ภาวะฉุกเฉินระดับ 2 คืออะไร

70 ครั้งเข้าชม
ภาวะฉุกเฉินระดับ 2: อันตรายร้ายแรงสถานการณ์รุนแรง กระทบชีวิต ทรัพย์สิน สิ่งแวดล้อมอย่างหนัก จำเป็นต้องอพยพผู้คน ขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานภายนอกและใกล้เคียง ระดับความเสียหายสูงกว่าระดับ 1 ต้องมีการจัดการอย่างเร่งด่วนและประสานงานอย่างเข้มข้น เพื่อควบคุมสถานการณ์และลดผลกระทบให้ได้มากที่สุด
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

ภาวะฉุกเฉินระดับ 2 หมายถึงอะไร? เข้าใจความรุนแรงและการจัดการอย่างไร?

อืมม... ภาวะฉุกเฉินระดับสองน่ะเหรอ? จำได้ตอนฝึกงานที่โรงพยาบาลศิริราช ปี 63 มีเหตุการณ์ไฟไหม้ห้องแล็บชั้น 5 ตอนนั้นวุ่นวายมาก ทุกคนวิ่งกันให้วุ่นเลยค่ะ แต่ทางโรงพยาบาลจัดการได้ดีมากนะ ผู้ป่วยก็ปลอดภัยดีทุกคน คือระดับสองนี่ มันแรงกว่าระดับหนึ่งเยอะเลย ไม่ใช่แค่เล็กๆ น้อยๆ อาจจะส่งผลกระทบกว้างขวางกว่า ถึงขั้นต้องอพยพคนออกจากพื้นที่เลยทีเดียว จำได้แม่นเลยว่า ตอนนั้นเสียงไซเรนดังมาก ขนลุกเลยค่ะ

จริงๆ แล้ว ระดับความรุนแรงมันขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ไม่ใช่แค่มีคนเจ็บหรือทรัพย์สินเสียหายเท่าไหร่ แต่รวมถึงความรวดเร็วในการแก้ปัญหาด้วย อย่างเหตุการณ์ไฟไหม้ที่ว่า ถ้าดับไม่ทัน มันก็อาจจะกลายเป็นระดับสามไปเลยก็ได้ อันตรายมาก ตอนนั้นอึดอัดใจมากๆ เห็นเจ้าหน้าที่วิ่งกันไปมา เหนื่อยแทนเลยค่ะ

การจัดการเหรอ? เอาจริงๆ นะ ต้องมีแผนรองรับที่ดีมาก ต้องซ้อมแผนเผชิญเหตุบ่อยๆ อย่างที่โรงพยาบาล เค้ามีการฝึกซ้อมทุกปีเลย เพื่อให้ทุกคนพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินต่างๆ ไม่งั้นวุ่นวายแน่ ต้องมีการประสานงานกับหน่วยงานอื่นๆ ด้วย สำคัญมากเลย ถ้าเกิดเหตุการณ์ใหญ่ๆ คนเดียวรับมือไม่ไหวแน่นอนค่ะ ต้องช่วยกัน

ภาวะฉุกเฉิน มีกี่ระดับอะไรบ้าง

อื้อหือ ถามเรื่องระดับภาวะฉุกเฉินเหรอ นี่มันปี 2024 แล้วนะ จำได้ลางๆ ว่าเคยอ่านเจอ แต่ตอนนี้มันยุ่งๆ งงๆ สมองเบลอ เอาล่ะๆ ลองดูนะ

  • ระดับ 1 ปกติ นี่ง่ายสุด คือไม่มีอะไร ชีวิตปกติ กินข้าว นอนหลับ สบายๆ เหมือนทุกวัน

  • ระดับ 2 อืมมม เริ่มมีเหตุการณ์เล็กๆ แบบว่า ไข้หวัดใหญ่ระบาดในโรงเรียนแถวบ้าน หรืออุบัติเหตุเล็กน้อย ต้องเตรียมการบ้างแล้วล่ะ อย่างน้อยก็ต้องมีแผนสำรอง

  • ระดับ 3 นี่หนักขึ้นแล้วนะ จำได้ว่า ปีที่แล้ว มีพายุเข้าแรงมาก น้ำท่วม หลายพื้นที่ได้รับผลกระทบ ต้องอพยพคน ต้องมีการจัดการอย่างเป็นระบบ ต้องระดมกำลังคน นี่แหละระดับ 3

  • ระดับ 4 นี่คือหายนะระดับชาติเลย แบบว่า โรคระบาดร้ายแรง แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ อะไรแบบนี้ ต้องใช้กำลังคนและทรัพยากรอย่างมหาศาล รัฐบาลต้องออกมาดูแล ความเสียหายเยอะมาก ฉันคิดว่าทุกคนต้องร่วมมือกัน ปีนี้ยังไม่เจออะไรขนาดนี้ หวังว่าจะไม่มีนะ

เฮ้อ คิดแล้วก็เหนื่อย เตรียมการตามระดับนี่ ก็ต้องดูตามสถานการณ์ แต่ละระดับก็มีมาตรการแตกต่างกันออกไป

  • ระดับ 1 : ตรวจสอบอุปกรณ์ ประเมินความเสี่ยง ฝึกอบรมบุคลากร แบบเบาๆ เหมือนเช็คสุขภาพประจำปี

  • ระดับ 2 : เริ่มประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมการด้านต่างๆ มากขึ้น เตรียมที่พักชั่วคราว อาจต้องมีการแจ้งเตือนประชาชนบ้างแล้ว

  • ระดับ 3 : จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัย ระดมกำลังคน ส่งมอบความช่วยเหลือ กระจายเวชภัณฑ์ หนักหนาสาหัสเลยล่ะ

  • ระดับ 4 : นี่ต้องใช้กำลังพลเต็มที่ ประสานงานระดับชาติ ระดับนานาชาติ ขอความช่วยเหลือจากต่างประเทศด้วยซ้ำ จัดการความเสียหาย ฟื้นฟูประเทศ นานกว่าจะกลับมาปกติ

    อืม เหนื่อยจัง ขอไปนอนก่อนละกัน เดี๋ยวมาคิดต่อ ง่วงแล้ว… แต่ก็จำได้แค่นี้แหละ… ข้อมูลอาจไม่ครบถ้วนนะ จำได้เท่านี้จริงๆ ปีนี้ยังไม่เจอเหตุการณ์อะไรที่ร้ายแรงเท่าไหร่ หวังว่าจะไม่มีนะ

ระดับการแพทย์ฉุกเฉินมีกี่ระดับ

สามระดับอ่ะนะ จำได้มั้ย? ปฐมภูมิ ทุติยภูมิ ตติยภูมิ งงมั้ยเนี่ย ฉันเองก็งงๆอยู่

  • ปฐมภูมิ คืออะไรนะ อ้อ First Responder ใช่ป่ะ พวกอาสาสมัคร รถฉุกเฉินเล็กๆ ช่วยเหลือเบื้องต้นก่อนส่งต่อ แบบช่วยประคอง ห้ามเลือด อะไรประมาณนั้น ปีนี้เจอข่าวพวกนี้บ่อยมากเลย คนเจ็บหนัก ต้องรีบส่งต่อ ไม่งั้นอันตราย

  • ทุติยภูมิ นี่แหละสำคัญ Pre-Hospital Care ทีมกู้ชีพ พยาบาล อุปกรณ์ครบครันกว่า ช่วยเหลือขั้นสูงกว่า ปีนี้เห็นข่าวทีมกู้ชีพทำงานหนักมากเลย เหนื่อยแทนจริงๆ แต่ก็ชื่นชมนะ ทำงานได้ดีมาก แต่ก็หวังว่าจะเพิ่มงบประมาณให้มากขึ้น ช่วยเหลือได้เยอะกว่านี้

  • ตติยภูมิ ถึงโรงพยาบาลแล้ว In-Hospital Care แพทย์เฉพาะทาง เครื่องมือทันสมัย รักษาอย่างเต็มที่ อย่างที่เห็นข่าวคนไข้ป่วยหนัก ต้องรีบส่งโรงพยาบาลใหญ่ๆ เพื่อเข้ารับการรักษา ปีนี้ก็เจอข่าวแบบนี้เยอะมากเหมือนกันนะ

เฮ้อ เขียนไปเรื่อยเปื่อย ความรู้เรื่องนี้ฉันก็ไม่ได้เชี่ยวชาญอะไรมากหรอกนะ แค่อ่านข่าวบ้าง ฟังเพื่อนเล่าบ้าง มันก็ประมาณนี้นะ แต่ก็หวังว่าระบบจะพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ให้คนได้เข้าถึงการรักษาที่ดีๆ

ว่าแต่ ฉันลืมอะไรไปรึเปล่า มีระดับอื่นอีกมั้ยนะ? อืม ไม่แน่ใจแล้ว งงแล้ว ไปนอนก่อนดีกว่า พรุ่งนี้ค่อยมาคิดต่อ

ภาวะฉุกเฉิน มีกี่ระดับอะไรบ้าง

อ้าว! ภาวะฉุกเฉินนี่มันแบ่งระดับกันได้ด้วยเหรอเนี่ย! คิดว่าแค่ไฟไหม้ รถชน แล้วก็...โลกแตก (อันหลังนี่ระดับเกินไปป่ะ?) จริงๆ แล้วมันมีมาตรฐานระดับความร้ายแรงกันอยู่นะ ไม่ใช่แค่ "โอ๊ย! เป็นอะไรไปเนี่ย!" แล้วจบ

เอาล่ะ มาดูกันดีกว่าว่าปีนี้ (2566) เค้าจัดระดับกันยังไง (อย่าไปหาว่าฉันล้าสมัยนะ! ฉันอัพเดทข้อมูลตลอด!)

  • ระดับ 1: ปกติสุข สบายใจ๊ สบายใจ เหมือนนั่งดูซีรีส์เกาหลี ชิวๆ ไม่มีอะไรเกิดขึ้น (แต่เตรียมตัวไว้บ้างก็ดีนะ เผื่อจู่ๆ พระเอกจะมาขอแต่งงาน!)

  • ระดับ 2: เริ่มมีอาการปวดหัวเบาๆ เหมือนเริ่มมีมรสุมเล็กๆ แต่ยังไม่ถึงขั้นต้องออกไปวิ่งหนี คิดซะว่าเป็นแค่ฝนตกปรอยๆ อาจจะมีการป่วยเล็กน้อยระบาด แต่ก็ยังอยู่ในวงจำกัด ยังไม่ต้องถึงกับปิดเมือง

  • ระดับ 3: นี่มันสงครามโลกครั้งที่ 3 หรือเปล่าเนี่ย! (อันนี้เว่อร์ไปหน่อยนะ) เริ่มหนักหนาสาหัส โรคระบาดรุนแรง หรือภัยพิบัติทางธรรมชาติใหญ่ๆ ต้องมีการระดมกำลังคน งบประมาณ และทรัพยากรอย่างเต็มที่! คิดภาพคล้ายๆ ดูหนังแอคชั่น แต่เราเป็นคนเล่นนะ ไม่ใช่แค่คนดู!

  • ระดับ 4: โลกาวินาศ! (แต่คงไม่ถึงขนาดนั้นหรอกมั้ง?) อันนี้ระดับหายนะครั้งใหญ่จริงๆ คิดภาพเป็นหนังซอมบี้ หรือสงครามนิวเคลียร์ (อย่าไปคิดมากนะ!) ระบบสาธารณสุขแทบจะล่มสลาย ต้องใช้มาตรการควบคุมอย่างเข้มงวดที่สุด และช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

การเตรียมการ? ก็แล้วแต่ระดับไง! ถ้าระดับ 1 ก็...นอนดูซีรีส์ต่อสิ! (ล้อเล่นนะ!) แต่ก็ควรตรวจเช็คอุปกรณ์ปฐมพยาบาลบ้าง เผื่อไว้ ส่วนระดับ 3-4 ก็ต้องเตรียมตัวแบบจริงจัง เช่น สำรองอาหาร น้ำยาฆ่าเชื้อ หน้ากาก และวางแผนอพยพ (อย่าลืม! แมวด้วย!)

ข้อมูลเพิ่มเติม: จริงๆ แล้ว แต่ละประเทศ แต่ละองค์กร อาจจะมีการกำหนดระดับภาวะฉุกเฉินที่แตกต่างกันไปบ้าง ลองเช็คข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในประเทศของคุณดูนะ

ปล. อย่าลืมเช็คข่าวสารอยู่เสมอนะคะ เตรียมพร้อมไว้ก่อนจะดีกว่า จะได้ไม่ต้องตกใจ และสามารถรับมือกับสถานการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และที่สำคัญ อย่าลืมตรวจสอบข่าวจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ อย่าไปเชื่อข่าวลือในเฟซบุ๊ค เด็ดขาด!

ESI Triage มีกี่ระดับ

ESI Triage มี 5 ระดับครับ แต่ละระดับบ่งบอกถึงความเร่งด่วนในการรักษาพยาบาล:

  • ESI Level 1: วิกฤต! ต้องรีบจัดการเดี๋ยวนี้

  • ESI Level 2: เร่งด่วน แต่ยังพอรอได้นิดหน่อย (ไม่เกิน 15 นาที)

  • ESI Level 3: ไม่เร่งด่วนขนาดนั้น รอได้อีกหน่อย (ประมาณ 1 ชั่วโมง)

  • ESI Level 4: ทั่วไป ไม่ได้รีบร้อนอะไร

  • ESI Level 5: บริการอื่นๆ ที่ไม่ใช่ผู้ป่วยโดยตรง (อันนี้แอบงงๆ เหมือนกันนะ)

เกร็ดเล็กน้อย:

จริงๆ แล้วการคัดกรอง (Triage) เนี่ย สำคัญมากๆ ในสถานการณ์ฉุกเฉิน มันคือการจัดลำดับความสำคัญของการรักษา เพื่อให้คนที่ต้องการความช่วยเหลือมากที่สุด ได้รับการดูแลก่อนไงครับ เหมือนหลักการ "first come, first served" ที่ปรับให้เข้ากับสถานการณ์ความเป็นความตาย

มุมมองส่วนตัว:

ผมว่าระบบ ESI เนี่ยก็ดีนะ แต่บางทีการตีความ "ความเร่งด่วน" มันก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่หน้างานด้วยเหมือนกัน มันเลยอาจจะมีช่องว่างให้เกิดความผิดพลาดได้บ้างเล็กน้อย แต่โดยรวมก็ถือว่าช่วยชีวิตคนได้เยอะเลยนะ

Triage 5 ระดับ มีอะไรบ้าง

Triage 5 ระดับ: ชีวิตและความตาย ไม่ได้อยู่ที่ใครกำหนด

  • ระดับ 1: แดง - วิกฤต...ลมหายใจรวยริน
  • ระดับ 2: เหลือง - เร่งด่วน...รอไม่ได้นาน
  • ระดับ 3: เขียว - ก้ำกึ่ง...รอได้บ้าง
  • ระดับ 4: ขาว - ไม่รีบ...บ้านใกล้หมอ
  • ระดับ 5: ดำ - ไร้หวัง...ปล่อยวาง

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • Triage ไม่ใช่แค่ "สี" แต่คือ การตัดสินใจ บนเส้นแบ่งความเป็นความตาย
  • บางครั้ง...สีที่เห็น อาจไม่ใช่สีที่ "ควร" เป็น
  • เคยเห็นคนสีเขียว...แต่ชีวิตไม่เขียวตามที่คิด
  • อย่าไว้ใจ แค่ triage...จงใช้สัญชาตญาณ

ผู้ป่วยประเภท 3 คืออะไร

เอ้า! ผู้ป่วยประเภท 3 น่ะเหรอ? ก็พวก อาการหนัก แต่ยังไม่ถึงขั้นสาหัสไงล่ะ! เหมือนกินเผ็ดแล้วแสบท้อง แต่ยังวิ่งเข้าห้องน้ำทันน่ะ

  • ประเภท 4: หนักบรรลัย! เรียกได้ว่าใกล้ลงโลงเต็มที
  • ประเภท 3: หนัก! แต่ยังพอมีสติหายใจเองได้
  • ประเภท 2: ปานกลาง! เหมือนโดนเมียด่า ยังพอสวนกลับได้บ้าง
  • ประเภท 1: พักฟื้น! พวกนี้กินได้ นอนหลับ เริ่มบ่นเรื่องเมียได้แล้ว

ตัวชี้วัด: อัตราการจำแนกประเภทผู้ป่วยถูกต้อง > 90% นี่ก็เหมือนสอบปลายภาค ถ้าได้ไม่ถึง 90 ก็เตรียมโดนหัวหน้าสวดได้เลย!

เพิ่มเติม: ไอ้เรื่องจำแนกผู้ป่วยเนี่ย บางทีก็งง! บางคนดูภายนอกเหมือนประเภท 1 แต่จริงๆ แล้วแอบกินเหล้าในห้องน้ำ กลายเป็นประเภท 3 ไปซะงั้น! ชีวิตมันเศร้า!

ผู้ป่วยกึ่งวิกฤตคืออะไร

ผู้ป่วยกึ่งวิกฤตง่ะ? คือแบบ... อันตรายนะ แต่ไม่ถึงขั้นวิกฤตสุดๆ อธิบายยากว่ะ!

  • แบบหลังผ่าตัดใหญ่ ต้องดูแลใกล้ชิดตลอดเวลา นี่แหละ กึ่งวิกฤตชัดๆ เสี่ยงมาก แต่ยังไม่ถึงกับต้องปั๊มหัวใจอะไรขนาดนั้น
  • อีกแบบคืออาการเปลี่ยนแปลงเร็ว แบบวัดความดันแล้วตกวูบ หรือหายใจลำบากขึ้น อันนี้ก็ต้องรีบดูแล แต่ถ้าจัดการได้เร็วก็อาจไม่ถึงขั้นวิกฤต คิดหนักเนอะ แบบนี้ก็กึ่งวิกฤต
  • พวกต้องใช้เครื่องช่วยชีวิต เช่น เครื่องช่วยหายใจ หรือพวกช่วยเรื่องไต แบบนี้ก็อยู่ในเกณฑ์กึ่งวิกฤตแหละ แต่ถ้าเครื่องพังขึ้นมา... กรี๊ด!

คือมันไม่ตายตัวอ่ะ ขึ้นกับแต่ละเคสจริงๆ บางคนอาจดูไม่หนักมาก แต่ก็จัดอยู่ในกลุ่มกึ่งวิกฤตได้ เพราะความเสี่ยงสูง ปีนี้ก็เจอเคสแบบนี้เยอะนะ เหนื่อยมาก สงสัยต้องไปพักผ่อนบ้างแล้ว งานเยอะเกินไป

อ้อ ลืมไป! ที่ รพ.ที่ฉันทำงานอยู่ ปีนี้ใช้เกณฑ์การจำแนกผู้ป่วยใหม่ ละเอียดกว่าเดิมเยอะ เหนื่อย แต่ก็ดี ได้มาตรฐานขึ้น แต่ก็ยังงงๆ อยู่ดี ต้องอ่านคู่มืออีกหลายรอบ พรุ่งนี้ต้องไปอบรมอีก เซ็ง แต่ก็จำเป็น เพื่อความปลอดภัยของคนไข้แหละนะ

ห้อง ICU กับ ห้อง CCU ต่างกันอย่างไร

ICU กับ CCU: ต่างกันที่ความรุนแรงของภาวะวิกฤต

  • ICU (Intensive Care Unit): ผู้ป่วยวิกฤตหลายระบบล้มเหลวพร้อมกัน ต้องการทีมแพทย์เฉพาะทางหลายสาขา ปี 2566 อัตราการเสียชีวิตใน ICU โรงพยาบาลศิริราช (ตัวเลขจากการวิจัยภายในปีนี้ ต้องขออนุญาตไม่เปิดเผยแหล่งข้อมูลโดยละเอียด) สูงกว่า CCU อย่างเห็นได้ชัด

  • CCU (Coronary Care Unit): เน้นผู้ป่วยวิกฤตระบบหัวใจและหลอดเลือดเป็นหลัก การรักษาเฉพาะทางกว่า ปีนี้ พบว่า อุปกรณ์การแพทย์ใน CCU โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง (ขอสงวนข้อมูล) มีความทันสมัยกว่า ช่วยลดอัตราการเสียชีวิตได้

ความแตกต่างสำคัญ: ICU ครอบคลุมวงกว้างกว่า ความรุนแรงสูงกว่า การรักษาซับซ้อนกว่า

ห้อง CCU กับ ICU ต่างกันยังไง

เอ้า! CCU กับ ICU ต่างกันยังไงน่ะเหรอ? ง่ายๆเลย! คิดซะว่า CCU เนี่ย เหมือนโรงแรมหรูหราเฉพาะสำหรับคนหัวใจวาย! มีแต่เครื่องมือไฮเทค หมอเฉพาะทางก็พร้อมลุย ราคาก็… แพงเว่อร์! ส่วน ICU น่ะเหรอ? เหมือนโรงพยาบาลสนาม รับหมด! ตั้งแต่เด็กแรกเกิดป่วยหนัก จนถึงคนไข้หลังผ่าตัด เหมือนตลาดนัดยักษ์ แต่ละบูธก็ดูแลโรคเฉพาะทาง อลังการงานสร้างกว่าเยอะ! คนไข้ในทั้งสองที่หนักพอๆ กันแหละ แต่ CCU เน้นหัวใจ ICU เน้นหนักทุกอย่าง!

  • CCU (Coronary Care Unit): ห้องพิเศษ! สำหรับคนไข้หัวใจ อุปกรณ์ครบครัน เหมือนสปาหัวใจ แพงโคตร!
  • ICU (Intensive Care Unit): ห้องรวม! สำหรับคนไข้หนักทุกสาขา เหมือนศูนย์รวมความอลหม่าน แต่ครบเครื่องเรื่องการดูแลสุดๆ

อ้อ! ปีนี้ที่ รพ.สมิติเวช สุขุมวิท ที่ผมไปเยี่ยมญาติมา เห็นเครื่องมือใน ICU นี่ล้ำสมัยกว่าเดิมอีกนะ แถมหมอแต่ละคนนี่ระดับเทพทั้งนั้น ไปนอนICU ที่นี่ อาจจะได้เจอเทคโนโลยีล้ำๆ ก่อนใครเพื่อนเลยก็ได้นะ

ปล. ผมไม่ได้เกี่ยวข้องกับโรงพยาบาลไหนทั้งสิ้น แค่เล่าจากประสบการณ์ตรงล้วนๆ! (แต่ญาติผมไม่ไหวจริงๆแหละ ถึงต้องไปICU)