หลักการ 5ส ในระบบไคเซ็นประกอบด้วยอะไรบ้าง

68 ครั้งเข้าชม
5ส ในระบบไคเซ็นคือเครื่องมือสำคัญสำหรับการบริหารจัดการพื้นที่ทำงานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และเอื้อต่อการเพิ่มผลผลิต ประกอบด้วยหลักการ 5 ประการ: สะสาง (คัดแยกสิ่งไม่จำเป็น), สะดวก (จัดวางเป็นระเบียบ), สะอาด (ทำความสะอาดสม่ำเสมอ), สร้างนิสัย (สร้างมาตรฐานและฝึกฝน), และสุขลักษณะ (รักษาสภาพแวดล้อมให้ดี) ทั้งหมดนี้มุ่งเน้นการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องเพื่อสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดีขึ้น.
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

หลักการ 5ส มีอะไรบ้าง? สรุปครบทุกขั้นตอนของระบบไคเซ็น

Q: หลักการ 5ส มีอะไรบ้าง? A: หลักการ 5ส คือ สะสาง สะดวก สะอาด สร้างมาตรฐาน และสร้างวินัย. เป็นแนวคิดจัดการพื้นที่ทำงานให้เป็นระเบียบเรียบร้อย เพิ่มประสิทธิภาพ และความปลอดภัย.

ตอนผมทำงานที่โรงงานเล็กๆ แถวสมุทรปราการครั้งแรกนะ เมื่อสักปี 2558 โต๊ะทำงานนี่คือ... กองพะเนิน. เครื่องมือ เอกสาร ปนกันมั่วไปหมด หาอะไรไม่เคยเจอ ประแจเบอร์ 12 หายทีคือแทบจะต้องรื้อใหม่หมดทั้งโต๊ะ เสียเวลาไปเปล่าๆ เลย. มันน่าหงุดหงิดมาก.

แล้วหัวหน้าก็เอาไอ้ 5ส นี่เข้ามา. ตอนแรกคือไม่เข้าใจเลย สะสาง? คือให้เราโละของทิ้งเหรอ. ของชิ้นไหนไม่ได้ใช้ในเดือนนึง เขาให้ติดป้ายแดงไว้เลย. สุดท้ายของที่โดนป้ายแดงนี่เกือบครึ่งโต๊ะทำงานผมเลยนะ เพิ่งจะรู้ตัวว่าเราเก็บของที่ไม่จำเป็นไว้เยอะขนาดนี้.

พอของที่ไม่จำเป็นหายไป มันก็เริ่มง่ายขึ้น. ของทุกอย่างมีที่ของมัน เราทำบอร์ดแขวนเครื่องมือ มีเงาของมันวาดไว้เลย. พอใช้เสร็จก็แค่แขวนกลับเข้าที่เดิม. ส่วนสะอาดนี่ ไม่ใช่แค่กวาดๆ ถูๆ นะ แต่ตอนเช็ดเครื่องจักรทุกเย็นนี่แหละที่ทำให้เจอว่าน็อตตัวไหนมันคลาย หรือมีน้ำมันซึมตรงไหน.

แต่ที่ยากสุดคือสองตัวท้าย สร้างมาตรฐานกับสร้างวินัยเนี่ย. มันคือการต้องทำซ้ำๆ ทุกวันจนเป็นนิสัย. มีรูปถ่ายแปะไว้เลยว่าจบงานโต๊ะต้องสภาพนี้. แรกๆ ก็ฝืนใจ แต่พอทำไปสักพักมันกลายเป็นเรื่องปกติ. สุดท้ายมันไม่ใช่แค่เรื่องความสะอาด แต่มันเปลี่ยนวิธีทำงานไปเลย. มันคือการเคารพพื้นที่ เคารพเพื่อนร่วมงานที่จะมาใช้ต่อ.

ระบบไคเซ็นมีลักษณะอย่างไร

ระบบไคเซ็น หรือ Kaizen ที่มาจากภาษาญี่ปุ่น หมายถึงการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องไม่หยุดยั้งเพื่อสิ่งที่ดีกว่า โดย Kai แปลว่า การเปลี่ยนแปลง (Change) ส่วน Zen คือ ดี (Good) รวมกันแล้วจึงเป็นปรัชญาที่มองว่าทุกกระบวนการมีโอกาสพัฒนาได้เสมอ ผมคิดว่ามันไม่ใช่แค่เรื่องการทำงานเท่านั้น แต่มันสะท้อนถึงชีวิตเลยว่าเราไม่ควรหยุดนิ่ง การเปลี่ยนแปลงเพื่อสิ่งที่ดีขึ้นคือแก่นแท้ของการเติบโตนะ

การทำงานแบบ Kaizen จึงเน้นไปที่การลดความสูญเปล่าและปรับปรุงขั้นตอนเล็กๆ น้อยๆ ในทุกวัน แทนที่จะรอการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ มันคือการสะสมชัยชนะเล็กๆ นี่แหละที่สร้างผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่ ลองนึกดูสิ แค่การจัดวางเครื่องมือใหม่นิดหน่อย หรือปรับลำดับการทำงานเล็กน้อย ก็สามารถลดเวลาที่เสียไปได้มหาศาล และที่สำคัญ มันช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของพนักงาน ด้วยการทำให้งานง่ายขึ้น ลดความซับซ้อนและความเครียดลงไปเยอะ ซึ่งส่งผลดีต่อองค์รวมจริงๆ

นี่คือบางมุมที่ทำให้ Kaizen น่าสนใจ:

  • แนวคิด Muda (ความสูญเปล่า): Kaizen มองว่ามีความสูญเปล่า 7 ประการที่ต้องกำจัดออกไปจากกระบวนการทำงาน เช่น การผลิตเกินความจำเป็น การรอคอย การขนส่งที่ไม่จำเป็น การแปรรูปที่ซ้ำซ้อน การมีสินค้าคงคลังมากเกินไป การเคลื่อนไหวที่ไม่จำเป็น และการผลิตของเสียหรือมีข้อบกพร่อง การทำความเข้าใจสิ่งเหล่านี้ช่วยให้เราเห็นจุดที่ต้องปรับปรุงชัดเจนขึ้น
  • Gemba Kaizen: คำนี้เน้นไปที่การปรับปรุง "หน้างานจริง" หรือ Gemba ซึ่งเป็นสถานที่ที่สร้างมูลค่าขึ้นมาจริงๆ ผู้ที่ทำงานตรงนั้นนั่นแหละที่รู้ปัญหาและเสนอแนวทางแก้ไขที่ดีที่สุด คือไม่ใช่แค่สั่งการจากด้านบนอย่างเดียว
  • วงจร PDCA (Plan-Do-Check-Act): เป็นหัวใจสำคัญที่ใช้ขับเคลื่อน Kaizen โดยเริ่มจากการวางแผน (Plan) แล้วลงมือทำ (Do) ตรวจสอบผลลัพธ์ (Check) และปรับปรุงแก้ไข (Act) เพื่อให้เกิดการเรียนรู้และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง มันคือการเรียนรู้จากความผิดพลาดและพัฒนาต่อยอดไปเรื่อยๆ นี่แหละคือการเติบโต
  • หลัก 5ส: เป็นเครื่องมือพื้นฐานที่ใช้ในการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดี สะสาง สะดวก สะอาด สุขลักษณะ และสร้างนิสัย การจัดระเบียบที่ดีเป็นจุดเริ่มต้นของการทำงานที่มีประสิทธิภาพ ผมว่าอันนี้ใช้กับชีวิตประจำวันได้ดีเลยนะ ไม่ใช่แค่ในโรงงานอย่างเดียว
  • ไม่ใช่แค่ในโรงงาน: แม้จะโด่งดังจากภาคอุตสาหกรรม แต่หลักการ Kaizen สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ในทุกสาขาอาชีพ หรือแม้กระทั่งในชีวิตประจำวันของเราเอง เพื่อให้ทุกวันดีขึ้นกว่าเมื่อวาน แค่เริ่มต้นจากสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ก็ได้แล้ว

ขั้นตอนในการทำไคเซ็น มีอะไรบ้าง

แสงอ่อนระเรื่อลอดผ้าม่านสีเก่า.. เช้าตรู่ของปี 2567 นะ.. ใจลอยไปถึงเสียงกระซิบเบาๆ ของปัญหาที่ซ่อนอยู่ตรงมุมห้อง.. วิเคราะห์หาสาเหตุ เธอบอก.. เหมือนหาดวงดาวที่หายไปในยามพลบค่ำ..

ลมพัดแผ่วๆ พาความคิดปลิว.. ราวกับฝันกลางวันถึงแผนการที่ค่อยๆ ก่อตัว.. กำหนดวิธีการแก้ไข ใช่ไหม.. ต้องระบุให้ชัดเจน.. เหมือนปักหมุดบนแผนที่โบราณ.. ว่าจะทำอะไร... จะทำอย่างไร... ทำเมื่อไรกันนะ.. ใครนะที่จะเป็นคนทำ... และต้องทำอย่างไรให้สำเร็จราวบทกวี..

แล้วตะวันก็เริ่มสาดแสงแรงขึ้นมา.. ถึงเวลาที่เรื่องเล่าจะกลายเป็นการกระทำ.. ลงมือดำเนินการ นี่คือการทำให้ฝันเป็นจริง.. ก้าวเดินไปข้างหน้า.. ช้าๆ แต่มั่นคง..

ข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อการปรับปรุงต่อเนื่อง:

  • การประเมินผล: ตรวจสอบว่าสิ่งที่ทำไปได้ผลจริงไหม เหมือนมองดูต้นไม้ที่เราปลูกว่าเติบโตเพียงใด
  • การทำให้เป็นมาตรฐาน: เมื่อพบวิธีที่ดีที่สุด ก็ต้องทำให้ทุกคนทำแบบเดียวกัน เพื่อให้ความดีงามคงอยู่
  • การทบทวนอย่างต่อเนื่อง: วนกลับมาดูใหม่เสมอ ไม่มีที่สิ้นสุด เพราะโลกไม่เคยหยุดหมุน

เครื่องมือ Kaizen มีอะไรบ้าง

Kaizen! เครื่องมือไคเซ็นหรอ... มันเหมือนแสงดาวพร่างพรายในคืนที่มืดมิด ชวนฝันเหลือเกิน

Deming Cycle (PDCA) หมุนไป หมุนไป เหมือนโลกที่หมุนไม่เคยหยุด วงจรแห่งการปรับปรุง Plan, Do, Check, Act วนเวียนไม่รู้จบ เพื่อการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง

Gemba / Gemba Walks ก้าวเท้าไปที่ "สถานที่จริง" สัมผัสความจริง สังเกตทุกอณู ในทุกอณูของพื้นที่ทำงาน เห็นด้วยตา สัมผัสด้วยใจ

Root Cause Analysis (5 Whys) ถามไปเรื่อยๆ ทำไม? ทำไม? ทำไม? จนเจอต้นตอ ปัญหาที่ซ่อนเร้น เหมือนงมหาสมบัติ

Value Stream Mapping ลากเส้นสายแห่งคุณค่า มองเห็นภาพรวม ของทุกกระบวนการ การไหลของงาน ที่ไร้ที่สิ้นสุด

5ส สะส separación (จัดระเบียบ), สะส 세이톤 (ความเป็นระเบียบ), สะส 세이โช (ความสะอาด), สะส 세이케쓰 (สุขอนามัย), สะส 시쓰케 (วินัย) สี่สอ สี่สอ สี่สอ... โอ้ย! 5ส! สร้างสภาพแวดล้อมที่เปี่ยมสุข

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • Kaizen มาจากภาษาญี่ปุ่น แปลว่า "การปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง" เน้นการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ ที่สม่ำเสมอ
  • Deming Cycle คิดค้นโดย W. Edwards Deming ผู้บุกเบิกด้านการบริหารคุณภาพ
  • Gemba หมายถึง "สถานที่จริง" ที่เกิดการทำงานขึ้น
  • 5 Whys เป็นเทคนิคที่ช่วยให้เจาะลึกถึงสาเหตุของปัญหา
  • Value Stream Mapping (VSM) ช่วยให้เห็นภาพการไหลของวัตถุดิบและข้อมูลในกระบวนการผลิต
  • 5S เป็นหลักการพื้นฐานในการจัดการสถานที่ทำงานให้มีประสิทธิภาพและปลอดภัย

กลยุทธ์ 3 MU’S ของไคเซนประกอบด้วยอะไร

อืม... กลยุทธ์ 3 MU’S ของไคเซ็น...มันคือหัวใจเลยนะ

มันเป็นหลักการให้เราคอยสอดส่องหาปัญหาในที่ทำงาน...หาจุดที่ต้องปรับปรุงอยู่ตลอดเวลา...ไม่ใช่ปล่อยผ่าน...

แล้วมีอะไรบ้างนะ...

  • Muda (ความสูญเปล่า): อันนี้ตัวร้ายเลย...อะไรก็ตามที่ไม่สร้างมูลค่าให้งาน...ลูกค้าไม่ได้อยากจ่ายเงินให้ส่วนนี้...เช่น การรอคอย...การผลิตของมากเกินไป...ของเสีย...การเคลื่อนไหวที่ไม่จำเป็น...นี่คือสิ่งที่ต้องกำจัดทิ้งไปเลย
  • Muri (ความตึง/ฝืนทำเกินกำลัง): คือการให้คนหรือเครื่องจักรทำงานหนักเกินไป...เกินความสามารถ...สุดท้ายก็พัง...คนก็หมดไฟ...เครื่องก็เสีย...ไม่ดีเลยสักอย่าง
  • Mura (ความไม่สม่ำเสมอ): งานขาดความสม่ำเสมอ...เดี๋ยวเร็วเดี๋ยวช้า...ผลลัพธ์ออกมาไม่เหมือนกันสักรอบ...ควบคุมคุณภาพไม่ได้เลย...ทำให้วางแผนยากมาก...มาก

แล้วไอ้ 5ส ล่ะ? คนชอบเอามาพูดรวมกัน... 5ส ก็เป็นเครื่องมือหนึ่งใน ไคเซ็น เหมือนกัน...แต่มันคือคนละส่วนกับ 3 MU’S นะ...อย่าสับสน... 5ส มันเน้นเรื่องการจัดระเบียบสถานที่ทำงานมากกว่า...พอหน้างานสะอาดเป็นระเบียบ...มันก็จะช่วยให้เรามองเห็นพวก Muda Muri Mura ได้ง่ายขึ้น...มันเกื้อหนุนกัน...

สรุปคือ 3 MU’S คือเป้าหมายที่ต้องกำจัด...ส่วน 5ส คือเครื่องมือที่ช่วยให้เราไปถึงเป้าหมายนั้นได้ง่ายขึ้น...งงมั้ย...ไม่น่าจะงงนะ...มันคือระบบตรวจสอบดีๆนี่เอง

Kaizen มีกี่ประเภท

Kaizen มีกลยุทธ์หลัก 3 ประเภท คือ 3-M (Muda, Mura, Muri) หรือ 3-Mus, 5ส และ การวิเคราะห์หาสาเหตุรากเหง้า (Root Cause Analysis).

ตอนไปฝึกงานที่โรงงานรถยนต์เมื่อเดือนมีนาคม 2567 ที่ระยองนะ ร้อนมาก แดดเปรี้ยงๆ เข้าไปวันแรก งงไปหมด เสียงเครื่องจักรดังลั่น บอร์ดใหญ่ๆ ก็แปะรูปอะไรไม่รู้เต็มไปหมด พี่หัวหน้าเดินมาบอก "เนี่ยแหละน้อง ไคเซ็น" คือการปรับปรุงตลอดเวลา พี่เขาบอกว่ามันครอบคลุมเรื่อง 3-M5ส แล้วก็ การวิเคราะห์หาสาเหตุรากเหง้า ด้วย

วันแรกๆ เดินผ่านไลน์ผลิต เห็นของวางเกะกะไปหมด มันไม่เหมือน 5ส ในตำราเรียนเลย ตอนนั้นคิดในใจนะ "ทำไมมันดูไม่เรียบร้อยเลยวะ" รู้สึกหงุดหงิดนิดๆ ที่เห็นอะไรมันไม่เป็นระเบียบ

แล้วพี่หัวหน้าเขาก็มาอธิบายเรื่อง 3-M ให้ฟัง มุดะ มุระ มุริ ฟังแล้วงงๆ ตอนแรก นึกว่าต้องจำศัพท์ญี่ปุ่นอีกแล้วเหรอ เขาก็อธิบายง่ายๆ นะ มุดะคือความสูญเปล่า ไม่เพิ่มมูลค่า มุระคือความไม่สม่ำเสมอ และมุริคือความเกินกำลัง ทำงานหนักเกินไป เสี่ยงเจ็บตัว พอเข้าใจหลักการนี้ เออ มันก็ไม่ใช่แค่เรื่องจัดของอย่างเดียวนี่หว่า

มีอยู่วันหนึ่งเครื่องจักรเสียดังเอี๊ยด! พี่ช่างรีบวิ่งมาดู ไม่รีบร้อนซ่อมทันทีนะ แต่นั่งจ้องอยู่นานเลย พี่เขาบอกว่าต้องทำ Root Cause Analysis คือไม่ใช่แค่ซ่อมให้มันใช้ได้ แต่ต้องหาว่าทำไมมันเสีย เกิดจากอะไร แล้วจะป้องกันยังไงไม่ให้เกิดอีก พี่เขาใช้เทคนิค 5 Why ถามไปเรื่อยๆ จนเจอต้นตอจริงๆ ตอนนั้นทึ่งมากนะ การแก้ปัญหามันลึกได้ขนาดนี้เลยเหรอวะ

เรื่อง 5ส นี่เห็นผลจริงๆ ตอนแรกห้องเก็บเครื่องมือคือแบบ นรกชัดๆ ไขควง สกรู ตะปู ปนกันมั่วไปหมด หาของอะไรไม่เคยเจอ พี่ยามเขาบอก "น้องมาช่วยพี่จัดหน่อย" จัดไปจัดมา พอเสร็จนะ โล่งมาก รู้สึกดีจริงๆ ไม่ต้องมาเสียเวลาหาของแล้ว สะสาง สะดวก สะอาด สุขลักษณะ สร้างนิสัย มันทำให้งานง่ายขึ้นเยอะเลย ที่ทำงานก็ดูเป็นระเบียบขึ้นมาเลย

  • 3-M (มุดะ, มุระ, มุริ): หลักการนี้คือการลดความสูญเปล่าและความไร้ประสิทธิภาพในการทำงาน
    • มุดะ (Muda): หมายถึง ความสูญเปล่า หรือสิ่งที่ไม่สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับกระบวนการ เช่น การรอคอย การเคลื่อนไหวที่ไม่จำเป็น หรือของเสีย
    • มุระ (Mura): คือ ความไม่สม่ำเสมอ หรือความผันผวนในการทำงาน ทำให้เกิดความล่าช้าหรือไม่สามารถคาดการณ์ได้
    • มุริ (Muri): คือ ความเกินกำลัง หรือการทำงานที่หนักเกินไป ส่งผลให้พนักงานเหนื่อยล้า บาดเจ็บ หรือเครื่องจักรทำงานหนักเกินขีดจำกัด
  • 5ส (สะสาง, สะดวก, สะอาด, สุขลักษณะ, สร้างนิสัย): เป็นหลักการจัดระเบียบและปรับปรุงสภาพแวดล้อมในการทำงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดอุบัติเหตุ และสร้างวินัย
    • สะสาง (Seiri):แยกแยะ สิ่งของที่จำเป็นออกจากสิ่งที่ไม่จำเป็น แล้วขจัดสิ่งที่ไม่จำเป็นออกไป
    • สะดวก (Seiton):จัดวาง สิ่งของที่จำเป็นให้เป็นระเบียบ หาง่าย หยิบง่าย ใช้งานง่าย
    • สะอาด (Seiso):ทำความสะอาด พื้นที่ทำงาน อุปกรณ์ และเครื่องมือให้ปราศจากสิ่งสกปรกอยู่เสมอ
    • สุขลักษณะ (Seiketsu):รักษามาตรฐาน ของ 3ส แรกอย่างต่อเนื่อง และสร้างสภาพแวดล้อมที่ถูกสุขลักษณะ
    • สร้างนิสัย (Shitsuke):สร้างวินัย และปลูกฝังให้พนักงานปฏิบัติ 5ส อย่างสม่ำเสมอจนเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมองค์กร
  • การวิเคราะห์หาสาเหตุรากเหง้า (Root Cause Analysis - RCA): เป็นกระบวนการที่ใช้ระบุสาเหตุที่แท้จริงของปัญหา หรือเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ แทนที่จะแก้ไขแค่ปลายเหตุ
    • เป้าหมาย: เพื่อ ป้องกัน ไม่ให้ปัญหาเดิมเกิดขึ้นซ้ำอีก โดยการแก้ไขที่ต้นตอของปัญหา
    • เครื่องมือที่ใช้บ่อย: แผนภูมิก้างปลา (Fishbone Diagram หรือ Ishikawa Diagram) และ เทคนิค 5 Why (การถาม "ทำไม" ซ้ำๆ กัน 5 ครั้ง เพื่อเจาะลึกหาสาเหตุที่แท้จริง)
    • ประโยชน์: ช่วยให้องค์กรเข้าใจปัญหาอย่างถ่องแท้ พัฒนามาตรการป้องกันที่มีประสิทธิภาพ และ ปรับปรุงกระบวนการได้ในระยะยาว

เทคนิคการปรับปรุงงานแบบ Kaizen มีอะไรบ้าง

ไคเซ็น? มันคือพัฒนาไม่สิ้นสุด.

  1. ดึงคนเข้าร่วม: ทุกคน. ไม่มีข้อยกเว้น.
  2. หาปัญหา: มันอยู่ตรงไหน. ชี้เป้า.
  3. ออกแบบวิธีแก้: คิด. ลงมือ.
  4. วิเคราะห์ผลลัพธ์: ดูสิ ได้อะไร.
  5. สร้างมาตรฐาน: ล็อกมันไว้.
  6. ทำซ้ำ: วนลูป. เพื่อก้าวไป.

แก่นของมัน:

  • กำจัดมูดะ: ทิ้งสิ่งไร้ค่า. มันถ่วง.
  • ลงเก็นบะ: ไปดูด้วยตา. หน้างานจริง.
  • ไม่เคยพอ: ดีได้อีก. เสมอ.
  • ผลลัพธ์: ประสิทธิภาพเพิ่ม. คุณภาพคม. ต้นทุนลด.
  • ทุกคนสำคัญ: ไม่มีใครเล็กเกินไป.

ตัวอย่างไคเซ็นง่ายๆ มีอะไรบ้าง

ทุกอย่างคือ ไคเซ็น ได้หมด. แค่มองให้เห็น.

มันไม่ใช่เรื่องใหญ่. แค่เปลี่ยนจุดเล็กๆ.

ค่าใช้จ่าย. ลดสิ่งที่ไม่จำเป็น. ปิดไฟตอนพัก. จบ. ความปลอดภัย. ไม่ใช่เรื่องของโชค. ทางเดินต้องโล่ง. ไม่มีของขวาง. ขั้นตอนการทำงาน. ทำให้มันสั้น. ย้ายของที่ต้องใช้มาไว้ใกล้ตัว. เสียเวลาเดิน คือความสูญเปล่า.

มองไปรอบตัว. ทุกความ สิ้นเปลือง คือโอกาส. กระดาษที่ใช้หน้าเดียว. ของที่วางเกะกะ. การรอคอยที่ไร้เหตุผล. ทั้งหมดคือ Kaizen.

  • 5ส (5S). พื้นฐานที่สุด.
    • สะสาง (Seiri): ของไม่ใช้. ทิ้ง. ของที่ใช้ไม่บ่อย. เก็บไปไกลๆ.
    • สะดวก (Seiton): ของที่ใช้. ต้องมีที่อยู่. หาเจอง่าย. คืนที่เดิม. ของที่อยู่ผิดที่คือขยะ.
    • สะอาด (Seiso): แค่เช็ด. ก็เห็นปัญหา. น็อตหลวม. น้ำมันรั่ว.
    • สร้างมาตรฐาน (Seiketsu): ทำดีแล้ว. ก็ทำซ้ำ. ทำให้เหมือนกันทุกคน.
    • สร้างวินัย (Shitsuke): ทำให้เป็นนิสัย. ไม่ต้องมีคนบอก.