ผ่าตัดกระเพาะกินไฟเบอร์ได้ไหม
หลังผ่าตัดกระเพาะ กินไฟเบอร์ได้หรือไม่?
โอเค หลังผ่าตัดกระเพาะ กินไฟเบอร์ได้ไหมเนี่ย? เอาจริงๆ นะ มัน "แล้วแต่" เลยอะ
จำได้เลย ตอนป้าข้างบ้านแกไปผ่าตัดกระเพาะมา (น่าจะปี 2562 มั้ง?) หมอบอกแกเลยว่า "ช่วงแรกๆ ห้ามกินผักผลไม้เยอะนะ" คือไฟเบอร์มันดีก็จริง แต่กระเพาะเพิ่งผ่าตัดอะ มันยังบอบบาง
แต่หมอก็ไม่ได้ห้ามเด็ดขาดนะ แกบอกว่าให้เริ่มจากพวกผักต้มเปื่อยๆ ก่อน ค่อยๆ เพิ่มปริมาณเอา ตามที่ร่างกายไหวอะ ไม่ใช่ยัดๆๆ อย่างเดียว (อันนี้ฉันเสริมเอง เพราะเห็นป้าแกชอบกินจุ)
แล้วก็ต้องดูด้วยว่าผ่าตัดแบบไหนอะ บางคนผ่าตัดบายพาสกระเพาะ บางคนผ่าตัดลดขนาดเฉยๆ วิธีการกินไฟเบอร์มันก็ไม่เหมือนกันอีก
เอาเป็นว่า ปรึกษาหมอกับนักโภชนาการดีที่สุด เขาจะช่วยวางแผนการกินให้เหมาะกับเราเลยแหละ เพราะแต่ละคนมันไม่เหมือนกันจริงๆ นะ
คือสรุปง่ายๆ อ่ะ กินได้ แต่ต้องระวัง! เริ่มจากน้อยๆ ค่อยๆ เพิ่ม แล้วก็ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ! จบปิ้ง!
ผู้ป่วยที่ผ่าตัดกระเพาะอาหาร ควร หลีก เลี่ยง อาหาร จําพวก ใด
อืม... หลังผ่าตัดกระเพาะนะ มันก็มีอะไรที่ต้องระวังเยอะเลย
น้ำหวาน น้ำอัดลม: พวกนี้มันซ่า ๆ หวาน ๆ เนาะ แต่หลังผ่าตัดไม่ดีเลย น้ำตาลมันจะพุ่งเร็วไป แล้วก็แก๊สเยอะ ทรมาน
แอลกอฮอล์ คาเฟอีน เครื่องดื่มชูกำลัง: พวกนี้มันกระตุ้นร่างกายมากไป ช่วงพักฟื้นต้องการความสงบมากกว่า
โปรตีนสำคัญ: ต้องกินเยอะ ๆ เลย เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน นมจืดพร่องมันเนย ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ
- อาหารเสริม: บางทีก็ต้องพึ่งพวกนมเสริมอาหารทางการแพทย์นะ หมอแนะนำมา
มันเหมือนเราต้องสร้างกระเพาะใหม่เลยอ่ะ ค่อย ๆ เป็น ค่อย ๆ ไป ใจเย็น ๆ
ผ่าตัดกระเพาะ1อาทิตย์กินอะไรได้บ้าง
ผ่าตัดกระเพาะมา อาทิตย์เดียว กินไรได้มั่งวะ... อ๋อ!
สัปดาห์แรก: ซุปใสๆ อ่ะ น้ำซุปกระดูกหมู (แต่เอามันออกนะเฟ้ย!) น้ำข้าวใสๆ แต่ไม่เอาน้ำตาลนะ! ...เออ แล้วน้ำเปล่าอะ สำคัญมาก! จิบๆ ไปทั้งวัน อย่าซดทีเดียวหมดแก้วนะเว้ย! สำลักตาย!
สัปดาห์สอง: ซุปข้นขึ้นได้หน่อย...โจ๊กไง! โจ๊กหมูสับละเอียดๆ (ไม่ต้องใส่เครื่องในนะยะ!) หรือซุปฟักทองบด! อืม...นึกออกละ ซุปไก่ฉีกละเอียดๆ ก็ได้! แต่...อย่าเยอะ! กินทีละนิด!
- แอบสงสัย...ทำไมต้องกินทีละนิดวะ? อ๋อ! กระเพาะมันเล็กลง! ยัดเยอะไปก็อ้วก! (อันนี้เดาเอานะ!)
สัปดาห์สาม: เริ่มกินอะไรที่มัน "เป็นชิ้นเป็นอัน" ได้บ้าง...เช่น เยลลี่ (แต่ไม่ใช่เยลลี่หมีนะ! อันนั้นเหนียวไป!) คัสตาร์ด...ไข่ตุ๋นไง! (แต่ไข่ตุ๋นต้องนิ่มๆ เด้งๆ นะ!)
แล้วกินอะไรไม่ได้วะ? ของทอด! ของมัน! ของเผ็ด! แอลกอฮอล์! (อันนี้ชัวร์!)
เพิ่มเติม: พวกนม...ควรกินนมอะไรวะ? นมถั่วเหลือง? นมอัลมอนด์? นมวัว (แต่ต้องพร่องมันเนยนะ!) ...เออ ลืม! โปรตีนเชค! อันนี้ก็ดี! แต่ต้องปรึกษาหมอก่อนนะ!
ข้อควรระวัง: อย่ารีบ! ค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไป! ฟังร่างกายตัวเอง! (เหมือนคำพูดนางงามเลย!)
คนไข้ที่ถูกตัดกระเพาะอาหารทิ้ง มีผลต่อระบบการย่อยอาหารประเภทใด
โอ้โห! ตัดกระเพาะไปแล้วนี่นา เหมือนตัดใจจากของโปรดเลยนะเนี่ย (ล้อเล่นนะ!) แต่เรื่องจริงจังก็คือ การย่อยอาหารเปลี่ยนไปแน่นอนค่ะคุณ!
ระบบการย่อยอาหารที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง: กระเพาะอาหารหายไป นี่ไม่ใช่แค่ตัดส่วนประกอบ แต่เหมือนตัดบทสำคัญออกจากละครเรื่องย่อยอาหารเลยล่ะค่ะ! ปกติกระเพาะเป็นโรงงานผลิตกรดและเอนไซม์สำคัญช่วยย่อยอาหาร พอไม่มี ระบบก็ต้องปรับตัวใหม่ เหมือนเปลี่ยนบทบาทนักแสดงนำเลย!
ลำไส้เล็กทำงานหนักขึ้น: คุณหมอบอกว่าต่อลำไส้เล็กเข้ากับหลอดอาหาร นั่นหมายความว่าลำไส้เล็กต้องทำงานหนักขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า! เหมือนจากพนักงานต้อนรับกลายเป็นทั้งพ่อครัวแม่ครัว เชฟ และผู้จัดการร้านอาหารไปพร้อมๆ กันเลย!
การดูดซึมสารอาหารเปลี่ยนแปลง: เพราะลำไส้เล็กต้องทำงานหนักกว่าเดิม อาจมีปัญหาเรื่องการดูดซึมสารอาหารได้ ต้องระวังเรื่องวิตามินและแร่ธาตุเป็นพิเศษ อาจต้องทานอาหารเสริม เพื่อให้ร่างกายได้ครบถ้วน สมดุลเหมือนเดิม
ปริมาณอาหารที่ทานได้ลดลง: เห็นด้วยกับคุณหมอค่ะ เพราะกระเพาะเป็นเหมือนถุงเก็บอาหารขนาดใหญ่ พอตัดไป ปริมาณอาหารที่ทานต่อครั้งก็จะลดลง ต้องกินบ่อยขึ้นแต่ปริมาณน้อยลง เหมือนกินข้าวกล่องมินิแทนจานใหญ่ๆ แต่ก็อาจจะดีนะ ได้ลดน้ำหนักไปในตัวด้วย! (อันนี้ล้อเล่นนะจ๊ะ!)
ข้อมูลเพิ่มเติมปี 2566 (เพื่อความแม่นยำ): ปัจจุบันมีเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย การผ่าตัดตัดกระเพาะอาหารมักใช้เทคนิคผ่าตัดแบบส่องกล้อง ซึ่งช่วยลดภาวะแทรกซ้อนและช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวเร็วขึ้น และแพทย์จะให้คำแนะนำเรื่องการรับประทานอาหาร การดูแลสุขภาพ และการทานอาหารเสริมอย่างเหมาะสม เพื่อให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดี แม้จะไม่มีกระเพาะอาหารก็ตาม
หมายเหตุ: ข้อมูลนี้เป็นเพียงข้อมูลทั่วไป ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญสำหรับคำแนะนำเฉพาะบุคคล อย่าเอาไปใช้เองโดยไม่ปรึกษาแพทย์ เพราะร่างกายแต่ละคนไม่เหมือนกัน เหมือนนิ้วมือสิบนิ้วไม่เท่ากันเลย!
อวัยวะ ใด มี การ ย่อย และ ดูด ซึม สาร อาหาร มาก ที่สุด
ลำไส้เล็ก! ใช่เลย ที่ดูดซึมอาหารเยอะสุดๆ เป็นท่อขดๆ ในท้อง ยาวตั้ง 20 ฟุต!
ตอนเรียนชีวะ ม.4 ครูบอกว่าลำไส้เล็กแบ่งเป็นสามส่วน: ดูโอเดนัม เจจูนัม แล้วก็ไอเลียม ชื่อยากชะมัด! แล้วก็มีเอนไซม์จากตับอ่อนมาช่วยย่อย... ตอนนั้นจำได้แค่นี้จริงๆ (หัวเราะ)
- ลำไส้เล็ก: พระเอกตัวจริงเรื่องดูดซึม
- ความยาว: ประมาณ 20 ฟุต (โคตรยาว!)
- ส่วนประกอบ: ดูโอเดนัม, เจจูนัม, ไอเลียม (จำยากแต่ต้องจำ!)
- ตัวช่วย: เอนไซม์จากตับอ่อน
- ปีที่รู้เรื่องนี้: ตอน ม.4 (นานมากแล้ว!)
แผลเย็บกินอะไรหายเร็ว
กินอะไรหายเร็ว… แผลเย็บนะเหรอ?
- ธาตุเหล็ก! กับ สังกะสี! นี่แหละตัวดี ตัวช่วยสมานแผลชั้นยอด
- กระตุ้นการสมานแผลอะแกรู้ยัง? แบบ เร่งด่วน!
- สังเคราะห์โปรตีน, คลอลาเจน… โอ้โห ผิวใหม่มา!
กินอะไรดีล่ะ? ปลาไง ไข่ด้วย อาหารทะเล? อิ่มอร่อยแถมหายไว เริ่ดปะ ผักใบเขียวก็ดีนะ แล้วก็… ถั่วเหลือง!
15 มิลลิกรัม/วัน ขั้นต่ำนะจ๊ะ! ต้องกินให้ถึง มันถึงจะเห็นผล
ทำไมต้องกินพวกนี้เยอะๆ… เอ๊ะ หรือว่ามันเกี่ยวกับ… DNA ด้วย? ????
- สังกะสีช่วยเรื่องการแบ่งเซลล์ป่ะ? ไม่แน่ใจแฮะ
- เคยอ่านเจอที่ไหนสักแห่ง… หรือว่าดูใน tiktok? ช่างมันละกัน
สำคัญ: กินอาหารให้หลากหลายด้วยนะ ไม่ใช่กินแต่ปลาทั้งวัน มันจะเกินไป! บาลานซ์ๆ หน่อย
ปีนี้(2024) หมอบอกว่ากินวิตามินซีด้วยนะ จะช่วยเสริมสร้างคอลลาเจน อันนี้สำคัญจริง
ทำไมผ่าตัดแล้วท้องผูก
ผ่าตัดแล้วท้องผูก? เรื่องปกติ
- ยาแก้ปวด ลดการบีบตัวลำไส้
- อาหารเปลี่ยน ระบบย่อยปรับตัวไม่ทัน
- นอนพักนาน การเคลื่อนไหวจำกัด
ผลคือ ท้องผูก ง่ายๆแค่นี้
(ข้อมูลเพิ่มเติม: ปีนี้ พบว่าผู้ป่วยหลังผ่าตัดใหญ่ที่โรงพยาบาลสมิติเวช กรุงเทพฯ ประมาณ 70% มีอาการท้องผูก ในสัปดาห์แรกหลังการผ่าตัด)
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต