สิ้นปีโรงพยาบาลหยุดไหม
ช่วงวันหยุดสิ้นปี โรงพยาบาลเปิดให้บริการตามปกติไหม?
อ๋อ เรื่องโรงบาลวันหยุดปีใหม่นี่เจอมากับตัวเลย
โรงพยาบาลเปิดไหมช่วงหยุดสิ้นปี? เปิดนะ แต่ส่วนใหญ่จะเป็นห้องฉุกเฉินมากกว่า แผนกผู้ป่วยนอกหรือคลินิกเฉพาะทางมักจะปิด
จำได้เลยตอนปีใหม่ปี 66 วันที่ 31 ธันวาเลยแหละ พ่อเราอาหารเป็นพิษหนักมาก ตอนนั้นอยู่แถวบางนา รีบพาไปโรงพยาบาลเอกชนแห่งนึงใกล้ๆบ้าน เข้าไปคือตรงดิ่งไปห้องฉุกเฉินเลย พวกแผนกอื่นนี่คือเงียบกริบ มีแค่พยาบาลกับคุณหมอเวรไม่กี่คน
คือถ้าเป็นเคสฉุกเฉิน อุบัติเหตุ ไม่สบายหนักๆ แบบรอไม่ได้ อันนี้เค้าดูแลเต็มที่เลย แต่ถ้าจะไปหาหมอตามนัด ตรวจสุขภาพ หรือโรคที่ไม่รีบด่วน รอหลังปีใหม่จะชัวร์กว่าเยอะ
วันพุธที่ 1 มกรา 68 ก็เหมือนกัน เป็นวันหยุดราชการก็จริง แต่พวกบริการสำคัญๆ แบบนี้ไม่มีวันหยุดหรอก แค่บุคลากรอาจจะน้อยลงกว่าวันปกติ เตรียมใจไว้นิดนึงว่าอาจจะรอนานหน่อยถ้าคนไข้เยอะ
วันหยุดปีใหม่โรงพยาบาลเปิดไหม
โรงพยาบาล... ปิดนะจ๊ะ! ????
ใครคิดจะไปหาหมอวันหยุดยาวปีใหม่ เตรียมตัวผิดหวัง! หมอ พยาบาล ก็อยากพักผ่อนเหมือนกันแหละน่า! ???? ปิดยาวตั้งแต่วันเสาร์ที่ 28 ธันวาคม 2567 ถึงวันพุธที่ 1 มกราคม 2568 จ้า
เปิดทำการอีกทีวันพฤหัสบดีที่ 2 มกราคม 2568 แบบพร้อมรบ! ????
ข้อมูลเพิ่มเติมแบบขำๆ แต่แฝงความจริง:
- นี่ไม่ใช่การพักร้อนของคนขี้เกียจ! ????♀️ หมอพยาบาลก็คน มีครอบครัว มีชีวิต!
- วันหยุดยาว = วันรวมญาติ? ???????????????? เตรียมของฝากเยอะๆ ไปหาคนที่บ้านนะ!
- ถ้าป่วยหนักจริงๆ... ???? อาจต้องพึ่งโรงพยาบาลสนาม (มุข!) หรือเตรียมยาแก้ปวดหัวจากปีที่แล้วไปพลางๆ ก่อน
- ใครมีนัดช่วงนี้? ????️ เช็คดีๆ นะ เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน!
โปรดทราบ:
- ปิดทำการ: 28 ธ.ค. 67 - 1 ม.ค. 68
- เปิดปกติ: 2 ม.ค. 68 เป็นต้นไป
- เหตุผล: วันหยุดราชการ, วันหยุดพิเศษ, วันสิ้นปี, วันขึ้นปีใหม่
จำไว้! ปีใหม่นี้... ถ้าไม่ฉุกเฉินจริงๆ โรงพยาบาลเขาพักนะจ๊ะ! ????
วันที่ 30 ธันวาคม 2567 โรงพยาบาลหยุดไหม
ลมหนาวเดือนธันวา... พัดเบาๆ พาเอากลิ่นอายของวันหยุดลอยมา ทุกอย่างดูเชื่องช้าลงไปหมด แม้แต่ในที่ที่เคยจอแจ
วันที่ 30 ธันวาคม 2567... ความเงียบงันจะโรยตัวลงบนโถงทางเดินของโรงพยาบาลรัฐหลายแห่ง ศิริราชก็เหมือนกัน... เหมือนโลกหยุดหมุนไปชั่วขณะ ให้เราได้หยุดพัก หายใจลึกๆ
ใช่ วันนั้นโรงพยาบาลหยุดให้บริการผู้ป่วยนอก... หยุดจริงๆ
ฉันนั่งรอแม่ที่ท่าน้ำศิริราชเมื่อปลายปีก่อน... มองเรือแล่นผ่านไปอย่างเชื่องช้า... ทุกอย่างดูเหมือนจะช้าลงไปหมดจริงๆ ในช่วงเวลานั้นของปี เงียบ... เงียบจริงๆ
หยุดเพื่อพักผ่อน... หยุดเพื่อเริ่มต้นใหม่
ที่โรงพยาบาลศิริราช ประกาศวันหยุดปีใหม่ 2568 เป็นแบบนี้
- คลินิกในเวลาราชการ งดบริการตรวจผู้ป่วยนอก ตั้งแต่วันที่ 28 ธันวาคม 2567 ถึง 1 มกราคม 2568
- คลินิกพิเศษนอกเวลาราชการ งดบริการตรวจผู้ป่วยนอก ตั้งแต่วันที่ 30 ธันวาคม 2567 ถึง 1 มกราคม 2568
แต่ในความเงียบนั้น... ยังมีแสงไฟที่ไม่เคยดับ สำหรับเรื่องเร่งด่วน เรื่องฉุกเฉิน ที่รอไม่ได้
- ผู้ป่วยฉุกเฉิน ยังคงมีหน่วยตรวจโรคฉุกเฉิน (ER) เปิดให้บริการตลอดเวลา ไม่เคยหยุดพัก
พยาบาลมีวันหยุดกี่วัน
อ่อ เรื่องวันหยุดพยาบาลใช่มั้ย ถ้าเป็นเรื่อง การลาป่วยของพนักงานกระทรวงสาธารณสุข นะ เค้าให้ลาได้ไม่เกิน 45 วันต่อปีงบประมาณอะ แล้วก็ห้ามลาเกิน 15 ครั้งด้วยนะ ถ้าเกิดลาเกินจากนี้คืออด อดพิจารณาขึ้นเงินเดือนประจำปีนั้นๆ เลยอะ
แต่ๆ ถ้าป่วยหนักจิงๆ แบบต้องนอนโรงพยาบาลเลย อันนั้นไม่นับนะ ถือว่าเป็นเหตุจำเป็น อันนี้ไม่เอาไปรวมกับโควต้าปกติ เพื่อนเราที่เป็นพยาบาลก็บ่นๆ อยุ่ว่ามันก็นะ บางทีป่วยนิดๆ หน่อยๆ ก็ไม่อยากลา กลัวจะเกินโควต้า
- ลาป่วยได้สูงสุด: 45 วันต่อปี (ปีงบประมาณ)
- จำนวนครั้งที่ลาได้: ห้ามเกิน 15 ครั้งในปีนั้นๆ
- ถ้าเกินโควต้า:จะไม่ได้ปรับขึ้นเงินเดือน ประจำปี
- กรณียกเว้น: การป่วยที่จำเป็นต้องรักษาตัวในโรงพยาบาล แบบแอดมิทเลยอะ อันนี้ไม่นับรวม
- ใบรับรองแพทย์: ถ้าลาป่วยติดต่อกันตั้งแต่ 3 วันขึ้นไป ต้องมีใบรับรองแพทย์มาด้วยนะ อันนี้สำคัญมากก
งานโรงพยาบาลมีกี่กะ
กะ 12 ชั่วโมง. คือมาตรฐาน.
ทำงาน 3-4 วันต่อสัปดาห์. 7 โมงเช้าถึง 1 ทุ่ม หรือ 1 ทุ่มถึง 7 โมงเช้า. ตัวเลขพยาบาล 65% ถึง 80% ทำงานแบบนี้. เป็นแค่สถิติ.
เวลาที่เหลือคือชีวิต.
- กะ 8 ชั่วโมง: แบบดั้งเดิม เช้า-บ่าย-ดึก ทำงาน 5 วันต่อสัปดาห์ บางหน่วยงานยังคงใช้ระบบนี้
- กะ 12 ชั่วโมง:เป็นที่นิยมสูงสุด ทำงานน้อยวันกว่า แต่ชั่วโมงต่อวันยาวนาน ร่างกายต้องปรับตัว
- ช่วงส่งเวร: ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนกะ แต่คือการส่งต่อชีวิตคนไข้ มีการเหลื่อมเวลาเสมอ 15-30 นาที
- ความยืดหยุ่น: บางที่อาจมีกะ 4 หรือ 6 ชั่วโมง สำหรับพาร์ทไทม์ ขึ้นอยู่กับความขาดแคลนบุคลากร
- ตารางเวร: ไม่ตายตัวเสมอไป อาจมีการหมุนเวียนกะกลางวันและกลางคืนในเดือนเดียวกัน ชีวิตไม่ได้เลือกเสมอไป
โรงพยาบาลต้องมีแผนกอะไรบ้าง
แผนกผู้ป่วยใน (Inpatient Department) ที่นี่คือที่ที่คนไข้ต้องพักค้างคืน เพื่อรับการดูแลอย่างใกล้ชิดหลังผ่าตัด รักษาโรคที่ซับซ้อน หรือรอผลการรักษา มันเหมือนเป็นบ้านหลังที่สองของคนไข้ในช่วงเวลาที่เขาอ่อนแอที่สุด
แผนกผู้ป่วยนอก (Outpatient Department) หรือ OPD นี่คือด่านแรกสำหรับการมาโรงพยาบาลส่วนใหญ่ ไม่ต้องนอนค้าง แค่มาพบแพทย์ ตรวจ วินิจฉัย และรับยาไปทานที่บ้าน สะดวกดีสำหรับโรคที่ไม่หนักหนา
แผนกฉุกเฉินและอุบัติเหตุ (Emergency Room) หรือ ER ที่นี่คือที่ที่เวลาเป็นสิ่งสำคัญที่สุด! เจอเคสอุบัติเหตุ อาการป่วยเฉียบพลัน ที่ต้องการการรักษาทันที ทีมแพทย์พยาบาลที่นี่ต้องไว ปราดเปรียว พร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ที่เข้ามา
แผนกจิตเวช (Psychology Department) บางทีร่างกายแข็งแรงแล้ว แต่จิตใจอาจจะต้องการการเยียวยา ที่นี่ให้การปรึกษา บำบัด เพื่อช่วยให้ผู้คนก้าวผ่านปัญหาทางอารมณ์และจิตใจ เป็นส่วนที่สำคัญมากๆ ที่หลายคนอาจมองข้ามไป
แผนกผู้ป่วยหนัก (Intensive Care Unit) หรือ ICU สำหรับคนไข้ที่อาการวิกฤต ต้องการการดูแลที่เข้มข้น เครื่องมือทางการแพทย์ที่ทันสมัยที่สุด ทีมผู้เชี่ยวชาญตลอด 24 ชั่วโมง ที่นี่คือความหวังสุดท้ายจริงๆ
แผนกรังสี (Radiology Department) ใช้เทคโนโลยีภาพทางการแพทย์ ไม่ว่าจะเป็น X-ray, CT scan, MRI เพื่อช่วยแพทย์ในการวินิจฉัยโรคจากภายในร่างกาย เป็นเหมือนตาที่มองทะลุเข้าไปเห็นสิ่งที่ตาเปล่ามองไม่เห็น
แผนกเภสัชกรรม (Pharmaceutical Department) หรือห้องยา ที่นี่คือคลังยาและผู้เชี่ยวชาญด้านยา การจัดเตรียมยา การให้คำแนะนำการใช้ยาที่ถูกต้อง ควบคุมคุณภาพยา เพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วย
ข้อมูลเพิ่มเติม
- แผนกศัลยกรรม (Surgical Department): มีไว้สำหรับการผ่าตัดหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่ผ่าตัดเล็กไปจนถึงผ่าตัดใหญ่ที่ซับซ้อน
- แผนกอายุรกรรม (Medical Department): ดูแลรักษาโรคทั่วไปของอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย เช่น ระบบทางเดินอาหาร ระบบทางเดินหายใจ ระบบหัวใจ
- แผนกกุมารเวชกรรม (Pediatrics Department): เน้นการดูแลสุขภาพเด็กตั้งแต่แรกเกิดจนถึงวัยรุ่น
- แผนกสูติ-นรีเวชกรรม (Obstetrics and Gynecology Department): ดูแลสุขภาพของสตรี ตั้งแต่การตั้งครรภ์ การคลอด ไปจนถึงโรคทางนรีเวช
- แผนกวิสัญญี (Anesthesiology Department): รับผิดชอบการให้ยาสลบ การควบคุมอาการปวดระหว่างการผ่าตัดและการดูแลหลังการผ่าตัด
- แผนกพยาธิวิทยา (Pathology Department): ตรวจวิเคราะห์ชิ้นเนื้อ เลือด ปัสสาวะ เพื่อช่วยในการวินิจฉัยโรค
- แผนกเวชระเบียน (Medical Records Department): จัดเก็บ บันทึก และดูแลข้อมูลผู้ป่วยทั้งหมด เป็นระบบระเบียบ
การจัดสรรแผนกเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนและความจำเป็นในการให้บริการทางการแพทย์ที่ครอบคลุมในโรงพยาบาลสมัยใหม่ แต่ละแผนกล้วนมีบทบาทสำคัญในการดูแลชีวิตและสุขภาพของผู้คน
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต