บริจาคเลือดแล้วจะเพลียกี่วัน

104 ครั้งเข้าชม
หลังบริจาคเลือด อ่อนเพลียกี่วัน? อาการ: วิงเวียน มึนงง อ่อนเพลีย ง่วงนอน เกิดจากร่างกายเสียเลือดกะทันหัน ระยะเวลา: อาการจะค่อยๆ ดีขึ้นภายในไม่กี่วัน ดูแลตัวเอง: หลีกเลี่ยงงานหนัก ออกกำลังกาย ดื่มน้ำเปล่าให้มาก ทานอาหารมีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอ ทานยาบำรุงเลือดตามคำแนะนำ
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

บริจาคเลือดแล้วอ่อนเพลียกี่วัน? วิธีดูแลตัวเอง

บริจาคเลือดเหรอ? อืม... มันเหนื่อยอยู่นะ ฉันไปมาล่าสุดก็ช่วงปลายเดือนสิงหาฯ ปีที่แล้วแหละ ที่สภากาชาดไทยตรงอังรีดูนังต์นั่นแหละ ออกมานี่รู้สึกเลยว่ามันเพลียๆ ง่วงๆ เหมือนไม่ได้นอนมาหลายวันเลย อาการพวกนี้มันไม่ได้หายไปในวันเดียวนะ จะอยู่กับเราไปซัก 2-3 วันเลยกว่าจะรู้สึกดีขึ้นจริงๆ

ตอนนั้นนะ พอโดนเจาะเลือดเสร็จลุกขึ้นจะเดินไปกินนมที่เค้าให้ โอ้โห มีหน้ามืดหน่อยๆ โชคดีที่พยาบาลประคองไว้ทัน ไม่งั้นได้ล้มหัวฟาดพื้นแน่ๆ เลยนะ คือร่างกายมันก็เสียเลือดไปเยอะกะทันหันไง ไม่แปลกหรอกที่มันจะมึนๆ วิงเวียน ตอนนั้นฉันกินข้าวไข่เจียวหมูสับแถวนั้นราคา 40 บาท รู้สึกอร่อยเป็นพิเศษคงเพราะหิวจัด

วิธีดูแลตัวเองเหรอ? อันดับแรกเลยนะ พักผ่อนเถอะ ให้เยอะๆ เลย วันนั้นทั้งวันฉันก็นอนซมอยู่บ้านนั่นแหละ น้ำเปล่านี่ดื่มไปเยอะมาก ปกติไม่ค่อยชอบ แต่ตอนนั้นมันคอแห้งชะมัด แล้วก็อย่าไปออกแรงเยอะๆ หรือยกของหนักนะ เว้นไปก่อนซักอาทิตย์สองอาทิตย์ก็ได้

ส่วนเรื่องอาหารก็กินอะไรดีๆ เข้าไปเน้นบำรุงหน่อยนะ แม่ฉันบอกว่ากินตับก็ได้ แต่ฉันไม่ชอบหรอก สุดท้ายก็กินพวกผักใบเขียวกับเนื้อสัตว์ธรรมดานี่แหละ แล้วก็ยาบำรุงเลือดที่เค้าให้มาอะ กินให้หมดนะ มันช่วยได้เยอะเลย รู้สึกว่าร่างกายมันฟื้นตัวเร็วกว่าที่คิดนะ ไม่ต้องกังวลอะไรหรอก แป๊บเดียวก็กลับมาสดใสละ.

บริจาคเลือด ต้องพักกี่วัน

บริจาคเลือด ต้องพักกี่วันนะ... อืมมม หลังให้เลือดไป จริงๆ ไม่ได้ต้องพักยาวเป็นวันๆ หรอกนะ แค่ร่างกายเราต้องการเวลาปรับตัวหน่อยนึง เลี่ยงกิจกรรมหนักๆ ไปก่อนสักหนึ่งวันเต็มๆ ก็พอแล้ว ดื่มน้ำเยอะๆ สำคัญมากนะ ถ้ามันรู้สึกมึนๆ ก็แค่หาที่นั่งพักนิดหน่อยน่ะ ไม่กี่ชั่วโมงก็ดีขึ้นแล้ว

แต่ก่อนจะไปบริจาคสิ... บางทีมันก็มีอะไรให้เราต้องเตรียมตัว ต้องคิดเยอะกว่านั้นนะ การเตรียมตัวที่ดี มันสำคัญมากจริงๆ เลยนะ บางทีก็คิดว่า ทำไมมันดูยุ่งยากจังนะ แต่ก็เพื่อความปลอดภัยไง

ต้องมั่นใจว่าทุกอย่างพร้อมก่อน ถึงจะไปให้ได้... ไม่ใช่แค่เรา แต่เพื่อคนที่รับเลือดด้วย

  • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เลยนะ คืนก่อนวันที่เราจะไปนั่นแหละ นอนในเวลาปกติของเรา
  • สุขภาพต้อง สมบูรณ์แข็งแรง นะ ต้องไม่เป็นไข้ ไม่เป็นหวัด
  • ถ้ากำลังกินยาปฏิชีวนะอยู่ อย่างเช่นยาแก้อักเสบ พวกยาต้านแบคทีเรียน่ะนะ ต้องหยุดยามาแล้วอย่างน้อยเจ็ดวัน ถึงจะบริจาคได้

ทำไมบริจาคเลือดถึงเพลีย

แสงบ่ายอ่อนโยนลอดผ่านม่านสีขาว ณ ศูนย์บริจาคฯ วันนั้น เสียงพัดลมหวีดหวิว พยุงกายขึ้นจากเตียงนุ่มๆ รู้สึกเหมือนลอยๆ ในอากาศ... วูบหนึ่ง มันคือความเพลียรึเปล่า?

ใช่, ภายในนั้น... ร่างกายเราตอบสนอง. เป็นปฏิกิริยา มันคือ vasovagal reaction พบได้บ่อยเลยล่ะ ร่างกายปรับตัว ความรู้สึกจะวูบๆ เบาๆ

วูบไป... วาบไป... เหมือนดวงวิญญาณจะลอยหลุดจากร่างชั่วขณะ ไม่ใช่เรื่องน่ากลัวอะไรมากหรอก ส่วนใหญ่ก็แค่พัก เดี๋ยวก็ดีขึ้น มันแค่ร่างกายกำลังบอกว่า "หยุดพักนะ"

ทว่า... บางคราว ก็มีที่ต่างออกไป สิ่งที่ลึกลงไป อาจจะ... ซับซ้อนกว่านั้น ความรุนแรงอาจมาเยือน ความดันโลหิตมันตกฮวบ

หัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือเส้นเลือดในสมองมัน... พลันอุดตันฉับพลัน บางคนแพ้แรงมากจนระบบมันรวนไปหมด มันเกิดขึ้นได้นะ ภาวะฉุกเฉิน ที่ต้องใส่ใจ

เมื่อปี 2567 ฉันไปบริจาคที่สภากาชาดไทย ครั้งนั้นรู้สึกอ่อนแรงมากเป็นพิเศษ จนพยาบาลต้องให้นอนพักนานกว่าปกติ บอกว่าร่างกายฉันมีปฏิกิริยา อ่อนไหว กว่าคนอื่นนิดหน่อย มันฝังใจ...

การสูญเสียปริมาตรเลือดอย่างรวดเร็ว แม้ไม่มากนัก แต่ก็ทำให้ร่างกายต้องทำงานหนักขึ้น เพื่อรักษาสมดุล และนี่คือสาเหตุหลักที่ทำให้รู้สึกเพลีย มันไม่ใช่แค่ใจคิดไปเอง

  • การสูญเสียน้ำและเกลือแร่: เลือดประกอบด้วยน้ำปริมาณมาก การบริจาคจึงทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำไปพร้อมกับเกลือแร่สำคัญ. ดื่มน้ำมากๆ ก่อนและหลังบริจาค.
  • การลดลงของเซลล์เม็ดเลือดแดง: แม้ร่างกายจะผลิตทดแทนได้ แต่ก็ต้องใช้เวลา ทำให้ระดับออกซิเจนที่ส่งไปเลี้ยงเซลล์ต่างๆ ลดลงชั่วคราว นำไปสู่ความรู้สึกอ่อนเพลีย.
  • ปฏิกิริยาของระบบประสาทอัตโนมัติ: เมื่อเห็นเข็มหรือรู้สึกตื่นเต้น ระบบประสาทอัตโนมัติจะตอบสนอง ทำให้หัวใจเต้นช้าลงและหลอดเลือดขยายตัว เลือดไหลไปเลี้ยงสมองน้อยลง เป็นสาเหตุของอาการหน้ามืด.
  • ความกังวลและความเครียด: บางครั้งความรู้สึกอ่อนเพลียเกิดจากความกังวลหรือความเครียดจากการบริจาคเลือดเอง ซึ่งส่งผลต่อร่างกายและจิตใจ.
  • การฟื้นฟูของร่างกาย: หลังบริจาค ร่างกายจะเริ่มกระบวนการสร้างเลือดใหม่ขึ้นมาทดแทน กระบวนการนี้ต้องใช้พลังงาน ทำให้รู้สึกเหนื่อยล้า.
  • อาหารและน้ำพักผ่อนไม่เพียงพอ: หากก่อนบริจาคไม่ได้ทานอาหารให้ครบถ้วน หรือพักผ่อนไม่พอ จะยิ่งทำให้ร่างกายอ่อนเพลียมากขึ้นหลังบริจาค.

ทำไมเจาะเลือดแล้วเพลีย

เจาะเลือดแล้วเพลีย? เรื่องปกติ

เลือดไหล? ก็เหนื่อยเป็นธรรมดา น้ำในร่างหายไปนิดหน่อย สมองมันก็เลยประท้วง

แค่นั้นแหละ

  • น้ำตาลตก: อดอาหารมาก่อน? ระดับน้ำตาลต่ำ ก็หิวสิ
  • ร่างกายปรับตัว: ร่างกายกำลังซ่อมแซมส่วนที่เสียไป
  • อยากของหวาน: ร่างกายต้องการพลังงานด่วนๆ

อย่าคิดมาก บางทีก็แค่อยากอะไรหวานๆ เฉยๆ ก็ได้.

บริจาคเลือดทำให้เพลียไหม

เพลีย

นิดหน่อย

  • อ่อนเพลีย เกิดจากการเสียเลือด
  • วิตกกังวล เป็นเรื่องปกติ
  • หน้าซีด เลือดน้อยลง
  • เหงื่อออก ร่างกายปรับตัว
  • เวียนศีรษะ ความดันตก
  • คลื่นไส้ อาจเกิดขึ้น

มันเป็นผลข้างเคียงเล็กน้อย.

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • อาการมักหายไปเองภายในไม่กี่ชั่วโมง.
  • ดื่มน้ำเยอะๆ หลังบริจาค.
  • นั่งพักผ่อนสักครู่.
  • หลีกเลี่ยงกิจกรรมหนัก.
  • ถ้าอาการไม่ดีขึ้น ควรปรึกษาแพทย์.
  • การบริจาคเลือดช่วยชีวิตคนได้.
  • ทุกคนควรรู้จักร่างกายตัวเอง.
  • ความเหนื่อยล้าชั่วคราว คุ้มค่า.

ทำไมบริจาคเลือดแล้วไม่สบาย

ร่างกายเสียสมดุล. ชั่วคราว. ของเหลวในตัวหายไป. ระบบประสาทมันตอบสนอง. อาการที่เจอบ่อยคือเป็นลม. วูบ. แค่นั้น. มันคือปฏิกิริยาวาโซเวกัล (Vasovagal reaction). ไม่ใช่ความผิดปกติ. ไม่ใช่ความอ่อนแอ. มันเป็นแค่กลไก.

ร่างกายมันซื่อสัตย์.

อาการที่เกิดขึ้นได้. แบ่งตามระดับ.

  • อาการทั่วไป ที่เจอบ่อย

    • หน้าซีด.
    • เหงื่อออก. ตัวเย็น.
    • เวียนหัว มึนงง.
    • คลื่นไส้.
    • บางคนเป็นลมหมดสติไปเลย. แต่ไม่นาน.
  • อาการรุนแรง ที่เจอได้น้อยมาก

    • ความดันโลหิตตกเฉียบพลัน.
    • ชัก.
    • หลอดเลือดสมองอุดตัน.
    • ภาวะแพ้รุนแรง (Anaphylaxis).
  • วิธีจัดการก่อนไป

    • นอน. นอนให้พอ.
    • ดื่มน้ำเยอะๆ.
    • กินข้าวก่อนไป. อย่าท้องว่าง.
    • หลังบริจาค. อย่ารีบลุก. นั่งพัก.

บริจาคเลือดมีผลเสียต่อร่างกายยังไง

ผลเสีย? คิดไปเอง.

เลือดที่เอาไป แค่ 450 ซีซี ร่างกายมึงฉลาดพอจะสร้างใหม่ได้เอง เรื่องจิ๊บๆ. ไม่ตายหรอก.

ไอ้ที่รู้สึกหลังบริจาค มันเป็นเรื่องปกติที่เจอได้ ไม่ใช่ผลเสียถาวร.

  • อ่อนเพลีย เวียนหัว: ปกติ. ร่างกายแค่กำลังปรับตัว พักสักแป๊บ กินของหวาน ดื่มน้ำเยอะๆ ก็หาย.
  • รอยช้ำตรงที่เจาะ: เรื่องธรรมดา. เกิดจากเลือดออกใต้ผิวหนังนิดหน่อย ไม่กี่วันก็จางไปเอง.
  • ธาตุเหล็กตก: เกิดขึ้นได้. ร่างกายใช้ธาตุเหล็กสร้างเลือดใหม่ ถ้าบริจาคบ่อยๆ ก็กินเนื้อ ตับ ไข่แดงเสริมเข้าไป.
  • เป็นลม: เกิดกับบางคน. ส่วนใหญ่เพราะ พักผ่อนไม่พอ หรือกลัวเข็มจนเกร็ง. เตรียมตัวให้ดีก็จบ.

สรุปคือ ไม่มีผลเสียร้ายแรง ในคนที่มีสุขภาพดี. ร่างกายแค่ต้องการเวลาฟื้นตัวสั้นๆ เท่านั้น. กลับกัน การบริจาคยังช่วยกระตุ้นไขกระดูกให้ทำงาน สร้างเม็ดเลือดใหม่ๆ ที่มีคุณภาพมาแทนที่ของเก่า. เหมือนได้เปลี่ยนถ่ายของเหลวในระบบ.

บริจาคเลือด มีข้อเสียอะไรบ้าง

บริจาคเลือด... มันก็มีบ้างนะ ผลข้างเคียงที่ทำให้รู้สึกไม่ค่อยดี

อาการตรงที่เจาะเนี่ย บางทีมันก็บวมๆ ช้ำๆ เป็นจ้ำๆ ขึ้นมา

แต่พวกนี้มันก็หายเองได้นะ ไม่นานมากหรอก สักอาทิตย์สองอาทิตย์ก็โอเคแล้ว

แต่ที่น่ากังวลจริงๆ คือ ถ้ามันปวดมากจริงๆ หรือว่าเส้นประสาทมันโดนกระทบอะไรพวกนี้

อันนั้นอาจจะต้องไปหาหมอจริงๆ จังๆ แล้วแหละ

  • รอยเข็มบวม ช้ำ จ้ำเลือด: อันนี้เป็นเรื่องปกติที่เจอได้บ่อยสุดๆ หายได้เอง.
  • ปวดมาก: อันนี้ก็เป็นไปได้.
  • เส้นประสาทบาดเจ็บ: อันนี้ร้ายแรงหน่อย.
  • หลอดเลือดแดงบาดเจ็บ: อันนี้ก็ต้องได้รับการรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ.

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • ความเสี่ยงติดเชื้อ: แม้จะน้อยมาก แต่ก็มีความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นได้ถ้าอุปกรณ์ที่ใช้ไม่สะอาดพอ.
  • การแพ้วัสดุ: บางคนอาจจะแพ้สารบางอย่างที่ใช้ในการเก็บเลือด หรือวัสดุปิดแผล.
  • การเป็นลม: บางคนอาจจะมีอาการหน้ามืด เป็นลม หลังบริจาคเลือด.
  • ภาวะโลหิตจาง: หากบริจาคเลือดบ่อยเกินไป หรือร่างกายฟื้นตัวไม่ทัน อาจทำให้เกิดภาวะโลหิตจางได้.

บุคคลใดห้ามบริจาคเลือด

วันนั้นเมื่อสองเดือนก่อน ที่สภากาชาดไทยนะ ตรงประตูใหญ่เลย ถนนอังรีดูนังต์ ตอนบ่ายแก่ๆ เกือบสี่โมง เราไปกับเพื่อน กะจะบริจาคเลือดกัน ครั้งแรกในรอบปีเลย ตื่นเต้นมากนะ อยากช่วยจริงๆ พอถึงจุดคัดกรอง พยาบาลวัดความดัน เจาะเลือดปลายนิ้วตรวจความเข้มเลือดเรา หน้าพยาบาลดูไม่ค่อยดี เรานี่ใจหายแวบเลย คิดว่าไม่ผ่านแน่ๆ

พยาบาลมองหน้า ส่ายหัว แล้วบอกเราว่า ฮีโมโกลบินเราไม่ถึงเกณฑ์ที่จะบริจาคได้ เสียดายมาก บอกตรงๆ ว่าผิดหวังสุดๆ เตรียมใจมาเต็มที่แล้วเชียว แต่ก็เข้าใจนะ ว่าเขาก็ต้องปลอดภัยไว้ก่อน

เพื่อนเราอีกคน ปกติแข็งแรงดีทุกอย่างเลย แต่เพิ่งกลับจากทริปญี่ปุ่นมาได้อาทิตย์เดียวเอง พยาบาลก็ส่ายหน้าเหมือนกัน บอกว่ายังบริจาคไม่ได้ ต้องรออย่างน้อยหนึ่งเดือนก่อนถึงจะบริจาคได้ ผิดหวังกันไปตามๆ กัน

ตอนนั่งรอนะ เราเห็นผู้หญิงคนนึง ดูเหมือนกำลังตั้งครรภ์เดินเข้ามาตรงทางเข้า พยาบาลรีบเดินไปบอกเลยว่าตอนนี้ยังบริจาคเลือดไม่ได้นะคะ ต้องคลอดก่อน แล้วเว้นระยะไปอีกหน่อย เรื่องแบบนี้สำคัญมากจริงๆ เพื่อความปลอดภัยทั้งแม่และเด็ก

แล้วก็เคยมีคนรู้จักนะ มาเล่าให้ฟังว่าไปบริจาค แต่ความดันขึ้นสูงมากจนพยาบาลไม่อนุญาตให้บริจาคเลย ไม่ได้มีแค่เรื่องฮีโมโกลบินต่ำนะ ความดันโลหิตก็สำคัญมากด้วย สุขภาพต้องพร้อมจริงๆ ถึงจะช่วยคนอื่นได้

ใครบ้างที่ห้ามบริจาคเลือด หลักๆ คือ:

  • ผู้ที่มี ฮีโมโกลบินต่ำกว่าเกณฑ์
  • หญิงตั้งครรภ์ หรือกำลังให้นมบุตร
  • ผู้ที่ เดินทางกลับจากต่างประเทศ ในระยะเวลาที่กำหนด เช่น 4 สัปดาห์ หรือ 3 เดือนสำหรับพื้นที่เสี่ยง
  • ผู้ที่มี ความดันโลหิตสูงเกินไป หรือ ต่ำเกินไป กว่าค่าปกติ