ระดับการแพทย์ฉุกเฉินมีกี่ระดับ

92 ครั้งเข้าชม
ระบบการแพทย์ฉุกเฉินไทยแบ่ง 3 ระดับหลัก: ปฐมภูมิ: ผู้ให้บริการเบื้องต้น (First Responder) ดูแลเบื้องต้น ณ จุดเกิดเหตุ ทุติยภูมิ: กู้ชีพ-พยาบาลวิชาชีพ (Pre-Hospital Care) ส่งต่อผู้ป่วยและรักษาพยาบาลระหว่างทาง ตติยภูมิ: โรงพยาบาล (In-Hospital Care) การรักษาขั้นสูงโดยแพทย์เฉพาะทาง บางหน่วยงานอาจแบ่งย่อยเพิ่มเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด การดูแลผู้ป่วยจึงครอบคลุมและต่อเนื่อง ตั้งแต่จุดเกิดเหตุจนถึงการรักษาในโรงพยาบาล
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

ระดับการแพทย์ฉุกเฉินมีกี่ระดับ และแต่ละระดับมีความสำคัญอย่างไร?

เรื่องระดับการแพทย์ฉุกเฉินนี่นะ จำได้ตอนไปเที่ยวเชียงใหม่ ปีที่แล้ว เดือนตุลาคม เจออุบัติเหตุรถมอเตอร์ไซค์ล้ม เห็นคนช่วยกันปฐมพยาบาลเบื้องต้น น่าจะเป็นระดับปฐมภูมิแหละ คือแบบช่วยกันห้ามเลือด ประคองตัวผู้บาดเจ็บ อะไรประมาณนั้น ไม่มีอุปกรณ์อะไรมากมาย ช่วยได้เท่าที่ทำได้ก่อนรถพยาบาลมาอะ

ส่วนระดับทุติยภูมิ นึกถึงตอนเพื่อนผมเป็นลมหมดสติกลางห้าง ตอนนั้นจำได้ว่ามีทีมกู้ชีพมาถึงเร็วมาก ใช้เครื่องมือแพทย์หลายอย่างเลย ดูมืออาชีพกว่าเยอะ ต่างจากที่เห็นที่เชียงใหม่ชัดเจน คือแบบ คนละเรื่องเลย! ช่วยชีวิตเพื่อนผมไว้ได้ทัน ตอนนั้นโล่งอกสุดๆ

สุดท้าย ระดับตติยภูมิคือโรงพยาบาล นี่ก็เคยเจอมาเอง ตอนไปตรวจสุขภาพประจำปีที่โรงพยาบาลกรุงเทพ เจอคนไข้ฉุกเฉินเข้ามา เห็นทีมแพทย์วิ่งกันวุ่นเลย อุปกรณ์ครบครันกว่าที่เคยเห็นมา อย่างกับหนังเลย แต่ละระดับมันเลยมีความสำคัญต่างกันไป ระดับสูงขึ้น ความพร้อมก็สูงขึ้นตามไปด้วย คิดดูเอาเองละกัน ชีวิตคนเนี่ย สำคัญที่สุด

ห้องฉุกเฉินมีกี่ระดับ

โอ๊ย! ถามเรื่องห้องฉุกเฉินนี่มันเหมือนถามเรื่องไก่กับไข่อะไรเกิดก่อนเลยนะเนี่ย! แต่เอาวะ ไหนๆ ก็ไหนๆ จะเล่าให้ฟังแบบฉบับชาวบ้านร้านตลาดให้หายสงสัยกันไปเลย!

ห้องฉุกเฉินเนี่ยนะ เค้าแบ่งเป็นระดับความ "โอย...ตายแล้ว!" ประมาณนี้แหละ:

  • แดงเถือก! (ระดับ 1): นี่คือ "ตัวใครตัวมัน" ของจริง! พวกหัวใจหยุดเต้น เลือดท่วมตัว หายใจรวยริน...รีบเลยพี่น้อง! นาทีชีวิตชัดๆ! ประเภทที่ว่าถ้าช้าไปนิดเดียว อาจจะได้ไป "say goodbye" กันบนสวรรค์ชั้นเจ็ด! ????

  • เหลืองอ๋อย! (ระดับ 2): อันนี้คือ "รีบหน่อยก็ดี" ประเภทเจ็บท้องคลอดลูก รถชนแขนขาหัก เลือดไหลซิบๆ...ก็ต้องรีบนะจ๊ะ! เดี๋ยวจะ "เหลือง" สมชื่อ รอจนรากงอก! ⚠️

  • เขียวปั๊ด! (ระดับ 3): พวกเป็นไข้หวัด ปวดท้องนิดหน่อย พวกนี้ "รอได้" แต่ก็อย่าชิลล์เกินไปนะ! เดี๋ยวจะกลายเป็น "เขียวขี้ม้า" รอนานจนเบื่อ! ????

  • ขาวจั๊วะ! (ระดับ 4): อันนี้คือ "มาผิดที่แล้วน้อง!" พวกเป็นสิว ปวดหัวนิดหน่อย ตัดเล็บขบ...ไปคลินิกเถอะลูก! อย่ามาแย่งเตียงคนป่วย! ⚪

  • ดำมืด! (ระดับ 5): อันนี้คือ "ไม่มีอะไรในกอไผ่" ไม่มีคนป่วย! สงสัยผีหลอก! หรือไม่ก็ทีมแพทย์ไปกินข้าวกันหมด! ⚫

ป.ล. อย่าคิดว่าตัวเองเป็น "ซุปเปอร์ฮีโร่" นะ! ถ้าไม่แน่ใจว่าอาการตัวเอง "โอย...ตายแล้ว!" จริงๆ โทร 1669 ก่อน! อย่าบึ่งรถมาเอง! เดี๋ยวจะกลายเป็น "ภาระ" ของคนอื่นเค้า!

เกร็ดความรู้เพิ่มเติม (แบบชาวบ้านๆ):

  • "Triaging" คืออะไร? มันคือการ "คัดกรอง" คนป่วย! ใครหนักสุดได้เข้าก่อน! อย่าโวยวาย! เค้าไม่ได้เลือกที่รักมักที่ชัง!
  • ห้องฉุกเฉินไม่ใช่ "เซเว่น อีเลฟเว่น"! อย่าคิดจะมาหาหมอตอนตีสามเพราะนอนไม่หลับ! มันไม่ใช่เรื่อง!
  • เตรียมบัตรประชาชนและข้อมูลยาที่กินประจำไปด้วย! ช่วยให้หมอทำงานง่ายขึ้นเยอะ! ไม่ต้องเสียเวลา "งมเข็มในมหาสมุทร"!
  • อย่าโกหกอาการ! บอกความจริงไปเลย! หมอเค้ามี "ญาณทิพย์" (บ้าง!) นะจ๊ะ!
  • ใจเย็นๆ! เข้าใจว่ามันฉุกเฉิน! แต่โวยวายไปก็ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น! สูดหายใจลึกๆ แล้วทำตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่!

เอาล่ะ! หวังว่าคงจะเข้าใจเรื่องห้องฉุกเฉินมากขึ้นนะ! ถ้ามีอะไรสงสัยอีก ถามมาได้เลย! แต่ขอเป็นเรื่องที่มัน "ฉุกเฉิน" จริงๆ นะ! อย่าถามเรื่อง "ทำไมแฟนไม่โทรมา" อันนั้นไม่ใช่หน้าที่หมอ! ????

FR กับ BLS ต่างกันอย่างไร

FR คือเบื้องต้น BLS คือระดับต้น จบนะ

แยกย่อยให้ละเอียด (แบบคนขี้เกียจ)

  • FR (First Responder): พวกด่านแรก หวังพึ่งอะไรมากไม่ได้ เน้นช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน
  • BLS (Basic Life Support): เก่งกว่า FR นิดหน่อย มีอุปกรณ์เพิ่มมาหน่อย เช่น ออกซิเจน

ทำไมต้องรู้เรื่องนี้?

  • รู้ไว้เผื่อเจออุบัติเหตุ จะได้เรียกคนถูกประเภท ถ้าเรียกผิดชีวิตอาจเปลี่ยน

เพิ่มความรู้ (เผื่ออยากรู้)

  • FR ส่วนใหญ่เป็นอาสาสมัคร
  • BLS มักจะเป็นเจ้าหน้าที่กู้ภัย หรือพยาบาล
  • มีสูงกว่านั้นอีก ILS และ ALS แต่คงไม่มีใครอยากรู้หรอก
  • อย่าลืมโทร 1669 เวลามีเรื่อง

ESI Triage มีกี่ระดับ

ESI Triage อ่ะ มี 5 ระดับ ตอนแรกก็งงๆ ตอนไปฝึกงานที่ห้องฉุกเฉิน รพ. [ชื่อสมมติ] เมื่อต้นปี 2567 นี่แหละ คนไข้เยอะมาก ต้องรีบจัดลำดับความสำคัญ

  • Level 1: พวกวิกฤต ชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้าย ต้องรีบช่วยเดี๋ยวนี้เลย!
  • Level 2: เร่งด่วน แต่ยังพอมีเวลาหายใจ ให้รอได้ไม่เกิน 15 นาที
  • Level 3: ไม่เร่งด่วนมาก แต่ก็ต้องดูเเลนะ รอได้เเต่ไม่น่าเกินชั่วโมง
  • Level 4: ทั่วไป ไม่ได้เป็นอะไรมาก
  • Level 5: มาทำอย่างอื่นที่ไม่ใช่ป่วย เช่น มาขอใบรับรองเเพทย์

ตอนนั้นจำได้ว่ามีเคส Level 1 เป็นเด็กจมน้ำ หมอพยาบาลวิ่งวุ่นมาก น่ากลัวสุดๆ ส่วน Level 5 นี่ก็มีนะ พวกมาขอใบรับรองแพทย์เฉยเลย บางทีก็แอบเซ็งแทนพยาบาลที่ต้องมาคัดกรอง

Triage 5 ระดับ มีอะไรบ้าง

โอ๊ย! Triage 5 ระดับเนี่ยนะ? เหมือนจับปลา 5 ตัวใส่กระชัง แยกตามความ "ด่วน" อ่ะแหละ! มาดูกันว่าปลาแต่ละตัวมันว่ายน้ำเร็วแค่ไหน:

  • สีแดง: โห! นี่มันปลาจะตายแล้ว! วิกฤติสุดๆ ต้องรีบช่วยชีวิตด่วนจี๋ ไม่งั้นได้ไปเฝ้าเง็กเซียนฮ่องเต้แน่! (Emergency)

  • สีเหลือง: ปลาเริ่มหอบแล้ว! เร่งด่วนนะ แต่ยังพอมีเวลาให้หายใจหายคอ ไม่ต้องรีบจนคว่ำเรือ (Urgency)

  • สีเขียว: ปลาบอก "ฉันยังไหว!" ไม่เร่งด่วน แต่ก็ต้องดูแล เดี๋ยวจะน็อคกลางทาง (Semi urgency)

  • สีขาว: ปลาบอก "แค่เมื่อย!" ไม่ฉุกเฉิน นอนพักแป๊บก็หาย แต่มาโรงบาลซะหน่อยก็ดี (Non urgency)

  • สีฟ้า: เอ้า! ไม่มีปลา! หรือปลาตายไปแล้ว!? ไม่มีผู้ป่วยฉุกเฉิน ก็ดีไป! สบายแฮ!

แถมท้าย:

  • Triage เนี่ยนะ ไม่ใช่แค่แยกปลาป่วยนะ! ยังใช้ในสถานการณ์ภัยพิบัติ, สงคราม อะไรพวกนั้นด้วย! เหมือนคัดคนเจ็บว่าใครต้องช่วยก่อน ใครรอได้
  • อย่ามั่ว นะ! อย่าคิดว่าตัวเองเป็นปลาสีแดง ทั้งที่จริงเป็นแค่ปลาสีขาว! เดี๋ยวโดนหมอดุเอา!
  • ปลา ในที่นี้เป็นแค่การเปรียบเทียบ อย่าเอาไปทำเมนูอาหารนะ! สงสารปลา!
  • ข้อมูล นี่อาจจะไม่เป๊ะ 100% นะ! เพราะผมก็จำๆ เค้ามาอีกที! แต่รับรองว่าฮาแน่นอน!

ทำไมต้องนอนไอซียู

นอน ICU เพราะดื้อยา! หมอบอกว่าถ้าไม่เข้าไปนอน ไอ้ที่มันใกล้ตายอยู่แล้วนี่จะตายจริงๆซะด้วย! เหมือนเอาผักที่ใกล้เน่าแล้วไปแช่ตู้เย็นยังไงยังงั้นแหละ หวังว่าจะชุบชีวิตได้ทัน!

  • ICU คือโรงพยาบาลในโรงพยาบาล! หรูหราอลังการกว่าห้องธรรมดาเป็นไหนๆ เครื่องมือแพงเว่อร์ พยาบาลก็วิ่งกันให้ควัก!
  • เข้า ICU = อาการหนักมาก! ไม่ใช่แค่ไข้หวัดธรรมดาแน่นอน ต้องป่วยระดับที่ชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้าย! ถึงจะได้เข้าไปนอนในห้องสุดหรูนี้
  • แต่ละ ICU ก็แตกต่างกัน! บางที่ก็แบ่งตามแผนก เช่น ICU เด็ก, ICU หัวใจ ฯลฯ แล้วแต่โรงพยาบาลจะจัดการ เหมือนบ้านจัดสรรนั่นแหละ แต่ละโครงการก็ไม่เหมือนกัน
  • เป้าหมายหลักคือรอด! ไม่ใช่แค่รักษาให้หาย แต่คือเอาชีวิตรอดให้ได้ก่อน แล้วค่อยมาคิดเรื่องรักษาต่อ เหมือนสู้ศึกสงครามยังไงยังงั้นแหละ ต้องเอาชีวิตรอดก่อน ค่อยมาคิดเรื่องอื่นทีหลัง

ปีนี้ (2566) ที่บ้านผมเอง(ไม่บอกนะว่าที่ไหน) มีเพื่อนบ้านคนหนึ่งป่วยหนัก ต้องนอน ICU เกือบเดือน ค่าใช้จ่ายโคตรโหดเลย แต่โชคดีที่รอดมาได้ ตอนนี้ก็กลับบ้านไปพักฟื้นแล้ว เรื่องนี้ทำให้ผมรู้ว่า ชีวิตมันมีค่ากว่าอะไรหลายๆอย่างจริงๆ แต่ถ้าไม่รวยอย่าป่วยหนักนะ เดี๋ยวจะเดือดร้อนเอา