พูด อย่างไร ให้ คนป่วย มี กําลังใจ
วิธีพูดให้กำลังใจผู้ป่วยอย่างไรให้ได้ผลดีที่สุด? คำแนะนำและเทคนิคการสื่อสารที่สร้างสรรค์?
เอาจริงดิ จะให้พูดให้กำลังใจคนป่วยให้ได้ผล? เอ่อ… มันไม่มีสูตรสำเร็จหรอกนะเว้ยแก แต่ที่แน่ๆ คืออย่าไปท่องสคริปต์อะไรทั้งนั้นน่ะ ไม่เวิร์ค!
คือแบบ ตอนที่ป้าฉันป่วยหนักๆ อ่ะ (มะเร็งเต้านม ระยะสุดท้ายเลย ตอนนั้นปี 2015) สิ่งที่ฉันทำก็คือ แค่นั่งข้างๆ แก จับมือแก แล้วก็ฟังแกบ่น ฟังแกเล่าเรื่องเก่าๆ เรื่องไร้สาระ บางทีแกก็ร้องไห้ ฉันก็แค่ลูบหลังแกเบาๆ อ่ะ ไม่ได้พูดอะไรเยอะแยะเลย
การรับฟังนี่สำคัญสุดๆ เชื่อฉันดิ อย่าไปขัดจังหวะ อย่าไปตัดสิน อย่าไปบอกว่า "ไม่เป็นไรนะ เดี๋ยวก็หาย" คือ… เข้าใจป่ะ มันไม่ได้ช่วยอะไรเลยอ่ะ
แล้วก็… ถ้าสนิทกันจริงๆ การสัมผัสนี่ก็ช่วยได้นะ จับมือ กอดเบาๆ ลูบผม อะไรแบบนี้ แต่ก็ต้องดูสถานการณ์ด้วยนะ ไม่ใช่ว่าไปกอดเค้าแน่นๆ ตอนที่เค้ากำลังอ่อนแอ มันก็จะยิ่งแย่
เคยอ่านเจอในบทความสุขภาพ (จำไม่ได้ว่าเว็บอะไร) เขาบอกว่า การที่เราอยู่ตรงนั้นให้เขาเห็นว่าเราเป็นที่พึ่งได้นี่แหละ คือกำลังใจที่ดีที่สุดแล้ว ฉันว่ามันจริงนะ
แต่สุดท้ายแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ ความจริงใจเว้ยแก พูดอะไรที่ออกมาจากใจจริงๆ ไม่ต้องสวยหรู ไม่ต้องเป็นคำคม แค่บอกให้เขารู้ว่าเราห่วงใยเขาจริงๆ แค่นั้นแหละ ????
ไปเยี่ยมคนป่วย ควรพูดว่าอะไร
ไปเยี่ยมคนป่วยเหรอ อืม... ก็...
- ชม อ่ะ ถ้าเค้าทำอะไรดีๆ มาก่อนป่วย เช่น "โห พี่เก่งมากเลยนะ ทำ xxx สำเร็จได้ขนาดนั้น"
- ขออนุญาต สำคัญนะ! จะจับมือ จะถ่ายรูป ถามก่อนเลย "ขอจับมือให้กำลังใจหน่อยได้มั้ยคะ?" หรือ "ขอถ่ายรูปเก็บไว้ได้ป่าว?"
- ถาม เค้าอยากได้อะไร "อยากกินอะไรมั้ย? อยากให้ช่วยอะไรป่าว?"
- ไม่ยัดเยียด อย่าไปแนะนำยาเอง หรือพวกอาหารเสริมอ่ะ หมอเค้าดูแลอยู่แล้ว อาจจะไปขัดกันเปล่าๆ แถมคนป่วยอาจจะรำคาญด้วย
พูดคุยอย่างจริงใจ อ่ะสำคัญสุดแล้ว คุยแบบเพื่อน คุยเรื่องสบายๆ อย่าไปเครียดใส่เค้า
ข้อมูลเพิ่มเติมนิดนึง:
- ถ้าเค้าไม่อยากคุยเรื่องป่วย ก็ไม่ต้องเซ้าซี้ ชวนคุยเรื่องอื่นไปเลย
- เตรียมของเล็กๆ น้อยๆ ไปฝากก็ได้ แต่ถามก่อนนะว่ากินได้มั้ย
- ไปเยี่ยมอย่าไปนาน เกรงใจเค้าด้วย คนป่วยต้องการพักผ่อน
- สำคัญมากๆ: ถ้าตัวเองไม่สบาย อย่าไปเยี่ยม! เดี๋ยวไปติดเค้าอีก
ไปเยี่ยมคนป่วย ควรพูดว่าอะไร?
ไปเยี่ยมคนป่วยนะเหรอ? อย่าไปคิดมาก พูดจากใจจริงก็พอแล้ว! แต่ถ้าอยากได้ไอเดีย ผมมี!
ชมเล็กๆน้อยๆ แบบเจาะจง: อย่าชมลอยๆ แบบ "คุณดูดีขึ้นนะ" (เพราะบางทีเขาก็ไม่ได้ดีขึ้นจริงๆ อาจจะซึมเศร้าไปเลย) ลองชมแบบ "เห็นรูปวาดบนโต๊ะแล้ว สวยมากเลยครับ! คุณวาดเองเหรอ? ฝีมือยอดเยี่ยมเลย" (เปลี่ยน "รูปวาด" เป็นสิ่งที่คนป่วยทำได้จริงๆ เช่น งานถักไหมพรม, ต้นไม้ที่ปลูกเอง ฯลฯ) เห็นมั้ย? เจาะจงและเฉพาะตัวกว่าเยอะ!
อย่าทำตัวเหมือนนักข่าว: อย่าถามแต่เรื่องอาการป่วย "อาการเป็นไงบ้างครับ? เจ็บมากมั้ย? หมอบอกว่าไงบ้าง?" แบบนี้เหมือนสอบปากคำ! แทนที่จะถาม ลองสังเกตแล้วพูดถึงสิ่งที่เห็น เช่น "เห็นคุณอ่านหนังสืออยู่ เรื่องอะไรเหรอครับ? น่าสนใจจัง" หรือ "คุณดูมีความสุขกับการดูซีรี่ย์อยู่นะ เรื่องอะไรเหรอ? ผมก็ชอบดูเหมือนกัน"
อย่าเสนอความช่วยเหลือแบบลอยๆ: "มีอะไรให้ช่วยมั้ยครับ?" คนป่วยบางคนเขาก็ไม่รู้จะขออะไร หรือไม่กล้าขอ ลองพูดแบบ "ผมพอมีเวลาว่าง ถ้าคุณไม่รังเกียจ ผมช่วยถือของ หรือช่วยอะไรเล็กๆน้อยๆ ได้นะครับ" แบบนี้ดูเป็นมิตรกว่าเยอะ
เรื่องยา อาหารเสริม อย่าริอาจ! นี่คือเส้นแดง อย่าแตะต้องเด็ดขาด! คุณไม่ใช่หมอ! ถ้าอยากช่วย ก็ช่วยดูแลจิตใจเขา เป็นเพื่อนที่ดี แค่นี้ก็เกินพอแล้วครับ ผมเคยเจอมาแล้วนะ เพื่อนผมคนนึง ไปแนะนำยาสมุนไพร คนป่วยเกือบทะเลาะกันเลย!
ขออนุญาตก่อนถ่ายรูป: อย่ามัวแต่ถ่ายรูป แล้วอัพลงโซเชียล คนป่วยอาจจะไม่สบายใจ ขออนุญาตเขาให้ชัดเจน "ขออนุญาตถ่ายรูปกับคุณหน่อยได้มั้ยครับ? จะได้เอาไปให้กำลังใจคนอื่นๆ ด้วย" อย่าลืมถามความต้องการเขาด้วย! เขาอาจจะไม่พร้อมก็ได้
เพิ่มเติม: ปีนี้(2566) ผมพยายามเน้นการเยี่ยมเยียนแบบ "ปฏิสัมพันธ์แบบเป็นธรรมชาติ" มากขึ้น เน้นการรับฟัง และความเข้าใจ ไม่ใช่การไปเยี่ยมแล้วรู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้ให้ แต่เป็นการไปเยี่ยมแล้วรู้สึกว่าได้แบ่งปันช่วงเวลาที่ดีร่วมกัน ผมเชื่อว่า วิธีนี้จะช่วยให้ผู้ป่วยรู้สึกดีขึ้น และช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกันได้ เป็นมากกว่าแค่การไปเยี่ยมคนป่วยธรรมดา แต่เป็นการเชื่อมโยงหัวใจของคนสองคนเข้าด้วยกัน อย่างแท้จริง!
ให้กําลังใจคนป่วย พูดยังไง?
ให้กําลังใจคนป่วย พูดยังไง?
การให้กำลังใจผู้ป่วยไม่ใช่แค่คำพูดสวยหรู แต่คือการ "อยู่ตรงนั้น" จริงๆ สำหรับเขา
รับฟังอย่างตั้งใจ: ปล่อยให้เขาพูด ระบายความรู้สึกออกมา การที่เราแค่รับฟังอย่างไม่ตัดสิน ก็เป็นการเยียวยาแล้วนะ
แสดงความเข้าใจ: พูดให้เขารู้ว่าเราเข้าใจความยากลำบากที่เขาเจอ เช่น "มันคงยากมากเลยนะที่ต้อง..."
ให้กำลังใจแบบเฉพาะเจาะจง: แทนที่จะพูดว่า "สู้ๆ" ลองบอกว่า "ฉันเชื่อว่าเธอจะผ่านมันไปได้ เพราะเธอเข้มแข็งเสมอ" มัน touch ใจกว่าเยอะ
เสนอความช่วยเหลือ: ถามว่าเราทำอะไรให้ได้บ้าง อาจจะเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เช่น ช่วยซื้อของ ช่วยดูแลลูก หรือแค่เป็นเพื่อนคุย
ให้ความหวัง: เน้นย้ำถึงพัฒนาการที่ดีขึ้น แม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อยก็มีความหมาย
ภาษาท่าทางก็สำคัญนะ
โอบกอด: ถ้าสนิทกัน การโอบกอดเป็นการสื่อสารที่ทรงพลังมากๆ
สัมผัส: การจับมือ บีบมือเบาๆ แสดงออกถึงความห่วงใย
สบตา: มองตาเขาอย่างจริงใจ แสดงให้เห็นว่าเราใส่ใจ
สังเกตอาการ
สีหน้าท่าทาง: สังเกตว่าเขาสดชื่นขึ้นไหม หรือดูเหม่อลอย
พฤติกรรม: เขาทำกิจกรรมที่เคยชอบไหม หรือเก็บตัวมากขึ้น
ความเปลี่ยนแปลง: สังเกตว่ามีอะไรที่เปลี่ยนไปจากเดิมหรือเปล่า
ข้อมูลเพิ่มเติม (นอกเหนือจากคำถาม)
อย่า underestimate พลังของการ "อยู่เฉยๆ": บางครั้ง สิ่งที่ผู้ป่วยต้องการที่สุดไม่ใช่คำพูด แต่คือการมีใครสักคนอยู่ข้างๆ โดยไม่ต้องพูดอะไรเลย
ระวังคำพูดที่ทำร้ายจิตใจ: หลีกเลี่ยงคำพูดประเภท "อย่าคิดมาก" "ทำไมไม่..." เพราะมันเป็นการตัดสินและทำให้เขารู้สึกแย่ลงไปอีก
Self-care is important: อย่าลืมดูแลตัวเองด้วยนะ คนให้กำลังใจก็ต้องมีพลังงาน การ burnout ไม่ได้ช่วยใคร
The Butterfly Effect: การกระทำเล็กๆ น้อยๆ ของเรา อาจสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ให้กับผู้ป่วยได้
ท้ายที่สุดแล้ว การให้กำลังใจที่ดีที่สุด คือการ "เป็นมนุษย์" ที่เข้าใจและเห็นอกเห็นใจเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน
ไปเยี่ยมคนป่วยควรใส่เสื้อสีอะไร?
ไปเยี่ยมคนป่วยควรใส่เสื้อสีอะไรเหรอ…
มันก็แล้วแต่คนนะ แต่ถ้าให้พูดตรงๆ สีอ่อนๆ น่าจะดีกว่า
- ฟ้าอ่อนๆ ก็ดูสบายตาดี
- เขียวอ่อนๆ เหมือนสีต้นไม้ มันดูสดชื่นนะ
- ขาว ก็สะอาดๆ
เลี่ยงสีฉูดฉาด ลายเยอะๆ ไปเลย น่าจะดีกว่า
เคยเห็นบางคนใส่สีแดงแปร๊ดไปเยี่ยมคนป่วย คนป่วยดูเหนื่อยกว่าเดิมอีก
เสื้อผ้าสะอาดๆ สำคัญสุด ไม่ต้องแบรนด์เนม แค่ซักให้สะอาดก็พอแล้ว
คิดดูนะ คนป่วยเค้าก็คงอยากเห็นอะไรที่มันสบายตา สบายใจ ไม่ใช่เห็นอะไรที่มันทำให้ปวดหัวกว่าเดิม
เยี่ยมไข้ ให้อะไรดี?
เยี่ยมคนป่วยอายุรกรรมเรอะ? โอ้โห โจทย์ยากกว่าแทงหวยอีกนะเนี่ย! ???? แต่ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวป้าจัดให้แบบขำๆ แต่ได้ประโยชน์ (มั้ง?)
ความดันสูง: ซุปไก่สกัดเนี่ยนะ? พยาบาลมองแรงแน่! ???? เปลี่ยนเป็นผลไม้สดรสไม่หวานจัดดีกว่า แอปเปิ้ลเขียว ฝรั่ง ชมพู่ จัดไป! หรือจะผ้าขนหนูเนื้อดีสีสวยๆ ก็โอเค คนป่วยจะได้เช็ดเหงื่อเวลาความดันขึ้นไง (ล้อเล่นนะ!)
เบาหวาน: รังนกเป็นตะกร้า? โอ๊ย...ให้ญาติคนป่วยเอาไปกินเองเถอะ! ???? คนป่วยเบาหวานต้องของที่น้ำตาลต่ำเท่านั้น! ถั่วอบ (ไม่ใส่เกลือนะ!) หรืออัลมอนด์ก็ดี หรือจะหนังสือธรรมะให้อ่านเพลินๆ ลืมเรื่องหวานๆ ไปเลย!
โรคไต: อันนี้เรื่องใหญ่! ไตทำงานไม่ดี ต้องคุมโปแตสเซียม คุมน้ำ! ผลไม้ต้องเลือกพวกแอปเปิ้ล สาลี่ เท่านั้นนะ! หรือจะให้ดี ถามหมอ ถามพยาบาลก่อนเลยว่ากินอะไรได้บ้าง จะได้ไม่โป๊ะแตก! ????
แถมอีกนิด:
- สำคัญสุด: ถามคนป่วยก่อนว่าอยากได้อะไร! บางทีเขาอาจจะอยากได้แค่กำลังใจก็ได้นะ ????
- อย่าเยอะ: ของเยี่ยมเยอะเกินไป คนป่วยอาจจะเกรงใจ หรือไม่มีประโยชน์ก็ได้ เอาแค่พอดีๆ เหมาะสมกับโรคก็พอ
- ของใช้ส่วนตัว: พวกสบู่ แชมพู โลชั่น ก็ดีนะ แต่ต้องเป็นสูตรอ่อนโยน ไม่มีน้ำหอมฉุนๆ เพราะคนป่วยอาจจะแพ้ง่าย
- ที่สำคัญที่สุด: ไปเยี่ยมด้วยใจที่หวังดี ส่งกำลังใจให้คนป่วยหายไวๆ อันนี้แหละของเยี่ยมที่ดีที่สุด! ❤️
- ถ้าให้เงิน: บางทีคนป่วยอาจจะต้องการเงินมากกว่าอย่างอื่นนะ (อันนี้แล้วแต่สถานการณ์) แต่ถ้าให้เงิน ก็ให้แต่พอดี อย่าให้เยอะจนน่าเกลียด!
หวังว่าคำแนะนำป้าจะเป็นประโยชน์นะจ๊ะ! ขอให้คนป่วยหายไวๆ เด้อ! ????
ซื้อผลไม้อะไรฝากคนป่วย?
ซื้อผลไม้อะไรฝากคนป่วยดีนะ... เอ้อ, ใช่!
- ส้ม: วิตามินซี สูงปี๊ดด! แต่ต้องดูด้วยว่าคนป่วยกินส้มแล้วแสลงไหม บางคนกินแล้วร้อนในอ่ะ
- สาลี่: นี่ก็ดีนะ หวานน้อย ชุ่มคอ คือกินแล้วสบายคอดี
- แอปเปิ้ล: ย่อยง่าย กินได้ทุกวัย อันนี้เซฟๆ
- องุ่น: ถ้าเป็นองุ่นไร้เมล็ดจะดีมาก ไม่ต้องคายเมล็ดให้วุ่นวาย
- ฝรั่ง: กากใยเพียบ ช่วยเรื่องขับถ่าย อันนี้สำคัญนะคนป่วยบางทีท้องผูก
กระเช้า ถาด หรือตะกร้า? อืม... ตะกร้าสานดีกว่ามั้ง ดูเป็นธรรมชาติ แล้วแต่ร้านนะ บางร้านจัดสวยมากก ราคาไม่แรงด้วย
ผลไม้ไทยดีนะ หาง่าย สดกว่าพวกนำเข้า แต่ต้องดูฤดูด้วย
สำคัญ: ถามคนป่วยก่อนว่าอยากกินอะไร หรือหมอให้งดอะไรไหม อันนี้สำคัญสุดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดก่อนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน
เอ้อ! แล้วก็อย่าลืม! ผลไม้ต้อง ล้างให้สะอาดดดดดดดดด ก่อนให้คนป่วยกินนะจ๊ะ
ผลไม้ชนิดใดที่เหมาะสําหรับนํามาจัดให้ผู้สูงอายุได้รับประทาน?
ผลไม้ที่เหมาะกับผู้สูงอายุหรอ อืมม.. คิดว่าน่าจะเป็นพวกผลไม้เนื้อนิ่มๆ เคี้ยวง่ายๆอ่ะ
- มะละกอสุก: อันนี้ดีเลยนะ ไฟเบอร์สูง ช่วยเรื่องขับถ่ายด้วย
- กล้วยสุก: หาง่าย ราคาถูก โพแทสเซียมเยอะ แต่ก็อย่ากินเยอะเกินไปนะ เดี๋ยวอ้วน
- ส้ม: วิตามินซีสูงปรี๊ด แต่เลือกส้มที่ไม่เปรี้ยวมากนะ เดี๋ยวจะแสบท้อง
ควรกินผลไม้ทุกวันนะ วันละประมาณ 3 กำมือ กำลังดีอ่ะ แล้วก็เลือกผลไม้ตามฤดูกาลด้วยนะ มันจะถูกกว่าเยอะเลย! แล้วก็ๆๆ อย่าลืมล้างให้สะอาดก่อนกินนะ สําคัญมากกกกกกก
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต