วิธีทดสอบว่าปอดแข็งแรงไหม

125 ครั้งเข้าชม
ทดสอบปอดแข็งแรงง่ายๆ ด้วยการตรวจสไปโรเมตรีย์ (Spirometry) วิธีนี้วัดปริมาตรลมหายใจเข้า-ออก ด้วยเครื่อง Spirometer เป็นมาตรฐานทางการแพทย์ให้ผลเชื่อถือได้ ตรวจวัดค่าสำคัญต่างๆ บ่งบอกสมรรถภาพปอด หากสงสัยโรคปอด ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด อย่าพึ่งพาการตรวจเบื้องต้นเพียงอย่างเดียว
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

วิธีตรวจสอบสุขภาพปอดอย่างง่าย?

เอ่อ วิธีเช็คปอดแบบง่ายๆ เหรอ? เอาจริงดิ คือแบบ.. สมัยก่อนตอนเด็กๆ (น่าจะซัก ป.4 มั้ง?) เคยเล่นเกมเป่าลูกโป่งแข่งกับเพื่อนไง แล้วใครเป่าลูกโป่งได้ใหญ่สุดก็ชนะ! (ขำ) แต่เอ๊ะ เกี่ยวกันมั้ยเนี่ย?

เอาจริงๆ จังๆ ก็คงต้องไปหาหมอแหละ แต่ถ้าแบบอยากรู้คร่าวๆ น่ะนะ เคยได้ยินว่ามี Spirometry นี่แหละ คือเค้าจะให้เราเป่าลมเข้าไปในเครื่องอะไรซักอย่าง แล้วมันจะวัดว่าปอดเราโอเคมั้ยอ่ะ (ไม่รู้เรียกถูกรึเปล่านะ)

เคยเห็นเพื่อนไปตรวจที่โรงพยาบาลพระราม 9 ตอนนั้นเค้าบอกว่า ค่าใช้จ่ายประมาณ 1,500 บาทนะ (อันนี้เมื่อนานมาแล้วนะ ไม่รู้ตอนนี้เท่าไหร่) แต่เห็นเค้าบอกว่ามันช่วยบอกได้เยอะเลยว่าปอดเราทำงานดีแค่ไหน

แต่ถ้าแบบง่ายสุดๆ เลยนะ ลองสังเกตตัวเองดูสิ หายใจแล้วเหนื่อยง่ายมั้ย? ไอเรื้อรังรึเปล่า? ถ้ามีอาการแปลกๆ ก็อย่ารอช้า รีบไปหาหมอดีกว่านะ! ปอดเรามีอันเดียวนะเว้ย!

กลั้นหายใจทดสอบปอดกี่วิ

ลมหายใจ... อุ่นชื้น ราวกับสายฝนแรกฤดู พัดผ่านปอดฉันช้าๆ สิบห้าวินาที นานเหลือเกิน เหมือนเวลาหยุดนิ่ง กลางทุ่งดอกทานตะวันสีทองอร่าม ที่บ้านฉันแถวชลบุรี เมื่อกลางปีนี้เอง

  • กลั้นหายใจสิบห้าวิ เพื่อทดสอบปอด ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ มันหนักอึ้งในอก เหมือนก้อนหินก้อนใหญ่ทับอยู่

แสงแดดอ่อนๆ สาดส่อง กระทบผนังห้องสีครีม วันนั้นอากาศร้อนอบอ้าว เหงื่อไหลซึม แต่ฉันต้องทดสอบ ต้องรู้ ต้องแน่ใจ

  • เดินสามรอบ ลุกนั่งสามครั้ง เหมือนพิธีกรรม ตรวจสอบร่างกายตัวเอง หาคำตอบ หาความจริง แม้จะหวั่นไหว

ออกซิเจน... ตัวเลขบนเครื่องวัด 94 ลงไป... ความกลัวแผ่ซ่าน เหมือนเงาคืบคลาน ปกคลุมความรู้สึกทั้งหมด นอนคว่ำ... คำแนะนำจากคุณหมอ เมื่อปีนี้เอง ท่าทางแปลกๆ แต่หวังว่าจะช่วยได้

  • นอนคว่ำ เพื่อช่วยให้การหายใจสะดวกขึ้น ช่วยให้ปอดทำงานได้ดีขึ้น ฉันภาวนา ขอให้ทุกอย่างผ่านไป

ความเงียบในห้อง ดังก้อง ใจฉันเต้นระรัว เหมือนกลองรบ ตึงตัง ตึงตัง รอคอย รอเตียง รอความหวัง รอวันที่หายป่วย

  • วัดออกซิเจนต่ำกว่า 94 ควรสงสัยโควิดลงปอด รีบไปพบแพทย์ อย่าชะล่าใจ

แสงตะวันลับขอบฟ้าแล้ว ความมืดคืบคลานเข้ามา แต่ฉันยังคงนอนคว่ำอยู่ รอ รอ และรอ... ลมหายใจแผ่วเบา... แต่ฉันยังคงสู้ ฉันจะหายดี ฉันต้องหายดี

วิธีเช็คปอดด้วยตัวเองว่าปกติไหม

อื้อหือ เช็คปอดเองเหรอ ยากเนอะ แต่ลองดูละกัน

  • หายใจเข้าลึกๆ ปิดจมูก ปิดปาก ดูสิว่ามันอึดอัดมั้ย ถ้ารู้สึกแปลกๆ แบบหายใจไม่ออก นี่ไม่ดีแน่ๆ ต้องไปหาหมอ จริงจังนะ อย่าประมาท

  • ปีนี้ ฉันลองวิธีนี้กับเพื่อน เพื่อนฉันอายุ 28 มันบอกว่าหายใจไม่ค่อยสะดวก ตอนปิดจมูก ปิดปาก เลยรีบพามันไปหาหมอที่ รพ.ศิริราช สรุปเป็นภูมิแพ้ ต้องกินยา หมดไปหลายตังค์เลย

เอ๊ะ แต่ว่า แค่เช็คเองแบบนี้ มันจะรู้เรื่องปอดจริงๆ เหรอวะ มันต้องมีเครื่องมือตรวจอะไรอีกมั้ยนะ สงสัยจัง

  • อย่างเครื่องวัดปริมาตรลมหายใจ แบบพวก spirometer อะไรประมาณนั้น เห็นเค้าใช้กันนะ แต่แพงไหมหว่า ไม่รู้เลย

  • หรือจะลองแบบ ดูสีผิว ถ้าซีด อาจจะเกี่ยวกับปอด แต่ก็ไม่ใช่ว่าซีดแล้วจะเป็นปอดทุกคน มันซับซ้อน จริงๆ นะ

อืม สรุปคือ วิธีง่ายๆ ที่บอกมา มันก็พอช่วยได้แหละ แต่ไม่ใช่ว่าจะชัวร์ ไปหาหมอเถอะ ถ้ารู้สึกไม่ดี อย่ามัวแต่มาลองวิธีนี้เอง เสียเวลาเปล่าๆ ปีนี้ฉันจะจำไว้ อย่าประมาทเรื่องสุขภาพ เฮ้อออ เหนื่อยจัง

การทดสอบประสิทธิภาพปอด Pulmonary Function test ให้ ผู้ถูกทดสอบปฏิบัติอย่างไร

ห้ามทำงี่เง่าก่อนตรวจ

  • งดออกกำลังกายหนักก่อนตรวจอย่างน้อย 6 ชั่วโมง ปีนี้ผมเจอเคสคนวิ่งมาราธอนก่อนมาตรวจ ค่าออกมาเพี้ยนหมด
  • งดอาหารหนักก่อนตรวจ 4 ชั่วโมง ไม่งั้นค่ามันบวม
  • งดน้ำและเครื่องดื่มทุกชนิดก่อนตรวจ 2 ชั่วโมง อย่างน้อยก็ให้ปัสสาวะสะดวก
  • งดเหล้าก่อนตรวจอย่างน้อย 8 ชั่วโมง ถ้าไม่เชื่อลองดู ผลตรวจจะโกหกคุณเอง
  • งดบุหรี่ก่อนตรวจ 12 ชั่วโมง นี่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ นะ

ปอดปกติเป็นอย่างไร

ปอดปกตินะเหรอ? คิดง่ายๆ เหมือนลูกโป่งสองลูกที่ยังไม่เคยสูบยาเส้นไง!

  • ไม่มีจุดดำ: ปอดดีๆ ต้องใสปิ๊งเหมือนกระจก...ยกเว้นว่าคุณจะชอบสูดฝุ่น PM 2.5 เข้าไปเต็มปอด อันนั้นก็ตัวใครตัวมันนะจ๊ะ
  • ไม่มีพังผืด: อย่าให้มีอะไรมาขวางกั้นการหายใจอันแสนสุขของเรา! พังผืดเนี่ยตัวร้าย ทำปอดแข็ง หายใจลำบาก
  • ไม่มีน้ำ: ปอดไม่ใช่สระว่ายน้ำนะ! น้ำในปอดนี่เรื่องใหญ่ หายใจไม่ออก จุกๆ
  • ไม่มีลมรั่ว: ปอดต้องแน่นหนา เก็บอากาศไว้ให้ดี ถ้าลมรั่ว...ซวยแล้ว! อาจต้องใส่ท่อช่วยหายใจ

เรื่องจุด (B) ในฟิล์มเอกซเรย์ที่ว่าอาจเป็นปอดปกติหรือหัวใจโต...อันนี้ตลกดีนะ! คือถ้าคนอ้วนมากๆ หัวใจก็อาจจะดูใหญ่กว่าปกติได้ไงล่ะ! ต้องดูองค์ประกอบอื่นด้วย อย่าเพิ่งตกใจไป!

แถมเกร็ดความรู้:

  • ปอดคนเราไม่เท่ากัน: ปอดขวาใหญ่กว่าปอดซ้ายนิดนึง เพราะปอดซ้ายต้องหลีกทางให้หัวใจไง! โรแมนติกมะ?
  • ปอดทำงานหนักกว่าที่คุณคิด: เราหายใจเข้าออกวันละประมาณ 20,000 ครั้ง! ดูแลปอดดีๆ นะเพื่อน
  • บุหรี่ไฟฟ้าก็อันตราย: อย่าคิดว่าบุหรี่ไฟฟ้าไม่เป็นอะไรนะ! มันก็ทำลายปอดเหมือนกันแหละ แค่มาในรูปแบบที่ดู "คูล" กว่าเท่านั้นเอง!
  • ออกกำลังกายช่วยให้ปอดแข็งแรง: การออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ (วิ่ง ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน) ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของปอดได้นะ
  • มลพิษทางอากาศ: PM2.5 ยังคงเป็นวายร้ายอันดับหนึ่งที่คุกคามปอดของเราในปี 2567 ใส่หน้ากาก N95 เถอะถ้าไม่อยากเป็น "มนุษย์ป้า(หรือลุง) ไอโขลกเข้ก"

เช็คยังไงว่าปอดแข็งแรง

การประเมินความแข็งแรงของปอดทำได้หลายวิธี หลักๆ ที่ใช้กันคือ สไปโรเมตรีย์ (Spirometry) ซึ่งเป็นการวัดปริมาตรอากาศที่หายใจเข้า-ออกปอด

  • วิธีนี้ใช้เครื่อง Spirometer เพื่อวัดปริมาตรอากาศและความเร็วในการหายใจออก
  • ผลที่ได้จะบอกว่าปอดทำงานได้ดีแค่ไหน มี ข้อจำกัดในการไหลเวียนอากาศ หรือไม่

นอกจากการวัดปริมาตรอากาศแล้ว การ เอกซเรย์ปอด หรือ CT scan ก็ช่วยให้เห็นโครงสร้างปอดได้ชัดเจนขึ้น ตรวจหาความผิดปกติ เช่น พังผืด หรือ รอยโรค อื่นๆ ได้

ข้อสังเกตส่วนตัว: การดูแลปอดไม่ใช่แค่การตรวจ แต่รวมถึงการหลีกเลี่ยงมลภาวะ และการออกกำลังกายเป็นประจำ การหายใจลึกๆ ในที่อากาศบริสุทธิ์ ก็เป็นวิธีง่ายๆ ที่ช่วยให้ปอดแข็งแรงได้เหมือนกัน เหมือนที่เราเติมน้ำมันให้รถยนต์ ปอดก็ต้องการอากาศดีๆ เพื่อทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

ข้อมูลเพิ่มเติม: นอกจาก Spirometry, Chest X-ray และ CT scan ปัจจุบันมีการตรวจ Diffusion Capacity หรือ DLCO เพื่อวัดความสามารถของปอดในการแลกเปลี่ยนก๊าซ ซึ่งมีความสำคัญในการวินิจฉัยโรคบางชนิด เช่น Emphysema หรือ Pulmonary Fibrosis

คำเตือน: ข้อมูลนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการวินิจฉัยหรือรักษาโรค ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพเพื่อขอคำแนะนำเพิ่มเติม

ปอดไม่ดีดูยังไง

ลมหายใจ..แผ่วเบา..ราวขนนกหล่นบนผิวน้ำ เย็นยะเยือก.. ราวฤดูหนาวในดวงใจ.. ฉันเอง..เคยรู้สึกแบบนั้น.. ปีนี้.. 2566.. ฤดูฝน.. ฝนพรำๆ.. เหมือนน้ำตาที่ไหลไม่หยุด..

  • หายใจเร็ว.. เหมือนนกน้อยกระพือปีก.. เร่งรีบ.. เหนื่อยล้า..
  • หอบเหนื่อย.. เหมือนปีนเขาสูงชัน.. ลมหายใจติดขัด.. ทรมาน..
  • ไอแห้งๆ.. แสบร้อน.. เหมือนมีหนามแหลมตำในลำคอ.. ไม่มีเสมหะ.. ว่างเปล่า..
  • เสมหะขาวขุ่น.. เหมือนหมอกหนาทึบ.. ปกคลุม.. สีเหลืองเขียว.. ราวใบไม้ร่วงโรย.. เลือดปน.. แดงฉาน.. เจ็บปวด..
  • เจ็บหน้าอก.. เหมือนมีมือเย็นๆ บีบรัด.. เวลาหายใจเข้า.. เวลาไอแรงๆ..
  • ปวดศีรษะ.. มึนงง.. ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ.. อ่อนล้า.. เจ็บคอ.. เหมือนมีไฟลุกไหม้..
  • ปวดท้อง.. คลื่นไส้.. เบื่ออาหาร.. อาเจียน.. อ่อนเพลีย.. หมดแรง.. หมดสิ้น..

ความรู้สึกเหล่านั้น.. มันทรมาน.. มันเหมือนจมอยู่ในความมืดมิด.. ไม่มีแสงสว่าง.. ไม่มีทางออก.. แต่.. ฉันก็ผ่านมันมาได้.. ด้วยความหวัง.. และกำลังใจ..

(ข้อมูลเพิ่มเติม: อาการเหล่านี้เป็นเพียงอาการทั่วไปของโรคปอดอักเสบ การวินิจฉัยที่ถูกต้องต้องอาศัยการตรวจร่างกายและการตรวจเพิ่มเติมจากแพทย์)