ผู้ป่วยกลุ่ม 608 มีอะไรบ้าง

66 ครั้งเข้าชม
กลุ่ม 608: ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป และผู้มีโรคเรื้อรัง 7 กลุ่ม ได้แก่ โรคระบบทางเดินหายใจเรื้อรัง (เช่น หอบหืด ฯลฯ) โรคหัวใจและหลอดเลือด (เช่น ความดันโลหิตสูง ฯลฯ) โรคไตวายเรื้อรัง กลุ่มนี้มีความเสี่ยงสูงต่อโควิด-19 จึงควรได้รับวัคซีนเป็นลำดับแรก เพื่อลดความรุนแรงและการเสียชีวิต
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

กลุ่มผู้ป่วย 608 คืออะไร? มีโรคอะไรบ้าง?

กลุ่ม 608 อ่ะนะ จำได้ลางๆ ว่าเคยเห็นข่าวตอนนั้นแหละ เดือนมีนาคม 64 มั้ง ข่าววุ่นวายมากเรื่องวัคซีน ตอนนั้นญาติป้าฉันที่อายุ 70 กว่า เป็นเบาหวานด้วย แกก็อยู่ในกลุ่มนี้แหละ ต้องรีบไปฉีดเลย เพราะเขาว่ากลุ่มนี้เสี่ยง จริงๆแล้วกลุ่มนี้คือกลุ่มเป้าหมายหลักเลยในการฉีดวัคซีนโควิด

จำได้ว่าข่าวบอกว่า นอกจากอายุ 60 ปีขึ้นไปแล้ว ก็จะมีพวกโรคประจำตัวด้วย โรคหัวใจ โรคปอด ไต ประมาณนี้แหละ เยอะแยะเลย จำรายละเอียดไม่ค่อยได้ แต่ที่แน่ๆ ญาติป้าฉันต้องฉีดเพราะแกเป็นเบาหวาน มันอยู่ในกลุ่มโรคเสี่ยง แล้วก็มีโรคอื่นๆอีกหลายโรค ที่จำไม่ได้แล้ว ตอนนั้นข่าวเยอะมากจริงๆ มึนไปหมด

คือมันเป็นกลุ่มเสี่ยงสูง เลยต้องรีบฉีดวัคซีนให้ไว เพื่อป้องกันอาการหนัก นี่แหละ ความสำคัญของกลุ่ม 608 แต่ละโรคที่อยู่ในกลุ่มนี้ก็คือกลุ่มโรคเรื้อรังที่ทำให้ร่างกายอ่อนแอ ยิ่งเจอโควิดเข้าไปด้วยยิ่งอันตราย จำได้ว่า ตอนนั้นโรงพยาบาลก็เต็มไปหมด คนไข้เยอะมาก ตอนนั้นเครียดจริงๆ

กลุ่มเสี่ยงโควิดมีอะไรบ้าง

จำได้เลยช่วงต้นปีนี้ โควิดระบาดหนักอีกรอบ เพื่อนที่ทำงาน พี่สาวเค้าอายุ 65 ป่วยหนักเลย ไอแบบไม่หยุด หายใจลำบาก ต้องไป รพ.เอกชนแถวรามคำแหง ค่าใช้จ่ายโหดมาก นอน ICU เกือบอาทิตย์ ใจหายใจคว่ำเลย โชคดีที่รอดมาได้ ตอนนั้นเครียดสุดๆ กลัวเค้าจะไม่ไหว

ส่วนตัวเอง ก็ระวังตัวสุดๆ เพราะมีลูกเล็ก อายุแค่ 2 ขวบ ยิ่งต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ตอนนั้นข่าวเยอะมาก กลุ่มเสี่ยงนี่คือ น่ากลัวจริงๆ

  • ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป นี่เห็นกับตาเลย อันตรายมาก
  • แม่เพื่อนที่ท้องแก่ๆ ตั้งครรภ์เกือบ 30 สัปดาห์ ก็ต้องระวังตัวมาก เสี่ยงสูง
  • คนเป็นโรคประจำตัว อย่างเบาหวาน ไตวาย นี่ก็เสี่ยงมากๆ
  • พวกกินยากดภูมิคุ้มกัน HIV ด้วย อันตรายทั้งนั้น

ปีนี้โควิดยังไม่หายไปไหน ต้องระวังตัวเอง และคนที่เรารัก จริงๆนะ เห็นกับตาแล้ว มันน่ากลัวกว่าที่คิดเยอะ

ปีนี้ 2566 หลายๆ โรงพยาบาลยังคงดูแลผู้ป่วยโควิดอยู่ จำได้ว่าข่าว ช่วงต้นปีที่ผ่านมามีการเตือนเรื่องสายพันธุ์ใหม่ด้วย

โรคเรื้อรัง มีโรคอะไรบ้าง?

อืม... โรคเรื้อรังเนี่ยนะ คิดหนักเลย มันเยอะจริงๆ นอนไม่หลับเลยตอนนี้

แบบว่า... ใจมันหวิวๆ เหมือนมีอะไรค้างคา หลายโรคเลยที่เป็นเรื้อรัง

  • โรคหัวใจนี่แหละ ความดันโลหิตสูงก็เป็น พ่อผมเป็น ต้องกินยาตลอด เห็นแล้วก็กลัว

  • โรคเบาหวานก็อีก เพื่อนสนิทผมเป็น ต้องคอยระวังเรื่องอาหารตลอด เหนื่อยแทนเลย

  • มะเร็ง... แค่คิดก็ขนลุกแล้ว ญาติผมเสียเพราะมะเร็งปอด ปีที่แล้วเอง ยังจำได้ดี

  • โรคปอดเรื้อรัง พวกปอดอุดกั้น ถุงลมโป่งพอง น่ากลัวมาก หายใจลำบากเลย

  • โรคไตนี่ก็แย่ ล้างไตบ่อยๆ เหนื่อย แล้วก็ค่าใช้จ่ายสูง คิดแล้วก็น่ากลัว

  • โรคอ้วนลงพุงนี่ก็เสี่ยงหลายโรค ผมเองก็กำลังพยายามลดน้ำหนักอยู่ กลัวเป็นโรคอื่นๆตามมา

  • โรคตับแข็ง... เพื่อนที่ทำงานผมเคยเป็น สุดท้ายก็... พูดแล้วเศร้า

คิดแล้วก็เหนื่อยใจ โรคพวกนี้มันเกิดจากพฤติกรรมด้วย เราต้องดูแลตัวเองให้ดีๆ ไม่อย่างนั้นก็... เฮ้อ... นอนไม่หลับอีกแล้วคืนนี้

ใครคือผู้สัมผัสเสี่ยงสูง?

คนใกล้ชิดโคตรเสี่ยง พวกไม่ใส่แมสก์ตอนอยู่ใกล้คนติดเชื้อ ห่างไม่ถึง 2 เมตร นานเกิน 5 นาที ไอใส่หน้า โดนเต็มๆ อันตรายโคตรๆ

  • ใกล้ชิดผู้ป่วยยืนยัน/เข้าข่าย/ไม่แสดงอาการ ระยะ 2 เมตรขึ้นไป นานกว่า 5 นาที
  • โดนไอ หรือน้ำลายกระเด็นใส่โดยตรงจากผู้ติดเชื้อ ปี 2024 มาตรฐานเข้มกว่าเดิมเยอะ

เคยเจอพวกไม่ใส่แมสก์ใน BTS ปีที่แล้ว โคตรน่ารำคาญ เสี่ยงติดเชื้อสูงมากจริงๆ

เป็นหวัดกับเป็นโควิดต่างกันยังไง?

โควิดนี่มันร้ายกว่าหวัดเยอะเลยนะ ตอนเป็นหวัดธรรมดาเมื่อก่อน (จำได้ว่าตอนเด็กๆ) ก็แค่คัดจมูก น้ำมูกไหล จามๆ หน่อย กินยาลดน้ำมูกพักผ่อนก็หาย แต่โควิดนี่...สั่นเลย

ตอนต้นปีที่ผ่านมา (2567) ติดโควิดครั้งแรก คือแบบว่า ไม่ใช่แค่ปวดหัว มันปวดกระบอกตา ปวดเมื่อยไปทั้งตัวเหมือนโดนรถสิบล้อทับ แถมไอแบบทรมานสุดๆ ไอจนเจ็บหน้าอกไปหมด กินยาตามอาการก็ไม่ค่อยดีขึ้น ต้องไปหาหมอที่คลินิกแถวบ้าน (หมอบอกว่าเชื้อลงปอดแล้ว) ได้ยามาเยอะแยะ กินจนเบื่อ

  • หวัด: น้ำมูกไหล จาม เจ็บคอเล็กน้อย (อาการไม่รุนแรง)
  • โควิด: ไข้สูง ปวดเมื่อยตัว ปวดหัว ไอ เจ็บคอ (อาการรุนแรงกว่า)
  • สำคัญ: โควิดลงปอดได้ง่ายกว่าหวัดธรรมดา ต้องระวัง!
  • ข้อควรจำ: ช่วงโควิดระบาดหนักๆ (2563-2565) คือเครียดมาก กลัวติด กลัวพาไปติดคนที่บ้าน
  • วัคซีน: ตั้งแต่ฉีดวัคซีนมา (2 เข็ม + booster) อาการโควิดก็ดูเบาลงนะ (อันนี้ส่วนตัวคิดเอง)
  • ล่าสุด: ตอนนี้ (ปลายปี 2567) คนเริ่มชินกับโควิดแล้ว แต่ก็ยังต้องดูแลตัวเองอยู่ดี

กลุ่มเสี่ยงกักตัวกี่วัน ล่าสุด?

เอาล่ะ! เรื่องกักตัวนี่มันดราม่ากว่าละครหลังข่าวอีกนะทุกคน! สรุปคือ 7 วัน จ้าาา! นับตั้งแต่วันที่ "ป๊ะ" กับผู้ป่วยโควิดครั้งสุดท้ายน่ะ แล้วแถมให้อีก 3 วัน สังเกตอาการตัวเองไปเบาๆ แต่! อย่าริอาจไปปาร์ตี้บ้านเพื่อนนะ ออกจากบ้านเฉพาะกิจธุระจริงๆ เท่านั้น!

  • 7 วันกักตัว: นี่คือช่วงเวลาที่เชื้อโรคอาจจะกำลังฟักตัวเป็นผีเสื้อ (หรืออะไรที่น่ากลัวกว่านั้น)
  • 3 วันสังเกตอาการ: ช่วงนี้คือลุ้นระทึกว่าเราจะกลายเป็นซอมบี้ (เอ๊ย! ผู้ป่วย) หรือเปล่า!
  • ใส่หน้ากาก: ใส่ไปเลย! เหมือนใส่เกราะป้องกันโลก!
  • เลี่ยงคนป่วยง่าย: อย่าเข้าไปใกล้คนแก่ เด็กเล็ก หรือคนที่มีโรคประจำตัวเลยนะ สงสารเขา!
  • ที่โล่งๆ อากาศถ่ายเท: คิดซะว่าตัวเองเป็นต้นไม้ ต้องการแสงแดดและลม!

ปล. นี่ไม่ได้พิมพ์ผิดนะจ๊ะ! จงใจให้มันดู...มีชีวิตชีวา! ????

เป็นโควิดรักษายังไง 2567?

โควิดปี 67 รักษาไงเหรอ? ง่ายๆ เหมือนจับโปเกมอน! แต่แทนที่ใช้โปเกบอล ใช้ยาพาราเซตามอลกับพักผ่อนนี่แหละ!

  • อาการไม่หนัก? อยู่บ้านเถอะ! กรมการแพทย์บอกชัดเจน ไม่ต้องไปโรงพยาบาลให้วุ่นวาย เหมือนไปต่อคิวซื้อไอติม เหนื่อยเปล่าๆ! กักตัวซัก 5 วัน ให้เชื้อมันนอนพัก เราพักด้วย ชิลๆ

  • ยาต้านไวรัส? ไม่จำเป็นเสมอไป! คิดว่าตัวเองเป็นซูเปอร์ไซย่า จะไปกินยาทำไม? ร่างกายเราเก่งกว่าที่คิด สู้ได้อยู่แล้ว! ส่วนมากหายเอง แต่ถ้าหนักขึ้น ไปหาหมอนะ อย่าลืมเช็คประกันด้วย! (นี่พูดจากประสบการณ์ตรง! ปีที่แล้วผมเองก็ป่วย ค่ารักษาพุ่งพรวดเลยทีเดียว!)

  • วิธีดูแลตัวเอง เหมือนเลี้ยงลูก (ถ้ามีนะ!) ดื่มน้ำเยอะๆ กินอาหารบำรุง พักผ่อนให้เพียงพอ ไม่งั้นจะกลายเป็นซอมบี้ เดินโซซัดโซเซ! สำคัญคือวัดไข้ ถ้าขึ้นสูงหรือมีอาการแปลกๆ รีบไปหาหมอ อย่ามัวแต่เล่นเกมส์นะ! (นี่ผมพูดจริงจังนะ! เกมส์รอได้! สุขภาพรอไม่ได้!)

  • ข้อมูลเพิ่มเติม (สำหรับปี 2567): นโยบายการรักษาอาจมีการปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ แนะนำให้ติดตามข้อมูลจากเว็บไซต์กรมควบคุมโรค หรือโทรสายด่วน 1422 เพื่อความอัปเดต เอาให้แน่ๆ อย่าได้ประมาทเด็ดขาด! ปีนี้ไวรัสอาจจะแอบมีพัฒนาการ เหมือนเกมส์อัปเดตแพทช์ใหม่!

ปล. ถ้าไปหาหมอแล้วหมอให้ยา ก็กินตามที่หมอสั่งนะ อย่าไปคิดเองเออเอง ไม่งั้นอาจจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ ได้เจออะไรที่มากกว่าแค่โควิด! (เคยเจอมาแล้ว ไม่สนุกเลย!)