มีประกันสังคมม.33 ใช้สิทธิบัตรทองได้ไหม

116 ครั้งเข้าชม
ผู้ประกันตนมาตรา 33 ซึ่งเข้าสู่ระบบประกันสังคมตามกฎหมาย ต้องใช้สิทธิรักษาพยาบาลจากประกันสังคมเป็นหลัก จึงไม่สามารถใช้สิทธิบัตรทองได้โดยตรง กรณีที่จะใช้สิทธิบัตรทองได้คือเมื่อลาออกหรือว่างงาน และไม่ได้ส่งเงินสมทบต่อตามมาตรา 39 โดยสิทธิประกันสังคมเดิมจะยังคงคุ้มครองต่ออีก 6 เดือน เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลา 6 เดือนนี้แล้ว สิทธิบัตรทองจะเริ่มคุ้มครองโดยอัตโนมัติ
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

คำถาม?

เรื่องประกันสังคมมาตรา 33 เนี่ยนะ ฉันก็เคยงงๆ อยู่เหมือนกัน

คือถ้าเราทำงานประจำ มีนายจ้าง เขาหักเงินสมทบประกันสังคมให้เราตามมาตรา 33 อะเนอะ สิทธิการรักษาพยาบาลเราก็ต้องใช้ของประกันสังคมนี่แหละ เขาว่ากันแบบนั้น

เรื่องบัตรทอง

ถ้าเป็นมาตรา 33 แล้วจะไปใช้สิทธิบัตรทองไม่ได้ ยกเว้น... อันนี้สำคัญเลยนะ

ยกเว้นตอนไหน?

ตอนที่เราออกจากงาน หรือว่างงาน แล้วไม่ได้ส่งเงินสมทบต่อตามมาตรา 39 ไง

เงื่อนไขคืออะไร?

พอเราออกจากงาน ประกันสังคมมาตรา 33 เดิมเนี่ย จะยังคุ้มครองเราต่ออีกแค่ 6 เดือนนะ

แล้วไงต่อ?

พอครบ 6 เดือนไปแล้ว จู่ๆ เราก็จะมีสิทธิบัตรทองมาใช้โดยอัตโนมัติเลย

ฉันเคยได้ยินเพื่อนเล่า มันออกจากงานไปช่วงปลายปีที่แล้ว กว่าจะหางานใหม่ได้ก็นานอยู่ พอหมดประกัน 6 เดือน ก็ไปใช้สิทธิบัตรทองที่โรงพยาบาลใกล้บ้านได้เลย ไม่ยุ่งยาก.

มีประกันสังคม ม. 33 ใช้ สิทธิ์ 30 บาท ได้ไหม

เคยมีช่วงนึงทำงานประจำที่บริษัทแถวอโศกนี่แหละ ส่งประกันสังคมมาตรา 33 ทุกเดือน พอดีวันนั้นปวดท้องหนักมาก โคตรทรมานเลย คิดในใจจะไปโรงพยาบาลไหนดี

ตอนแรกนึกถึงโรงพยาบาลใกล้บ้านที่เคยใช้บัตรทองตอนเด็กๆ พอนึกขึ้นได้ว่าตอนนี้เรามีประกันสังคมแล้วนี่หว่า ก็เลยต้องไปโรงพยาบาลตามสิทธิที่แจ้งไว้กับประกันสังคม มันเลือกไม่ได้ไง

คือประกันสังคม ม.33 เนี่ย พอเราเป็นผู้ประกันตน เขาก็ให้สิทธิรักษาเราเต็มที่เลยนะ แต่ก็ต้องไปโรงพยาบาลที่เขาผูกสิทธิไว้ให้เรานั่นแหละ มันไม่เหมือนตอนที่เราไม่มีงานทำเลย

ถ้าเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 แล้ว ก็ใช้สิทธิรักษาพยาบาลจากประกันสังคมอย่างเดียวเลย ไม่สามารถไปใช้สิทธิ 30 บาทได้เลยจริงๆ นะ

ตอนนั้นรู้สึกโล่งใจนะที่ใช้สิทธิประกันสังคมได้ ไม่ต้องจ่ายอะไรเพิ่มเยอะ แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่าถ้าเกิดเราเลิกทำงานไปแล้วล่ะ จะเป็นยังไงต่อ

เคยคุยกับพี่ที่ทำงานเก่า แกก็เคยเจอสถานการณ์แบบนี้นะ ตอนที่แกเปลี่ยนงานแล้วว่างงานไปพักนึง

พี่แกเล่าว่าพอลาออกจากงาน สิทธิประกันสังคม ม.33 มันจะคุ้มครองต่ออีก 6 เดือนนับจากวันที่ออกงาน พอครบกำหนดเท่านั้นแหละ สิทธิบัตรทองจะมาเลยนะ

ตอนแรกฉันก็งงๆ ว่าทำไมมันไม่ทับซ้อนกัน แต่พอฟังแล้วก็เข้าใจเลยว่ามันคือการรักษาสิทธิให้อย่างต่อเนื่องแหละ

เรื่องสิทธิการรักษาพยาบาล:

  • ผู้ประกันตนมาตรา 33 ต้องใช้สิทธิรักษาพยาบาลจากประกันสังคมเท่านั้น ณ โรงพยาบาลคู่สัญญาที่เราเลือกไว้.
  • ขณะเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 จะ ไม่สามารถใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (บัตรทอง 30 บาท) ได้ พร้อมกัน.
  • เมื่อลาออกจากงานและ ไม่ได้ส่งเงินสมทบต่อในมาตรา 39 สิทธิประกันสังคมเดิม (ม.33) จะคุ้มครองต่ออีก 6 เดือนนับจากวันสิ้นสภาพการเป็นลูกจ้าง.
  • สำคัญมาก: หลังจากพ้นกำหนด 6 เดือนนั้น สิทธิหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (บัตรทอง 30 บาท) จะเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ.
  • เงื่อนไขสำคัญคือ ต้องไม่มีสถานะเป็นผู้ประกันตนในระบบประกันสังคมแล้ว สิทธิบัตรทองถึงจะกลับมา.

มีประกันสังคม ใช้บัตรทองทําฟันได้ไหม

มีประกันสังคมก็ ใช้บัตรทองทำฟันได้ ครับ สิทธิสองอย่างนี้มันแยกกันแต่ก็เสริมกันได้ดีนะ บัตรทองหรือสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเนี่ย ครอบคลุมบริการทันตกรรมพื้นฐานที่จำเป็นให้ ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย ที่หน่วยบริการคู่สัญญา ส่วนประกันสังคมก็มีวงเงินเบิกได้ในแต่ละปี ซึ่งเราก็เลือกใช้ให้เหมาะสมกับแต่ละบริการไป

มองในมุมระบบนะ มันน่าสนใจว่าสิทธิประโยชน์ต่างๆ ถูกออกแบบมาอย่างไรเพื่อรองรับความต้องการที่หลากหลายของพลเมือง สิทธิสุขภาพขั้นพื้นฐานที่ทุกคนเข้าถึงได้เป็นสิ่งสำคัญจริงๆ ใครจะรู้ว่าวันที่ปวดฟันฉุกเฉิน มันช่วยเราได้ขนาดไหน ส่วนตัวผมเองเคยใช้สิทธิบัตรทองตอนไปขูดหินปูนที่คลินิกแถวบ้านนี่แหละ ก็สะดวกดี ไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายเลย

ทีนี้ มาดูรายละเอียดที่หลายคนอาจจะอยากรู้กันเพิ่มนะ ว่าสิทธิไหนครอบคลุมอะไรบ้าง

  • สิทธิบัตรทอง (หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ)

    • การอุดฟัน: กรณีฟันผุที่ไม่ซับซ้อน
    • การถอนฟัน: กรณีฟันผุ ฟันโยก หรือมีปัญหาอื่นๆ
    • การขูดหินปูน: เป็นการดูแลสุขภาพช่องปากที่สำคัญมาก
    • การเคลือบฟลูออไรด์: สำหรับเด็กอายุ 0-12 ปี รวมถึงกลุ่มเสี่ยง
    • การผ่าฟันคุด: กรณีที่จำเป็นตามข้อบ่งชี้ทางการแพทย์
    • การใส่ฟันปลอมฐานพลาสติกทั้งปากหรือบางส่วน: กรณีที่ไม่มีฟันใช้งาน
    • การรักษาโรคปริทันต์อักเสบ: รวมถึงการผ่าตัดรักษาเหงือก
  • สิทธิประกันสังคม (กรณีทันตกรรม)

    • วงเงิน 900 บาทต่อปีปฏิทิน (ข้อมูลปี 2567) สำหรับการทำฟัน เช่น
    • การอุดฟัน
    • การถอนฟัน
    • การขูดหินปูน
    • การผ่าฟันคุด
    • คุณสามารถไปรับบริการที่คลินิกหรือโรงพยาบาลไหนก็ได้ แล้วนำใบเสร็จไปเบิกคืนจากประกันสังคม หรือถ้าเป็นสถานพยาบาลคู่สัญญาบางแห่ง ก็สามารถใช้สิทธิได้โดยไม่ต้องสำรองจ่ายก่อนถึงวงเงิน

ประเด็นสำคัญคือ เราต้องรู้จักสิทธิที่เรามีให้ดี และเลือกใช้ให้คุ้มค่าที่สุดนะ บางทีการใช้ประกันสังคมก่อนจนเต็มวงเงิน แล้วค่อยต่อด้วยบัตรทอง หรือสลับกันไปตามบริการที่ต้องการ มันเป็นแนวทางที่ชาญฉลาด เหมือนการบริหารทรัพยากรส่วนตัวแหละ เรามีเครื่องมืออะไรก็ใช้ให้เต็มที่ เพื่อสุขภาพช่องปากที่ดี ชีวิตมันก็ต้องวางแผนแบบนี้แหละ แม้แต่เรื่องเล็กๆ อย่างฟัน.

จะรู้ได้ไงว่าเรามีบัตรทอง

อืม... บัตรทองนี่ใช่ไหม

ถ้าอยากรู้ว่าเรามีสิทธิอะไรบ้างน่ะเหรอ

จริงๆ มันก็มีหลายวิธีนะ

  • โทรไปเบอร์ 1330 นั่นแหละ กด 2 เลย ง่ายดี

  • เข้าเว็บ สปสช. www.nhso.go.th แล้วก็หาตรงที่เขียนว่า "สำหรับประชาชน" แล้วก็ "ตรวจสอบสิทธิ" อีกที

  • มีแอปพลิเคชันด้วย ของ สปสช. นั่นแหละ ลองโหลดมาดู

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • บัตรทอง หรือ สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เป็นสิทธิที่เรามีเพื่อเข้าถึงการรักษาพยาบาล

  • การตรวจสอบสิทธิ ช่วยให้เรารู้ว่าเราสามารถใช้สิทธิรักษาที่ไหนได้บ้าง

  • เบอร์ 1330 เป็นสายด่วนของ สปสช. เขาจะคอยช่วยเหลือเรื่องสิทธิการรักษาพยาบาล

  • เว็บไซต์ สปสช. เป็นแหล่งข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับสิทธิการรักษาต่างๆ ของประชาชน

  • แอปพลิเคชัน สปสช. ทำให้การตรวจสอบสิทธิสะดวกขึ้น เพราะทำผ่านมือถือได้เลย

30 บาทรักษาทุกโรคกับบัตรทองเหมือนกันไหม

30 บาทรักษาทุกโรคกับบัตรทองเหมือนกันไหม

คือมันเหมือนกันเป๊ะเลยแหละ! ตอนแรกที่มันออกมาใหม่ๆ เรายังเด็กอยู่ จำได้ว่าแม่พาไปหาหมอที่อนามัยใกล้บ้าน ปี 2544 แถวบ้านเรามันเป็น อำเภอเล็กๆ ในจังหวัดสระบุรี เขาเรียกมันว่า "บัตร 30 บาทรักษาทุกโรค" จริงๆ ก็คือจ่ายแค่ 30 บาทเวลาไปหาหมอทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นหวัดเล็กๆ น้อยๆ หรืออะไรก็ตาม ตอนนั้นรู้สึกว่ามันดีมากเลยนะ ไม่ต้องควักกระเป๋าเยอะ

พอเวลาผ่านไป ชื่อมันก็ค่อยๆ เปลี่ยนไป คนก็เรียกกันติดปากว่า "บัตรทอง" แต่จริงๆ แล้วคือ "สิทธิหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า" ที่ดูแลโดย สปสช. (สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ) นั่นแหละ คือมันคืออันเดียวกันเลยนะ ไม่ได้แยกจากกันเลย แค่ชื่อเรียกมันเปลี่ยนไปตามยุคตามสมัย หรือตามความคุ้นเคยของแต่ละคน

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • ชื่อเดิม: บัตร 30 บาทรักษาทุกโรค (ริเริ่มประมาณปี 2544)
  • ชื่อปัจจุบัน: บัตรทอง หรือ สิทธิหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า
  • หน่วยงานที่ดูแล: สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)
  • หลักการ: ประชาชนทุกคนมีสิทธิเข้ารับการรักษาพยาบาลตามที่กำหนด โดยมีค่าใช้จ่ายส่วนเกิน (copayment) ตามที่ระบุในระเบียบการ (ในอดีตคือ 30 บาทต่อครั้ง)
  • วัตถุประสงค์: เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการสุขภาพได้อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม