ทําอย่างไรให้ค่าไตดีขึ้น

126 ครั้งเข้าชม
การดูแลไตให้มีค่าดีขึ้นและช่วยล้างพิษทำได้โดย: ดื่มน้ำสะอาดให้พอเพียงวันละสองลิตร ลดการปรุงรสเค็มและเลี่ยงอาหารแปรรูปที่มีเกลือสูง ปรับการกินด้วยการลดแป้งและน้ำตาล เพิ่มปลาและผักใบเขียวให้มากขึ้น หมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ พร้อมทั้งควบคุมโรคประจำตัวให้คงที่ สิ่งสำคัญที่สุดคือความมุ่งมั่นและวินัยในการดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่องไม่ให้ขาดตอน.
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

วิธีฟื้นฟูไตเสื่อมให้กลับมาดีขึ้น ต้องดูแลตัวเองอย่างไร?

เข้าใจเลยว่าพอไตเริ่มมีปัญหาแล้วมันกังวลใจเนอะ. ที่เคยอ่านเจอหรือพอจำได้นะ, เรื่องฟื้นฟูไตเสื่อมเนี่ยมันไม่ใช่ว่า "กลับมาดีเป็นปกติ" เป๊ะๆ ซะทีเดียว, แต่มันเน้นที่การ "ชะลอ" การเสื่อมให้ได้มากที่สุด แล้วก็พยายามรักษาการทำงานที่เหลืออยู่ให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้. อันนี้สำคัญเลยนะ.

อย่างเรื่อง "ล้างพิษไต" ที่เขาว่ามา, ฉันว่ามันคือการลดภาระให้ไตมากกว่า. ข้อแรกเลย, "ดื่มน้ำให้พอเหมาะวันละ 2 ลิตร" อันนี้จริงมาก. สมัยก่อนฉันก็ไม่ค่อยดื่มน้ำเท่าไหร่, แต่พอมาใส่ใจเรื่องสุขภาพแล้ว, รู้สึกได้เลยว่าร่างกายมันดีขึ้นจริงๆ. แต่ 2 ลิตรนี่ก็ต้องค่อยๆ ปรับนะ, ถ้าไม่เคยดื่มเลยก็อาจจะรู้สึกว่าเยอะไป.

แล้วข้อ 3, "ไม่กินอาหารแปรรูปเพราะมีเกลือสูง" เนี่ย, อันนี้โดนใจมาก. ลองสังเกตดูสิ, พวกมาม่า, ไส้กรอก, ของทอดสำเร็จรูป, มันเค็มจริงๆ. พอเลิกกินบ่อยๆ แล้ว, ความดันโลหิตก็ดูเหมือนจะนิ่งขึ้นด้วย. จำได้ว่าเคยไปตรวจสุขภาพ, หมอก็เน้นเรื่องนี้มากๆ.

ส่วนข้อ 4, "ลดแป้งลดน้ำตาลกินปลากินผักเพิ่ม", อันนี้ก็เป็นหลักการพื้นฐานที่ดีต่อสุขภาพโดยรวมอยู่แล้ว. ตอนที่ฉันลองปรับเมนู, เน้นผักสดเยอะๆ, ลองเปลี่ยนจากข้าวขาวเป็นข้าวกล้องบ้าง, รู้สึกว่าการย่อยดีขึ้น. ปลาก็ย่อยง่ายกว่าเนื้อแดงเยอะ. ที่สำคัญคือพยายามปรุงอาหารเอง, จะได้ควบคุมปริมาณเครื่องปรุงได้.

ข้อ 6, "คุมโรคประจำตัวให้ดี", อันนี้ก็สำคัญสุดๆ. ถ้ามีเบาหวาน ความดัน หรือโรคอื่นๆ อยู่, มันส่งผลกับไตโดยตรงเลย. ต้องไปหาหมอตามนัด, กินยาตามที่หมอสั่งอย่างเคร่งครัด. อย่าคิดเองเออเองเด็ดขาด.

ที่เหลือก็อย่าง "ออกกำลังกายสม่ำเสมอ" กับ "ตั้งใจให้ดีอย่าตะบะแตก", มันก็เป็นกำลังใจให้ตัวเองนั่นแหละ. การออกกำลังกายแบบเบาๆ ก็ช่วยให้เลือดไหลเวียนดี, ทำให้ร่างกายโดยรวมแข็งแรงขึ้น. ส่วนเรื่อง "อย่าตะบะแตก" เนี่ย, มันคือความยากที่สุดแล้ว! บางทีเห็นของอร่อยๆ ก็อยากจะหลุดปากบ้าง. แต่ถ้าเข้าใจแล้วว่ามันสำคัญกับไตเราจริงๆ, ก็จะมีความตั้งใจมากขึ้น. มันคือการดูแลตัวเองในระยะยาว, ไม่ใช่แค่แป๊บเดียวแล้วจบ.

รู้ได้อย่างไรว่าไตมีปัญหา

บางที... ดึกๆ แบบนี้ มันก็อดคิดไม่ได้นะ ว่าร่างกายเราเป็นยังไงบ้าง ช่วงนี้ก็รู้สึกอ่อนเพลียแปลกๆ นอนเท่าไหร่ก็ไม่พอ ตื่นมากลางดึกบ่อยๆ มันไม่ใช่เรื่องปกติเลยนะ

เรื่องไตนี่... มันสำคัญมากจริงๆ เวลาสังเกตตัวเอง สิ่งแรกที่เห็นได้ชัดสุดก็คงเป็นเรื่องฉี่นั่นแหละ ถ้าเจอว่ามันมี ฟองเยอะๆ แบบไม่หายไปง่ายๆ อันนั้นมันผิดปกติแน่ๆ ฉันเคยเจอแล้ว ตกใจเหมือนกัน

แล้วถ้าสีมันเปลี่ยนไปนะ ปัสสาวะเป็นเลือด นี่คือสัญญาณใหญ่เลย ใจไม่ดีเลยจริงๆ เวลาเจอแบบนี้ หรือบางที ฉี่บ่อยขึ้น โดยเฉพาะตอนกลางคืน ตื่นมาเข้าห้องน้ำบ่อยจนเพลีย มันไม่ใช่เรื่องปกติหรอก

อีกอย่างที่ชัดเจนคือเรื่อง อาการบวม เคยสังเกตนะว่าบางวัน หน้าบวม ตาบวม เหมือนนอนไม่พอทั้งๆ ที่ก็นอนเยอะอยู่ หรือเท้า ข้อเท้า นี่สิ เวลาใส่รองเท้าแล้วรู้สึกคับๆ มันก็แปลกๆ แล้ว

ที่เขาบอกให้ลองกดดูน่ะ... ถ้ากดแล้ว ผิวหนังบุ๋ม อยู่นานๆ ไม่เด้งคืนมาเหมือนเดิม อันนั้นคือ สัญญาณของโรคไต ที่ต้องรีบไปหาหมอจริงๆ ฉันเคยลองกดที่ข้อเท้าตัวเองแล้วก็มีรอยบุ๋มอยู่พักหนึ่ง ตอนนั้นกลัวมาก

จริงๆ แล้วมันยังมีอย่างอื่นอีกนะที่ต้องคอยสังเกต ถ้ากังวลก็ควรปรึกษาหมอ

  • เหนื่อยง่าย อ่อนเพลียตลอดเวลา ไม่ว่าจะพักผ่อนเยอะแค่ไหนก็ไม่รู้สึกสดชื่น
  • เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน โดยเฉพาะตอนเช้าๆ
  • เป็นตะคริวบ่อยๆ หรือกล้ามเนื้ออ่อนแรง
  • คันตามผิวหนัง ตัวแห้ง ผิวสีคล้ำขึ้น หรือมีรอยจ้ำเลือดง่ายๆ
  • ความดันโลหิตสูงขึ้นผิดปกติ ควบคุมได้ยาก
  • หายใจลำบาก หรือหายใจถี่ขึ้น แม้ไม่ได้ทำกิจกรรมหนัก
  • ปวดหลังช่วงล่าง ตรงตำแหน่งที่ไตอยู่

ค่าไตกลับมาปกติได้ไหม

เรื่องไต? มันต่างกันชัดเจน.

  • ไตวายเฉียบพลัน: แก้ต้นเหตุได้ ไตก็กลับมาปกติ. เรื่องจริง.
  • ไตวายเรื้อรัง: ไม่มีทาง. เป้าหมายคือชะลอการเสื่อมให้มากที่สุด. เข้าใจซะ.
  • ไตวายเฉียบพลัน

    • ต้นตอ: ขาดน้ำรุนแรง, ติดเชื้อร้ายแรง, พิษยาบางชนิด, ท่อปัสสาวะอุดตัน. จำไว้.
    • สัญญาณ: ปัสสาวะลดฮวบ, ตัวบวม, ล้ากะทันหัน.
    • จัดการ: เน้นแก้ปัญหาที่ต้นเหตุทันที. ไตฟื้นตัวได้ถ้าได้รับการดูแลที่เหมาะสม.
  • ไตวายเรื้อรัง

    • ตัวการ: เบาหวาน, ความดันโลหิตสูงที่ไม่ควบคุม, โรคไตอักเสบ. พวกนี้ทำลายไตอย่างช้าๆ.
    • อาการ: มักคลุมเครือช่วงแรก. เหนื่อยง่าย, บวมเรื้อรัง, คัน, เบื่ออาหาร.
    • วิธีรับมือ: ไม่มีคำว่าหายขาด. ควบคุมโรคต้นตออย่างเข้มงวด, ใช้ยาชะลอการเสื่อม, คุมอาหารอย่างเคร่งครัด. เตรียมใจสำหรับบำบัดทดแทนไตในอนาคต.
    • จุดสำคัญ: ชะลอคือหัวใจ. ยิ่งรู้เร็ว คุมได้ดี ยิ่งยื้อเวลาชีวิตของไต. อย่าประมาท.

ค่าไตสามารถกลับมาเป็นค่าปกติได้หรือไม่

โอ้ยยยย ถามกันจังคำถามนี้! มันคนละเรื่องกันเลยพ่อคุณแม่คุณ! ไตวายเฉียบพลันน่ะ มันเหมือนรถยางแบนอะ แค่หารูรั่วให้เจอแล้วปะซะ เติมลมหน่อยก็วิ่งปร๋อเหมือนเดิมละ! อาจจะโดนยาพิษมา กินสมุนไพรแปลกๆ หรือเสียเลือดเยอะ พอแก้ตรงจุดนั้นปุ๊บ ไตมันก็กลับมาทำงานได้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

แต่พอเป็น ไตวายเรื้อรัง นี่สิ มันคือยางที่ดอกโล้นเตียนเป็นหัวเถิกแล้วจ้าาา ใช้งานมาไม่รู้กี่แสนโล จะให้ดอกยางมันงอกขึ้นมาใหม่เหมือนปลูกถั่วงอกเรอะ ฝันไปเถอะ! เนื้อไตมันพังไปแล้ว พังแบบถาวรเหมือนความสัมพันธ์ที่เลิกกันไปแล้วนั่นแหละ

ที่หมอเขาทำให้ทุกวันนี้ คือการประคบประหงมยางเส้นนั้นให้มันวิ่งต่อไปได้อีกหน่อย ไม่ให้มันระเบิดตูมตามกลางทางแค่นั้นแหละ เป้าหมายคือยืดอายุการใช้งาน ไม่ใช่คืนชีพ จำไว้!

  • ก็ไอ้ที่เราซัดส้มตำปูปลาร้านัวๆ น้ำปลาพริกหวานเจี๊ยบทุกมื้อนั่นแหละ ตัวดีเลย ไตมันทำงานหนักเหมือนกรรมกรแบกปูนจนหลังเดาะ มันก็พังเป็นธรรมดา
  • อยากชะลอความพัง ก็เลิกตามใจปากซะ! ลดเค็ม ลดหวาน ลดมัน กินจืดๆ เหมือนอาหารโรงพยาบาลนั่นแหละดีแล้ว ดื่มน้ำเปล่า ไม่ใช่ชาไข่มุกวันละสามแก้ว!
  • หมอเขาจะดูค่าที่เรียกว่า eGFR ตัวเลขนี้แหละบอกว่าไตแกเหลือแรงทำงานอีกกี่เปอร์เซ็นต์ ยิ่งตัวเลขต่ำเท่าไหร่ ก็ยิ่งใกล้เวลาต้องไปนั่งฟอกไตเป็นเพื่อนกับยมบาลมากขึ้นเท่านั้นแหละ
  • สรุปคือ ไตพังแล้วพังเลยเหมือนแก้วที่แตก ไม่มีกาวตราช้างยี่ห้อไหนซ่อมได้ ดูแลมันดีๆ ตอนที่ยังใช้ได้อยู่เถอะพ่อคุณเอ๊ยยย