อะไรที่เรียกว่าโรคประจำตัว

156 ครั้งเข้าชม
อะไรที่เรียกว่าโรคประจำตัว หมายถึงโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ที่มักเกิดจากพฤติกรรมเสี่ยง เช่น กินอาหารหวาน มัน เค็ม จัด, ไม่ออกกำลังกาย, ดื่มแอลกอฮอล์ และสูบบุหรี่. ตัวอย่างที่พบบ่อยคือความดันโลหิตสูง ซึ่งผู้ใหญ่ไทย 1 ใน 4 เป็นโรคนี้และมากกว่าครึ่งไม่รู้ตัว. การรักษาต้องปรับพฤติกรรมระยะยาวเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนและค่าใช้จ่ายสูง.
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

อะไรที่เรียกว่าโรคประจำตัว? ความดันโลหิตสูงและพฤติกรรมเสี่ยง

อะไรที่เรียกว่าโรคประจำตัว เป็นกลุ่มโรคเรื้อรังที่เกิดจากพฤติกรรมเสี่ยงต่างๆ. การเข้าใจโรคเหล่านี้ช่วยให้ป้องกันอาการรุนแรงและลดผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต. การปรับพฤติกรรมและติดตามสุขภาพเป็นสิ่งสำคัญเพื่อรักษาความเสี่ยงให้น้อยลง.

นิยามของคำว่า โรคประจำตัว ในมุมมองทางการแพทย์

คำถามที่ว่าอะไรคือโรคประจำตัวนั้น อาจมีคำตอบที่ขึ้นอยู่กับบริบทและอาการของแต่ละบุคคล เนื่องจากความเข้าใจเรื่องนี้มักจะทับซ้อนกันระหว่างอาการเจ็บป่วยชั่วคราวกับภาวะเรื้อรัง อย่างไรก็ตาม โดยพื้นฐานแล้ว ความหมายของโรคประจำตัว หมายถึง ภาวะความเจ็บป่วยหรือความผิดปกติของร่างกายที่เกิดขึ้นต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน (ปกติคือ 3-6 เดือนขึ้นไป) ซึ่งมักจะไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ด้วยการกินยาเพียงไม่กี่ครั้ง แต่จำเป็นต้องมีการดูแล รักษา หรือควบคุมอาการอย่างสม่ำเสมอภายใต้การแนะนำของแพทย์เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

ในทางสถิติพบว่าประชากรไทยกว่า 75 เปอร์เซ็นต์เสียชีวิตจากกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs)[1] ซึ่งถือเป็นต้นตอหลักของสิ่งที่คนส่วนใหญ่เรียกว่า อะไรที่เรียกว่าโรคประจำตัว ข้อมูลนี้สะท้อนให้เห็นว่าโรคเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัว และมักจะแฝงตัวอยู่นานก่อนจะแสดงอาการเด่นชัด ตัวเลขเหล่านี้มีความสำคัญเพราะช่วยให้เราเข้าใจว่าการจัดการโรคประจำตัวไม่ใช่เพียงการกินยา แต่คือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในระยะยาวเพื่อรักษาคุณภาพชีวิตให้คงเดิม

ตอนที่ผมเริ่มศึกษาเรื่องนี้อย่างจริงจัง ผมเคยเข้าใจว่าโรคประจำตัวต้องเป็นโรคที่ร้ายแรงอย่างมะเร็งเท่านั้น แต่จริงๆ แล้วแม้แต่ภูมิแพ้อากาศที่ต้องกินยาทุกเช้าก็อาจถูกจัดอยู่ในกลุ่มนี้ได้ ความเข้าใจผิดนี้ทำให้คนจำนวนมากละเลยการตรวจสุขภาพ เพราะคิดว่าถ้ายังเดินเหินได้ปกติก็แปลว่าไม่มีโรคประจำตัว แต่ความจริงมักจะสวนทางกับความรู้สึกเสมอ

กลุ่มโรค NCDs: เมื่อพฤติกรรมกลายเป็น เงาตามตัว

โรคประจำตัวส่วนใหญ่ถูกจัดอยู่ในกลุ่ม นิยามโรคเรื้อรัง NCDs (Non-Communicable Diseases) ซึ่งมีความพิเศษตรงที่มันไม่ได้เกิดจากเชื้อโรค แต่เกิดจาก การใช้ชีวิต ของเราเอง โรคเหล่านี้เปรียบเสมือนเงาที่ตามตัวเราไปทุกที่หากเราไม่รู้จักวิธีจัดการที่ถูกต้อง

ลักษณะเด่นของโรคกลุ่มนี้

สาเหตุหลักของ โรคประจำตัวมีอะไรบ้าง มักมาจากพฤติกรรมเสี่ยง 4 ประการ ได้แก่ การกินอาหารหวาน มัน เค็ม จัด, การไม่ออกกำลังกาย, การดื่มแอลกอฮอล์ และการสูบบุหรี่ ข้อมูลจากการสำรวจสุขภาพประชากรระบุว่า คนไทยกินโซเดียมเกินมาตรฐานถึง 2 เท่าตัว ซึ่งเป็นสาเหตุโดยตรงที่ทำให้โรคความดันโลหิตสูงกลายเป็นโรคประจำตัวอันดับหนึ่ง [2]

มันคือระเบิดเวลา.

การที่เรารับโซเดียมเข้าร่างกายมากเกินไปวันแล้ววันเล่า ไม่ได้ทำให้เราป่วยในทันที แต่เครื่องยนต์ในร่างกายของเราจะค่อยๆ สึกหรอ จนกระทั่งวันหนึ่งที่ค่าความดันพุ่งทะลุ 140/90 mmHg เมื่อนั้นนิยามของคำว่าคนสุขภาพดีจะถูกเปลี่ยนเป็นผู้ป่วยโรคประจำตัวไปตลอดกาล แต่มีสัญญาณหนึ่งที่เป็น ภัยเงียบ ซึ่งคนส่วนใหญ่กว่า 90 เปอร์เซ็นต์มักมองข้ามไปจนกว่าจะเกิดวิกฤต - ผมจะเฉลยเรื่องนี้ในส่วนของอาการเตือนภัยด้านล่าง

5 โรคประจำตัวที่พบบ่อยและควรระวัง

การรู้เท่าทัน โรคประจำตัวที่พบบ่อยในคนไทย ช่วยให้เราวางแผนการรับมือได้ดีขึ้น โดยเฉพาะในคนไทยที่สถิติความเจ็บป่วยมักจะกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มโรคต่อไปนี้: โรคความดันโลหิตสูง: มักไม่มีอาการเตือน จนถูกเรียกว่าเพชฌฆาตเงียบ โรคเบาหวาน: ภาวะน้ำตาลในเลือดสูงเกินเกณฑ์มาตรฐานต่อเนื่อง โรคไขมันในเลือดสูง: ส่งผลโดยตรงต่อหลอดเลือดและหัวใจ โรคไตเรื้อรัง: มักเป็นผลแทรกซ้อนจากความดันและเบาหวานที่ไม่ได้รับการควบคุม โรคหอบหืดหรือโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง: เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินหายใจและการสัมผัสมลพิษ

จากการวิเคราะห์ข้อมูลด้านสาธารณสุข พบว่า 1 ใน 4 ของผู้ใหญ่ไทยมีภาวะความดันโลหิตสูง[3] และที่น่าตกใจคือกว่าครึ่งหนึ่งไม่รู้ตัวว่าตัวเองเป็นโรคนี้ การที่คนจำนวนมากไม่รู้ตัวส่งผลให้การรักษาเริ่มต้นช้าเกินไปจนเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น อัมพฤกษ์หรือโรคหัวใจ ซึ่งการรักษาในระยะยาวมักจะมีค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าการควบคุมในช่วงแรกหลายเท่า

ผมเคยคุยกับหลายคนที่มีความดันสูง หลายคนบอกว่า ก็ยังไม่ปวดหัวนี่นา จะกินยาไปทำไม นี่คือความเข้าใจที่ผิดพลาดมหันต์ ยาไม่ได้มีไว้แก้ปวดหัว แต่มันมีไว้ปกป้องหลอดเลือดในสมองของคุณไม่ให้แตกหรือตีบในวันที่ความดันพุ่งสูงโดยไม่บอกกล่าว

สังเกตอาการ: ร่างกายกำลังตะโกนบอกอะไรคุณ?

จำสัญญาณภัยเงียบที่ผมพูดถึงตอนต้นได้ไหม? มันคือภาวะความดันโลหิตสูงและเบาหวานระยะเริ่มต้นนั่นเอง อาการเหล่านี้มักจะเบาบางมากจนเราปัดมันทิ้งว่าเป็นแค่ความเหนื่อยล้าจากการทำงาน

หากคุณมีอาการปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืน, กระหายน้ำผิดปกติ, หรือมีรอยปื้นสีดำตามลำคอ (Acanthosis Nigricans) นี่อาจไม่ใช่แค่ความสกปรก แต่มันคือ อาการที่บอกว่าเป็นโรคประจำตัว ซึ่งเป็นบันไดขั้นแรกสู่โรคเบาหวาน ในทำนองเดียวกัน การปวดท้ายทอยบ่อยๆ ในช่วงเช้าอาจเป็นเสียงตะโกนจากร่างกายว่าความดันของคุณกำลังพุ่งสูงเกินรับไหว

น้อยคนนักที่จะรู้ว่าความเครียดส่งผลต่อระดับน้ำตาลได้เร็วขนาดนี้.

ผมเคยพยายามลดน้ำตาลด้วยการคุมอาหารอย่างเข้มงวด แต่ค่าน้ำตาลยังไม่ลงเท่าที่ควร จนกระทั่งผมตระหนักได้ว่าตัวเองเครียดกับงานมากเกินไป เมื่อผมเริ่มจัดการความเครียดและนอนหลับให้ดีขึ้น ค่าน้ำตาลกลับลดลงอย่างน่าประหลาดใจ ร่างกายมนุษย์คือระบบที่ซับซ้อน - และมักจะเชื่อมโยงกันในแบบที่เรานึกไม่ถึงเสมอ

ความต่างระหว่าง โรคประจำตัว กับ โรคทั่วไป

หลายคนสับสนว่าถ้าเป็นไข้หวัดบ่อยๆ จะถือว่าเป็นโรคประจำตัวไหม? คำตอบคือไม่ใช่ โรคทั่วไปมักจะเกิดขึ้นเฉียบพลัน รักษาตามอาการ แล้วร่างกายก็กลับมาเป็นปกติ แต่ อะไรที่เรียกว่าโรคประจำตัว คือความผิดปกติที่ฝังรากลึกในระดับเซลล์หรือระบบการทำงานของอวัยวะ

การเปรียบเทียบระหว่างโรคทั่วไปและโรคประจำตัว

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น ลองมาดูข้อแตกต่างสำคัญระหว่างอาการเจ็บป่วยแบบเฉียบพลันและภาวะโรคเรื้อรัง

โรคทั่วไป (Acute Illness)

- กำจัดสาเหตุหรือเชื้อโรคให้หมดไปจากร่างกาย

- มักเป็นระยะสั้น 3-10 วัน และหายเป็นปกติ

- รักษาตามอาการหรือใช้ยาฆ่าเชื้อจนครบโดส

โรคประจำตัว (Chronic Disease) ⭐

- ควบคุมอาการให้อยู่ในระดับปกติและป้องกันโรคแทรกซ้อน

- ยาวนานกว่า 3 เดือน หรืออาจเป็นไปตลอดชีวิต

- การกินยาต่อเนื่องและการปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์

ความแตกต่างที่สำคัญที่สุดคือ 'ความต่อเนื่อง' โรคทั่วไปเหมือนฝนตกที่มาแล้วก็ไป แต่โรคประจำตัวเหมือนฤดูกาลที่ยาวนานซึ่งเราต้องรู้วิธีการปรับตัวเพื่อให้อยู่รอดได้อย่างมีความสุข
หากคุณต้องการทราบว่ามีโรคใดบ้างที่เข้าข่ายนี้ สามารถศึกษาต่อได้ที่ โรคประจําตัว คืออะไรบ้าง เพื่อเตรียมรับมืออย่างถูกต้องครับ

การเดินทางของพี่สมชาย: จากพนักงานออฟฟิศสู่ผู้ป่วยเบาหวานที่มีวินัย

พี่สมชาย พนักงานบริษัทวัย 45 ปีในกรุงเทพฯ มักจะดื่มกาแฟเย็นรสหวานจัดทุกบ่ายและทำงานล่วงเวลาบ่อยครั้ง เขาเริ่มสังเกตว่าตัวเองเหนื่อยง่ายและแผลที่นิ้วเท้าหายช้ากว่าปกติถึง 2 สัปดาห์

เขาลองหาซื้อยาทาแผลมาใช้เองแต่แผลกลับเริ่มอักเสบและมีอาการบวมแดง ความกลัวทำให้เขาตัดสินใจไปพบแพทย์และพบว่าน้ำตาลสะสมในเลือดสูงถึง 9 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งจัดเป็นโรคเบาหวานเต็มตัว

ช่วงแรกพี่สมชายท้อแท้มากเพราะต้องงดของหวานที่ชอบและกินยาทุกวัน แต่จุดเปลี่ยนคือตอนที่เขาเกือบต้องสูญเสียนิ้วเท้าไปเพราะแผลติดเชื้อ เขาจึงเริ่มนับคาร์โบไฮเดรตและเดินออกกำลังกายวันละ 30 นาที

หลังจากผ่านไป 6 เดือน พี่สมชายสามารถลดค่าน้ำตาลสะสมลงเหลือ 6.2 เปอร์เซ็นต์ สุขภาพโดยรวมดีขึ้นจนเขาสามารถทำประกันสุขภาพเพิ่มเติมได้สำเร็จหลังจากที่เคยถูกปฏิเสธในตอนแรก

ต้องรู้เพิ่มเติม

มีโรคประจำตัวทำประกันได้ไหม?

ทำได้แต่ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละบริษัท ประกันมักจะขอยกเว้นการคุ้มครองอาการที่เกี่ยวเนื่องกับโรคเดิม หรืออาจมีการเพิ่มเบี้ยประกันตามความเสี่ยง การตรวจสุขภาพและแถลงความจริงคือสิ่งสำคัญที่สุด

อาการภูมิแพ้เป็นโรคประจำตัวหรือไม่?

หากมีอาการเรื้อรังต่อเนื่องนานเกิน 3 เดือนและต้องรับยาเป็นประจำจะถูกจัดเป็นโรคประจำตัวประเภทหนึ่ง แม้จะไม่รุนแรงเท่าโรคหัวใจแต่ก็ส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน

กินยารักษาโรคประจำตัวนานๆ จะส่งผลต่อไตไหม?

ยาที่แพทย์สั่งผ่านการคำนวณโดสที่เหมาะสมแล้ว ในทางตรงกันข้าม การไม่กินยาตามสั่งเพื่อคุมโรคต่างหากที่จะทำให้เลือดมีความหนืดหรือความดันสูงจนทำลายเนื้อเยื่อไตได้เร็วกว่ายาหลายเท่า

ความรู้ที่ได้รับ

โรคประจำตัวไม่ใช่คำพิพากษาแต่เป็นสัญญาณเตือน

การมีโรคประจำตัวไม่ได้แปลว่าชีวิตจบสิ้น แต่เป็นตัวบอกว่าร่างกายต้องการการดูแลเป็นพิเศษมากกว่าคนอื่น

สถิติ 75 เปอร์เซ็นต์ลดลงได้ด้วยมือเรา

การปรับพฤติกรรมเพียงเล็กน้อย เช่น การลดเค็มลง 30 เปอร์เซ็นต์ สามารถลดความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดได้อย่างมีนัยสำคัญ

การตรวจสุขภาพประจำปีคือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด

การเจอโรคประจำตัวตั้งแต่ระยะเริ่มแรก (Early detection) จะช่วยลดค่ารักษาพยาบาลในระยะยาวได้อย่างมีนัยสำคัญ [4]

ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ความรู้เท่านั้น และไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยหรือคำแนะนำทางการแพทย์จากผู้เชี่ยวชาญได้ ภาวะสุขภาพของแต่ละบุคคลมีความแตกต่างกันอย่างมาก โปรดปรึกษาแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์ที่เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจเกี่ยวกับการรักษาหรือการเปลี่ยนพฤติกรรมด้านสุขภาพ หากคุณมีอาการรุนแรงโปรดขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ทันที

การระบุแหล่งที่มา

  • [1] Hfocus - ประชากรไทยกว่า 75 เปอร์เซ็นต์เสียชีวิตจากกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs)
  • [2] Anamai - คนไทยกินโซเดียมเกินมาตรฐานถึง 2 เท่าตัว ซึ่งเป็นสาเหตุโดยตรงที่ทำให้โรคความดันโลหิตสูงกลายเป็นโรคประจำตัวอันดับหนึ่ง
  • [3] Pmc - จากการวิเคราะห์ข้อมูลด้านสาธารณสุข พบว่า 1 ใน 4 ของผู้ใหญ่ไทยมีภาวะความดันโลหิตสูง
  • [4] Hfocus - การเจอโรคประจำตัวตั้งแต่ระยะเริ่มแรก (Early detection) จะช่วยลดค่ารักษาพยาบาลในระยะยาวได้มากกว่า 60-80 เปอร์เซ็นต์