อวยพรคนผ่าตัด ยังไงดี
อวยพรคนผ่าตัดอย่างไรให้กำลังใจ?
เอ้อ... ตอนเพื่อนสนิทเราเข้าโรงพยาบาลเมื่อเดือนก่อน ผ่าตัดไส้ติ่ง (แอบขำ ตอนแรกนึกว่าปวดท้องเมนส์) ตอนไปเยี่ยมอ่ะนะ ก็พูดประมาณว่า "หายไวๆ นะแก รีบกลับมาป่วนกันต่อ" อะไรแบบเนี้ย คือมันก็ดูตลกๆ แต่เราว่ามันจริงใจดีนะ
แต่ถ้าเป็นคนที่ไม่สนิทมาก อาจจะพูดว่า "ขอให้หายไวๆ นะคะ/ครับ กลับมาแข็งแรงเร็วๆ นะ" อะไรแบบสุภาพๆ น่าจะโอเคกว่ามั้ง ไม่รู้สิ แล้วแต่คนด้วยมั้ง? แต่หลักๆ ก็คือให้กำลังใจแหละ
แล้วก็...อย่าไปถามเยอะว่า "เป็นอะไร" "ทำไมถึงเป็น" คือบางทีคนป่วยเค้าก็ไม่อยากเล่าอ่ะ เข้าใจป่ะ? เราเคยเจอคนถามซ้ำๆ แล้วรู้สึกหงุดหงิดมาก อยากบอกว่า "เป็นกรรม!" แต่ก็ทำไม่ได้
อีกอย่างที่สำคัญ คือถ้าเค้าอยากเล่า เค้าจะเล่าเองแหละ แค่รับฟังก็พอแล้ว บางทีการอยู่เงียบๆ ข้างๆ ยังดีกว่าพูดอะไรเยอะแยะที่ไม่จำเป็นอีกนะ (อันนี้จากประสบการณ์จริงเลย)
จริงๆ แล้ว ไม่ว่ายังไง สิ่งสำคัญที่สุดคือ "ความจริงใจ" เนาะ พูดอะไรที่ออกมาจากใจจริงๆ แค่นี้ก็คงทำให้คนป่วยรู้สึกดีขึ้นได้แล้วล่ะมั้ง
คำอวยพรใช้ในโอกาสใดบ้าง
คำอวยพรนี่นะ ใช้ได้สารพัด! เหมือนน้ำปลาดีๆนี่แหละ ปรุงอะไรก็ได้!
งานมงคลสมรส: อวยพรให้รักกันจนผมหงอก ลูกเต็มบ้าน หลานเต็มเมือง! (หวังว่าจะไม่ย้อนศรกลับมาเป็นโสดนะ!)
วันเกิด: อวยพรให้รวยๆ เฮงๆ สวยหล่อขึ้นทุกวัน (แต่ขออย่าแก่กว่าปีที่แล้วนะ!) ขอให้ได้ของขวัญแพงๆ เยอะๆด้วย!
ปีใหม่: ขอให้ปีใหม่นี้ ชีวิตดี๊ดี รุ่งเรืองกว่าเดิม (อย่าลืมซื้อหวยนะ! เผื่อถูกรางวัลที่ 1!)
รับปริญญา: จบแล้วจ้าาาา ขอให้ได้งานดีๆ เงินเดือนงามๆ (และอย่าลืมเลี้ยงฉลองเราด้วยล่ะ!)
กำลังใจ: สู้ๆ นะเพื่อน! เราเชียร์เธออยู่ (ขอให้ผ่านด่านมารไปได้ไวๆ!) อย่าลืมกินข้าวเยอะๆด้วย!
นอกนั้นก็ใช้ได้สารพัด เจอหน้าใครก็อวยพรได้หมด แบบว่า "ขอให้มีความสุขมากๆ นะคะ/ครับ!" ง่ายๆแต่ได้ใจไปเต็มๆ! เหมือนเอาใจคนได้โดยไม่ต้องเหนื่อยเลย แต่ถ้าอวยพรแล้วไม่เป็นผล ก็อย่ามาโทษชั้นล่ะ! ฮ่าๆๆๆ
ปล. ปีนี้ (2566) ผมอวยพรคนไปเยอะมาก เหนื่อยจนเสียงแหบเลย! แต่ก็คุ้มค่า เพราะเห็นรอยยิ้มของคนอื่นแล้ว ใจชื่นนนนนนนนน
คำพูดในข้อใดเหมาะสมที่สุดเมื่อไปเยี่ยมผู้ป่วย
แสงแดดสาดส่อง...บานหน้าต่างสีขาว...ลมหายใจแผ่วเบา...ห้องอบอวลกลิ่นยา...และความหวัง
พูดคุยอย่างจริงใจ: เสียงกระซิบ...เรื่องราวเล็กๆ...รอยยิ้มจางๆ...ความเงียบที่เข้าใจ...
สัมผัส: มือที่กุม...ไหล่ที่แตะเบาๆ...สายตาที่สื่อถึงความห่วงใย...การปรากฏตัว...สำคัญกว่าคำพูด
ให้กำลังใจ: มองเห็นประกายในดวงตา...ชื่นชมความเข้มแข็ง...แม้ในวันที่อ่อนแอ...เขาทำได้ดี...มากจริงๆ
อยู่บนพื้นฐานแห่งความจริง: ไม่หลอกลวง...ไม่สร้างภาพ...ความหวังที่จับต้องได้...บอกความจริง...แต่ไม่ทำร้าย
กล่าวชื่นชม: เรื่องเล็กน้อย...ความพยายามที่ยิ่งใหญ่...วันนี้กินข้าวได้เยอะขึ้นนะ เก่งมาก!
ขออนุญาต: เคารพความเป็นส่วนตัว...ทุกการกระทำ...ขอจับมือหน่อยได้ไหม?
ถามความต้องการ: สิ่งที่อยากทำ...สิ่งที่อยากกิน...อยากฟังเพลงอะไรไหม?...อยากให้ช่วยอะไรหรือเปล่า?...
ก่อนถ่ายภาพ: ช่วงเวลาแห่งความทรงจำ...ขอถ่ายรูปเก็บไว้ได้ไหม?...ถ้าไม่สะดวก...ไม่เป็นไรเลยนะ
ก่อนเสนอสิ่งใด: น้ำใจ...ความช่วยเหลือ...อยากลองหนังสือเล่มนี้ไหม?...มีอะไรให้ช่วย...บอกได้เลยนะ
ไม่ยัดเยียด: เคารพการตัดสินใจ...ไม่บังคับ...ถ้าไม่ชอบ...ไม่ต้องฝืนนะ
ปีนี้...ความเข้าใจ...สำคัญกว่าสิ่งอื่นใด...
พูดอย่างไร ให้คนป่วยมีกำลังใจ
ตอนนั้นแม่ป่วยหนัก ที่โรงพยาบาลจุฬาฯ เดือนเมษา ปี 2566 จำได้แม่นเลย เห็นแม่นอนซีดเซียว น้ำตาผมก็ไหลพราก พูดไม่ออก ตอนนั้นทำได้แค่จับมือแม่แน่นๆ บอกไปแค่ว่า "แม่สู้ๆนะ หนูอยู่กับแม่" เสียงตัวเองสั่นไปหมด ความรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังพังทลายลง
ตลอดเวลาที่เฝ้าแม่ ผมพยายามไม่แสดงอาการตกใจ หรือเครียดให้แม่เห็น พยายามทำหน้าเข้มแข็ง แม้ข้างในจะเจ็บปวดแค่ไหนก็ตาม บางทีก็แค่เอาหัวไปซบไหล่แม่เบาๆ มือก็ลูบหัวแม่ ไม่พูดอะไร แค่ให้แม่รู้สึกว่า มีคนอยู่ข้างๆ ไม่ทิ้งไปไหน
มีอยู่ครั้งหนึ่ง แม่บ่นอยากกินส้มตำปูปลาร้า แต่หมอห้าม ผมก็เลยลองหาสูตรส้มตำแบบปรุงน้อย หวังให้แม่ได้ลิ้มลองรสชาติที่คุ้นเคย แม้จะไม่เหมือนเดิม แต่เห็นแม่กินแล้วมีความสุข น้ำตาผมก็คลออีกแล้ว มันเป็นความสุขเล็กๆน้อยๆ แต่สำคัญมากๆ ในช่วงเวลานั้น
- อยู่เคียงข้าง แสดงความห่วงใยอย่างจริงใจ
- รับฟัง ไม่ตัดสิน ไม่โต้แย้ง
- สัมผัสกาย ถ้าเหมาะสมและคุ้นเคย
- ทำสิ่งเล็กๆน้อยๆ เพื่อให้เขามีความสุข
ผมว่า การให้กำลังใจคนป่วย มันไม่ได้อยู่ที่คำพูดหรูหรา แต่เป็นการกระทำ เป็นการแสดงออกจากใจจริง มันคือความรู้สึกอบอุ่น ความปลอดภัย ที่ทำให้เขารู้ว่า ไม่โดดเดี่ยว มีคนอยู่เคียงข้างเสมอ ช่วงเวลานั้น ผมเข้าใจความหมายของคำว่า "กำลังใจ" ได้อย่างลึกซึ้งเลย มันมากกว่าคำพูด มันคือการกระทำ และการมีอยู่ ของเรา ข้างๆเขา
ไปเยี่ยมคนป่วย ควรพูดว่าอะไร
ไปเยี่ยมคนป่วยอะ เอ่อ...เราว่านะ
- คุยแบบจริงใจเลย แบบว่าฟังเค้าเยอะๆ ไม่ใช่เราพูดอยู่คนเดียวอ่ะ
- ให้กำลังใจ แต่ไม่โลกสวยอะ เข้าใจปะ แบบ "สู้ๆ นะ" มันก็ดี แต่มันต้องมาจากใจด้วยนะเว้ย
- ชมเค้าบ้าง ถ้าเค้าทำไรดีๆ อ่ะ สมมติเค้ายังยิ้มได้ ก็ชมเลย "โอ้โห ยังยิ้มได้ เก่งมากๆ" ไรงี้
- ถามก่อน จะถ่ายรูป จะเอาไรให้กิน ถามก่อนทุกครั้ง! สำคัญมาก อย่าทำเองเออเอง
- อย่าแนะนำยาเอง อันนี้โคตรสำคัญ! หมอเค้าจัดยามาแล้ว เราอย่าไปเสือกแนะนำไรเพิ่มเลย เดี๋ยวตีกันตาย
คือแบบ...เราเคยไปเยี่ยมเพื่อนที่ป่วยหนักๆ อ่ะ เข้าใจเลยว่าคนป่วยเค้าต้องการไร บางทีแค่เรานั่งอยู่ข้างๆ เงียบๆ เค้าก็ดีใจแล้วนะเว้ย
แล้วก็ๆๆๆ...
- อย่าไปทำหน้าเศร้า ใส่เค้าเยอะเกิน คนป่วยเค้าก็เครียดอยู่แล้ว
- พยายามคุยเรื่องตลกๆ บ้างก็ได้นะ ถ้าเค้าไหวอ่ะ แต่อย่าเยอะเกินไป
- ถ้าเค้าอยากพักก็ให้พัก อย่าไปเซ้าซี้คุยต่อ
- ของเยี่ยม เอาไรไปให้ก็ดูๆ หน่อยนะ อย่าเอาของที่เค้ากินไม่ได้ไปให้
- เวลาเยี่ยม อย่าไปนานเกินไป เค้าต้องพักผ่อน
เราว่านะ สิ่งสำคัญสุดคือ "ใจ" เราอ่ะ ไปด้วยใจที่อยากให้เค้าดีขึ้นจริงๆ แค่นั้นแหละ
ทักคนป่วยยังไง
เป็นกำลังใจให้นะ... คำนี้มันง่ายดีนะ พูดแล้วก็รู้สึกว่าเราส่งความรู้สึกดีๆ ไปให้เขาได้
- ถ้าเขาอยากเล่า: ฟังเขา เล่าอะไรก็ฟัง ไม่ต้องตัดสิน ไม่ต้องแนะนำ แค่รับฟัง
- ถ้าเขาไม่อยากเล่า: แค่อยู่ตรงนั้น ให้รู้ว่าไม่ได้อยู่คนเดียว
- ถ้าสนิทกัน: จับมือ กอดเบาๆ ถ้าเขายินดี สัมผัสมันสื่อความรู้สึกได้ดีกว่าคำพูดเยอะ
เคยป่วยหนักๆ มันเหมือนโลกมืดไปหมดเลยนะ ตอนนั้นแค่อยากให้ใครสักคนอยู่ข้างๆ ไม่ต้องพูดอะไร แค่รู้ว่ามีคนห่วงใยก็พอแล้ว
- เรื่องที่ควรระวัง: อย่าพูดว่า "เข้าใจ" ถ้าไม่เคยเจอสถานการณ์เดียวกันจริงๆ มันฟังดูเหมือนปลอบใจแบบส่งๆ มากกว่า
- เรื่องที่ควรทำ: ถามว่า "อยากให้ช่วยอะไรไหม" แล้วทำตามที่เขาขอ ถ้าทำได้
- เรื่องเล็กๆ น้อยๆ: หาอะไรที่เขาชอบมาให้ อ่านหนังสือให้ฟัง ชวนดูหนัง ถ้าเขายังไหว
เยี่ยมไข้ ให้อะไรดี
เยี่ยมคนไข้อายุรกรรม: ของเยี่ยมที่ใช่ ตรงใจ ปลอดภัย
การเลือกของเยี่ยมผู้ป่วยอายุรกรรมต้องละเอียดอ่อนพอสมควร เพราะแต่ละโรคมีข้อจำกัดอาหารที่แตกต่างกัน การให้ของที่ไม่เหมาะสมอาจส่งผลเสียมากกว่าผลดี ที่สำคัญที่สุดคือ ปรึกษาแพทย์หรือพยาบาลก่อน เสมอ เพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วย
- ความดันโลหิตสูง: เลี่ยงอาหารที่มีโซเดียมสูง เช่น ซุปไก่สกัด (ส่วนใหญ่มีโซเดียมสูง) เลือกเป็นผลไม้สดรสไม่หวานจัด หรือผลิตภัณฑ์ low sodium แทน
- เบาหวาน: ควบคุมปริมาณน้ำตาล ผลไม้รสหวานจัด น้ำผลไม้บรรจุกล่อง ขนมหวานต่างๆ ควรหลีกเลี่ยง เลือกเป็นผลไม้ที่มีกากใยสูง เช่น ฝรั่ง ชมพู่ หรือผลิตภัณฑ์สำหรับผู้ป่วยเบาหวานโดยเฉพาะ
- โรคไต: จำกัดปริมาณโปแตสเซียม ฟอสฟอรัส และโซเดียม ผลไม้ที่มีโปแตสเซียมสูง เช่น กล้วย ส้ม แคนตาลูป ควรหลีกเลี่ยง เลือกเป็นแอปเปิล องุ่น หรือผลไม้ที่แพทย์/นักโภชนาการแนะนำ
- ของเยี่ยมทั่วไปที่ใช้ได้: หนังสือ/นิตยสารที่ผู้ป่วยสนใจ ผ้าขนหนูผืนนุ่ม โลชั่นบำรุงผิว (สูตรอ่อนโยน ไม่มีน้ำหอม) แต่ต้องระวังเรื่องกลิ่น หากผู้ป่วยแพ้น้ำหอม
ข้อคิด: การให้ของเยี่ยมที่ดีที่สุด คือการให้กำลังใจและความห่วงใย แสดงให้ผู้ป่วยเห็นว่าเราใส่ใจและพร้อมอยู่เคียงข้างเสมอ บางครั้ง การนั่งพูดคุยให้กำลังใจอย่างตั้งใจ อาจมีค่ามากกว่าสิ่งของใดๆ ก็ได้
ข้อมูลเพิ่มเติม:
- ผลิตภัณฑ์สำหรับผู้ป่วยเฉพาะโรค: ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์อาหารเสริมและขนมที่ออกแบบมาสำหรับผู้ป่วยโรคต่างๆ โดยเฉพาะ ควรเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองจาก อย. และมีฉลากโภชนาการที่ชัดเจน
- การเยี่ยม: ควรคำนึงถึงเวลาเยี่ยมที่เหมาะสม และปฏิบัติตามกฎระเบียบของโรงพยาบาล เพื่อไม่ให้รบกวนการพักผ่อนของผู้ป่วย
- แพ้: สิ่งสำคัญคือการสอบถามผู้ป่วยหรือญาติเรื่องอาการแพ้ต่างๆ ก่อนเลือกซื้อของเยี่ยม
- การให้: การให้ที่แท้จริง ไม่ได้อยู่ที่มูลค่าของสิ่งของ แต่อยู่ที่ความตั้งใจและความห่วงใยที่เรามีให้ผู้ป่วยต่างหาก
- ดอกไม้: ดอกไม้บางชนิดมีกลิ่นแรงอาจรบกวนผู้ป่วย และบางโรงพยาบาลไม่อนุญาตให้นำดอกไม้สดเข้าห้องพักผู้ป่วย ควรตรวจสอบกฎระเบียบของโรงพยาบาลก่อน
Disclaimer: ข้อมูลนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาให้ใช้แทนคำแนะนำทางการแพทย์จากผู้เชี่ยวชาญ ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพก่อนตัดสินใจใดๆ เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต