ผื่นคัน เกาแล้วลามเกิดจากอะไร

137 ครั้งเข้าชม
ผื่นคันเกาแล้วลาม: สาเหตุและการสังเกตผื่นคันที่เกาแล้วลาม อาจเกิดจากหลายสาเหตุ อาทิ การแพ้สารเคมี, แพ้ยา, ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง หรือความเครียดผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง: เป็นโรคผิวหนังอักเสบเรื้อรัง พบมากในเด็ก (แก้ม, แขน, ข้อศอก, หัวเข่า) และผู้ใหญ่ (ข้อพับแขน, ข้อพับขา, ใบหน้า) การเกาทำให้ผื่นลุกลามมากขึ้น ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสม
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

ผื่นคันเกาแล้วลาม เกิดจากสาเหตุอะไร?

คือแบบนี้ ตอนนั้นช่วง มกราคม 65 ลูกชายฉันเป็นผื่นแดงๆ คันมาก ที่แขน เกาไปเกาามา มันก็ลามไปเรื่อยๆ เลยอะ พาไปหาหมอที่ รพ.พระนั่งเกล้า หมอบอกว่าน่าจะเป็นผื่นแพ้สัมผัส เพราะช่วงนั้นมันหนาว ฉันเลยใช้โลชั่นตัวใหม่ ราคาประมาณ 200 กว่าบาทอะ หมอให้ยามาทา กับยาแก้แพ้ หายไวอยู่นะ ประมาณอาทิตย์นึงก็ดีขึ้นแล้ว

แต่เพื่อนฉันอีกคน ลูกเค้าเป็นผื่นแบบเดียวกันเลย แต่เป็นตั้งแต่เดือนสิงหาคม ไปหาหมอหลายที่ หมอบอกว่าเป็นผื่นภูมิแพ้ บอกว่าเป็นโรคเรื้อรังด้วยซ้ำ มันเลยนานกว่าจะหาย เค้าต้องรักษาต่อเนื่องหลายเดือนเลย ใช้ครีมแพงๆด้วยนะ จำราคาไม่ได้ แต่คงหลักพันแน่ๆ

จริงๆ แล้ว ผื่นคันที่เกาแล้วลามเนี่ย สาเหตุมันเยอะมาก ไม่ใช่แค่แพ้สารเคมีอย่างเดียว มันอาจจะแพ้ยา หรือฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง แม้แต่ความเครียดก็มีผล หมอบอกกับฉันแบบนั้นแหละ แต่ของลูกฉันก็แค่แพ้โลชั่นนี่แหละมั้ง คิดว่านะ

ทำไมยิ่งเกาผื่นยิ่งลาม

โอ๊ย! ถามได้ตรงใจคันยิบๆ เลยนะพ่อคุณ! เรื่องเกาผื่นเนี่ย มันเหมือนยิ่งราดน้ำมันลงกองไฟชัดๆ ยิ่งเกายิ่งมันส์ ยิ่งมันส์ยิ่งลาม!

  • โรคผิวหนัง: พวก กลากเกลื้อน นี่ตัวดีเลย เกาปุ๊บ เชื้อรากระจาย ปรื๊ดดดดด! ลามเป็นวงกว้างยิ่งกว่าวงดนตรีลูกทุ่งอีก!
  • แพ้: ไอ้พวกสบู่ น้ำหอม โลชั่นที่ว่าหอมนักหอมหนาเนี่ยแหละ ตัวดี! ผิวเราดันไม่ถูกโฉลก เกาปุ๊บ! ผื่นขึ้นปั๊บ! ลามไปถึงไหนต่อไหนก็ไม่รู้
  • แมลงกัด: ยุง มด แมลงอะไรต่อมิอะไร ชอบมาแจมด้วย เกาๆ ไป เผลอๆ ติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำเข้าไปอีก โอ๊ย...ชีวิต!
  • เกา...มันมือ: อันนี้เรื่องจริง! บางทีไม่ได้เป็นอะไรมาก แค่คันยิบๆ แต่พอมือว่างก็เกาๆๆๆๆ เพลินไปเลย ทีนี้แหละ! ผิวอักเสบแดงเถือก ลามซะงั้น!

สรุป: ถ้าผื่นคันมันลามปาม อย่าคิดว่าตัวเองเป็น หมอเทวดา รักษาเองเลย ไปหาหมอซะ! หมอเค้ามี ยาดี อย่ามัวแต่ เกามันส์ เดี๋ยวได้ คันไม่หาย นะจ๊ะ!

เกร็ดแถม:

  • อย่าเชื่อโฆษณา: ไอ้พวกครีมทาผิวที่โฆษณาว่า หายไวใน 3 วัน เนี่ย อย่าไปเชื่อมาก! ของแบบนี้มันต้องใช้เวลา (และเงินในกระเป๋า)
  • สมุนไพรไทย: ว่านหางจระเข้ก็ช่วยได้นะ! แต่ต้องว่านหางจระเข้ แท้ๆ ไม่ใช่พวกผสมสีผสมกลิ่น!
  • ใจเย็นๆ: เรื่องผื่นคันมันต้องใช้เวลา อย่าใจร้อน! ยิ่งเครียดยิ่งคัน! หาอะไรทำเพลินๆ ดีกว่า
  • ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ: ไปปรึกษาเภสัชกรหรือคุณหมอผิวหนังดีกว่า อย่าลองผิดลองถูกเอง เพราะถ้าแพ้ขึ้นมา อาจจะหนักกว่าเดิมได้

คำเตือน: อย่าเกาเพลินจนลืมตัว เดี๋ยวเป็นแผลเป็นไม่รู้ด้วยนะ!

อาการคันยุบยิบ ตามตัว มีผื่น เกิดจากอะไร

คันยุบยิบเนี่ยนะ มีผื่นด้วย โอ๊ยยย น่ารำคาญ

  • โรค: บางทีอาจจะเปนโรคตับเรื้อรัง โรคไทรอยด์ (ไทรอยด์เปนพิษอะนะ) ไตวาย โลหิตจาง มะเร็งเม็ดเลือดขาว(อันนี้น่ากลัว) มะเร็งต่อมนํ้าเหลือง หรือมีพยาธิในตัว!!
  • จิตใจ: ซึมเศร้าก็คันได้ ย้ำคิดย้ำทำอีก
  • แมลงกัด: อันนี้เบสิกสุดละ มดกัด ยุงกัด ไรเงี้ย

คือ…เพื่อนเราเคยเปนแบบนี้ ไปหาหมอ หมอบอกว่าเครียดจัด บวกกับแพ้ฝุ่นในห้องด้วย เออ งงปะละ แต่ก็หายนะ พอพักผ่อนเยอะๆ แล้วก็เปลี่ยนผ้าปูที่นอนบ่อยๆ

เพิ่มเติม:

  • ถ้าคันไม่หาย ไปหาหมอผิวหนังดีสุดนะ อย่าปล่อยไว้นาน
  • ยาแก้แพ้ ช่วยได้นะ ลดอาการคันไปก่อน
  • ครีม ทาแก้คันก็มีขาย
  • บางทีแพ้อาหารก็คันนะ ลองสังเกตุดูว่ากินไรแล้วคันขึ้น
  • อย่าเกา!! ยิ่งเกายิ่งคัน ยิ่งเปนแผล

ลักษณะอาการรอยโรคหิดเป็นแบบใด

โรคหิดนี่นะ มันแสบร้อนคันยิบๆกลางคืนเหมือนมดกัดเป็นพันๆตัวเลย! ไม่ใช่แค่คันธรรมดานะ คันแบบอยากเอาตะไบขัดผิวตัวเองให้โล่งเลยล่ะ!

  • ผื่นขึ้นเป็นตุ่มแดงๆ หรือตุ่มใสๆจิ๋วๆ เหมือนเม็ดสิวแต่เล็กกว่า เยอะแยะไปหมด มันชอบอยู่ตามซอกหลืบ ง่ามนิ้วนี่แหละจุดโปรด รักแร้ ขาหนีบ ง่ามก้นนี่ เห็นแล้วขนลุก!
  • รอบสะดือก็ไม่เว้น อวัยวะเพศชายก็โดน หัวนม ศอก เข่า นี่ไม่ใช่แค่ผิวหนังธรรมดา มันเป็นสนามรบของเห็บเลยล่ะ!
  • เด็กๆนี่หนักกว่าผู้ใหญ่ ผื่นขึ้นเยอะกว่าเป็นเท่าตัว ยิ่งเกา ยิ่งแย่ ติดเชื้อแบคทีเรียอีก กว่าจะหายนี่เหนื่อยเลย เหมือนสู้รบกับกองทัพเห็บเลย

ปีนี้ผมเจอเพื่อนที่เป็นโรคหิด มันบอกว่า เหมือนมีอะไรคืบคลานอยู่ใต้ผิวหนังตลอดเวลา นอนไม่หลับเลยล่ะ สุดท้ายต้องไปหาหมอ กินยา ทายา กว่าจะหาย เหนื่อยกว่าปีนเขาไปหาเห็ดหิมะอีก!

วิธีรักษาหิดมีอะไรบ้าง

หิด... มันน่ารำคาญจริงๆ นะ

  • Ivermectin: หมอบอกว่า กินตามน้ำหนักตัวเลย 200 ไมโครกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมนะ มันช่วยได้ดี แล้วผลข้างเคียงก็ไม่ค่อยมี
  • ยาแก้คัน: หลังจากรักษาแล้ว อาการคันมันยังอยู่ได้อีกนานเลย กินยาแก้คันช่วยได้เยอะจริงๆ นะ
  • ตุ่มหิด: ถ้ามีตุ่ม หมอจะให้ทายา หรือไม่ก็ฉีดคอร์ติโคสเตียรอยด์ตรงตุ่มเลย

...ตอนเป็นหิดนี่ทรมานมากจริงๆ นะ เข้าใจเลยว่าทำไมถึงอยากหายไวๆ

หิดติดจากไหน

หิดติดจากไหนน่ะเหรอ? โอ๊ย! ถามมาได้ หิดเนี่ยนะมันไม่ได้ติดจากฟ้าผ่าซะหน่อย! มันติดจาก "ความใกล้ชิด" ไงเล่า! ไม่ต้องถึงขนาด "เอากัน" หรอก แค่คลุกคลีตีโมง นอนเบียดกันบนเตียงผ้าปูที่นอนไม่ได้ซักก็ติดแล้ว! ยิ่งถ้าเตียงนั้นมีประวัติ...โอ้โห! ยิ่งกว่าถูกหวย! แต่ถ้าถามว่า "กิจกรรมเข้าจังหวะ" มันเพิ่มโอกาสมั้ย? บอกเลยว่า "จัดว่าเด็ด!" เพิ่มโอกาสชนิดที่ว่าแทบจะการันตี!

แล้วหิดกับโลนมันต่างกันยังไง? อันนี้ง่ายมาก! หิดเนี่ยนะ ตัวเล็กจิ๋ว มองด้วยตาเปล่าแทบไม่เห็น ต้องส่องกล้อง! ส่วนโลนเนี่ยเหรอ? ตัวเบ้อเริ่มเทิ่ม! ขนาด 2 มิลลิเมตร! บางทีไม่ต้องเพ่งก็เห็นแล้ว! ถ้าเห็นอะไรดำๆ เกาะตามน้องหนู นั่นแหละ! โลนตัวจริงเสียงจริง! ยิ่งถ้ามันกระดิกได้นะ...เตรียมตัวโกนขนได้เลย!

  • หิด: ตัวเล็กจิ๋ว มองไม่เห็น ต้องส่องกล้อง
  • โลน: ตัวใหญ่เบ้อเริ่ม 2 มิลลิเมตร เห็นชัดเจน

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • หิด ชอบอาศัยในซอกนิ้ว ง่ามนิ้ว ข้อพับ แต่ถ้าอาการหนักๆ ก็ขึ้นได้ทั่วตัว!
  • โลน ชอบอาศัยตามขนเพชร ขนรักแร้ แต่บางคนก็ขึ้นตามขนตา ขนคิ้วก็มี! (อันนี้ฮา!)
  • การรักษา: ทั้งหิดและโลนต้องใช้ยาฆ่าแมลง! แต่ห้ามเอาไบกอนฉีดนะ! ไปหาหมอผิวหนังดีกว่า!
  • คำเตือน: อย่าเชื่อหมอดู! หมอผีก็อย่าไป! ไปหาหมอจริงๆ เท่านั้น!