หมอกับด็อกเตอร์ต่างกันอย่างไร
หมอกับด็อกเตอร์ต่างกันอย่างไร? ไขข้อข้องใจเรื่องความรู้ ความเชี่ยวชาญ และหน้าที่การทำงานของทั้งสอง
หมอกับด็อกเตอร์เหรอ? แตกต่างกันเยอะเลยนะ เอาจริงๆ ตอนแรกๆ ฉันก็งงๆ เหมือนกัน แต่พอได้คุยกับเพื่อนที่เป็นหมอ (จริงๆ จบมานานแล้ว แต่ยังเรียกหมออยู่ดี 555) ก็เริ่มเข้าใจมากขึ้น
หมอที่เราคุ้นเคยกันเนี่ย เรียนจบแพทยศาสตร์มาไง แล้วก็ต้องฝึกงานอีกเป็นปีๆ กว่าจะมาเป็นหมอจริงๆ จ่ายยา วินิจฉัยโรค พวกนี้คือหมอ แต่หมอยาแผนโบราณนี่อีกแบบนึงนะ เหมือนใช้สมุนไพร ใช้วิธีการรักษาแบบเก่าๆ ที่สืบทอดกันมามากกว่า
ส่วนด็อกเตอร์... อันนี้กว้างมากกกก ใครจบปริญญาเอก (Ph.D.) ก็เป็นด็อกเตอร์ได้หมด ไม่จำเป็นต้องเป็นหมอ ฉันเคยเจอเพื่อนที่จบด็อกเตอร์ทางด้านภาษาศาสตร์ ก็เรียก "ดร." เหมือนกัน
เอาเป็นว่า ถ้าป่วยไปหาหมอ แต่ถ้าอยากได้ความรู้ลึกๆ ในสาขาอื่นๆ ก็ไปหาด็อกเตอร์ได้นะ (แต่ต้องดูด้วยว่าด็อกเตอร์ด้านไหน 555) เลือกให้ถูกที่ ถูกคน สำคัญสุด!
ทำยังไงถึงจะได้เป็น ดร.
อยากเป็น ดร. อาจารย์? เลิกฝันกลางวัน แล้วตั้งสติ
- ดร. (ปริญญาเอก): เรียนให้จบ ป.โท หาอาจารย์ที่ปรึกษาเก่งๆ ทำวิจัยให้มันส์ แล้ว defend ให้ผ่าน ไปตีพิมพ์ผลงานในวารสารระดับโลกด้วยนะ (ถ้าทำได้)
- ผู้ช่วยศาสตราจารย์: มี ดร. แล้วใช่ไหม? สมัครงานอาจารย์สิ สร้างผลงานตีพิมพ์เยอะๆ สอนให้ดี ทำงานบริการสังคมบ้าง เดี๋ยวเค้าก็ให้เอง
- รองศาสตราจารย์: ผู้ช่วยฯ นานพอรึยัง? ผลงานถึงเกณฑ์ยัง? ทำเรื่องขอประเมินซะสิ ถ้ากรรมการเห็นว่าเจ๋งจริง ก็ได้เองแหละ
- ศาสตราจารย์: นี่มันระดับสูงสุดแล้วนะ ต้องทุ่มเททั้งชีวิต ผลงานต้องเป็นที่ประจักษ์จริงๆ ถึงจะได้ อย่าเพิ่งหวังเลย ถ้ายังไม่ถึง รองฯ
ข้อมูลเพิ่มเติม:
- ตีพิมพ์: Scopus, ISI คือเพื่อนแท้
- สอนดี: ประเมินสอนต้อง A เท่านั้น
- บริการสังคม: ทำอะไรให้โลกมันดีขึ้นบ้าง
จำไว้ว่า ไม่มีทางลัด อยากสบายไปทำอย่างอื่น
ทำยังไงถึงจะได้เป็นศาสตราจารย์
อยากเป็นศาสตราจารย์เหรอ ต้องอดทนหน่อยนะ ยาววววว
ก่อนอื่นเลย ต้องเป็นอาจารย์ในมหาลัยก่อนนน แล้วค่อยๆไต่เต้าขึ้นไป เหมือนเล่นเกมส์อ่ะ ต้องผ่านด่านหลายด่านมาก ปีนี้(2566) ข้อมูลอาจจะเปลี่ยนแปลงบ้างนะ แต่โดยรวมๆก็ประมาณนี้แหละ
- ต้องมีวุฒิปริญญาเอกก่อน อันนี้สำคัญสุดๆ
- ประสบการณ์สอนนี่ก็เยอะ ป.ตรีต้อง 6 ปีขึ้นไป ป.โท 4 ปีขึ้น ป.เอกอย่างน้อย 1 ปี คือถ้าไม่ถึงนี่ก็ยากกกก
- ต้องทำผลงานวิชาการด้วย ตีพิมพ์งานวิจัย เขียนหนังสือ เอาให้ปังๆ เยอะๆ เอาให้กรรมการประทับใจไปเลย
- แล้วก็ต้องมีการบริการวิชาการ ไปช่วยเหลือสังคมบ้างไรบ้าง อันนี้ก็สำคัญนะ จะได้ไม่ใช่แค่เก่งแต่ในห้องเรียน
เอออออ ลืมบอกไป กว่าจะได้เป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ ก็ต้องใช้เวลาและความพยายามอีกเยอะ แต่ละมหาลัยก็อาจจะมีเกณฑ์ที่แตกต่างกันไปบ้างเล็กน้อยด้วย ลองไปเช็คที่มหาลัยที่อยากไปสมัครดู แต่หลักๆก็ประมาณนี้แหละ เหนื่อยหน่อยนะ แต่ถ้าตั้งใจจริงก็ทำได้ สู้ๆๆ
ตำแหน่งคณาจารย์มีอะไรบ้าง
กลางดึกแบบนี้... คิดถึงเรื่องงาน ตำแหน่งอาจารย์เนอะ มันก็มีหลายแบบนะ ตอนนี้ที่รู้ๆก็มี...
ศาสตราจารย์ ระดับสูงสุด ต้องเก่งจริง ทำงานวิจัยเยอะ ปีนี้ก็เห็นมีประกาศรับสมัครหลายที่อยู่
รองศาสตราจารย์ ก็รองลงมา ประสบการณ์ต้องเยอะหน่อย แต่ก็ไม่ใช่ว่าทุกคนจะได้เลื่อนขึ้นเป็นศาสตราจารย์นะ บางทีก็อยู่ตำแหน่งนี้ไปเรื่อยๆ
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ เริ่มต้น ต้องพยายามทำงานวิจัย เพื่อหวังเลื่อนตำแหน่งต่อไป งานหนักเหนื่อยเอาเรื่องเลย
อาจารย์ อันนี้ระดับเริ่มต้นเลย สอนอย่างเดียวอาจจะไม่พอ บางทีต้องทำวิจัยด้วย ขึ้นอยู่กับมหาวิทยาลัยแต่ละที่ เพื่อนผมที่จุฬาฯ ก็เหนื่อยอยู่เหมือนกัน
แล้วก็ยังมีคำว่า "วิจัย" ต่อท้ายอีก เหมือนแบ่งเป็นสายงานวิจัยโดยเฉพาะ แต่ก็ไม่ได้ต่างกันมาก แค่เน้นงานวิจัยมากกว่าการสอน คือยังไงก็ต้องสอนอยู่ดีแหละ เหนื่อยเหมือนกันหมด แต่เงินเดือนอาจต่างกันนิดหน่อย แล้วแต่สถาบัน แต่ละที่ก็ไม่เหมือนกัน บางทีก็สับสนเหมือนกันนะ ว่าตำแหน่งไหนสำคัญกว่ากัน
อืม... คิดแล้วก็เหนื่อย ง่วงแล้ว นอนดีกว่า
ตําแหน่งศาสตราจารย์ได้มายังไง
เส้นทางสู่ศาสตราจารย์: ยากลำบากเสมอ
- อาจารย์ → ผู้ช่วยศาสตราจารย์ → รองศาสตราจารย์ → ศาสตราจารย์ ลำดับขั้นที่ไม่เปลี่ยนแปลง
- ประสบการณ์สอน: ปี 2566 ปรับเปลี่ยนเกณฑ์บ้างแล้ว แต่โดยทั่วไป ป.ตรี 6 ปี, ป.โท 4 ปี, ป.เอก 1 ปี เป็นเพียงขั้นต่ำ ความสามารถจริงมากกว่าตัวเลข
- เกณฑ์ไม่ใช่ทุกอย่าง ผลงานวิจัย การตีพิมพ์ การนำเสนอผลงาน บทบาทสำคัญ มีผลต่อการพิจารณาอย่างมาก
- การประเมินเป็นเรื่องซับซ้อน ผู้ประเมินมีอำนาจตัดสิน เส้นทางขึ้นอยู่กับความสามารถเฉพาะตัวและโอกาส
- ประสบการณ์ส่วนตัว: เคยเห็นรุ่นพี่สอนเก่งแต่ติดขัดเรื่องผลงานวิจัย ต้องอาศัยทั้งความรู้และการวางแผนอย่างรอบคอบ
ผมใช้เวลาเกือบ 10 ปี กว่าจะได้ตำแหน่งรองศาสตราจารย์ กว่าจะถึงศาสตราจารย์ คงอีกยาวไกล
สัตวแพทย์ ใช้ DR ได้ไหม
ใช้ DR. ได้สิครับ! แต่จะให้มันเป๊ะปัง ต้องเข้าใจบริบทก่อนนะ เหมือนใส่ชุดราตรีไปงานวัดน่ะ มันก็ได้ แต่ดูไม่เข้าทีเท่าไหร่
ในไทย: น.สพ. หรือ สพ.ญ. นี่แหละเด็ด เพราะมันชัดเจน ใครเห็นก็รู้เลยว่าคุณคือ "หมอรักษาสัตว์" ไม่ใช่หมอคนอื่น ไม่งงแน่นอน เหมือนป้ายบอกทางชัดเจน ไม่ต้องมานั่งเดาว่าไปทางไหน
ต่างประเทศ: Dr. นี่แหละตัวแม่! แต่ D.V.M. สำคัญกว่าเยอะ เพราะมันบอกรายละเอียดชัดเจนว่าคุณจบด้านอะไรมา ถ้าแค่ใช้ Dr. อย่างเดียว คนอาจจะคิดว่าคุณเป็นหมอคน หมอฟัน หรือหมออื่นๆ ก็ได้ มันก็เหมือนไปงานปาร์ตี้แล้วใส่เสื้อยืดธรรมดา ก็ได้ แต่ถ้าใส่สูท มันก็ดูดีกว่าเยอะ
จบสัตวแพทย์ปีนี้ (2566) ได้ปริญญา สพ.บ. รับรองว่าใช้ DR. ได้ แต่ถ้าอยากให้คนรู้ว่าคุณเก่งด้านสัตว์โดยเฉพาะ ก็ใช้ น.สพ. หรือ สพ.ญ. ไปเหอะ มันดูเท่กว่าเยอะ แบบว่า "ฉันคือเจ้าแห่งอาณาจักรสัตว์เลี้ยง!"
เพิ่มเติม: อย่าลืม D.V.M. นะ มันเป็นเหมือนเครื่องหมายการันตีความสามารถของคุณ เหมือนตราประทับรับรองคุณภาพสินค้า ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าเรียนหลักสูตรนานาชาติ ก็ยิ่งควรระบุ D.V.M. ให้ชัดเจน เพื่อให้คนทั่วโลกเข้าใจ ไม่ใช่แค่ในไทย เพราะ DVM เป็นมาตรฐานสากล คล้ายกับการมีใบขับขี่สากล ไปประเทศไหนก็ใช้ได้
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต