สแกน สมอง ใช้ สิทธิ ประกัน สังคม ได้ ไหม

123 ครั้งเข้าชม
การสแกนสมองด้วย MRI ไม่สามารถใช้สิทธิ์ประกันสังคมได้โดยตรง หากคุณไม่มีอาการเจ็บป่วยหรือเป็นโรคเกี่ยวกับสมองที่ได้รับการวินิจฉัยอย่างชัดเจน.หากคุณต้องการตรวจ MRI สมองเพื่อประเมินความเสี่ยง หรือไม่มีอาการบ่งชี้ทางการแพทย์ คุณจะไม่สามารถใช้สิทธิ์ประกันสังคมในการเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ได้. สิทธิ์ประกันสังคมมีไว้สำหรับกรณีที่มีข้อบ่งชี้จากอาการเจ็บป่วยหรือมีโรคที่แพทย์วินิจฉัยแล้วว่าจำเป็นต้องตรวจวินิจฉัยเพื่อการรักษา.
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

สแกนสมองใช้สิทธิประกันสังคมได้ไหม มีเงื่อนไขอะไรบ้าง?

ไอ้เรื่องสแกนสมองด้วยประกันสังคมเนี่ยนะ มันมีเงื่อนไขยิบย่อยอยู่เหมือนกันนะ ไม่ใช่ว่าอยากทำเมื่อไหร่ก็ทำได้เลย

ส่วนใหญ่ถ้าไม่ได้มีอาการป่วยชัดเจน หรือหมอไม่ได้สั่งตรวจ MRI สมองเพื่อวินิจฉัยโรคอะไรจริงๆ จังๆ แบบนี้ ประกันสังคมก็อาจจะยังไม่ครอบคลุมให้นะ

จำได้ว่าเคยมีคนรู้จักอยากตรวจเช็คสมองเผื่อความเสี่ยงอะไรสักอย่าง แต่พอไปถามโรงพยาบาลที่ใช้สิทธิ์ประกันสังคม เค้าก็บอกว่าต้องมีอาการป่วยก่อน หรือต้องมีใบส่งตัวจากแพทย์ถึงจะเบิกได้

เหมือนหลักๆ เลยคือ ประกันสังคมเค้าเน้นคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลที่เกิดจากการเจ็บป่วยจริงๆ มากกว่าการตรวจเพื่อความสบายใจ หรือหาความเสี่ยงไปก่อน

ดังนั้น ถ้าไม่ได้ป่วย หมอไม่ได้สั่ง อาจจะลำบากหน่อยนะที่จะใช้สิทธิ์ประกันสังคมตรงนี้

MRI ใช้สิทธิประกันสังคมได้ไหม

ดึกแล้ว... นั่งคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย... เรื่องสุขภาพ เรื่องค่ารักษาพยาบาล มันวนอยู่ในหัว...

โดยเฉพาะเรื่อง MRI... แค่ได้ยินชื่อก็รู้สึกว่ามันแพงแล้ว หลายคนคงกังวลเหมือนกัน... ว่าถ้าวันนึงต้องทำ จะเอาเงินที่ไหนมาจ่าย

แต่... ความจริงคือ... สิทธิประกันสังคมมันครอบคลุมการทำ MRI นะ ใช่... ใช้ได้จริงๆ... ไม่ต้องจ่ายเงินเลย แม้แต่ไปทำที่โรงพยาบาลเอกชน... ก็ไม่ต้องจ่าย

มันมีขั้นตอนของมันอยู่... ไม่ใช่ว่าเราจะเดินเข้าไปขอทำได้เลย ต้องให้หมอที่โรงพยาบาลตามสิทธิของเราเป็นคนสั่งตรวจ... หมอต้องเห็นว่ามันจำเป็น... จำเป็นจริงๆ สำหรับการวินิจฉัยโรค

ถ้าโรงพยาบาลที่เรามีสิทธิ... เขาไม่มีเครื่อง MRI เขาก็จะทำเรื่องส่งตัวเราไปที่อื่น... ที่มีเครื่อง... ซึ่งที่อื่นที่ว่า... ก็อาจจะเป็นโรงพยาบาลเอกชนที่เข้าร่วมโครงการ แล้วเรา... ก็แค่ไปตามนัด... ไม่ต้องควักเงินจ่ายเลยสักบาท

มันเป็นสิทธิของเรา... ที่เราควรจะรู้ไว้ ถ้าวันนึง... โรงพยาบาลไหนมาเรียกเก็บเงินจากเรา... ทั้งที่เรามีใบส่งตัว ให้รู้ไว้เลยว่ามันไม่ถูกต้อง... เรามีสิทธิที่จะปฏิเสธ แล้วก็แจ้งเรื่องไปที่ประกันสังคมได้เลย

  • การทำ MRI อยู่ในสิทธิประกันสังคม และสิทธิบัตรทอง
  • ต้องให้แพทย์เป็นผู้ประเมินและออกใบส่งตัวเท่านั้น
  • หากโรงพยาบาลตามสิทธิไม่มีเครื่อง MRI จะมีการส่งตัวไปยังสถานพยาบาลอื่น ที่อยู่ในข้อตกลง
  • สถานพยาบาลที่รับการส่งตัวอาจเป็นของรัฐหรือเอกชนก็ได้
  • ผู้ประกันตนไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นค่าตรวจหรือค่าเดินทางตามระเบียบ
  • หากถูกเรียกเก็บเงิน ให้ติดต่อสำนักงานประกันสังคมในเขตพื้นที่ของคุณ หรือโทรสายด่วน 1506 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง หรือ สปสช. สายด่วน 1330

CT สแกนสมอง ดูอะไรได้บ้าง

CT สมอง? ดูได้สารพัด.

  • ดูกระดูก: กระดูกแตก, บิ่น, ร้าว ที่หน้า หรือกะโหลก. ช่วยหมอผ่าตัดต่อใหม่ได้.
  • เช็คหู: ดูโรคที่กระดูกขมับ. มันกระทบการได้ยินได้นะ.
  • ดูไซนัส: ข้างจมูกมีอะไรผิดปกติไหม? อักเสบ, เปลี่ยนแปลง?

ข้อควรรู้เพิ่มเติม:

  • CT (Computed Tomography) ใช้รังสีเอกซ์หมุนรอบตัวสร้างภาพตัดขวาง. เร็วกว่า MRI.
  • เหมาะกับ: อาการบาดเจ็บเฉียบพลัน, มีเลือดออกในสมอง, เส้นเลือดสมองตีบ/แตก.
  • หาอะไรได้อีก: เนื้องอก, การติดเชื้อ, โพรงสมองคั่งน้ำ.
  • คนไข้บางคน: อาจต้องฉีดสารทึบรังสีเพื่อให้เห็นชัดขึ้น.
  • ข้อจำกัด: ไม่ละเอียดเท่า MRI ในการดูเนื้อเยื่ออ่อนมากๆ.

ทำ CT scan เบิกประกันได้ไหม

เบิกได้. CT Scan และ MRI อยู่ในสิทธิ์.

ถ้าแพทย์เห็นควร. คือมีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์. ผู้ประกันตนมาตรา 33 และ 39 ใช้สิทธิ์ได้. ที่โรงพยาบาลตามสิทธิ์. ไม่ต้องจ่ายเงิน. นี่คือสิทธิ์. ไม่ใช่การร้องขอ.

ความเจ็บป่วยไม่เลือกคน. สิทธิ์ก็ไม่ควรเลือก.

  • ผู้มีสิทธิ์: ผู้ประกันตน มาตรา 33 และ มาตรา 39.
  • เงื่อนไข:ข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ คือหัวใจสำคัญ. ไม่ใช่การตรวจเพื่อความสบายใจ. แพทย์ต้องเป็นผู้วินิจฉัยและส่งตัว.
  • สถานที่: สถานพยาบาลหลักตามบัตรรับรองสิทธิ์. หรือสถานพยาบาลเครือข่ายที่รับการส่งตัว.
  • ค่าใช้จ่าย:ไม่เสียค่าใช้จ่าย เมื่อทำตามขั้นตอน. ประกันสังคมรับผิดชอบ.
  • ขอบเขต: ครอบคลุมการตรวจวินิจฉัยด้วยเครื่องมือพิเศษ ทั้ง CT Scan (Computed Tomography) และ MRI (Magnetic Resonance Imaging) ตามความจำเป็นทางการแพทย์. การวินิจฉัยต้องการความแม่นยำ.

ประกันสังคมรักษาที่อื่นได้ไหม

ประกันสังคม รักษาที่ไหนก็ได้ 267 แห่งทั่วประเทศ

ครอบคลุมทุกโรค ไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย

สะดวก ครบ จบ ในที่เดียว

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • ขยายสิทธิ์: รัฐบาล ผลักดัน ให้ประชาชนเข้าถึงการรักษาพยาบาลได้ง่ายขึ้น
  • ปี 2567:เน้นย้ำ ความสำคัญของการดูแลสุขภาพถ้วนหน้า
  • กว่า 267 แห่ง:ครอบคลุม ทั่วประเทศ รองรับ ผู้ประกันตนทุกคน
  • ทุกโรค: ไม่ว่าคุณจะเป็นอะไร รักษาได้หมด
  • ยกระดับ:ปรับปรุง ระบบประกันสังคมให้ ทันสมัย และ มีประสิทธิภาพ

ข้อควรรู้:

  • เช็คสิทธิ์: ตรวจสอบรายชื่อโรงพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการ
  • การเข้ารับการรักษา: ยื่นบัตรประชาชน หรือเลขประจำตัวผู้ประกันตน
  • ปรึกษา: สอบถามเจ้าหน้าที่ประกันสังคม หากมีข้อสงสัย

ประกันสังคมยานอกบัญชีเบิกได้ไหม

หัวจะปวดเลย ตอนพาแม่ไปหาหมอที่โรงพยาบาลรัฐแถวบ้านเมื่อเดือนที่แล้ว แม่ปวดข้อมาก หมอบอกต้องใช้ยาตัวนึง แต่ยาตัวนี้มันอยู่นอกบัญชียาหลักนะ

ใจตกไปอยู่ตาตุ่มเลยตอนนั้น นึกในใจว่าต้องจ่ายเองเป็นหมื่นแน่ๆ แม่ใช้สิทธิประกันสังคมอยู่ด้วย แล้วที่เห็นข่าว สปสช. ออกมาบอกว่าห้ามโรงพยาบาลเก็บเงินค่ายานอกบัญชีล่ะ มันคือยังไงกันแน่ สับสนไปหมด

เดินงงๆ ไปถามพยาบาลตรงจุดคัดกรอง เขาดีมากเลยนะ อธิบายให้ฟัง ว่าข่าวที่ออกมาน่ะมันเป็นของ สิทธิบัตรทอง หรือ สปสช. เขาบอกว่าคนใช้สิทธิบัตรทอง ถ้าหมอวินิจฉัยว่าจำเป็นต้องใช้ยานอกบัญชี โรงพยาบาลห้ามเก็บเงินคนไข้เด็ดขาด โรงพยาบาลต้องไปเบิกกับ สปสช. เอง

ส่วนของประกันสังคมเนี่ย เรื่องยานอกบัญชีมันจะซับซ้อนกว่า โดยหลักคือเบิกไม่ได้เลย ยกเว้นยาบางตัวที่จำเป็นจริงๆ แล้วหมอต้องทำเรื่องขออนุมัติเป็นกรณีพิเศษ ส่งเรื่องไปที่สำนักงานประกันสังคมให้เขาพิจารณาอีกที ซึ่งมันยุ่งยากและใช้เวลามาก ไม่ใช่ทุกตัวที่จะได้

สรุปวันนั้นก็ต้องลุ้นเอาว่ายาของแม่จะเข้าเกณฑ์ขออนุมัติพิเศษได้มั้ย โชคดีที่หมอทำเรื่องให้ แล้วมันผ่าน แต่ก็รอกระบวนการไปหลายวันเลย ตอนแรกก็เตรียมใจควักจ่ายเองแล้ว มันวุ่นวายจริงๆ ระบบบ้านเรา

  • ข่าวที่เห็นคือเรื่องของสิทธิบัตรทอง (สปสช.) ย้ำเลยว่าที่ สปสช. กับสภาผู้บริโภคออกมาแถลงข่าว คือนโยบายสำหรับผู้ใช้ สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ บัตรทอง 30 บาท เท่านั้น ไม่เกี่ยวกับสิทธิประกันสังคมโดยตรง

  • สิทธิบัตรทอง ยานอกบัญชีเบิกได้ โรงพยาบาลห้ามเก็บเงิน ถ้าคุณใช้สิทธิบัตรทอง แล้วแพทย์มีความเห็นว่าจำเป็นต้องใช้ยานอกบัญชียาหลักแห่งชาติเพื่อการรักษา โรงพยาบาลต้องเป็นผู้จัดหาให้ และไปทำเรื่องเบิกจ่ายกับ สปสช. เอง ห้ามเรียกเก็บเงินจากผู้ป่วยเด็ดขาด หากเจอเรียกเก็บ ให้โทรสายด่วน สปสช. 1330 ทันที

  • สิทธิประกันสังคม โดยหลักเบิกยานอกบัญชีไม่ได้ นี่คือข้อแตกต่างที่สำคัญ ประกันสังคมจะยึดตามบัญชียาหลักแห่งชาติเป็นหลัก การจะเบิกยานอกบัญชีได้ต้องเป็นกรณีที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง และเป็นยาบางรายการที่กำหนดไว้เท่านั้น ซึ่งแพทย์จะต้องทำเรื่องขออนุมัติจากสำนักงานประกันสังคมเป็นรายกรณีไป ไม่ใช่ว่าจะได้ทุกเคส

  • เช็คสิทธิของตัวเองให้ดี ก่อนไปโรงพยาบาลต้องรู้ว่าตัวเองใช้สิทธิอะไรกันแน่ ประกันสังคม (ม.33, ม.39, ม.40) หรือ สิทธิบัตรทอง เพราะเงื่อนไขการเบิกจ่ายยาคนละเรื่องกันเลย จะได้ไม่สับสนหน้างานแบบผม

สิทธิ์ประกันสังคมตรวจสุขภาพฟรีอะไรบ้าง

เกือบลืมไปแล้วนะเรื่องตรวจสุขภาพฟรีประกันสังคมเนี่ย จนเพื่อนที่ออฟฟิศทักเมื่อเดือนก่อนว่าแกไปใช้สิทธิ์ยังวะ เลยเออว่ะ นึกขึ้นได้ จ่ายเงินไปทุกเดือนไม่เคยได้ใช้อะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลย

ฉันเลยไปที่โรงพยาบาลเปาโล พหลโยธิน ไปเมื่อเช้าวันเสาร์ต้นเดือนที่แล้ว คนเยอะมากกกกก นี่มันสิทธิ์ของเราจริงๆ สินะ ตอนแรกก็แอบหงุดหงิดนิดหน่อยตอนรอคิวเจาะเลือด คือต้องอดข้าวอดน้ำมาไง ท้องร้องดังมาก

เจาะเลือดไปตรวจ ความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC) พยาบาลมือเบามาก อันนี้โอเค แล้วก็ตรวจฉี่ (UA) ตามมาตรฐาน ตรวจ น้ำตาลในเลือด (FBS) กับ ไขมันในเลือด (Total & HDL Cholesterol) นี่สำคัญเลย บ้านฉันมีประวัติเบาหวานกับไขมันสูงทั้งคู่ เลยแอบลุ้นผลอยู่เหมือนกัน แล้วก็มีการตรวจการทำงานของไตด้วย (Cr และ eGFR)

ส่วนการคัดกรองการได้ยินอะ คือหมอเอานิ้วมาถูๆ ข้างหูเรา เรียกว่า Finger Rub Test ตอนแรกก็งงๆ แต่ก็แป๊บเดียวเสร็จ แล้วก็มีให้ไป ตรวจตาโดยจักษุแพทย์ อันนี้ดีมาก ไม่ใช่แค่ให้อ่านป้ายตัวเลขนะ คือตรวจจริงจังเลย

สำหรับผู้หญิงแบบเราก็มีการ ตรวจเต้านม โดยแพทย์ ซึ่งมันจำเป็นมากนะ ผู้หญิงเราควรตรวจทุกปีจริงๆ ความรู้สึกตอนนั้นคือ... เออ ก็ดีนะ เหมือนได้เช็คสภาพรถยนต์ประจำปี แต่นี่คือร่างกายเราเอง ใช้สิทธิ์ซะ มันคือเงินที่เราจ่ายไปนั่นแหละ

สรุปให้แบบไม่อ้อมค้อมนะ ใครที่ยังไม่เคยใช้สิทธิ์ ไปใช้ซะ มันเป็นสิทธิ์พื้นฐานที่ผู้ประกันตนทุกคนมี ไม่ต้องรอให้ป่วยก่อน

รายการตรวจสุขภาพฟรีที่ประกันสังคมให้ มีตามนี้เลย:

  • การคัดกรองการได้ยิน Finger Rub Test
  • การตรวจเต้านม โดยแพทย์หรือบุคลากรสาธารณสุข
  • การตรวจตาโดยความดูแลของจักษุแพทย์
  • ความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด CBC
  • ปัสสาวะ UA
  • น้ำตาลในเลือด FBS (Fasting Blood Sugar)
  • การทำงานของไต Cr และ eGFR
  • ไขมันในเส้นเลือดชนิด Total & HDL Cholesterol