ระดับ HbA1C เท่าใดโดยไม่ต้องใช้ยาเบาหวาน ถึงเรียกว่าระยะสงบจากเบาหวาน

101 ครั้งเข้าชม
ระยะสงบของเบาหวาน (DM Remission): เกณฑ์: HbA1c ต่ำกว่า 6.5% โดยไม่ต้องใช้ยาลดน้ำตาล ระยะเวลา: คงที่อย่างน้อย 3 เดือน (หรือ 6 เดือนสำหรับผู้ที่ไม่เคยใช้ยา) สำคัญ: ไม่ได้หมายถึงหายขาด แต่ควบคุมได้ดีโดยไม่ต้องพึ่งยา
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

ระดับ HbA1C เท่าไหร่ถึงเรียกว่าเบาหวานสงบ? ไม่ต้องใช้ยาคุมเบาหวาน ค่า HbA1C เท่าไหร่ถึงปลอดภัย?

โอเค มาว่ากันเรื่อง HbA1c กับเบาหวานสงบเนอะ คือแบบ...เอาจริง ๆ มันมีเส้นบาง ๆ กั้นอยู่นะ ฉันว่า

จำได้ว่าตอนที่ไปตรวจสุขภาพครั้งล่าสุด หมอบอกว่าถ้า HbA1c ต่ำกว่า 6.5% โดยที่ไม่ต้องกินยาคุมเบาหวานเนี่ย เค้าถึงจะเรียกว่าเบาหวานสงบ (DM Remission) อ่ะ

แต่! มันไม่ได้จบแค่นั้นนะ เพราะว่าบางคนอาจจะเริ่มด้วยการคุมอาหาร หรือออกกำลังกายก่อน แล้วค่อย ๆ ลด dose ยาลง จนไม่ต้องกินเลย ซึ่งในเคสแบบนี้ หมออาจจะดูค่า HbA1c ในช่วง 6 เดือนแรกมากกว่า 3 เดือนแรกอ่ะ

คือเข้าใจป่ะ มัน flexible อ่ะ ไม่ใช่ว่าทุกอย่างต้องเป๊ะ ๆ ตามตำราเสมอไป แล้วแต่คน แล้วแต่สถานการณ์ด้วย

แล้วค่า HbA1c เท่าไหร่ถึงจะปลอดภัย? อันนี้ก็ต้องบอกว่าแล้วแต่คนอีกนั่นแหละ แต่โดยทั่วไปแล้ว หมอจะตั้งเป้าไว้ที่ต่ำกว่า 7% นะ แต่ถ้าเป็นคนหนุ่มสาว หรือคนที่ไม่ค่อยมีโรคแทรกซ้อนอะไร หมออาจจะอยากให้ต่ำกว่านั้นอีก

แต่ที่สำคัญกว่าตัวเลขคือการดูแลตัวเองอย่างสม่ำเสมอต่างหาก ไม่ใช่แค่กินยา แต่ต้องคุมอาหาร ออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอด้วยนะ

เอาจริง ๆ นะ ฉันว่าเรื่องเบาหวานเนี่ย มันเป็นอะไรที่ต้องคุยกับหมออย่างละเอียดเลย เพราะแต่ละคนก็มีปัจจัยที่ไม่เหมือนกัน ยังไงก็ขอให้ทุกคนสุขภาพแข็งแรงนะ!

น้ําตาลสะสม HbA1C คืออะไร

HbA1c คืออะไรน่ะเหรอ? ง่ายๆ เลย! คิดภาพว่ามันเป็น "เครื่องตรวจจับน้ำตาลสายลับ" ที่แอบไปสืบประวัติระดับน้ำตาลในเลือดของคุณมาตลอด 3-4 เดือนที่ผ่านมา! ไม่ใช่แค่เช็กวันนี้วันเดียวนะจ๊ะ นี่คือการสืบเสาะอย่างลึกซึ้ง!

ถ้าเปรียบเป็นนักสืบ HbA1c ก็คือ "โคนัน" ที่ตามสืบเบาะแสระดับน้ำตาลของคุณแบบเนียนๆ ได้ผลลัพธ์ที่แม่นยำกว่าการตรวจแค่ครั้งเดียวเยอะ เพราะมันดูภาพรวม ไม่ใช่แค่ชั่วคราว! คุณเป็น "ยอดนักกิน" หรือ "ผู้ควบคุมน้ำตาลมือโปร" HbA1c จะบอกคุณได้หมด!

  • ตรวจอะไร: วัดค่าเฉลี่ยน้ำตาลเกาะติดฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดง ช่วง 3-4 เดือน
  • ทำไมต้องตรวจ: ดูภาพรวมสุขภาพ ไม่ใช่แค่ชั่วคราว ช่วยควบคุมโรคเบาหวานได้ดีกว่า
  • ผลลัพธ์: บอกว่าคุณจัดการน้ำตาลได้ดีแค่ไหน ถ้าค่าสูง... ก็ต้องไปปรับพฤติกรรมการกินแล้วล่ะ!

ปีนี้ผมไปตรวจมาแล้วนะ ค่า HbA1c ออกมาสวยงาม ไม่ต้องบอกหรอกว่าเท่าไหร่ เอาเป็นว่า... ผมภูมิใจในตัวเองมาก! (ล้อเล่นน้าาา แต่ก็จริงอยู่ ดูแลสุขภาพตัวเองดีๆ นะทุกคน!) ส่วนรายละเอียดทางการแพทย์ ปรึกษาคุณหมอดีที่สุด! อย่าเชื่อผมคนเดียว (ฮา!)

ระดับกลูโคสปกติในเลือดอยู่ที่เท่าไหร่

ระดับน้ำตาลในเลือดคนปกติน่ะเหรอ? ก็เหมือนเล่นเกมที่ต้องรักษาสมดุล พลังชีวิตต้องอยู่ระหว่าง 70-100 mg/dL หรือ 4-7 mmol/L ไง! เกินนี้ก็ตัวใครตัวมัน เพราะอาจได้เจอเพื่อนใหม่ชื่อ "เบาหวาน" แต่ไม่ต้องกลัว! หมอเค้ามีสกิลพิเศษ ปรับระดับให้เราได้

  • สาเหตุ: ชอบกินหวาน, ขี้เกียจออกกำลังกาย, กรรมพันธุ์เล่นตลก (อันนี้ช่วยไม่ได้จริงๆ)
  • อาการ: หิวน้ำบ่อย(เหมือนทะเลทรายในปาก), ปัสสาวะถี่(ยิ่งกว่าคนติดมือถือ), มองอะไรก็เบลอ(โลกไม่สดใส)
  • รักษา: คุมอาหาร(เหมือนอยู่ในค่ายลดน้ำหนัก), ออกกำลังกาย(อย่าให้เหมือนไปรบ), กินยาตามหมอสั่ง(ห้ามดื้อ!)
  • ข้อควรระวัง: เช็คระดับน้ำตาลบ่อยๆ (เหมือนส่องกระจกดูหน้า), อย่าเครียด(เดี๋ยวแก่), นอนหลับให้พอ(สำคัญมาก!)

ทีเด็ด: เบาหวานนี่มันเหมือนแฟนเก่า ตามหลอกหลอนไม่จบไม่สิ้น! ต้องมีวินัย ใจแข็ง ถึงจะเอาชนะได้!

Fasting Blood Sugar กับ HbA1c ต่างกันยังไง

น้ำตาลในเลือด (FBS) กับค่า HbA1c ต่างกันราวฟ้ากับเหว! อย่างแรกคือเช็คความสดใหม่ของน้ำตาลในเลือดคุณตอนนั้นเลย คิดง่ายๆ เหมือนเช็คยอดเงินในบัญชีวันนี้ สูงหรือต่ำรู้ทันที! แต่ HbA1c นี่เหมือนดูประวัติการใช้จ่ายย้อนหลัง 2-3 เดือน บอกได้ว่าโดยเฉลี่ยแล้วคุณบริหารเงิน(น้ำตาล) ดีแค่ไหน แต่ไม่รู้ว่าวันนี้คุณใช้เงิน(น้ำตาล) เกินหรือเปล่า อาจรวย(น้ำตาลสูง) หรือจน(น้ำตาลต่ำ) ก็ได้ ใครจะไปรู้!

  • FBS (Fasting Blood Sugar): วัดน้ำตาลตอนท้องว่าง รู้ผลทันควัน เหมือนเช็คยอดเงินในบัญชี เห็นชัดเจนว่าตอนนี้คุณรวยหรือจน (น้ำตาลสูงหรือต่ำ)

  • HbA1c: วัดค่าเฉลี่ยน้ำตาลในเลือด 2-3 เดือนที่ผ่านมา บอกสุขภาพโดยรวม เหมือนดู statement บัญชี เห็นภาพรวมการใช้จ่าย ไม่รู้ว่าวันนี้คุณใช้เงินเท่าไหร่

สรุปง่ายๆ คือ ตรวจคู่กันเถอะครับ! เหมือนเช็คทั้งยอดเงินปัจจุบันและประวัติการใช้จ่าย รู้ทั้งสุขภาพน้ำตาลตอนนี้และระยะยาว ถึงแม้ปีนี้ผมยังไม่เคยตรวจ แต่ก็ขอแนะนำแบบนี้แหละ! (ฮา) ตรวจสุขภาพเป็นประจำนะครับ อย่าลืม! ผมเองก็ต้องไปตรวจบ้างแล้วล่ะ... น้ำตาลในเลือดผมอาจจะสูงเหมือนยอดเงินในบัญชีของเศรษฐีก็ได้นะ 555+