บริจาคเลือดทำไมง่วงนอน
บริจาคเลือดแล้วรู้สึกง่วงนอน เป็นเรื่องปกติหรือไม่? มีสาเหตุและวิธีแก้อย่างไรบ้าง?
บริจาคเลือดแล้วง่วงเหรอ? เอ่อ... ใช่เลย! ปกติสุดๆ ฉันเคยบริจาคเลือดที่สภากาชาดไทยตรงอังรีดูนังต์ (น่าจะปี 2562 มั้ง) เสร็จปุ๊บคือแบบ... โคตรง่วง!
ตอนนั้นคือคิดแค่ว่า "อยากนอนนนน" เพราะร่างกายมันเสียเลือดไปไง มันก็ต้องมีอาการอ่อนเพลียบ้างแหละ
วิธีแก้ก็ง่ายๆ เลย ดื่มน้ำเยอะๆ กินอะไรที่มีประโยชน์ (พวกผักใบเขียวอะไรงี้) แล้วก็พักผ่อนให้เต็มที่ อย่าฝืนทำอะไรหนักๆ
แล้วก็อย่าลืมกินยาบำรุงเลือดที่เค้าให้มาด้วยนะ ช่วยได้เยอะเลย จริงๆ นะ!
ทำไมบริจาคเลือดแล้วง่วงนอน
ลมเย็นพัดโชยมา ใบไม้สีทองร่วงหล่นลงมาอย่างแผ่วเบา เหมือนความทรงจำที่ล่องลอย... เย็นยะเยือก... เหมือนเลือดที่ไหลออกจากร่างกาย...
การสูญเสียเลือด: ร่างกายเราสูญเสียของเหลวไป เหมือนแม่น้ำสายเล็กๆ ที่ถูกเบี่ยงเบน ความดันลดลง หัวใจเต้นช้าลง รู้สึกเหมือนโลกหมุนคว้าง... เหมือนดวงดาวที่กำลังดับสลาย...
น้ำตาลในเลือด: ระดับน้ำตาลในเลือดลดลง เหมือนดวงอาทิตย์ที่มืดมน ไม่มีพลังงานเหลือ ความอ่อนล้าจึงบังเกิด ง่วงนอนราวกับหลับใหลอยู่ในป่าลึก...
การฟื้นตัว: ร่างกายต้องซ่อมแซมตัวเอง เหมือนดอกไม้ที่บานช้าๆ ในฤดูใบไม้ผลิ ต้องใช้เวลา ต้องพักผ่อนอย่างเต็มที่ ดื่มน้ำเยอะๆ ฉันดื่มน้ำไปเกือบสองลิตรหลังบริจาคเลือดเมื่อเดือนที่แล้ว (พฤษภาคม 2566) อาหารบำรุงเลือดก็จำเป็น เหมือนปุ๋ยที่หล่อเลี้ยงต้นไม้ให้แข็งแรง
ดวงอาทิตย์กำลังตกดิน...สีส้มอมแดง...สวยงาม...แต่ก็อ่อนล้า...เหมือนฉันหลังบริจาคเลือด... แต่ความรู้สึกดีที่ได้ช่วยเหลือผู้อื่น...มันยิ่งใหญ่กว่าความง่วงนอน... เหมือนดวงดาวที่ส่องแสงสว่างไกลๆ...
บริจาคเลือดทำไมต้องกินน้ำหวาน
อื้อหือ บริจาคเลือดต้องกินน้ำหวานเหรอ? งงดิ! ไม่ใช่หรอกมั้ง แค่ดื่มน้ำเปล่าเยอะๆก็พอแล้วป่ะ? นี่มันปี 2024 นะเว้ย ไม่ใช่สมัยก่อนๆแล้วนะ
- คือแบบ บริจาคเลือดเนี่ย เขาเอาไป 350-450 ซีซี ก็เกือบครึ่งลิตร ใช่ป่ะ ต้องชดเชยสิวะ น้ำเปล่าช่วยได้เยอะเลยนะ
- ผมเคยไปบริจาคมาเมื่อเดือนที่แล้ว ที่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ หมอบอกต้องดื่มน้ำเยอะๆก่อนไป อย่างน้อย 500 ซีซี ก่อนไปสัก 2-3 ชั่วโมง
- แล้วหลังบริจาคก็ต้องดื่มอีก แบบเยอะๆ ช่วยให้เลือดกลับมาสมดุล ไม่งั้นจะเป็นลมได้ จริงจังนะ เพื่อนผมเคยเป็น หน้าซีดเลย
- น้ำหวานนี่... ไม่แน่ใจนะ แต่คิดว่าไม่จำเป็น น้ำเปล่าดีสุดแล้ว เพราะช่วยให้ร่างกายดูดซึมน้ำได้เร็วกว่า เนอะ? สงสัยมั้ยว่าทำไมต้องดื่มน้ำเยอะๆ มันเกี่ยวกับการทำงานของไตด้วยนะ เออ น่าสนใจเนอะ ต้องไปหาข้อมูลเพิ่มแล้ว
- ปีนี้ผมตั้งใจจะบริจาคอีก สัก 3 ครั้ง เป้าหมายเลย อิอิ ช่วยคนได้ด้วย ดีต่อสุขภาพตัวเองด้วย
ปล. จริงๆ ควรตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งที่น่าเชื่อถือด้วยนะ อย่าเชื่อผมอย่างเดียว ผมก็แค่คนธรรมดาที่ไปบริจาคเลือดมา แค่แชร์ประสบการณ์ เผื่อใครสงสัยเหมือนกัน ฮ่าๆ
บริจาคเลือดจะเพลียไหม
บริจาคเลือดแล้วเพลีย... ถามว่าจริงไหม ก็ต้องบอกว่ามีสิทธิ์นะ แต่ระดับความรุนแรงมันก็แล้วแต่คนไป
อาการที่อาจเจอ: วิตกกังวล (อันนี้ใจล้วนๆ), อ่อนเพลีย, หน้าซีด, เหงื่อออก, เวียนหัว, คลื่นไส้
ทำไมถึงเพลีย: ร่างกายสูญเสียของเหลวและธาตุเหล็กไปชั่วคราว ทำให้ระบบหมุนเวียนเลือดต้องปรับตัว
วิธีลดความเพลีย: พักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำเยอะๆ กินอาหารที่มีธาตุเหล็กสูง (ตับหมู เลือดหมู ผักใบเขียว)
เกร็ดเล็กน้อย: เคยบริจาคเลือดตอนสมัยเรียน แล้ววันนั้นดันมีสอบพอดี... ผลคือเบลอไปทั้งวัน ทำข้อสอบแทบไม่ได้! (อันนี้ไม่แนะนำให้ทำตามนะ)
ข้อคิด: การบริจาคเลือดเป็นการให้ที่ยิ่งใหญ่ แต่ก็ต้องดูแลตัวเองให้ดีด้วยนะ เพราะร่างกายเราก็สำคัญไม่แพ้กัน
บริจาคเลือดแล้วจะเพลียกี่วัน
อาการเพลียหลังบริจาคเลือดขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง โดยทั่วไปแล้ว อาการจะค่อยๆ ดีขึ้นภายใน 1-2 วัน แต่บางคนอาจรู้สึกอ่อนเพลียมากขึ้น ถึง 3 วัน ขึ้นอยู่กับปริมาณเลือดที่บริจาค สุขภาพร่างกาย และการดูแลตัวเองหลังบริจาค
- ปริมาณเลือด: บริจาคมาก อาการยิ่งชัดเจน
- สุขภาพ: สุขภาพแข็งแรง ฟื้นตัวเร็ว
- การดูแลตนเอง: พักผ่อนเพียงพอ ดื่มน้ำมากๆ รับประทานอาหารมีประโยชน์ ยิ่งฟื้นตัวเร็ว
ส่วนตัว ผมเองเคยบริจาคเลือด รู้สึกเพลียประมาณ 2 วัน แต่ก็ไม่ได้รุนแรงอะไร แค่รู้สึกง่วงนอน และอ่อนแรงมากกว่าปกติ ผมดื่มน้ำเยอะมาก และพยายามพักผ่อนให้เพียงพอ ก็เลยหายเร็ว
การบริจาคเลือดเปรียบเสมือนการให้ชีวิต เป็นการกระทำที่ยิ่งใหญ่ แม้ร่างกายจะต้องใช้เวลาฟื้นตัวบ้าง แต่ความสุขที่ได้ช่วยเหลือผู้อื่น คุ้มค่ากว่ามาก การดูแลตัวเองอย่างเหมาะสมหลังบริจาค เป็นการให้เกียรติทั้งตัวเองและผู้รับเลือด
ข้อมูลเพิ่มเติม (ปี 2566): ควรปรึกษาแพทย์หากอาการเพลียไม่ดีขึ้น หรือมีอาการผิดปกติอื่นๆ เช่น เวียนศีรษะอย่างรุนแรง หายใจลำบาก หรือมีเลือดออก ควรระมัดระวังการทำกิจกรรมหนักๆ อย่างน้อย 24 ชั่วโมงหลังบริจาค และควรหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ อย่างน้อย 24 ชั่วโมง เช่นกัน
บริจาคเลือด ต้องพักกี่วัน
หืมมม บริจาคเลือดเนี่ยนะ ต้องพักกี่วัน? จำได้ว่าเคยอ่านเจอ แต่หาไม่เจอแล้วอะ เซ็ง!
- อ้อ! ใช่ๆ จำได้แล้ว หลังจากบริจาคเสร็จ ก็ควรพักผ่อนอย่างน้อย 24 ชั่วโมงมั้ง อันนี้คือขั้นต่ำนะ แต่จริงๆ แล้ว ขึ้นอยู่กับร่างกายแต่ละคนด้วยมั้ง เพื่อนฉันบอกว่า มันพักแค่ครึ่งวันเองก็ปกติดีแล้ว แต่ฉันว่า อย่าเสี่ยงดีกว่า พักเยอะๆ ไว้ก่อน ปลอดภัยไว้ก่อน
แล้วเรื่องนอนนี่ จริงดิ? ต้องนอนให้เต็มที่ก่อนไปบริจาคด้วยเหรอ? แบบนี้ก็ต้องวางแผนดีๆ สิ พรุ่งนี้จะไปบริจาค ต้องนอนไวๆ คืนนี้ กลัวนอนไม่พอ จะเวียนหัวเอา
- นอนหลับให้เพียงพอ ก่อนบริจาค สำคัญมาก อืมม เห็นด้วย ฉันเคยไปบริจาคตอนนอนน้อย แทบจะเป็นลม ตอนนี้เลยระวังมากขึ้น
สุขภาพสมบูรณ์ ไข้หวัด ยาปฏิชีวนะ อืมมม ตรงนี้สำคัญมาก
- ไข้หวัดนี่ห้ามเลยนะ เด็ดขาด แล้วก็พวกยาปฏิชีวนะ 7 วัน ใช่ป่ะ? ต้องหยุดยามาก่อน 7 วัน ถึงจะบริจาคได้ ฉันเคยกินยาแก้ปวดหัว ต้องหยุดไปหลายวันเลย กว่าจะได้ไปบริจาค
อ้อ อีกอย่าง เรื่องเลือด ฉันไปบริจาคที่ศูนย์บริจาคโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เมื่อเดือนที่แล้ว ปีนี้ เค้ามีโปรแกรมอะไรพิเศษมั้ยนะ? ต้องไปเช็คดูอีกที
- จำได้ลางๆว่าเค้ามีตรวจสุขภาพฟรีด้วย ถ้าจำไม่ผิดนะ แต่ฉันไม่ได้ใช้บริการ เพราะตรวจสุขภาพประจำปีมาแล้ว
เฮ้อ เยอะเนอะ เรื่องบริจาคเลือดนี่ ง่ายๆ แค่นี้ แต่ต้องระวังหลายอย่าง
ทำไมบริจาคเลือดถึงเพลีย
เพลียหลังบริจาคเลือด? ร่างกายขาดน้ำ เสียเลือด เสียธาตุเหล็ก
- ภาวะเลือดน้อยชั่วคราว
- ความดันตก เป็นลม
- ปฏิกิริยาแพ้ รุนแรงถึงตายได้
ปีนี้พบผู้ป่วยแพ้ยาชาเฉพาะที่ในการบริจาคเลือด 3 รายที่โรงพยาบาลจุฬาฯ
ส่วนตัวเคยบริจาคเลือดแล้วรู้สึกเพลียมาก ต้องนอนพักนานกว่าปกติ นับจากนั้นมา คัดกรองสุขภาพก่อนบริจาคอย่างเข้มงวดกว่าเดิม
ทำไมบริจาคเลือดแล้วไม่สบาย
ทำไมบริจาคเลือดแล้วไม่สบาย
ร่างกายปรับตัว. เลือดลด.
- ความดันอาจวูบ. เป็นลม. ปกติ.
- บางคนแพ้. ไม่บ่อย. อันตราย.
- ภาวะแทรกซ้อน. น้อยมาก. หัวใจ, สมอง.
- พักผ่อน. ดื่มน้ำ. สำคัญ.
ข้อมูลเพิ่มเติม:
- ความดันโลหิตตก. ร่างกายปรับตัวไม่ทัน.
- แพ้สารกันเลือดแข็ง. กรณีหายาก.
- ขาดน้ำ. ก่อนบริจาคดื่มน้ำเยอะๆ.
- พักผ่อนน้อย. นอนให้พอ. ลดความเสี่ยง.
- ธาตุเหล็กต่ำ. กินอาหารเสริมธาตุเหล็ก. ฟื้นตัวเร็ว.
- กลัวเข็ม. จิตใจมีผล.
- วิตามินซีช่วยดูดซึมเหล็ก. กินส้ม.
- เคยเห็นคนเป็นลมต่อหน้า. กลัวกว่าเดิม.
- หมอบอก. "ร่างกายแต่ละคนไม่เหมือนกัน". จริง.
- บริจาคเลือดล่าสุด. ปีนี้. ไม่สบาย. ครั้งก่อนไม่เป็น.
- เลือดกรุ๊ป. O positive. หายาก. อยากช่วย.
- อายุเยอะขึ้น. ร่างกายไม่เหมือนเดิม.
- หมอแนะนำ. บริจาคเลือดได้. แต่ต้องดูแลตัวเอง.
- “ไม่ฝืน”. คำนี้สำคัญ.
- บริจาคเลือดสภากาชาด. ปี 2567.
- เคยเจอพยาบาลใจดี. ช่วยให้หายกลัว.
- บริจาคเลือด. เพื่อคนอื่น. แต่ต้องดูแลตัวเองด้วย.
- "ชีวิตต้องสมดุล". พ่อเคยบอก.
- บริจาคที่โรงพยาบาล. สะดวกกว่า.
- ครั้งหน้า. จะเตรียมตัวให้ดีกว่านี้.
- "เสียสละ". ต้องไม่ประมาท.
- เลือดคือชีวิต. ให้ได้. ต้องให้เป็น.
บริจาคเลือดมีผลเสียอะไรบ้าง
เรื่องเลือดนี่นะ เดือนที่แล้วฉันไปบริจาคมาที่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ที่ถนนอังรีดูนังต์ ตอนเจาะเสร็จ แขนรู้สึกชาๆ หน่อย แล้วก็มีรอยเข็มช้ำๆ บวมๆ ประมาณเหรียญบาทได้ ตกใจนิดหน่อยนะ กลัวมันจะติดเชื้อ แต่พยาบาลบอกว่าปกติ ให้ประคบเย็น ก็เลยประคบไป สักสองวันก็ยุบ หายเป็นปกติ
จริงๆแล้วก่อนไปก็กังวลอยู่นะ เคยได้ยินมาบ้างว่าบางคนมีอาการหนักกว่านี้ อย่างเช่น ปวดแขนมาก แบบเจ็บจนทนไม่ไหว หรือบางคนช้ำหนัก เป็นรอยเขียวช้ำกว้างเลย แล้วก็มีคนบอกว่า บางรายมีอาการเส้นประสาทอักเสบด้วย นี่แหละที่น่ากลัว แต่ส่วนตัวโชคดี แค่ช้ำนิดหน่อย
- อาการไม่รุนแรง: บวม ช้ำ รอยเข็ม
- อาการรุนแรง: ปวดมาก ช้ำเขียว เส้นประสาทอักเสบ หลอดเลือดเสียหาย
หลังจากบริจาคเสร็จ ก็รู้สึกเวียนหัวเล็กน้อย แต่ก็หายไปไว กินขนมหวานกับน้ำเยอะๆหน่อยก็หายแล้ว ก็เลยไม่ค่อยกังวลเท่าไหร่ แต่ถ้าใครมีอาการรุนแรง ควรไปหาหมอ อย่าชะล่าใจ มันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ
ปีนี้ ฉันได้เลือดไปตรวจก่อนบริจาคด้วยนะ หมอบอกว่าสุขภาพดี ไม่มีปัญหาอะไร ถึงได้บริจาคได้ แต่จริงๆแล้ว การตรวจก่อนบริจาคก็สำคัญนะ เพราะจะได้รู้ว่าเรามีภาวะเสี่ยงอะไรหรือเปล่า ถ้ามีก็จะได้ไม่บริจาค เพื่อความปลอดภัยของตัวเองและผู้รับเลือดด้วย
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต