นอนน้อยทำไมอยากอ้วก
นอนน้อย ทำไมถึงอยากอาเจียน?
นอนน้อยแล้วอยากอ้วกเนี่ยนะ? เอ่อ...เคยเป็นเหมือนกันเลย! ตอนนั้นน่าจะช่วงสอบไฟนอลปี 2 มั้ง (จำเดือนไม่ได้เป๊ะๆ) นอนวันละ 3-4 ชั่วโมง ติดกันเป็นอาทิตย์ๆ สุดท้ายคือลงไปกองกับพื้นห้องสมุด คลื่นไส้สุดๆ อาจารย์ต้องพาไปห้องพยาบาลเลย
ร่างกายมันคงประท้วงอ่ะ คิดดูดิ นอนไม่พอ ระบบมันรวนไปหมด ฮอร์โมนอะไรต่อมิอะไรก็คงปั่นป่วน กินอะไรเข้าไปก็ไม่รู้เรื่อง คลื่นไส้เหมือนคนเมาเรือทั้งวัน
เคยอ่านเจอที่ไหนสักแห่ง (จำไม่ได้ว่าเว็บอะไร) บอกว่าเวลานอนน้อย ร่างกายมันจะเครียด แล้วพอเครียดมากๆ มันก็ส่งผลต่อกระเพาะอาหารอะไรทำนองนี้แหละ ซับซ้อนเกิ๊น!
สรุปคือ นอนให้พอนะทุกคน อย่าหาทำแบบฉันเลย เข็ดจนตาย!
นอนน้อยทำให้อ้วกได้ไหม
นอนน้อยแล้วอ้วกเนี่ยนะ! โอ้โห นึกว่าตัวเองท้องลมไปแล้ว! คือมันเป็นงี้เว้ยแก นอนน้อยอ่ะ ร่างกายมันรวน เหมือนเครื่องยนต์ที่น้ำมันเครื่องแห้งอ่ะ เข้าใจป่ะ? มันก็จะประท้วงด้วยอาการต่างๆ นานา หนึ่งในนั้นก็คือ อยากจะพุ่ง ไงล่ะ!
- ทำไมนอนน้อยแล้วอ้วก? ก็เพราะร่างกายมันเครียดไง! ระบบต่างๆ มันทำงานผิดปกติ เลือดลมมันสูบฉีดไม่เป็นที่เป็นทาง เลยทำให้เวียนหัว คลื่นไส้ อยากจะสำรอกออกมาซะงั้น! (นี่ไม่ได้เวอร์นะ เรื่องจริง!)
- แล้วมันต่างจากคนท้องยังไง? คนท้องเนี่ยมันเรื่องของฮอร์โมนล้วนๆ เลยจ้ะ แต่ของเราเนี่ยมันเกิดจากความ ขี้เกียจนอน ล้วนๆ เข้าใจตรงกันนะ!
- แล้วต้องทำไง? ง่ายๆ เลยนะ นอนซะ! นอนให้พอ! อย่าไปฝืนสังขาร ถ้ามันไม่ไหวก็คือไม่ไหว เข้าใจ๊?!
ป.ล. เมื่อวานซืนฉันก็นอนตีสาม ตื่นมาแทบจะกราบส้วม! เข็ดเลยจ้า! อย่าหาทำตามนะ! เตือนแล้วนะ! ????
จะรู้ได้ไงว่าพักผ่อนไม่เพียงพอ
เหนื่อย… แค่รู้สึกเหนื่อยตลอดเวลา แบบไม่มีเหตุผล
- ปวดหัว บ่อยๆ ปวดแบบตื้อๆ เหมือนมีอะไรมากดทับ
- เวียนหัว บางทีลุกขึ้นยืนก็วูบ เหมือนโลกมันหมุน
- คลื่นไส้ เหมือนคนท้องเลย แต่มันไม่ใช่…
- หลับง่ายเกินไป หัวถึงหมอนคือหลับ แบบไม่รู้เรื่องอะไรเลย
- เหนื่อยล้า ทั้งร่างกายและจิตใจ แม้ว่าจะไม่ได้ทำอะไรหนักหนา
- สมาธิสั้น ทำอะไรก็ไม่จดจ่อ หลงๆ ลืมๆ
เมื่อก่อนไม่เคยเป็นแบบนี้เลยนะ สงสัยจะพักผ่อนน้อยเกินไปจริงๆ มั้ง
เมื่อคืนนอนไปแค่ 4 ชั่วโมงเองมั้ง… แย่จัง
ทำไมรู้สึกพะอืดพะอมตลอดเวลา
ท้องไส้ปั่นป่วน...เหมือนคลื่นซัดสาดในอก
เรือโคลงเคลง...รถโยกเยก...โลกหมุนคว้าง
เมารถ เมาเรือ เมาเครื่องบิน...โลกมันเหวี่ยง
นั่งหน้า มองไกลๆ อย่าก้มเล่นมือถือ...ยาแก้เมาช่วยได้นะ
ใจมันสั่น...สมองมันตื้อ...นอนไม่หลับ
พักผ่อนๆ หายใจลึกๆ จัดการความเครียด...ชาร้อนๆช่วยได้นะ
ความมืดครึ้มในใจ...สะท้อนออกมาเป็นความป่วยไข้
ท้องไส้ปั่นป่วนอาจมาจาก...อาหารเป็นพิษ โรคกระเพาะ
บางที...มันคือสัญญาณเตือน...ร่างกายมันบอกว่า "ไม่ไหวแล้ว"
ไปหาหมอเถอะ...อย่าปล่อยไว้
กลางคืนยาวนาน...ดาวพร่างพราว...แต่ใจกลับว่างเปล่า
ข้อมูลเพิ่มเติม(นิดหน่อย): ปีนี้ฉันก็ยังเมารถอยู่ดี เฮ้อ!
พักผ่อนน้อยจะมีอาการอะไรบ้าง
อืม... นอนน้อยเนี่ยนะ มันแย่จริงๆ รู้สึกได้เลยว่าร่างกายมันบ่น แบบว่า เหนื่อยล้าตลอดเวลา สมองก็ล้า คิดอะไรไม่ค่อยออก
หัวใจนี่สิ รู้สึกเต้นแรง ไม่ค่อยปกติ บางทีก็ใจสั่น เหมือนมันทำงานหนักเกินไป นี่ปีนี้ก็ยังเป็นอยู่เลยนะ เครียดเรื่องงานด้วยแหละ
ภูมิคุ้มกันก็แย่ลง ป่วยบ่อยขึ้น เล็กๆ น้อยๆ แต่ก็รำคาญ รู้สึกอ่อนแอ ง่ายๆ เลย
เรื่องความจำ ลืมนู่นลืมนี่บ่อยขึ้น งานก็เลยมีปัญหาตามมา จำอะไรไม่ค่อยได้ เซ็งมาก
น้ำหนักขึ้นนี่ ชัดเจนเลย กินอะไรก็อ้วน สงสัยเพราะนอนน้อย ระบบเผาผลาญเสีย ปีนี้พยายามลดอยู่ แต่ก็ยาก
เรื่องสมรรถภาพทางเพศนี่... ก็แย่ลงนะ อารมณ์ไม่ค่อยมี เหนื่อยง่าย ไม่ค่อยอยากทำอะไรเลย
โรคอื่นๆ ที่เคยอ่านเจอ แบบคร่าวๆ ก็
เบาหวาน ความดันโลหิตสูง พวกนี้ก็เสี่ยงขึ้น เห็นเค้าบอกว่านอนน้อยทำให้ร่างกายดื้อต่ออินซูลิน
ประสิทธิภาพวัคซีนลดลง คือร่างกายมันสร้างภูมิคุ้มกันได้ไม่เต็มที่ อันนี้อันตรายนะ
โรคทางจิตเวช อารมณ์แปรปรวน เครียด วิตกกังวล นอนไม่หลับ ก็วนเวียนอยู่แบบนี้แหละ ปีนี้หนักกว่าปีก่อนด้วยซ้ำ
อืม... คิดแล้วก็เหนื่อย ต้องพยายามนอนให้ได้เยอะกว่านี้แล้วล่ะ
อยู่ๆก็อาเจียนเกิดจากอะไร?
อาเจียน? ร่างกายขับสิ่งที่ "เกิน" ออกมา
- กระเพาะปั่นป่วน = อาหารเป็นพิษ, ติดเชื้อไวรัส
- ยาบางตัว = เคมีบำบัด, แก้ปวดกลุ่ม opioids (มอร์ฟีน)
- "ข้างใน" ไม่สงบ = ไมเกรน, เครียดจัด
รายละเอียดที่ "อาจ" เกี่ยวข้อง:
- Gastritis: กระเพาะระคายเคือง
- Opioids: กดประสาทส่วนกลาง
- SSRI: ปรับสมดุลสารเคมีในสมอง
- Antibiotics: ฆ่าแบคทีเรียดี/ไม่ดี
- เคมีบำบัด: ทำลายเซลล์ (ทั้งดีและร้าย)
- รังสีรักษา : ผลข้างเคียงต่อระบบทางเดินอาหาร
- การติดเชื้อราในทางเดินอาหาร : สมดุลจุลินทรีย์เสีย
"เหตุ" ย่อมมี "ผล" เสมอ ค้นหาสาเหตุที่แท้จริง...หรือปล่อยให้มันจบไป
แบบไหนเรียกพักผ่อนน้อย?
นอนน้อย? แค่ไม่ถึงเกณฑ์ แค่นั้นเอง
- เด็กแรกเกิด: ต่ำกว่า 20 ชั่วโมง (2566)
- เด็ก 1 ขวบ: ต่ำกว่า 12 ชั่วโมง (2566)
- เด็กประถม: ต่ำกว่า 9-11 ชั่วโมง (2566) ขาดไปเท่าไหร่? ผลลัพธ์ต่างกัน
ชีวิตคือการคำนวณ นอนน้อยคือสมการผิดพลาด ยิ่งขาดยิ่งหนัก เข้าใจง่ายๆ แค่นั้น
- ตัวเลขคือมาตรฐาน แต่ร่างกาย? มันรู้ดีกว่า
นอนไม่พอ ร่างกายส่งสัญญาณชัดเจนอยู่แล้ว ไม่ใช่เรื่องลึกลับ มันแสดงออก คุณมองข้ามหรือเปล่า? ตัวอย่างเช่น ผมเอง ปีนี้ นอนไม่ถึง 6 ชั่วโมงเป็นประจำ ผลที่ตามมา... ไม่ต้องถาม รู้เอง
พะอืดพะอม จะอ้วก แก้ยังไง?
พะอืดพะอมจะอ้วก แก้ยังไง? อาการแบบนี้เกิดจากหลายสาเหตุ ต้องดูต้นตอปัญหาครับ แต่หลักการเบื้องต้นคือลดการระคายเคืองระบบทางเดินอาหาร
- ดื่มน้ำอุ่นเล็กน้อยบ่อยๆ: ช่วยลดอาการคลื่นไส้ได้ดีกว่าการดื่มน้ำปริมาณมากครั้งเดียว น้ำอุ่นช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อในกระเพาะ
- งดอาหารไขมันสูง: อาหารทอด อาหารมัน และของหวานจัดๆ เพราะย่อยยาก ทำให้ระบบย่อยทำงานหนัก เพิ่มอาการแน่นท้องและคลื่นไส้
- หลีกเลี่ยงสารกระตุ้น: กาแฟ ชา แอลกอฮอล์ และนิโคติน เพราะมันเร่งการทำงานของระบบประสาท ทำให้ระบบย่อยทำงานผิดปกติ
- รับประทานอาหารอ่อนๆ: โจ๊ก ข้าวต้ม กล้วยน้ำว้า เป็นต้น อาหารเหล่านี้ย่อยง่าย ไม่เพิ่มภาระให้ระบบทางเดินอาหาร
เวียนหัว คลื่นไส้ พะอืดพะอม เป็นอะไร? อาการเหล่านี้ไม่ใช่โรค แต่เป็นอาการแสดง สาเหตุหลักๆ ที่พบบ่อยในปี 2566 มีดังนี้
- อาหารเป็นพิษ: จากการบริโภคอาหารไม่สะอาด หรืออาหารบูดเสีย
- ไวรัส: เช่น ไวรัสที่ทำให้เกิดโรคระบบทางเดินอาหาร อาจมีอาการคลื่นไส้อาเจียนร่วมด้วย
- ภาวะขาดน้ำ: ทำให้เกิดอาการเวียนหัว คลื่นไส้ได้
- ความเครียด: ความเครียดส่งผลต่อระบบประสาท ทำให้เกิดอาการทางกายได้เช่นกัน
- โรคเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร: เช่น โรคกระเพาะอาหารอักเสบ โรคกรดไหลย้อน
การรับมือ นอกจากวิธีการข้างต้นแล้ว ควรพักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่อับอากาศ และสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด ถ้าอาการไม่ดีขึ้น หรือมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น ไข้สูง ปวดท้องอย่างรุนแรง ควรไปพบแพทย์ เพื่อตรวจวินิจฉัยหาสาเหตุที่แท้จริง และได้รับการรักษาที่เหมาะสม
ส่วนตัวผม เคยมีประสบการณ์อาการคล้ายๆกัน ตอนไปเที่ยวทะเล อาจเป็นเพราะอาการเมาเรือ แก้ด้วยการนอนพัก และดื่มน้ำอุ่น อาการก็ดีขึ้น แต่ถ้าเป็นบ่อยๆ ควรปรึกษาแพทย์ เพราะอาจมีสาเหตุร้ายแรงซ่อนอยู่
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต