น้ำ มูกใสๆเกิดจากอะไร

109 ครั้งเข้าชม
น้ำมูกใสเกิดจากอะไร?น้ำมูกใสเป็นของเหลวที่ประกอบด้วยน้ำ แอนติบอดีช่วยต้านเชื้อโรค เกลือ และโปรตีน มักไหลลงคอและถูกกลืนเข้าสู่กระเพาะสาเหตุหลักของการมีน้ำมูกใส ได้แก่: ไข้หวัด หรือการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจช่วงต้น โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ การที่ไวรัสกระตุ้นให้เยื่อบุจมูกอักเสบ จนเกิดการผลิตน้ำมูกใสออกมา
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

น้ำมูกใสๆ สาเหตุเกิดจากอะไร? อาการและวิธีดูแลตัวเอง

น้ำมูกใสๆ เนี่ยนะ มันมาจากหลายสาเหตุเลยนะ

อย่างตอนเด็กๆ จำได้เลยว่าเป็นหวัดบ่อยมาก น้ำมูกก็ไหลตลอด สีก็ใสๆ เลย ไม่เคยคิดอะไรมาก แค่เช็ดๆ แล้วก็ไปเล่นต่อ

จริงๆ แล้วน้ำมูกใสๆ มันคือน้ำ เกลือ โปรตีน แล้วก็แอนติบอดี้ ที่ร่างกายผลิตออกมาเพื่อสู้กับพวกเชื้อโรคเวลาเราเป็นหวัด หรือบางทีก็เป็นภูมิแพ้

เคยเป็นภูมิแพ้ตอนไปเที่ยวเชียงใหม่ช่วงหน้าฝน แอร์เย็นๆ เปิดทั้งคืน ตื่นเช้าน้ำมูกใสเหมือนน้ำเลย ไหลไม่หยุดเลยตอนนั้น

สาเหตุหลักๆ เลยก็คือ การอักเสบของเยื่อบุจมูก ไม่ว่าจะจากไวรัสที่ทำให้เราเป็นหวัดธรรมดาๆ หรือจากภูมิแพ้ที่กระตุ้นให้ร่างกายหลั่งสารพวกนี้ออกมา

ตอนนั้นที่ไปเชียงใหม่ก็คิดว่าคงเป็นหวัดธรรมดาๆ แต่พอรู้ว่ามีอาการคันตา คันจมูกร่วมด้วย เลยเริ่มเอะใจว่าน่าจะเป็นภูมิแพ้มากกว่า

มันไหลลงคอไป เราก็กลืนลงกระเพาะไปแหละ แต่บางทีมันก็ทำให้เรารำคาญนะ ต้องคอยเช็ดตลอด

ถ้าเป็นภูมิแพ้เนี่ย มันจะเห็นชัดเลยว่าพอเจอสิ่งกระตุ้น เช่น ฝุ่น เกสรดอกไม้ อากาศเย็นๆ น้ำมูกก็จะมาทันที

เวลาเป็นหวัด น้ำมูกใสๆ มันก็เป็นสัญญาณว่าร่างกายกำลังพยายามขับเชื้อโรคออกไปนั่นแหละ

แต่ถ้ามันนานเกินไป หรือมีอาการอื่นร่วมด้วย อย่างไข้สูง หรือเจ็บคอมาก อันนี้ก็ควรไปหาหมอนะ

จริงๆ แค่ดูแลตัวเองให้ดี กินอาหารมีประโยชน์ พักผ่อนเยอะๆ ก็ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง สู้กับพวกไวรัสพวกนี้ได้แล้ว

จำได้ว่าเคยอ่านเจอเหมือนกันว่าพวกสมุนไพรบางอย่างก็ช่วยลดอาการน้ำมูกได้นะ แต่ก็ไม่แน่ใจเท่าไหร่

แต่ที่แน่ๆ คือถ้าเป็นหวัด ก็ต้องดื่มน้ำเยอะๆ แล้วก็เช็ดน้ำมูกบ่อยๆ เดี๋ยวก็หายเองแหละ

ถ้าเป็นภูมิแพ้ ก็ต้องพยายามหลีกเลี่ยงสิ่งที่แพ้ให้ได้มากที่สุด เท่าที่จะทำได้นะ

อย่างตัวเองก็พยายามทำความสะอาดห้องบ่อยๆ ไม่ให้มีฝุ่นเยอะเกินไป อะไรแบบนั้น

สั่งน้ำมูกแรงๆเป็นอะไรไหม

สั่งน้ำมูกแรงๆ เนี่ย มีสิทธิ์เป็นอะไรได้นะ คือจริงอยู่ที่มันเหมือนจะช่วยให้โล่งขึ้น แต่จริงๆ มันทำให้เชื้อหวัดเข้าไปในโพรงจมูกส่วนลึกได้ง่ายมากๆ แล้วพอเข้าไปลึกๆ มันก็อาจจะกลายเป็น ไซนัสอักเสบ เอาได้เลยอ่ะ

แล้วที่สำคัญคือ เราเองก็จะแพร่เชื้อให้คนอื่นแบบไม่รู้ตัว เวลาสั่งน้ำมูกแรงๆ เนี่ย ละอองน้ำมูกมันฟุ้งกระจายไปหมดเลย คนอื่นสูดเข้าไปก็ป่วยตามเราไปด้วยอีก

ทำไมสั่งน้ำมูกแรงๆ ถึงไม่ค่อยดี:

  • เสี่ยงไซนัสอักเสบ: การสั่งแรงๆ มันดันน้ำมูกกับเชื้อโรคเข้าไปในโพรงไซนัส ทำให้เกิดการอักเสบตามมาได้
  • แพร่เชื้อให้คนอื่น: ละอองน้ำมูกกระจายไปในอากาศได้ง่าย ใครอยู่ใกล้ๆ ก็มีสิทธิ์ติดหวัดจากเรา
  • อาจทำให้เลือดกำเดาไหล: ถ้าสั่งแรงมากๆ เส้นเลือดฝอยในจมูกอาจแตก ทำให้เลือดกำเดาไหลได้

ถ้าเป็นหวัดแล้วต้องทำไง?

  • สั่งเบาๆ ทีละข้าง: ค่อยๆ บีบจมูกข้างนึง แล้วสั่งเบาๆ ให้ลมออกมา ถ้ายังมีน้ำมูก ก็ทำอีกข้าง
  • ใช้ทิชชู่ซับ: ถ้าไม่เยอะมาก แค่ซับเบาๆ ก็พอ
  • ล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ: อันนี้ดีมาก ช่วยชะล้างน้ำมูกและเชื้อโรคได้จริงๆ
  • ดื่มน้ำเยอะๆ: ช่วยให้เสมหะและน้ำมูกไม่ข้นเหนียวมาก
  • พักผ่อนให้พอ: ร่างกายจะได้มีแรงสู้กับเชื้อโรค

จำไว้ว่า การบีบจมูกเบาๆ ทีละข้าง ดีกว่าการสั่งแรงๆ เยอะเลยนะ

กินอะไรช่วยลดน้ำมูกได้

สุดยอด 9 อาหารตัวท็อป ช่วยสลายน้ำมูก แก้หวัดได้ชะงัด!

สงสัยกันใช่ไหมว่ากินอะไรดีเวลาเป็นหวัด น้ำมูกไหลไม่หยุด วันนี้มีคำตอบมาให้แล้ว จัดเต็ม 9 เมนูเด็ด ที่ไม่ได้มีดีแค่อร่อย แต่ยังช่วยให้โล่งสบาย หายหวัดเร็วขึ้นอีกด้วย

  • ฟักทอง: นี่เลย ฟักทองอุดมด้วยวิตามินเอ ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันได้ดีเยี่ยม แถมยังมีสารต้านอนุมูลอิสระเยอะแยะ ทำให้ร่างกายแข็งแรง สู้กับหวัดได้สบายๆ

  • ขิง: ของดีคู่ครัวไทย! ขิงร้อนๆ เนี่ย ช่วยขับลม ลดการอักเสบในลำคอได้ดีนัก แถมยังกระตุ้นการไหลเวียนเลือด ทำให้ร่างกายอบอุ่น หายหวัดไว

  • น้ำผึ้ง: ไม่ใช่แค่ของหวานนะ น้ำผึ้งมีคุณสมบัติฆ่าเชื้อแบคทีเรียอ่อนๆ ช่วยลดการระคายเคืองคอ และบรรเทาอาการไอได้ด้วย

  • หัวหอม: หัวหอมแดงนี่แหละ ตัวช่วยสลายเสมหะชั้นยอด! กลิ่นฉุนๆ ของมันช่วยเปิดทางเดินหายใจ ทำให้หายใจสะดวกขึ้น

  • กระเทียม: ผู้พิทักษ์แห่งสุขภาพ! กระเทียมมีสารอัลลิซินที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน และมีฤทธิ์ต้านไวรัส ทำให้หวัดหายเร็วขึ้น

  • พริก: เผ็ดๆ นี่แหละตัวดี! สารแคปไซซินในพริกช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ทำให้ร่างกายอบอุ่น และช่วยขับน้ำมูกได้ดี

  • ชาคาโมมายล์: เครื่องดื่มสบายๆ ที่ช่วยให้ผ่อนคลาย แถมยังมีสารต้านการอักเสบ ช่วยลดอาการระคายเคืองในลำคอได้

  • ชาพริกไทยดำผสมน้ำผึ้ง: การผสมผสานที่ลงตัว! ความเผ็ดร้อนจากพริกไทยดำ บวกกับความหวานของน้ำผึ้ง ช่วยขับเสมหะ และทำให้ร่างกายอบอุ่น

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • วิตามินซี: นอกจากอาหารที่กล่าวมา การเติมวิตามินซีให้เพียงพอ เช่น จากส้ม ฝรั่ง หรือผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ก็เป็นอีกทางที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันและลดอาการหวัดได้
  • ความชุ่มชื้น: การดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะช่วยให้เสมหะไม่เหนียวข้นจนเกินไป ทำให้ขับออกได้ง่ายขึ้น
  • การพักผ่อน: แน่นอนว่าการพักผ่อนอย่างเพียงพอคือยาวิเศษชั้นดี ที่ช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้อย่างเต็มที่
  • การหลีกเลี่ยง: ในช่วงเป็นหวัด ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่อาจทำให้เสมหะเหนียวขึ้น เช่น นมและผลิตภัณฑ์จากนม (สำหรับบางคน) และอาหารที่มีน้ำตาลสูง