะได้นอนโรงบาล

162 ครั้งเข้าชม
เข้าพักโรงพยาบาลต้องเตรียมอะไรบ้าง? ผู้ดูแล: จำเป็นต้องมีญาติหรือผู้ดูแลอายุ 18 ปีขึ้นไป เฝ้าตลอด 24 ชม. ยา: เตรียมยาประจำตัวอย่างน้อย 42 วัน งดตรวจรักษาตามนัดเดิมระหว่างนอนโรงพยาบาล เอกสาร: เตรียมเอกสารสิทธิการรักษาพยาบาลให้พร้อม การเตรียมการล่วงหน้าจะช่วยให้การเข้ารับการรักษาเป็นไปอย่างราบรื่น
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

อยากนอนโรงพยาบาลต้องทำยังไง? มีวิธีเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลแบบเร่งด่วนไหม?

อยากนอนโรงพยาบาล? อืม... เข้าใจเลย ฟีลมันแบบอยากพักใช่มะ? แต่เอาจริง ๆ มันไม่ได้ง่ายขนาดนั้นนะ

คือถ้าป่วยหนักแบบฉุกเฉิน อันนั้นไม่ต้องคิดเยอะ ตรงไปห้องฉุกเฉินเลย! แต่ถ้าแบบอยากนอนเฉย ๆ นี่สิ ยากหน่อย

เคยเจอคนรู้จักอยากนอน รพ. เพราะเบื่อบ้าน แต่หมอไม่ให้แอดมิทนะ เค้าบอกว่ามันต้องมีเหตุผลทางการแพทย์จริง ๆ อ่ะ เข้าใจปะ?

ญาติเฝ้าตลอด 24 ชม. นี่เรื่องจริง! ตอนแม่เราเข้า รพ. (เมื่อปีที่แล้ว, รพ.XXX) เรากับพี่ต้องสลับกันเฝ้า นอนพื้นบ้างอะไรบ้าง คือทรมานจริง 555

ยาประจำตัว 42 วัน? อันนี้ไม่เคยรู้มาก่อนเลยแฮะ แต่ก็เมคเซนส์นะ รพ.คงไม่อยากเสียเวลามาหายาให้

เอกสารสิทธิ์นี่สำคัญมาก! อย่าลืมเช็คสิทธิ์ตัวเองก่อนไปนะ ไม่งั้นบิลมาทีหน้ามืด

วิธีเข้ารับการรักษาแบบเร่งด่วน? ถ้าไม่ฉุกเฉินจริง ๆ ยากอ่ะ แต่ถ้าอาการแย่ลงเรื่อย ๆ รีบไปหาหมอเถอะ! อย่ารอให้มันสายเกินไป

นอนรพ.รัฐ คืนละกี่บาท

นอน รพ.รัฐ คืนละเท่าไหร่? ถามดี! แต่ตอบยากกว่าที่คิดนะจ๊ะ เพราะราคานี่มัน…ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย! คิดซะว่าเลือกห้องโรงแรมน่ะแหละ แต่โรงแรมนี้…มีหมอ!

  • ห้องรวม สบายๆ บรรยากาศครอบครัว (แบบว่าคุยกับเพื่อนบ้านได้): อาจจะหลักร้อยปลายๆ ถึงพันต้นๆ แต่ถ้าเจอห้องที่อัพเกรดหน่อย ก็อาจจะทะลุพันกลางๆ เอาเป็นว่า คิดแบบประหยัดๆ ไว้ก่อน เผื่อมีเงินเหลือไปซื้อขนมเยี่ยมคนไข้ อิอิ

  • ห้องเดี่ยว ความเป็นส่วนตัวสูง เหมือนอยู่คอนโดหรู (แต่ไม่มีวิวทะเล): นี่แหละตัวแม่! ราคาขึ้นอยู่กับโรงพยาบาลและระดับความสะดวกสบาย อาจจะอยู่ที่พันกลางๆ ถึงหลายพันเลยทีเดียว บางทีอาจจะหลักหมื่นก็มี แต่ถ้าโรงพยาบาลรัฐบาลดีๆ ราคาอาจจะสูงขึ้น เพราะคุณภาพก็สูงขึ้นตาม

อย่าคิดว่าโรงพยาบาลรัฐถูกเสมอไปนะ บางทีห้องพิเศษก็แพงกว่าที่คิด เหมือนกินก๋วยเตี๋ยวชามละ 50 แต่สั่งพิเศษทะลุ 300 เรื่องจริง! แนะนำให้โทรไปถามโรงพยาบาลโดยตรงจะดีกว่า อย่าเชื่อใครง่ายๆ เว้นแต่เชื่อฉัน เพราะฉัน…ก็ไม่รู้เหมือนกัน! (ล้อเล่นนะ)

เพิ่มเติม: ปี 2566 นี้ ค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ โดยเฉพาะค่าห้องพัก มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น ตามภาวะเศรษฐกิจ ดังนั้น การตรวจสอบราคาโดยตรงกับโรงพยาบาลเป้าหมายจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง อย่าลืมถามเรื่องส่วนลดหรือสิทธิประโยชน์ต่างๆ ด้วยนะ เผื่อจะได้ส่วนลด เหมือนซื้อของลดราคาในห้างไง!

ต้องมีอาการแบบไหนถึงจะได้นอนโรงพยาบาล

กลางดึกแบบนี้... ถามเรื่องนอนโรงพยาบาล

มันก็มีหลายอย่างนะ ที่ทำให้ต้องไปนอนที่นั่น ไม่ใช่แค่ป่วยธรรมดา

  • เจ็บหน้าอก: แบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อนอ่ะ แล้วมันแน่นๆ หายใจไม่ออก หรือใจเต้นแรงผิดปกติ นี่น่ากลัว ต้องรีบไป
  • อ่อนแรง: อยู่ๆ แขนขาอ่อนแรง พูดไม่ชัด ปากเบี้ยว นี่ต้องระวัง อัมพฤกษ์ อัมพาต
  • สับสน: จำอะไรไม่ได้ ถามอะไรก็งงๆ เพ้อๆ อันนี้ไม่ปกติ
  • ชัก: หรือหมดสติไปเลย อันนี้ไม่ต้องคิดมาก ไปโรงพยาบาลด่วน
  • ปวดหัว: แบบที่ไม่เคยปวดขนาดนี้มาก่อน กินยาก็ไม่หาย อันนี้ต้องเช็ค
  • ท้องเสีย: อาเจียนไม่หยุด จนร่างกายไม่ไหว
  • บาดเจ็บ: กระดูกหัก แผลลึก เลือดออกเยอะ อะไรแบบนี้

คือ... บางทีมันก็ยากนะ ที่จะตัดสินใจว่าต้องไปโรงพยาบาลไหม แต่ถ้าไม่แน่ใจ ไปตรวจไว้ก่อนก็ดีกว่า ปลอดภัยไว้ก่อนเสมอ

จริงๆ นะ... ชีวิตมันสั้น บางทีเราก็คิดมากเกินไป จนลืมดูแลตัวเอง

ป่วยแบบไหนถึงได้แอดมิท

แอดมิทน่ะเหรอ? ไม่ใช่แค่ไข้หวัดธรรมดาหรอกนะคุณขา! ต้องหนักหน่วงถึงขั้นชีวิตเป็นประเด็นเลยล่ะ ถึงจะได้เข้าไปนอนโรงพยาบาลแบบVIP (VIP ในที่นี้หมายถึง Very Important Patient นะคะ ไม่ใช่ห้องพิเศษ!)

อย่างเช่นกรณีเด็กขาดน้ำนี่ ถ้าแค่ปากแห้งนิดหน่อย แค่ดื่มน้ำเยอะๆก็หายแล้ว แต่ถ้าถึงขั้นง่วงซึม ปลุกไม่ค่อยขึ้น ปัสสาวะน้อยจนสีเข้มคล้ายน้ำชาเย็นที่แม่บ้านต้มนานไปหน่อย แบบนั้นถึงจะเรียกว่าหนักหน่วง ต้องรีบส่งโรงพยาบาลด่วนเลยค่ะ ไม่งั้นเดี๋ยวจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ เอาเข้าจริง ๆ อาการขาดน้ำรุนแรงในเด็กอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้นะ อย่าประมาท!

  • อาการรุนแรงต้องแอดมิท: คิดง่ายๆ ว่า ถ้าอาการทำให้คุณ หรือ เด็กเล็ก นอนไม่หลับ กินไม่ได้ หรือแค่หายใจก็เหนื่อยแล้ว นี่แหละค่ะ ถึงเวลาต้องไปโรงพยาบาลแล้ว อย่ารอให้ร่างกายบอกว่า "ฉันทนไม่ไหวแล้วนะ!"
  • อาการอื่นๆ ที่อาจต้องแอดมิท: อาการปวดท้องรุนแรงอย่างกะทุ้งท้องด้วยค้อน หายใจติดขัด หมดสติ ชัก หรือมีแผลฉกรรจ์ พวกนี้ไม่ต้องคิดมากค่ะ ไปโรงพยาบาลเลย!
  • อย่าลืมเด็กเล็ก: เด็กเล็กแสดงอาการป่วยได้ไม่เหมือนผู้ใหญ่ อาการดูเหมือนไม่ร้ายแรงแต่จริงๆ แล้วอาจเป็นอันตราย อย่างที่บอกไปเรื่องภาวะขาดน้ำนี่เอง ถึงจะดูง่วงๆ แต่จริงๆ แล้วอาจเป็นอาการรุนแรง
  • ข้อควรระวังปี 2566: โรคติดเชื้อทางเดินหายใจต่างๆ ยังระบาดอยู่ หากมีอาการไข้สูง ไอ หายใจลำบาก อย่าชะล่าใจ รีบไปพบแพทย์โดยด่วน เพราะบางครั้ง อาจจะหนักกว่าที่คิดไว้เยอะ

จำไว้ว่า การไปโรงพยาบาลไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่เป็นการดูแลสุขภาพที่ดีที่สุด คิดซะว่าไปพักผ่อนแบบมีแพทย์ดูแล ฟรี Wi-Fi ด้วยนะ (อันนี้ล้อเล่นนะ)

ผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอกแตกต่างกันอย่างไร

กลางดึกแบบนี้... คิดอะไรเรื่อยเปื่อยเนอะ เรื่องผู้ป่วยใน ผู้ป่วยนอกนี่เอง

คนไข้ใน... คือต้องนอนโรงพยาบาลเลยอะ อย่างน้อยก็เกินหกชั่วโมง จำได้ตอนป้าฉันป่วยปีนี้ ต้องนอนรักษาตัวเกือบอาทิตย์ ค่าใช้จ่ายก็เยอะตามไปด้วย เหนื่อยใจจริงๆ

ส่วนคนไข้ นอก... แค่ไปตรวจ ไปฉีดยา แล้วก็กลับบ้านได้เลย สะดวกกว่าเยอะ แต่ถ้าอาการหนักก็ต้องนอนโรงพยาบาลอยู่ดี อย่างที่ป้าฉันเป็นอะ

  • IPD (In-Patient Department): ต้องนอนโรงพยาบาล อย่างน้อย 6 ชั่วโมงขึ้นไป ตามคำสั่งแพทย์
  • OPD (Out-Patient Department): ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล ตรวจเสร็จก็กลับบ้านได้

คิดแล้วก็เศร้า ค่ารักษาพยาบาลเดี๋ยวนี้แพงเหลือเกิน หวังว่าปีหน้าค่ารักษาจะถูกลงบ้างนะ อืมม... ง่วงแล้ว นอนดีกว่า

ทำยังไงถึงได้เป็นผู้ป่วยใน

อยากเป็นผู้ป่วยใน? ง่ายนิดเดียว! แค่ป่วยหนักจนหมอต้องร้องขอชีวิต! ไม่งั้นก็ต้องหาทางเข้าโรงพยาบาลให้ได้ แบบว่า…

  • แผนประกันเทพเจ้า: ถ้ามีประกันดีๆ สบายเลย! แค่โทรบอก เดี๋ยวเขาก็จัดการส่งคุณเข้าโรงพยาบาลให้เอง เหมือนนั่งรถหรูไปเที่ยวต่างจังหวัด แต่ไปนอนโรงพยาบาลแทน! (เฉพาะกรณีฉุกเฉินหรือโรคร้ายแรงนะจ๊ะ ไม่ใช่ไอจามเล็กน้อย)

  • แผนซุปเปอร์ฮีโร่: ทำตัวให้ป่วยหนักมากกกก! แบบเดินแทบไม่ได้ หน้าซีดเผือด เหมือนผีดิบเลยทีเดียว หมอเห็นเข้า รับเข้าเป็นผู้ป่วยในแน่นอน! แต่ระวังนะ วิธีนี้เสี่ยง! อาจจะ…ตายก่อนถึงโรงพยาบาลก็ได้! (วิธีนี้ไม่แนะนำ อันตรายต่อสุขภาพ)

  • แผนปลอมตัว: อันนี้เสี่ยงมากกกก! แต่ถ้าทำสำเร็จ คุณจะได้เป็นผู้ป่วยในอย่างสมใจ! ต้องคิดแผนให้ดีๆ (วิธีนี้ผิดกฎหมาย ห้ามทำเด็ดขาด)

จริงๆแล้วนะ มันไม่ได้สนุกอย่างที่คิดหรอก! นอนโรงพยาบาลเนี่ย มันไม่ใช่โรงแรม 5 ดาวนะ! อาหารก็จืดชืด เสียงคนไอคนครางก็ดังตลอด อยากได้อะไรก็ต้องขอ เหมือนขอทานเลย! (พูดจริงๆนะ ผมเคยเข้าไปนอนพักผ่อน เพราะป่วยหนัก ไม่สนุกเลย)

ข้อควรจำปี 2566: การเป็นผู้ป่วยในต้องได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ และจำเป็นต้องอยู่ในโรงพยาบาลอย่างน้อย 6 ชั่วโมงขึ้นไป รวมถึงกรณีเสียชีวิตก่อนครบ 6 ชั่วโมงด้วยนะจ๊ะ อย่าคิดจะแกล้งป่วยเข้าโรงพยาบาลเล่นๆ มันไม่ใช่เรื่องตลกเลยนะ!

แอดมิดต้องกี่ชั่วโมง

คนไข้ IPD ต้องนอนโรงพยาบาล ตั้งแต่ 6 ชั่วโมงขึ้นไป นะ อย่างเมื่อวานซืน (15 มิ.ย. 67) พ่อปวดท้องหนักเลยพาไป รพ. เกษมราษฎร์ บางแค หมอบอกไส้ติ่งอักเสบต้องผ่าด่วน พ่อก็ต้องแอดมิดยาวเลย กลายเป็นคนไข้ IPD ไป

  • IPD คือ: คนไข้ในที่ต้องนอน รพ. 6 ชั่วโมงขึ้นไป
  • ตัวอย่าง: พ่อแอดมิดเพราะไส้ติ่งอักเสบ
  • สถานที่: รพ. เกษมราษฎร์ บางแค
  • วันที่: 15 มิถุนายน 2567