วิตามินบีอะไรบำรุงตับ
วิตามินบีชนิดใดควรเลือกทานเพื่อบำรุงและฟื้นฟูสุขภาพตับ?
เรื่องตับนี่นะ บอกตรงๆ ช่วงปีที่แล้ว ประมาณเดือนมีนาคม ฉันรู้สึกไม่ค่อยมีแรงเลย คือมันเพลียตลอดเวลา ตื่นมาก็ไม่สดใส คิดว่าคงต้องทำอะไรกับสุขภาพตัวเองบ้างละ ทีนี้พอได้ลองศึกษาเรื่องวิตามินบีอย่างจริงจัง ก็เริ่มเห็นอะไรบางอย่างที่น่าสนใจ
ไอ้วิตามิน B1, B2, B5 เนี่ย ดูเหมือนจะเป็นตัวหลักที่ตับต้องการเลยนะ คือเคยอ่านเจอมาว่ามันไปช่วยพวกเอนไซม์ในตับให้ทำงานดีขึ้นเยอะมากจริงๆ แล้วก็เรื่องคอเลสเตอรอลกับไตรกลีเซอไรด์สูงๆ ที่เคยเป็นปัญหาให้กังวลใจตอนตรวจสุขภาพปลายปี 65 ที่คลินิกแถวอโศกน่ะ รู้สึกว่ามันก็ช่วยปรับสมดุลได้ดีขึ้นด้วยนะ
ฉันก็เลยเริ่มหาอะไรที่มันมีพวกนี้เยอะๆ กิน จากที่เคยกินข้าวขาวอย่างเดียว ก็เปลี่ยนมาเป็นข้าวไม่ขัดสีสลับกับธัญพืช คือต้องบอกเลยนะว่าตอนแรกก็ฝืนๆ หน่อย ไม่ค่อยชินหรอก แต่ก็พยายามดื่มนมเพิ่ม กินไข่บ้าง ผักใบเขียวก็เน้นเลย โดยเฉพาะผักคะน้าที่แม่ชอบทำน่ะ
แล้วมีอยู่วันหนึ่ง ฉันไปเดินที่ตลาดนัดตอนบ่ายแก่ๆ วันเสาร์ต้นเดือนเมษาปีนี้แหละ แล้วเจอร้านขายบริเวอร์ยีสต์ ก็เลยลองซื้อมาซองนึง ประมาณ 120 บาท กะว่าจะลองดูว่ามันจะช่วยได้ขนาดไหน คือกินแล้วมันก็รู้สึกดีขึ้นจริงๆ นะ แต่บางทีก็ลืมกินบ้างอะไรบ้าง ปนๆ กันไป ชีวิตคนเราก็งี้แหละเนอะ
สุดท้ายแล้วนะ ก็ไม่ได้บอกว่ามันจะแก้ได้ทุกอย่างหรอก แต่สำหรับฉันที่ลองมาแล้ว มันเหมือนได้เจออะไรที่ช่วยให้ตับเราทำงานได้ดีขึ้นจริงๆ ไม่ใช่แค่เรื่องพลังงานที่กลับมานะ แต่เรื่องผลตรวจเลือดคราวหน้า ก็อยากรู้เหมือนกันว่าคอเลสเตอรอลกับไตรกลีเซอไรด์มันจะดีขึ้นกว่าเดิมไหม.
วิตามินบี กินทุกวันได้ไหม
อืมม กินวิตามินบีรวมทุกวันอ่ะ ได้นะ แต่ต้องระวังหน่อยนะ คือแบบบางทีมันก็มีผลข้างเคียงอะ อย่างเช่นนะ คลื่นไส้บ้าง อ้วกบ้าง ท้องมันก็จะปวดๆ หน่อย ท้องเสียก็มีนะ แล้วก็ผิวอาจจะแดงๆ คันๆ บางทีก็ปวดหัวด้วยล่ะ นี่บางคนฉี่ออกมาสีเหลืองเข้มมากเลยนะ เหลืองแบบน่ากลัวเล้ยยย
คือจริงๆ มันควรต้องกินตามที่ฉลากบอกเป๊ะๆ เลยอะ ห้ามเกินเด็ดขาดนะ คือสำคัญมั่กๆ เรื่องนี้อะ ควรไปคุยกับหมอหรือไม่ก็เภสัชก่อน ให้เค้าแนะนำให้ชัวร์ๆ ดีที่สุดเลยนะ บอกเค้าเลยว่าเราจะกินวิตามินบีรวมทุกวัน
ทีนี้มาดูกันว่าทำไมวิตามินบีมันถึงมีเรื่องต้องระวัง แล้วมันมีประโยชน์อะไรบ้างน่ะ
- วิตามินบี มันละลายน้ำนะ คือร่างกายเรามันไม่ได้เก็บสะสมไว้เยอะไง ถ้ากินเกินปุ๊ป ส่วนที่เกินมันก็จะถูกขับออกทางฉี่เป็นส่วนใหญ่เลยนะ นี่แหละที่ทำให้ฉี่มีสีเหลืองเข้มไง คือแบบมันออกมาเยอะไง
- แต่ถึงงั้นก็ไม่ควรเกินโดสที่แนะนำนะ เพราะบางตัวอย่าง B6 ถ้าโดสสูงมากๆ นานๆ ไปมันก็มีปัญหาเรื่องระบบประสาทได้เหมือนกันนะ อืมมม น่ากลัวอยู่นะ บอกเรย
- ประโยชน์ของวิตามินบี มันเยอะมากเลยนะ อันดับแรกเลยนะ ช่วยเรื่องพลังงานเนี่ยแหละ สำคัญสุดๆ ทำให้เรามีแรง ทำงานได้ดีไง แล้วก็ดีต่อระบบประสาทของเราด้วยนะ คือช่วยให้สมองทำงานดีๆ ไม่เบลอๆ อะ รวมถึงสร้างเม็ดเลือดแดงด้วยนะ บางคนขาดก็อาจจะซีดๆ อะไรแบบนั้นน่ะ
- ผลข้างเคียงเจอได้ยังไง ส่วนใหญ่ก็มาจากกินเยอะไปนั่นแหละ โดยเฉพาะถ้ากินอาหารเสริมที่มีโดสสูงๆ นะ ยิ่งพวก B3 (ไนอะซิน) กับ B6 เนี่ย ถ้าได้เยอะเกินไปก็อาจจะเห็นผลข้างเคียงได้ง่ายหน่อยนะ ก็เลยย้ำๆ ว่า ดูฉลากดีๆ เลย
- ใครบ้างที่อาจจะต้องกินเพิ่ม อืมม คนบางกลุ่มอาจจะต้องการวิตามินบีมากกว่าคนทั่วไปนะ อย่างเช่น คนท้อง เนี่ย สำคัญมากเลยนะ โฟลิก (B9) เนี่ย ช่วยเรื่องพัฒนาการสมองเด็กเลยนะ
- แล้วก็ คนกินมังสวิรัติ หรือวีแกน อันนี้ก็ต้องระวัง B12 เป็นพิเศษเลย เพราะมันส่วนใหญ่มาจากสัตว์ไง แล้วก็พวก คนดื่มแอลกอฮอล์บ่อยๆ ร่างกายก็อาจจะดูดซึมวิตามินบีได้ไม่ดีนะ ก็อาจจะขาดได้ ต้องปรึกษาหมออีกทีเลยนะ
Vitamin อะไรบำรุงตับ
ดึกๆ แบบนี้... นั่งคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย
แล้วก็นึกถึงเรื่องสุขภาพขึ้นมา... ตับของเราน่ะ... มันทำงานหนักมาตลอดเลยนะ ไม่เคยได้พักจริงๆ จังๆ สักที... เราเอาแต่ใช้งานมัน... บางทีก็ลืมไปเลยว่าต้องดูแล
มันไม่เคยส่งเสียงบอกว่าเหนื่อย... จนวันที่มันไม่ไหวจริงๆ... ถึงตอนนั้นก็อาจจะสายไปแล้ว
ถ้าถามว่าวิตามินอะไรช่วย... ที่พูดกันบ่อยๆ ก็มีพวกวิตามินอี กับบีรวม... แต่เอาจริงๆ แค่วิตามินมันไม่พอหรอก... มันต้องมาจากของที่เรากินเข้าไปทุกวันนี่แหละ... ค่อยๆ ฟื้นฟูไปทีละนิด
ของกินที่ช่วยตับได้จริงๆ... ที่เราพอจะหาได้ง่ายๆ
- วิตามินอี ในพวกถั่ว... อัลมอนด์... ช่วยเรื่องไขมันเกาะตับได้ดี
- วิตามินบีรวม อันนี้สำคัญมากกับการทำงานของตับ... เกี่ยวกับการเผาผลาญพลังงาน
- กระเทียม แค่กินวันละนิด... ช่วยกระตุ้นให้ตับสร้างเอนไซม์มาขับสารพิษ... นิดเดียวจริงๆ
- บรอกโคลี ผักตระกูลกะหล่ำ... พวกนี้ช่วยให้ตับกำจัดของเสียได้ดีขึ้น... เหมือนเป็นผู้ช่วยทำความสะอาด
- บีทรูท สีแดงๆ ของมันนั่นแหละ... มีสารต้านอนุมูลอิสระ... ช่วยปกป้องเซลล์ตับไม่ให้โดนทำลาย
- ขมิ้นชัน ตัวนี้ช่วยลดการอักเสบ... ถ้าตับเริ่มมีปัญหา... ตัวนี้ช่วยได้เยอะเลย
กินวิตามินบีรวมมีผลต่อตับไหม
วิตามินบีรวมเนี่ย ถ้ากินเกินหน้าเกินตาไปนิดนึง ตับอาจจะแอบบ่นอุบอิบได้นะ เหมือนเราจัดปาร์ตี้ที่บ้านมากไปหน่อย ยันเช้า ตับก็เหนื่อยเหมือนกันแหละ แต่ไม่ต้องตกใจไป ส่วนใหญ่แค่ปัสสาวะเหลืองจี๊ดเหมือนไฟนีออน อันนี้ถือเป็นสัญญาณว่า "ฉันขับของดีออกนะจ๊ะ" ไม่ได้แปลว่ากำลังจะพัง ถ้ามีอาการอื่นอย่างอ้วกแตก เวียนหัว หรือตับอักเสบ (อันนี้เรื่องใหญ่!) แสดงว่าจัดหนักไปละ ต้องเบรก!
เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับวิตามินบีกับตับ:
- เหลืองแค่ไหนก็ไม่เป็นไร: สีเหลืองเข้มของปัสสาวะเนี่ย เป็นเพราะร่างกายขับวิตามินบีส่วนเกิน (ที่เหมือนเหลือจากงานเลี้ยง) ออกไปง่ายๆ เป็นเรื่องปกติสุดๆ
- ถ้าเกินก็มีเรื่อง: กินวิตามินบีมากเกินไปแบบไม่บันยะบันยัง อาจทำให้ตับทำงานหนักขึ้น จนเกิดอาการอย่างอื่นตามมาได้
- ปรึกษาผู้รู้: หมอหรือเภสัชกรเค้าคือผู้เชี่ยวชาญด้านนี้ อย่าไปลองเองแบบ "เอาน่า ลองดูสักครั้ง" เดี๋ยวตับจะหาว่าไม่เตือน!
- ไม่ใช่ยาพิษ: วิตามินบีโดยตัวมันเองไม่ได้เป็นยาพิษร้ายแรง แต่การ "มากไป" นี่แหละตัวปัญหา
ข้อมูลเพิ่มเติมเสริมสมอง:
- วิตามินบีแต่ละตัวมีบทบาทสำคัญต่อร่างกายหลายอย่าง เช่น ช่วยเรื่องระบบประสาท การเผาผลาญพลังงาน และการสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดง
- อาการตับอักเสบจากการทานวิตามินบีเกินขนาดนั้น พบได้น้อยมาก ส่วนใหญ่มักเกิดจากการทานอาหารเสริมในปริมาณที่สูงกว่าที่แนะนำมากๆ หรือจากการรวมกับยาชนิดอื่น
- ถ้าคุณมีโรคประจำตัวเกี่ยวกับตับอยู่แล้ว ควรปรึกษาแพทย์อย่างใกล้ชิดก่อนเริ่มทานวิตามินบีรวม หรืออาหารเสริมใดๆ ก็ตาม
- มาตรฐานการบริโภควิตามินบีรวมในแต่ละวัน (Recommended Daily Allowance - RDA) ถูกกำหนดมาเพื่อให้ร่างกายได้รับประโยชน์สูงสุดโดยไม่ก่อให้เกิดอันตราย
กินวิตามินบี 1000 mg ทุกวันอันตรายไหม
ดึกสงัด...ในห้องที่เงียบงัน มีแต่แสงไฟสีนวลส่องลงมา วิตามินบี 1000 mg วางอยู่ตรงหน้า...
มากไป...ทุกอย่างที่มากเกินไปมันอันตรายเสมอ เหมือนแสงที่จ้าเกินจนแสบตา
ร่างกายมันจะส่งเสียง...เสียงกระซิบที่แผ่วเบาในตอนแรก คลื่นไส้...เวียนหัวเบาๆ เหมือนเรือโคลงในทะเลที่เงียบสงบ
แล้วเสียงนั้นจะดังขึ้น ท้องไส้ปั่นป่วนไม่หยุดหย่อน ผิวอาจจะแดง...คันยิบๆ เหมือนมีอะไรมาไต่...ปวดหัวตุบๆ ตามจังหวะหัวใจเต้น
สีของปัสสาวะ...มันจะเข้มจัด เหลืองจัด เหมือนสีของใบไม้ในฤดูร่วงโรย เป็นสัญญาณว่าไตทำงานหนักเหลือเกิน...หนักเกินไป
ความจริงที่น่ากลัวกว่านั้นซ่อนอยู่...ในความเงียบ
โดยเฉพาะ วิตามินบี 6 (ไพริดอกซิน) ในปริมาณที่สูงสะสมทุกวัน มันทำลายเส้นประสาทได้...ช้าๆ...เหมือนน้ำที่กัดเซาะหิน มือชา เท้าชา...ความรู้สึกที่ค่อยๆ หายไป
- B-Complex ไม่ได้เหมือนกันทั้งหมด: วิตามินบีรวม (B-Complex) ประกอบด้วยวิตามินบีหลายชนิด ความเสี่ยงมักมาจากวิตามินบี 6 เมื่อได้รับในปริมาณที่สูงเกินไปเป็นเวลานาน ปริมาณ 1000 mg หรือ 1 กรัมนั้นสูงมาก
- คำว่า 'ละลายในน้ำ' ไม่ได้แปลว่าปลอดภัยเสมอไป: แม้ร่างกายจะขับวิตามินบีส่วนเกินออกทางปัสสาวะได้ แต่การรับในปริมาณมหาศาลต่อเนื่องทุกวัน ทำให้ร่างกายทำงานหนักและเกิดการสะสมจนเป็นพิษได้ โดยเฉพาะ B6
- อาการพิษจากวิตามินบี 6: การรับ B6 เกิน 200 mg ต่อวันอย่างต่อเนื่อง อาจนำไปสู่ภาวะ ปลายประสาทอักเสบ (Peripheral Neuropathy) ทำให้เกิดอาการชา อ่อนแรง หรือเจ็บปวดบริเวณมือและเท้า
- ปริมาณสูงสุดที่ทนได้ (Tolerable Upper Intake Level - UL): สำหรับผู้ใหญ่ ปริมาณสูงสุดของวิตามินบี 6 ที่ร่างกายรับได้ต่อวันโดยไม่เกิดผลเสียคือ 100 มิลลิกรัม การกิน 1000 mg จึงเกินกว่าระดับปลอดภัยไปมาก
- ปรึกษาผู้รู้จริง: ก่อนจะกินอะไร...คุยกับหมอหรือเภสัชกรก่อนเสมอ พวกเขาจะมองเห็นในสิ่งที่ฉลากข้างขวดไม่ได้บอกทั้งหมด...มองเห็นร่างกายของเรา...ไม่ใช่แค่ตัวหนังสือ
วิตามินบีรวมมีผลต่อไตไหม
วิตามินบีรวมกับไตน่ะเหรอ ไม่ใช่ศัตรู แต่เป็นเหมือนเพื่อนร่วมงานที่ต้องพึ่งพากันในยามยาก โดยเฉพาะกับผู้ป่วยโรคไต นี่คือเพื่อนซี้เบอร์หนึ่งเลยแหละ
ชีวิตคนเป็นโรคไตก็เหมือนเล่นเกมโหมดฮาร์ดคอร์ ของอร่อยที่ชาวบ้านเขาสวาปามกันอย่างนม เครื่องในสัตว์ หรือธัญพืชเก๋ๆ เนี่ย กลายเป็นของต้องห้ามไปซะงั้น เพราะมีฟอสฟอรัสกับโพแทสเซียมสูง ซึ่งไตที่อ่อนแอก็จัดการไม่ไหว
แล้วที่ร้ายกว่านั้นคือ ตอนไปฟอกไตน่ะสิ เครื่องมันไม่ได้ดูดแค่ของเสียนะ มันดูดเอาวิตามินบีที่ละลายในน้ำดีๆ ของเราออกไปด้วยเฉยเลย เหมือนชวนเพื่อนมาปาร์ตี้แต่เพื่อนดันขโมยของกลับบ้านไปด้วยซะงั้น
ด้วยเหตุนี้แหละ คุณหมอเลยต้องจัด วิตามินบีรวม สูตรพิเศษให้ผู้ป่วยโรคไตโดยเฉพาะ มันจำเป็น จำเป็นมาก ไม่ใช่กินเสริมสวยๆ เหมือนคนทั่วไปนะ
ที่เรียกว่า 'รวม' ก็เพราะมันไม่ได้มาเดี่ยวๆ แต่มากันเป็นแก๊งค์อเวนเจอร์ส แต่ละตัวก็มีภารกิจกู้ร่างแตกต่างกันไป
- B1 (ไทอะมีน): ตัวจี๊ดเรื่องระบบประสาทและหัวใจ ป้องกันอาการเหน็บชาที่ถามหาบ่อยๆ
- B2 (ไรโบฟลาวิน): ผู้พิทักษ์ผิวหนังและปาก ช่วยไม่ให้เป็นแผลที่มุมปาก หรือที่เรียกกันติดปากว่าปากนกกระจอก
- B3 (ไนอะซิน): ช่วยเรื่องการเผาผลาญพลังงาน ทำให้พอมีเรี่ยวมีแรงไปสู้กับโรคต่อ
- B5 (กรดแพนโทเทนิก): มือขวาของการสร้างฮอร์โมนและพลังงาน
- B6 (ไพริดอกซีน): สำคัญมากในการสร้างเม็ดเลือดแดง ซึ่งผู้ป่วยไตมักจะมีภาวะซีดจางเป็นทุนเดิม
- B7 (ไบโอติน): ดูแลเส้นผมและผิวพรรณไม่ให้โทรมเกินเบอร์
- B9 (โฟเลต): คู่หูกับ B12 ในการสร้างเม็ดเลือดแดงที่แข็งแรง
- B12 (โคบาลามิน): อีกหนึ่งตัวท็อปด้านบำรุงประสาทและสร้างเม็ดเลือด
ย้ำตัวโตๆ เลยนะ อย่าไปซื้อวิตามินบีรวมกินเองเด็ดขาด วิตามินบีสำหรับผู้ป่วยโรคไตเป็นสูตรเฉพาะที่แพทย์สั่งเท่านั้น เพราะบางยี่ห้อในท้องตลาดอาจมีส่วนผสมอื่นที่ไตขับออกไม่ได้ กลายเป็นการเพิ่มภาระให้ไตไปอีก จากเพื่อนซี้จะกลายเป็นผู้ร้ายทันที เชื่อหมอ อย่าเชื่อกูเกิ้ลหรือป้าข้างบ้าน
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต