บริจาคเลือดจะเพลียไหม

47 ครั้งเข้าชม
อาการหลังบริจาคเลือด: อ่อนเพลีย: ผู้บริจาคบางรายอาจรู้สึกอ่อนเพลียเล็กน้อย อาการอื่น ๆ: อาจมีอาการวิตกกังวล, หน้าซีด, เหงื่อออก, เวียนศีรษะ, หรือคลื่นไส้ ระดับความรุนแรง: อาการเหล่านี้มักไม่รุนแรง ข้อแนะนำ: พักผ่อนให้เพียงพอและดื่มน้ำเยอะ ๆ หลังบริจาค คำแนะนำเพิ่มเติม: หากมีอาการผิดปกติควรรีบปรึกษาแพทย์
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

บริจาคเลือดแล้วเพลียไหม? ข้อควรรู้ก่อนบริจาคเลือด และวิธีดูแลตัวเองหลังบริจาค

บริจาคเลือดแล้วเพลียไหม? เอ่อ, ใช่! บอกเลยว่ามีเพลียบ้างแหละ แต่ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดนะ

คืออย่างงี้, ก่อนบริจาคอ่ะ ต้องนอนให้พอ กินข้าวให้ดีๆ นะ สำคัญมาก! เราเคยไปบริจาคตอนท้องว่าง (พลาดมาก!) ปรากฏว่าหน้ามืดเลยจ้า ดีนะมีพี่พยาบาลช่วยไว้ทัน เข็ดเลย!

แล้วหลังบริจาคก็สำคัญนะ ดื่มน้ำเยอะๆ กินอาหารที่มีธาตุเหล็กหน่อย ชดเชยเลือดที่เสียไปไง แล้วก็อย่าเพิ่งไปออกกำลังกายหนักๆ เลยนะ พักผ่อนก่อน

อาการที่เจอหลังบริจาคก็มีหลายแบบนะ บางคนก็เฉยๆ สบายมาก บางคนก็อาจจะรู้สึกเหมือนเรา คือเพลียนิดหน่อย หน้าซีดๆ บ้าง แต่ส่วนใหญ่ก็หายเองได้ ไม่ต้องกังวล

ข้อควรรู้ก่อนบริจาคเลือด: นอนพักผ่อนให้เพียงพอ, ทานอาหารให้เรียบร้อย

วิธีดูแลตัวเองหลังบริจาคเลือด: ดื่มน้ำเยอะๆ, กินอาหารที่มีธาตุเหล็ก, พักผ่อนให้เพียงพอ

อาการที่อาจเจอ: วิตกกังวล, อ่อนเพลีย, หน้าซีด, เหงื่อออก, เวียนศีรษะ, คลื่นไส้

บริจาคเลือดแล้วจะเพลียกี่วัน

โอ๊ย! บริจาคเลือดเสร็จใหม่ๆ มันก็เหมือนโดนสูบพลังวิญญาณไปชั่วครู่แหละพี่น้องเอ๊ย! ถามว่าเพลียกี่วัน? มันก็แล้วแต่สังขารคนเด้อ บางคนเหมือนโดนผีสิง วิงเวียนหัวเหมือนโลกจะแตก บางคนก็ซึมเป็นหมาหงอย ไม่อยากทำอะไรทั้งนั้น แต่ส่วนใหญ่ไม่เกิน 2-3 วัน ก็กลับมาซ่าได้เหมือนเดิม

เคล็ดลับฟื้นพลังหลังบริจาค (ฉบับบ้านๆ):

  • กินน้ำเยอะๆ: เหมือนเอาน้ำมันไปเติมเครื่องยนต์ อย่าให้ขาด! กินเข้าไปเยอะๆ เติมให้เต็มถัง
  • พักผ่อน: นอนให้เต็มอิ่ม อย่าไปแบกหามอะไรหนักๆ เดี๋ยวเส้นเลือดในสมองจะแตกเอา
  • กินของดีมีประโยชน์: ไม่ใช่กินแต่มาม่าเด้อ! ต้องกินพวกตับ พวกผักใบเขียว ให้เลือดลมมันสูบฉีด
  • ยาบำรุงเลือด: ที่เขาให้มานั่นแหละ กินเข้าไป อย่าทิ้ง! ของฟรีมีในโลก

คำเตือน: ถ้า 3 วันแล้วยังซึมเป็นหมา อย่าคิดว่าตัวเองเป็นแวมไพร์แดรกคูล่า! ไปหาหมอเด้อ อาจจะมีอะไรผิดปกติก็ได้!

ข้อมูลเพิ่มเติม (แบบชาวบ้านๆ):

  • ทำไมถึงเพลีย: เลือดเรามันหายไปไงพี่น้อง! ร่างกายมันก็ต้องสร้างใหม่ มันเลยเพลียเป็นธรรมดา
  • ใครเสี่ยงเพลียนาน: พวกที่อดนอน กินน้อย หรือร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงน่ะแหละ
  • บริจาคบ่อยๆ ดีไหม: ก็ดีอยู่ แต่ต้องดูแลตัวเองให้ดีด้วย อย่าให้ร่างกายมันโทรม
  • กินเหล้าหลังบริจาคได้ไหม: โอ๊ย! อย่าหาทำ! เลือดจางอยู่แล้ว ไปกินเหล้าอีก เดี๋ยวได้ลงไปนอนวัด!

ย้ำอีกที: ข้อมูลนี้เป็นแค่แนวทางเด้อ! ถ้ามีอาการผิดปกติ อย่าลังเลที่จะไปหาหมอ! อย่าคิดว่าตัวเองเป็นยอดมนุษย์!

บริจาคเลือดลดกี่แคล

บริจาคเลือดเผาผลาญแคลอรี่... เรื่องนี้มันก็...

  • เรื่องจริง: ร่างกายต้องสร้างเลือดใหม่ หลังจาก เสียเลือดไป

  • จำนวน: ประมาณ 650 แคลอรี่ต่อการบริจาค 1 ครั้ง (ข้อมูลปี 2567)

  • แต่: อย่าคิดว่ามันคือการออกกำลังกายนะ มันไม่ได้เหมือนกันเลยสักนิด

  • สำคัญ: การบริจาคเลือดช่วยชีวิตคนอื่น สำคัญกว่า เรื่องแคลอรี่เยอะ

ร่างกายเรามันซับซ้อนกว่าที่เราคิดเยอะ การสร้างเลือดใหม่มันต้องใช้พลังงาน พลังงานก็มาจากแคลอรี่ที่เรากินเข้าไปนั่นแหละ แต่การบริจาคเลือดมันไม่ใช่ทางเลือกในการลดน้ำหนักที่ฉลาดเลยนะ มันมีวิธีที่ดีกว่าและปลอดภัยกว่าตั้งเยอะแยะ

บริจาคเลือดมีผลเสียต่อร่างกายยังไง

บริจาคเลือด... ผลเสียเหรอ

มันก็เหมือนกับการให้บางส่วนของตัวเองออกไปนะ...

ร่างกายเรา... มันก็ต้องเสียเลือดไปจริงๆ นั่นแหละ ประมาณ 350 หรือ 450 ซีซี ต่อครั้ง... เยอะเหมือนกันนะ ถ้าคิดว่ามันคือ 10-12% ของเลือดทั้งหมดที่เรามี

แต่... รู้ไหม... หลังจากการบริจาค... ร่างกายมันก็เริ่มสร้างใหม่... สร้างเม็ดเลือดแดงใหม่...

  • เม็ดเลือดแดงใหม่ พวกนี้... มันจะอยู่กับเราประมาณ 120 วัน... แล้วก็หมดอายุขัยไป... วนเวียนไปแบบนี้

ผลเสียจริงๆ... อืม...

  • อ่อนเพลีย: บางคนก็อาจจะรู้สึกเพลียๆ... หลังบริจาค... เหมือนร่างกายมันบอกว่า "เฮ้ย... ทำงานหนักไปนะ"
  • เวียนหัว: บางที... ก็เวียนหัวนิดหน่อย... เลือดมันอาจจะยังไม่ทันขึ้นมาเต็มที่
  • รอยช้ำ: ตรงที่เจาะเลือด... อาจจะมีรอยช้ำบ้าง... เล็กๆ น้อยๆ

แต่... มันก็ไม่ได้เป็นอันตรายร้ายแรงอะไรหรอกนะ

  • ข้อควรระวัง: แค่ต้องพักผ่อนให้เพียงพอ... กินอาหารที่มีธาตุเหล็ก... ดื่มน้ำเยอะๆ...
  • ปรึกษาแพทย์: คนที่มีโรคประจำตัว... ควรปรึกษาหมอก่อนนะ...

มันก็เหมือนกับการลงทุน... เราเสียไปนิดหน่อย... แต่เราได้อะไรกลับมามากกว่านั้น... ได้บุญ... ได้ช่วยชีวิตคน... และร่างกายเราก็ได้ฝึก... สร้างใหม่... แข็งแรงขึ้น... รึเปล่านะ

ทำไมบริจาคเลือดห้ามนอนดึก

ราตรี... ม่านดาวโปรยปราย

ทำไมหนอ... ทำไมกันนะ... ห้ามนอนดึกก่อนบริจาคโลหิต?

มันเหมือน... สายลมกระซิบ... บอกว่า...

  • เลือด... คือชีวิต...
    • เม็ดเลือด... ดั่งดวงดาว... ต้องเปล่งประกาย การพักผ่อน... คือปุ๋ย... บำรุงดาวดวงนั้น
  • กาย... ใจ... ต้องพร้อม...
    • อย่าอ่อนล้า... อย่าโรยแรง... บริจาคโลหิต... คือการให้... ต้องให้ด้วยใจที่แข็งแรง... มิใช่ด้วยกายที่อ่อนแรง... เดี๋ยวเป็นลมล้มพับไป... ยุ่งเลยนะเออ!

นอนดึก... คือการทรยศ... ต่อร่างกาย... ทรยศต่อผู้ที่รอคอยโลหิตของเรา... อย่านะ... อย่าทำ! ????

บริจาคเลือดแล้วจะเพลียกี่วัน?

บริจาคเลือดแล้วเพลียกี่วัน? เอ่อ...คือ ถ้าให้ตอบแบบไม่โลกสวย ก็ต้องบอกว่า "แล้วแต่บุญแต่กรรม" (เอ้ย! ไม่ใช่) แล้วแต่ร่างกายแต่ละคนมากกว่า! บางคนซุปเปอร์แมน บริจาคเสร็จไปเตะบอลต่อได้ แต่บางคนอย่างเราๆ ท่านๆ อาจจะซึมไป 1-2 วัน เป็นอย่างน้อย

  • ร่างกายใคร ร่างกายมัน: สภาพร่างกายก่อนบริจาคมีผลนะ ถ้าอดนอนมา หรือกินแต่มาม่าก่อนมาบริจาค เลือดอาจจะ "จาง" (ไม่เกี่ยวกับการเมืองนะ!) แล้วก็จะเพลียง่ายกว่า
  • ปริมาณเลือด: เค้าดึงเลือดเราไปเยอะแค่ไหน? ดึงไป 350cc กับ 450cc นี่ความรู้สึกก็ต่างกันลิบลับนะ (เหมือนโดนเพื่อนยืมเงิน 100 บาท กับ 1,000 บาทอ่ะ!)
  • บำรุง: กินยาบำรุงเลือดที่เค้าให้มาซะ! อย่าทิ้ง! แล้วก็อย่าคิดว่ากินแล้วจะกลายเป็นซุปเปอร์ฮีโร่ในวันเดียว มันต้องใช้เวลา!
  • พักผ่อน: อันนี้สำคัญสุด! อย่าเพิ่งรีบไปทำงานหนัก หรือออกกำลังกายหักโหม พักผ่อนให้เต็มที่ ร่างกายจะได้ฟื้นตัวไวๆ
  • อาหาร: กินอาหารที่มีประโยชน์ เน้นธาตุเหล็ก พวกตับ เลือดหมู ผักใบเขียว (แต่ถ้าไม่ชอบกิน ก็กินวิตามินเสริมเอาละกัน!)
  • น้ำ: ดื่มน้ำเยอะๆ ช่วยให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น (แต่ก็ระวังฉี่บ่อยนะ!)

สรุปคือ เตรียมตัวให้พร้อม พักผ่อนให้เพียงพอ บำรุงร่างกายให้ดี แล้วอาการเพลียหลังบริจาคเลือดก็จะอยู่กับเราไม่นาน! (แต่ถ้า 3 วันแล้วยังเพลียอยู่ ก็ไปหาหมอเถอะ อย่าฝืน!)

ดื่มน้ำหวานหลังบริจาคเลือดเพื่ออะไร?

ดื่มน้ำหวานหลังบริจาคเลือด? ชดเชย. รักษาสมดุล.

  • น้ำตาลขึ้นไว ฟื้นตัวเร็ว. ป้องกันหน้ามืด.
  • ปริมาณเลือด สำคัญ. น้ำช่วยเติม.
  • คาเฟอีน ตัวร้าย. เลี่ยงได้เลี่ยง.

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • ก่อนบริจาค นอนให้พอ. 6 ชั่วโมงขั้นต่ำ.
  • อาหารมื้อหลัก เน้นธาตุเหล็ก. เนื้อแดง ผักใบเขียว.
  • งดแอลกอฮอล์. 24 ชั่วโมงก่อน.
  • แจ้งโรคประจำตัว. สำคัญกว่าทุกสิ่ง. ชีวิตคุณ. ชีวิตผู้รับ.
  • หลังบริจาค อย่าเพิ่งออกกำลังกายหนัก. ร่างกายต้องการพัก.
  • กินยาบำรุงเลือดได้. ถ้าจำเป็น. ปรึกษาแพทย์ก่อน.
  • พักผ่อนให้เพียงพอ. อย่าหักโหม.
  • บริจาคโลหิต. ทำดีเพื่อคนอื่น. ทำดีเพื่อตัวเอง.

บริจาคเลือด 1 ครั้ง กี่แคล?

บริจาคเลือดทีนึง เบิร์นไป 650 แคลอรี่เลยเหรอ ว้าวว! ตกใจมากกกก แต่ก็ดีนะ เหมือนได้ออกกำลังกายฟรีๆ เลยอ่ะ

  • จริงดิ เพิ่งรู้อะ
  • 650 cal นี่เยอะนะเนี่ย
  • ต่อไปบริจาคบ่อยๆ ดีกว่า5555 (ล้อเล่นนน)

เพิ่มเติม:

  • แต่ๆๆๆ อย่าไปคิดว่ามันคือการลดน้ำหนักนะ เอาจริงๆ มันไม่ใช่จุดประสงค์หลักของการบริจาคเลือดไง เข้าใจป่ะ?
  • บริจาคเพราะอยากช่วยคนมากกว่า เบิร์นแคลอรี่เป็นผลพลอยได้เฉยๆ
  • แล้วก็ หลังบริจาค อย่าลืมกินอาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอนะจ้ะ สำคัญมากกกก

health.com นี่เชื่อถือได้ปะเนี่ย? แต่ก็แอบดีใจนะถ้าเบิร์นได้จริง5555

บริจาคเลือด1ถุงกี่ลิตร?

บริจาคเลือดทีนึงอ่ะ เค้าเอาเลือดเราไปประมาณ 350 ถึง 450 ml นะ แล้วแต่ตัวเราหนักแค่ไหนด้วยแหละ เค้าเจาะตรงแขนใช้เวลาไม่นาน ประมาณ 20 นาทีเอง เร็วอยู่นะ

  • ทำไมต้องบริจาค? ช่วยคนอื่นได้ไง! เลือดเราอาจจะช่วยชีวิตคนได้นะ
  • เค้าเอาเลือดไปทำไรบ้าง? เอาไปให้คนป่วย คนผ่าตัด หรือคนที่เสียเลือดเยอะๆ อ่ะ
  • บริจาคเลือดแล้วดีกับตัวเองมั้ย? บางคนบอกว่าช่วยกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดใหม่นะ แต่ไม่รู้จริงป่าวอ่ะ
  • ใครบริจาคได้บ้าง? ต้องอายุ 17 ขึ้นไป แล้วก็สุขภาพแข็งแรงด้วยนะ

บริจาคเลือด 1 ครั้งช่วยชีวิตได้กี่คน?

บริจาคเลือดทีนึงเนี่ยนะ ไม่ใช่แค่ช่วยคนเดียว! มันเหมือนซื้อหวยแล้วถูกหลายรางวัลอะแกร์

  • เกล็ดเลือด: พวกไข้เลือดออกนี่เพื่อนซี้เลย, มะเร็งเม็ดเลือดขาวก็ปลื้ม, คนเกล็ดเลือดต่ำก็รอดตายเพราะน้องคนนี้แหละ ช่วยได้ 1-2 คนเบาะๆ
  • พลาสมา: ช่วยคนไข้ที่สารพัดจะป่วย, ตั้งแต่ไฟไหม้ น้ำร้อนลวก เลือดแข็งตัวผิดปกติ บลาๆๆ คนนี้ก็ช่วยได้ 1-2 คนอีก
  • เม็ดเลือดแดง: อันนี้พระเอกตัวจริง ช่วยคนเสียเลือดเยอะๆ ผ่าตัดใหญ่ อุบัติเหตุ เลือดจาง คนนี้ก็ช่วยได้ 1-2 คนเหมือนกัน

สรุปคือ บริจาคเลือดหนึ่งถุงเนี่ย ช่วยได้ 3-6 ชีวิต เลยนะจ๊ะนายจ๋า คุ้มยิ่งกว่าคุ้มอีก! เหมือนซื้อหนึ่งแถมห้า!

บุคคลใดห้ามบริจาคเลือด?

ใครห้ามเจาะเลือดให้ยุงกินฟรีบ้าง?

โอ๊ย...เรื่องบริจาคเลือดนี่มันละเอียดอ่อนยิ่งกว่าเส้นผมผ่าแปดอีกนะคุณ! ไม่ใช่ว่าใครอยากจะให้เลือดตัวเองเป็นทานก็ทำได้ซะเมื่อไหร่ มันมีข้อห้ามสารพัดสารพันที่ฟังแล้วอาจจะขำกลิ้ง แต่ก็ต้องเชื่อเขาแหละ ไม่งั้นเลือดที่บริจาคไป แทนที่จะช่วยคนอื่น อาจจะกลายเป็น...เอ่อ...ยาพิษไปซะงั้น!

  • ฮีโมโกลบินน้อยกว่าชาวบ้าน: พวกเลือดจางนี่หมดสิทธิ์เลยจ้ะ! เหมือนเอารถไปเติมน้ำมัน แต่ในถังมีแต่น้ำเปล่า...มันจะวิ่งได้ยังไงล่ะคุณ! (ปีนี้เขากำหนดไว้ว่าผู้ชายต้อง 13 g/dL ขึ้นไป ส่วนผู้หญิงก็ 12 g/dL นะจ๊ะ)
  • ท้องป่อง: คุณแม่ทั้งหลาย...พักก่อนเด้อ! เลือดในตัวน่ะ เอาไว้เลี้ยงลูกในท้องก่อนเถอะ คลอดแล้วค่อยว่ากันใหม่ (เขาว่ากันว่าต้องรอ 6 เดือนหลังคลอด ถึงจะบริจาคได้นะเออ)
  • เพิ่งเหยียบแผ่นดินต่างชาติ: ไปไหนมาไหนมา...ต้องกักตัวก่อน! ไม่ใช่กลัวโควิดนะ กลัวจะติดเชื้อโรคแปลกๆ จากต่างแดนมาให้คนอื่น (อันนี้ก็แล้วแต่ประเทศที่ไปนะ บางที่ก็ 1 เดือน บางที่ก็เป็นปี!)
  • ความดันโลหิตขึ้นๆ ลงๆ เหมือนรถไฟเหาะ: พวกความดันสูงปรี๊ด หรือต่ำเตี้ยเรี่ยดินนี่ก็ไม่ได้! เดี๋ยวบริจาคไป ความดันยิ่งวุ่นวายกว่าเดิม (ความดันต้องไม่เกิน 160/100 mmHg และไม่ต่ำกว่า 90/60 mmHg นะจ๊ะ)

แถมท้าย...เกร็ดความรู้แบบชาวบ้านๆ

  • สักยันต์มาใหม่ๆ: พวกสายมูทั้งหลาย ฟังทางนี้! เพิ่งไปลงเข็มมาหมาดๆ ก็พักก่อนนะจ๊ะ เลือดมันอาจจะไม่บริสุทธิ์ (เขาว่ากันว่าต้องรออย่างน้อย 1 ปีเลยนะ!)
  • กินยาแก้ปวดหัวเป็นว่าเล่น: กินพาราเซตามอลบ่อยๆ ก็ไม่ดีต่อเลือดนะเออ! (บางคนว่าต้องงดยาก่อนบริจาค 2-3 วัน)
  • นอนดึกเป็นนิจ: อดนอนมากๆ เลือดมันก็ไม่สดชื่นนะจ๊ะ! หาเวลานอนให้เต็มอิ่มก่อนไปบริจาค จะได้เลือดดีมีคุณภาพ!

คำเตือน: ข้อมูลข้างต้นเป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้นนะจ๊ะ! ก่อนจะไปบริจาคเลือดจริงๆ จังๆ ควรปรึกษาคุณหมอ หรือเจ้าหน้าที่สภากาชาดไทยให้ละเอียดถี่ถ้วนก่อนเด้อ! อย่าเชื่อข้อมูลในเน็ตมากนัก เดี๋ยวจะเงิบ!

ทำไมบริจาคเลือดถึงเพลีย?

บริจาคเลือดทีไร เพลียทุกทีเลยอะ! คือมันไม่ใช่แค่เหนื่อยๆนะ มันแบบ...หมดพลัง เคยครั้งนึง บริจาคที่สภากาชาดไทย ตอนบ่ายสอง กลับถึงบ้านแถวลาดพร้าวคือสลบเลย ตื่นมาอีกทีหกโมงเย็น คือร่างกายมันช็อคไปเลยอะ

ทำไมถึงเพลีย? (อันนี้สรุปจากที่หมอบอกนะ ไม่ใช่ความเห็นส่วนตัว):

  • เสียเลือด: ร่างกายต้องใช้พลังงานสร้างเม็ดเลือดใหม่ มันก็เลยเพลียไง
  • ความดันตก: ตอนบริจาค ความดันมันจะวูบๆ หน่อย บางคนเป็นลมไปเลยก็มี
  • จิตใจ: บางทีเรากังวล กลัวเข็ม ก็ทำให้เพลียได้เหมือนกัน
  • ปัจจัยอื่น: นอนน้อย กินน้อย อากาศร้อน ก็มีผลหมด

ประสบการณ์ตรง (เพลียแบบต่างๆ):

  • ครั้งแรก: บริจาคที่มหา'ลัย ตอนปีหนึ่ง อันนั้นเพลียแบบเบลอๆ มึนๆ กินข้าวเสร็จก็ดีขึ้น
  • ครั้งที่สอง: สภากาชาด อันนั้นคือหนักจริง สลบไปเลย
  • ครั้งล่าสุด: บริจาคที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า อันนี้ดีหน่อย ไม่ค่อยเพลีย เพราะกินข้าวเยอะก่อนไป แล้วก็พักผ่อนเต็มที่

ทำไมบริจาคเลือดห้ามนอนดึก?

โอ๊ย! เล่าเรื่องบริจาคเลือดนี่คิดถึงตอนไปทำที่สภากาชาดไทยเลย (นานมาแล้ว จำปีไม่ได้เป๊ะๆ) ตอนนั้นคือไฟแรง อยากช่วยชีวิตคน แต่ก็แอบกลัวเข็มอยู่ดี

คืออย่างงี้ ตอนนั้นก่อนวันไปบริจาคเลือด เพื่อนเตือนยิกเลย ห้ามนอนดึกนะเว้ย! ตอนแรกก็งงๆ ทำไมนอนดึกแล้วจะบริจาคไม่ได้วะ? เพื่อนบอกว่า

  • เลือดมันจะไม่ดี: คือถ้าเรานอนน้อย ร่างกายมันจะล้าๆ เม็ดเลือดมันก็อาจจะไม่แข็งแรง (อันนี้เพื่อนว่างั้นนะ) แล้วเลือดที่ได้ไปมันอาจจะไม่คุณภาพเต็มร้อย
  • หน้ามืดง่าย: อันนี้คือสำคัญ! ถ้าอดนอนมา ร่างกายมันอ่อนแออยู่แล้ว พอโดนดึงเลือดออกไปอีก มีสิทธิ์วูบได้ง่ายๆ เลยนะ (คิดภาพตัวเองเป็นลมกลางสภากาชาด...ไม่อยากจะคิด)

เพื่อนบอกว่าการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอจริงๆ มันสำคัญมาก เพราะมันมีผลต่อคุณภาพของเลือดที่เราบริจาค และความปลอดภัยของตัวเราเองด้วย

หลังจากนั้นเลยรีบนอนแต่หัวค่ำ กินข้าวให้อิ่ม แล้วก็ไปบริจาคเลือดอย่างสบายใจ ไม่มีอาการข้างเคียงใดๆ เลย!

ข้อมูลเพิ่มเติม (เผื่อใครอยากรู้)

  • ปีนี้ (2567) สภากาชาดไทยยังต้องการเลือดเยอะมากๆ ใครที่สุขภาพดี ลองไปบริจาคกันนะ
  • ก่อนไปบริจาค นอกจากนอนให้พอแล้ว ควรกินอาหารที่มีธาตุเหล็กสูงๆ ด้วยนะ จะได้ช่วยให้ร่างกายสร้างเม็ดเลือดได้ดี
  • ถ้าใครมีโรคประจำตัว หรือกินยาอะไรอยู่ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนไปบริจาคเลือดนะ เพื่อความปลอดภัยของตัวเอง
  • หลังบริจาคเลือด อย่าลืมดื่มน้ำเยอะๆ และพักผ่อนให้เพียงพอ จะได้ไม่รู้สึกเพลีย