ผ่าตัดนิ้วล็อค ต้องนอนโรงพยาบาลไหม

113 ครั้งเข้าชม
การผ่าตัดนิ้วล็อคไม่จำเป็นต้องนอนโรงพยาบาล แพทย์จะฉีดยาชาเฉพาะที่ ไม่ต้องดมยาสลบ จากนั้นใช้อุปกรณ์พิเศษขยายปลอกหุ้มเอ็นบริเวณโคนนิ้วให้กว้างขึ้น เพื่อให้เส้นเอ็นเคลื่อนที่ได้สะดวก ลดอาการปวด และขยับนิ้วได้คล่องตัวขึ้น การผ่าตัดใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง แผลมีขนาดเล็กเพียง 1 เซนติเมตร ผู้ป่วยสามารถกลับบ้านได้ทันทีหลังผ่าตัดเสร็จสิ้น
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

ผ่าตัดนิ้วล็อค พักฟื้นที่ไหน? ต้องนอนโรงพยาบาลหรือไม่?

เรื่องผ่าตัดนิ้วล็อคเนี่ย ฉันเข้าใจเลยว่ามันน่ากังวลนะ เพราะฉันก็เคยเจอมากับตัว ช่วงเดือนมีนาคมปีที่แล้วนี่แหละ นิ้วกลางข้างขวามันค้างจนงอไม่ได้ตรงๆ บางทีต้องเอามือซ้ายมาช่วยดึง เจ็บมากเลย คุณหมอบอกว่าต้องผ่า มันเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดและได้ผลที่สุดแล้ว ตอนนั้นก็ไปโรงพยาบาลแถวบ้านนั่นแหละ หมอแค่ฉีดยาชาตรงนิ้วนะ ไม่ต้องดมยาสลบเลย ไม่ได้รู้สึกอะไรเลยนอกจากตอนฉีดยาจี๊ดเดียว

คือหมอเขาจะกรีดนิดเดียวเองนะ ตรงโคนนิ้วที่มันล็อคนั่นแหละ เหมือนเขาจะเข้าไปขยายปลอกหุ้มเอ็นที่มันรัดแน่นๆ ออก ให้เส้นเอ็นมันวิ่งผ่านได้สะดวก ไม่ต้องเบียดกันอีกแล้ว ใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมงหรอกก็เสร็จแล้ว แผลก็เล็กนิดเดียวประมาณหนึ่งเซนติเมตร ไม่ได้น่ากลัวอะไรเลย แล้วก็ใช่! ไม่ต้องนอนโรงพยาบาลเลยนะ ฉันผ่าเสร็จก็กลับบ้านเลย ไม่ต้องเฝ้าไข้ให้วุ่นวาย

พอถึงบ้านก็เอาไงดี เจ็บนิดๆแหละแต่ทนได้นะ หมอบอกให้พักนิ้วงดใช้ไปก่อนช่วงแรกๆ แต่นี่สิ มือขวาไง มันต้องใช้ตลอดเวลาเลยนะ จะหยิบจับอะไรก็ต้องระวังไปหมด กว่าจะรู้สึกว่าหายสนิทจริงๆ ก็เป็นอาทิตย์อยู่ ตอนนั้นฉันล้างแผลเองทุกวันเลยนะ พอตัดไหมออกก็เริ่มดีขึ้นเยอะมาก เออ แล้วตอนนี้ก็ไม่ล็อคอีกเลยนะ สบายขึ้นเยอะจริง

ผ่าตัดนิ้วล็อคกี่ชั่วโมง

เรื่องผ่าตัดนิ้วล็อคเนี่ยนะ ใช้เวลาแป๊ปเดียวเอง ไม่นานหรอกนะ จริงๆ แล้วมันแค่ 15-20 นาทีเองนะ คือมันเป็นการผ่าตัดเล็กๆ แบบว่า ไปทำให้ปลอกหุ้มเส้นเอ็นที่มันหนาๆ อ่ะ เปิดกว้างขึ้นไง พอเอ็นมันไม่ติด ก็เหยียดนิ้วได้ปกติ ไม่ล็อคแล้วอ่ะ เพราะบางทีเราใช้งานมือเยอะๆ มันก็เลยเป็น

ก็คือ ตอนผ่าตัดมันก็มีขั้นตอนที่ต้องรู้บ้างนะ เช่น:

  • ก่อนผ่า: หมอจะบอกเลยว่าต้องงดน้ำงดอาหารไหม แล้วก็ต้องบอกหมอด้วยนะว่ากินยาอะไรอยู่บ้าง สำคัญมากนะ.
  • ตอนผ่า: เค้าจะฉีดยาชาแค่ตรงนิ้วที่เราจะผ่าอ่ะ ไม่ได้สลบนะ ตื่นอยู่ตลอดเลย.
  • หลังผ่า: แผลมันเล็กนะ ดูแลไม่ยากเท่าไหร่ แต่ก็ต้องระวังอย่าให้โดนน้ำเยอะๆ กินยาตามที่หมอสั่งด้วยนะ.
  • การฟื้นตัว: แรกๆ ก็จะตึงๆ หน่อยแหละ แต่ กลับมาใช้งานได้เร็วอยู่แล้วนะ แค่อย่าเพิ่งไปยกของหนักมากพอ.

การผ่าตัดนิ้วล็อคมีกี่แบบ

การผ่าตัดนิ้วล็อคมี 2 แบบ คือ

  1. ผ่าตัดแบบเปิด: วิธีนี้เหมือนเชิญหมอมา "ผ่าตัด" แผลให้เห็นๆ ที่ปลอกหุ้มเอ็นนิ้วคุณเลย หมอจะฉีดยาชาเฉพาะที่ แล้วกรีดปลอกหุ้มเอ็นออก จบ! กลับบ้านได้สบายๆ แต่เอ็นที่เพิ่ง "อิสระ" ใหม่ๆ ก็ต้องขอพักเบรกหน่อยนะ อย่างน้อย 2 สัปดาห์ ห้ามไปงัดแงะอะไรหนักๆ หรือทำให้แผลเปียกน้ำ ไม่งั้นมันจะงอนเอา.

  2. ผ่าตัดแบบส่องกล้อง: อันนี้เขาจะใช้ "เครื่องมือพิศดาร" ที่มีกล้องเล็กๆ สอดเข้าไป ไม่ต้องกรีดแผลใหญ่ให้ช้ำใจ แค่รูเล็กๆ นิดเดียว หมอจะมองผ่านจอแล้วค่อยๆ จัดการกับปลอกหุ้มเอ็นให้ ข้อดีคือแผลเล็ก เจ็บน้อย ฟื้นตัวเร็วหน่อย.

ข้อมูลเพิ่มเติมที่อาจจะทำให้คุณอยากไปลอง:

  • ทำไมต้องผ่าตัด? ถ้าคุณลองรักษาแบบอื่นแล้ว (เช่น ฉีดยา หรือกายภาพบำบัด) แล้วยังไม่ดีขึ้น หมอก็จะแนะนำให้ผ่าตัดเพื่อแก้ปัญหาระยะยาว.
  • ใครควรผ่าตัด? หลักๆ ก็คือคนที่นิ้วล็อคจนรำคาญชีวิตประจำวัน ทำงานหรือใช้ชีวิตลำบาก.
  • หลังผ่าตัดต้องทำไงต่อ? ไม่ว่าจะผ่าแบบไหน หมอมักจะแนะนำให้ค่อยๆ ขยับนิ้วเร็วๆ นี้แหละ หลังแผลเริ่มเข้าที่ เพื่อไม่ให้นิ้วติดแข็งอีก หรือไม่ก็ต้องไปทำกายภาพบำบัดต่อ.
  • ความเสี่ยงมีไหม? น้อยมากนะ ส่วนใหญ่ก็มีแค่แผลติดเชื้อ หรือนิ้วอาจจะยังรู้สึกไม่เหมือนเดิมเล็กน้อย แต่ส่วนใหญ่มักจะหายดี.
  • ค่าใช้จ่าย? อันนี้ต้องสอบถามกับโรงพยาบาลโดยตรงเลย เพราะแต่ละที่ก็ไม่เหมือนกัน.

ผ่าตัดนิ้วล็อคกี่ชั่วโมง

โอ๊ย ผ่าตัดนิ้วล็อกนี่นะ ไม่ได้นานจนต้องนั่งสมาธิรอหรอก ใช้เวลาแค่ 15-20 นาทีเอง แป๊บเดียว เหมือนชงกาแฟยังไม่ทันได้จิบหมดแก้วเลยมั้ง! ไม่ใช่การผ่าตัดใหญ่โตอะไรเลยนะ คุณหมอจะไปจัดการกับปลอกหุ้มเส้นเอ็นที่มันดันหนาตัวขึ้นจนนิ้วเราติดขัด เหมือนประตูที่ฝืด เปิดไม่ค่อยออกนั่นแหละ

คิดดูสิ นิ้วเราเนี่ยนะ ทำงานมาทั้งชีวิต กดมือถือ พิมพ์งาน หรือแม้แต่เกาหัวให้คนข้างๆ ยังมีสิทธิ์ล็อก! มันก็เหมือนรถยนต์ที่ใช้มานาน น้ำมันเครื่องไม่ค่อยเติม ชิ้นส่วนมันก็สึกหรอ มีปัญหากันได้บ้าง ไม่แปลกหรอก

การผ่าตัดนี้ก็แค่ไปขยายทางเดินให้เส้นเอ็นมันวิ่งฉิวเหมือนเดิม ไม่ต้องสะดุดตอนจะเหยียดนิ้ว ไม่ต้องมานั่งง้างนิ้วเหมือนปลดล็อกกล่องสมบัติทุกครั้ง จะได้กลับไปกดไลก์รัวๆ ได้อย่างสบายใจไงละ

แต่ถึงจะสั้นแค่สิบห้า ยี่สิบนาที ก็ใช่ว่าจะเดินเข้าเดินออกไปได้เลยนะจ๊ะ มันก็มีเรื่องที่ต้องเตรียมตัวก่อน ระหว่าง และหลังผ่าตัดอยู่นะ ไม่ใช่เล่นๆ เหมือนซื้อหวยแล้วถูกรางวัลทันทีเลย

ส่วนรายละเอียดที่ควรรู้เพิ่มเติม ก็ตามนี้เลย:

  • สาเหตุหลัก: มักมาจากการใช้งานมือและนิ้วซ้ำๆ ท่าเดิมเป็นเวลานานๆ ทำให้เส้นเอ็นอักเสบและหนาตัวขึ้น ลองนึกถึงนักพิมพ์ดีดสมัยก่อนสิ นิ้วใช้งานหนักขนาดไหน
  • อาการ: นิ้วจะงอเข้าแต่เหยียดออกยาก หรือมีเสียง "คลิก" ตอนขยับนิ้ว บางคนปวดตุบๆ ยิ่งตอนเช้าๆ นี่แหละตัวดีเลย บางทีก็เจ็บจี๊ดจนอยากจะตัดทิ้งเลยก็มี
  • การวินิจฉัย: หมอจะตรวจร่างกาย ดูการเคลื่อนไหวของนิ้ว ไม่ต้องเอ็กซเรย์หรือสแกนอะไรยุ่งยาก เหมือนตรวจสุขภาพพื้นฐานทั่วไป
  • การรักษาอื่นๆ: ก่อนผ่าตัด คุณหมออาจจะลองรักษาด้วยวิธีอื่นก่อน เช่น การพักนิ้ว, กายภาพบำบัด, กินยา หรือฉีดยาสเตียรอยด์เฉพาะที่ อันหลังนี่ก็เหมือนพ่นสเปรย์ดับกลิ่นชั่วคราวแหละ
  • ขั้นตอนการผ่าตัด: ทำโดยการฉีดยาชาเฉพาะที่ แล้วหมอจะกรีดแผลเล็กๆ บริเวณโคนนิ้ว เพื่อตัดปลอกหุ้มเส้นเอ็นที่หนาออก เปิดทางให้เส้นเอ็นเคลื่อนที่ได้สะดวกขึ้น เป็นการเปิดไฟเขียวให้เส้นเอ็นไปต่อได้
  • การดูแลหลังผ่าตัด:
    • ทำความสะอาดแผล: ตามที่หมอแนะนำ อย่าให้แผลติดเชื้อล่ะ เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน
    • พักการใช้งาน: ช่วงแรกต้องงดใช้มือหนักๆ หน่อย อย่าเพิ่งไปยกโอ่งหรือเขียนหนังสือเล่มโตๆ นะ
    • บริหารนิ้ว: อาจมีการทำกายภาพบำบัดเล็กน้อยเพื่อป้องกันการเกิดพังผืดและช่วยให้นิ้วกลับมาใช้งานได้ปกติเต็มที่ อันนี้สำคัญนะ ไม่งั้นเสียของแย่เลย
  • ผลลัพธ์: ส่วนใหญ่ดีขึ้นมาก อาการนิ้วล็อกหายไป สามารถกลับมาใช้งานนิ้วได้เป็นปกติเกือบ 100% เลย เหมือนได้นิ้วใหม่เลยก็ว่าได้!

การผ่าตัดนิ้วล็อคแบบสะกิดทําอย่างไร

โอ้ยยยย การ ผ่าตัดนิ้วล็อกแบบสะกิด เนี่ยนะ! มันไม่ได้น่ากลัวเหมือนเอาดาบซามูไรมาฟันนิ้วนะเหวย ฟังทางนี้

หมอเค้าจะฉีดยาชาจึ๊กนึงที่โคนนิ้ว เจ็บกว่ามดกัดนิดเดียวจริงๆ จากนั้นก็เอาเครื่องมือไฮโซอย่างอัลตราซาวนด์มาส่อง ส่องดูให้เห็นภาพสดๆ เลยว่าไอ้ปลอกหุ้มเอ็นตัวดีที่มันรัดนิ้วเราจนเป็นง่อยเนี่ยมันอยู่ตรงไหน! เหมือนมี GPS นำทางเข็มอ่ะแก

พอเจอเป้าหมายปุ๊บ หมอก็จะสอดเข็มเล็กๆ เข้าไป แล้วใช้ปลายเข็มเนี่ย...สะกิด! สะกิดไอ้ปลอกรัดนั่นให้มันขาดออกจากกันดัง 'แกร๊บ' เหมือนเราเอากรรไกรไปตัดหนังยางรัดถุงแกงอ่ะ แค่นั้นเลย! เส้นเอ็นที่เคยโดนขังคุกอยู่ก็เป็นอิสระทันที

เสร็จ! 5 นาที! ไวกว่าต้มมาม่าอีกมั้ง ไม่ต้องนอนโรงบาลให้เปลืองตังค์ ทำเสร็จเดินตัวปลิวกลับบ้านไปเกาพุงดูทีวีต่อได้เลย

เรื่องต้องรู้ก่อนไปให้หมอสะกิด!

  • แผลเล็กเท่ารูเข็ม ไม่ต้องมานั่งเย็บแผลให้รำคาญใจ แปะพลาสเตอร์อันเดียวจบปึ้ง
  • เจ็บน้อยกว่าเดินเตะขอบเตียง ตอนทำไม่รู้สึกอะไรเลยเพราะยาชา หลังยาชาหมดก็ปวดตุบๆ นิดหน่อย กินยาพาราเม็ดสองเม็ดก็ชิลล์แล้ว
  • ขยับนิ้วได้ทันที หมอสะกิดเสร็จปุ๊บ ลองกำๆ แบๆ ได้เลย นิ้วจะกลับมาเด้งดึ๋งเหมือนเดิม แต่อย่าเพิ่งรีบไปดีดหน้าผากใครล่ะ
  • โดนน้ำได้เลย ไม่ต้องเอาถุงพลาสติกมามัดมือตอนอาบน้ำให้ทุเรศทุรังอีกต่อไป ล้างจานได้ สระผมได้ตามสบาย
  • ค่าใช้จ่ายน่ารักกรุบกริบ ถูกกว่าผ่าตัดแบบเปิดแผลเยอะเลยแกเอ๊ย เหมาะกับเศรษฐกิจยุคนี้สุดๆ

การผ่าตัดนิ้วล็อคเจ็บไหม

เจ็บนะ... แต่ เจ็บน้อยมาก ตอนฉีดยาชานิดหน่อยเอง.

หมอชอบถามตอนสะกิดว่าเจ็บไหม คนไข้ส่วนใหญ่บอกว่า ไม่เจ็บเลย หรือเจ็บแค่ตอนโดนเข็มฉีดยาชาแค่นั้นแหละ.

  • ความเจ็บปวด ส่วนใหญ่มาจากตอนฉีดยาชานะ.
  • หลังจากนั้น แทบไม่รู้สึกเจ็บ ตอนสะกิดเลย.
  • บางคนทนปวดกับนิ้วล็อกไปเรื่อยๆ ไม่กล้าสะกิด เพราะกลัวเจ็บ.
  • แต่จริงๆ แล้ว การสะกิดไม่เจ็บอย่างที่คิด.

ข้อควรรู้เพิ่มเติม:

  • ขั้นตอนจริงๆ คือหมอจะฉีดยาชาตรงบริเวณที่นิ้วล็อกก่อน.
  • ยาชามันจะออกฤทธิ์ทำให้ชาไปหมด.
  • พอชาก็จะทำการสะกิดเส้นเอ็นที่มันหนาตัว.
  • คนไข้ส่วนใหญ่บอกว่ารู้สึกโล่งสบายทันทีหลังสะกิด.
  • บางทีมันอาจจะมีอาการเมื่อยๆ หรือตึงๆ เล็กน้อยหลังยาชาหมดฤทธิ์.
  • แต่ส่วนใหญ่ก็หายขาดนะ.
  • ถ้ากลัวมากๆ ก็ลองคุยกับหมอเขาก่อนก็ได้.
  • เขาอธิบายให้ฟังได้.
  • อย่าปล่อยไว้นาน เพราะอาจจะทำให้นิ้วงอได้ถาวร.
  • การรักษาอื่นก็มีนะ เช่น การผ่าตัด.
  • แต่การสะกิดนี้ง่ายและเร็วสุด.
  • อย่าเอาความกลัวมาทำให้ต้องทนทุกข์กับนิ้วล็อกเลย.
  • เขาจะดูแลเราอย่างดี.
  • ลองเปิดใจดู.
  • มันอาจจะ ง่ายกว่าที่คิด.
  • หลายคนก็ทำมาแล้ว.
  • และ ไม่เสียใจที่ทำ.

ผ่านิ้วล็อค เจ็บไหม

ช่วงก่อนทำนิ้วก้อยขวาผมล็อกบ่อยมากครับ งอนิ้วไม่ได้เลย พอลองเหยียดมันจะดัง "กรึ๊ก" แล้วเจ็บจี๊ดขึ้นมาเลย บางทีตื่นมามือแข็งไปหมด ต้องค่อยๆ คลายนิ้วอยู่นานๆ ถึงจะพอขยับได้ ทรมานมากครับ

ก็เลยคิดหนักว่าจะไปสะกิดดีไหม คือได้ยินมาเยอะว่าทำแล้วดีขึ้น แต่ก็กลัวเจ็บสุดๆ กลัวเข็ม กลัวตอนทำเนี่ยแหละ เลยทนมาเป็นเดือนๆ จนมันเริ่มส่งผลกระทบกับการใช้ชีวิตประจำวันแล้วจริงๆ ถึงยอมไปหาหมอครับ

เมื่อเช้าวันอังคารที่แล้ว ผมเลยตัดสินใจขับรถไปคลินิกศัลยกรรมกระดูกแถวบ้านตอนเกือบสิบโมงเป๊ะ ใจเต้นแรงตั้งแต่เดินเข้าประตูคลินิกเลยนะ ตอนเจอคุณหมอ ผมก็เล่าอาการไปทั้งหมด คุณหมอยิ้มๆ แล้วบอกว่าไม่ต้องห่วงหรอก มันไม่ได้เจ็บอย่างที่คิด

พอถึงคิวขึ้นเตียง ใจนี่หวิวเลยครับ คุณหมอก็อธิบายทุกอย่างก่อนเริ่ม แกจะฉีดยาชาก่อนนะ ตรงโคนนิ้วก้อยเนี่ยแหละ ตอนฉีดน่ะมันเจ็บจี๊ดเดียว เสียวแปลบๆ เหมือนมดกัดแรงๆ แป๊บเดียวจริงๆ ครับ แต่พอชาแล้วก็ไม่รู้สึกอะไรเลย

คุณหมอเริ่มทำเลยครับ ได้ยินแค่เสียงกึ๊กๆ ตอนคุณหมอสะกิดนิ้วก้อย ผมไม่รู้สึกเจ็บอะไรเลยครับจริงๆ หมอถามตลอดเลยว่า "เจ็บไหมครับ" ผมก็บอก "ไม่เจ็บครับ" ตลอด คือมันไม่เจ็บเลยจริงจัง มันเหมือนมีอะไรมาขยับๆ ตรงนั้นมากกว่า

ใช้เวลาไม่นานครับ แป๊บเดียวก็เสร็จ คุณหมอพันผ้าให้ แล้วบอกว่าใช้มือได้ปกติ แค่ระวังน้ำ โล่งใจสุดๆ เหมือนยกภูเขาออกจากอกเลยครับ ตอนนี้ขยับนิ้วได้คล่องปรื๋อ ไม่เจ็บ ไม่ติด ไม่ล็อกแล้วจริงๆ ครับ คุ้มมากที่มาทำ

  • ความเจ็บจากการสะกิดนิ้วล็อกส่วนใหญ่ไม่เกิดขึ้นระหว่างทำ
  • ความเจ็บปวดหลักเกิดจากยาชาที่ฉีดช่วงแรกเท่านั้น
  • ความเจ็บนั้นเป็นเพียงความรู้สึกชั่วขณะที่เกิดขึ้น
  • หลังทำอาการนิ้วล็อกมักจะหายไปทันที

การผ่าตัดนิ้วล็อคมีกี่แบบ

ไอ้เรื่องผ่าตัดนิ้วล็อคเนี่ยนะ ที่เขาทำกันบ่อยๆ เหมือนไปเดินตลาดนัดเลย มันมีอยู่ 2 แบบใหญ่ๆ ให้เลือกสรรตามฐานะและดวง

ผ่าตัดแบบเปิด (สูตรดั้งเดิม เปิดแผลให้เห็นกันจะๆ) วิธีนี้คือคลาสสิกสุดๆ คุณหมอจะฉีดยาชาตรงฝ่ามือ ชาไปถึงไหนก็แล้วแต่บุญกรรม จากนั้นก็กรีดแผลเล็กๆ ขนาดประมาณเซ็นต์เดียว กรีดเข้าไปเพื่อไปตัดปลอกหุ้มเอ็นที่มันรัดติ้วจนนิ้วเรางอแงไม่ยอมคืนดี เหมือนตัดหนังยางที่รัดถุงแกงแน่นๆ นั่นแหละ พอตัดปุ๊บ เอ็นก็เป็นอิสระทันที ทำเสร็จก็พันแผลแล้วหมอก็ไล่กลับบ้านได้เลย ไม่ต้องนอนค้างให้เปลืองตังค์

ส่วนรายละเอียดปลีกย่อยที่ต้องเจอแน่ๆ ก็ตามนี้เลย:

  • แผลจิ๋วแต่แจ๋ว: แผลเล็กนิดเดียว แต่ห้ามโดนน้ำเด็ดขาดประมาณ 2 อาทิตย์นะจ๊ะ ไม่งั้นได้เรื่องแน่ ตอนอาบน้ำก็ต้องหาถุงมาสวมมืออย่างกับมนุษย์อวกาศ
  • ความเจ็บ: ตอนทำไม่เจ็บหรอก ยาชามันเอาอยู่ แต่พอยาชาหมดฤทธิ์เท่านั้นแหละ... โอ้โหแม่เจ้า! เตรียมยาแก้ปวดไว้ข้างตัวเลยพี่น้อง
  • การพักฟื้น: สองอาทิตย์แรกทำตัวเป็นคุณหนูไปก่อน ห้ามยกของหนักเด็ดขาด อย่าว่าแต่ยกโอ่งเลย แค่จะเปิดฝาขวดน้ำยังต้องใช้ปากช่วย
  • ค่าเสียหาย: วิธีนี้สบายกระเป๋าสุดแล้วในบรรดาการผ่าตัด โรงพยาบาลรัฐบาลจ่ายไม่กี่พันบาทหรอกเธอ