อาการเดินเซ ทรงตัวไม่ได้ เกิดจากอะไร

89 ครั้งเข้าชม
สาเหตุของอาการเดินเซ ทรงตัวไม่ได้อาการเดินเซและการทรงตัวที่ผิดปกติ เกิดจากความบกพร่องในการทำงานประสานกันของอวัยวะต่างๆ โดยมีสาเหตุหลัก ได้แก่: ความผิดปกติของระบบประสาทและสมอง ซึ่งทำหน้าที่รับรู้และสั่งการการเคลื่อนไหว ปัญหาเกี่ยวกับหูชั้นใน ที่ควบคุมการทรงตัวโดยตรง ความเสื่อมของกล้ามเนื้อและข้อต่อ ทำให้ร่างกายไม่มั่นคง ปัจจัยอื่น ๆ เช่น โรคประจำตัว การบาดเจ็บ พันธุกรรม หรือผลข้างเคียงจากยา
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

เดินเซ ทรงตัวไม่ได้ สัญญาณเตือนโรคอะไร ควรปรึกษาแพทย์เมื่อไหร่?

ตอนที่ฉันเริ่มรู้สึกเดินเซๆ นี่น่าจะช่วงปลายปีที่แล้วนะ ประมาณเดือนพฤศจิกาฯ ท่าทางฉันจะดูแปลกไปเลย เพื่อนที่ทำงานทักว่า "เธอเดินเซนะ เป็นอะไรหรือเปล่า" มันทำให้ฉันเริ่มกังวล

จริงๆ แล้วอาการเดินเซทรงตัวไม่อยู่ มันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เลยนะ มันเกิดได้จากหลายอย่างมากเลย อย่างที่เขาบอกกันนั่นแหละ อาจจะมาจากกรรมพันธุ์ หรือว่าเคยมีอุบัติเหตุหัวฟาดพื้นอะไรมา

ทีนี้ถ้ามันเริ่มมีอาการที่ทำให้เราเดินแล้วรู้สึกไม่มั่นคง ขาไม่มีแรง หรือเหมือนพื้นมันเอียงๆ เนี่ย คือต้องรีบปรึกษาหมอแล้วล่ะ อย่ารอให้มันเป็นหนักไปกว่านี้

ฉันจำได้ว่าตอนนั้นฉันไปหาหมอแผนกอายุรกรรมนะ คุณหมอตรวจละเอียดมากเลย ทั้งวัดความดัน เช็คระบบประสาท แล้วก็ถามอาการละเอียดเลย

อย่างที่เคยได้ยินมานะ การทรงตัวมีปัญหาเนี่ย บางทีมันอาจจะเกี่ยวกับระบบประสาทส่วนกลาง หรือไม่ก็เป็นที่หูชั้นในก็ได้ มันมีหลายอย่างที่ซับซ้อนมากๆ

สรุปง่ายๆ คือถ้าเริ่มรู้สึกว่าตัวเองเดินไม่ปกติแล้ว ทรงตัวลำบาก ก็อย่าชะล่าใจ ควรหาหมอเพื่อตรวจให้แน่ใจว่าเป็นเพราะอะไรกันแน่ จะได้รักษาได้ทันท่วงทีนะ

อาการเดินโคลงเคลงเกิดจากอะไร

เดินโคลงเคลง. อาจเป็นอาการเวียนศีรษะเฉียบพลัน.

เวียนศีรษะเฉียบพลัน

  • คืออาการ: เมื่อขยับหัวแล้วเวียน. บ้านหมุน. รู้สึกโคลงเคลง. อาจเซ. เดินเอียง. เหมือนจะล้มหน้าหรือหลัง.
  • สาเหตุเกิดได้:
    1. เส้นประสาทการทรงตัวอักเสบ. พบมากสุด.
    2. ผงหินปูนในหูหลุด.
    3. น้ำในหูไม่เท่ากัน.

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • อาการเดินโคลงเคลง (Ataxia) เป็นอาการของการเสียการทรงตัว. ไม่ใช่อาการของโรค. แต่เป็นสัญญาณบ่งชี้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ.
  • เส้นประสาทการทรงตัว (Vestibular nerve) มีหน้าที่หลักในการส่งสัญญาณเกี่ยวกับการทรงตัวและการรับรู้ตำแหน่งของร่างกายไปยังสมอง. เมื่ออักเสบ การส่งสัญญาณจะผิดเพี้ยน.
  • ผงหินปูนในหูชั้นใน (Otoliths) คือผลึกแคลเซียมคาร์บอเนตที่อยู่ในอวัยวะรูปถ้วย (Utricle) และกระเปาะ (Saccule). เมื่อหลุดออกมาและไปรบกวนส่วนอื่นๆ อาจทำให้เกิดอาการเวียนศีรษะ.
  • น้ำในหูไม่เท่ากัน (Labyrinthitis หรือ Meniere's disease) อาจทำให้เกิดความดันของเหลวในหูชั้นในผิดปกติ. ส่งผลกระทบต่อการทรงตัวและการได้ยิน.

อาการเดินเซเป็นโรคอะไร

อาการเดินเซ... มันมักจะมาพร้อมกับอาการเวียนหัว บ้านหมุนนะ พอคิดดูแล้ว สาเหตุหลักๆ เลย มันก็มาจาก ระบบการทรงตัวของเรานี่แหละ ที่มีปัญหา ไม่ว่าจะเป็นในหูชั้นใน หรือบางทีก็เป็นที่สมองของเราเอง มันซับซ้อนนะเรื่องนี้

อาการพวกนี้... มันจะชัดขึ้นมาก ตอนที่เราขยับหัว หรือเวลาต้องเพ่งมองอะไรนานๆ รู้สึกแย่นะตอนนั้น... แต่เชื่อไหมว่า การบริหารร่างกายช่วยได้นะ มันเป็นการฝึกเพื่อปรับสมดุล ให้ร่างกายกลับมาทรงตัวได้ดีขึ้น อาการเวียนหัวก็เบาลงได้จริงๆ ต้องทำนะ

นี่คือข้อมูลที่อาจจะช่วยให้เข้าใจมากขึ้นนะ:

  • สาเหตุหลักๆ ของอาการเดินเซ เวียนหัว บ้านหมุน:

    • ความผิดปกติที่หูชั้นใน:
      • โรคบ้านหมุน (BPPV): เกิดจากตะกอนหินปูนเล็กๆ ในหูชั้นในเคลื่อนที่ผิดตำแหน่ง ทำให้เวียนหัวเวลาเปลี่ยนท่าทาง.
      • โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน (Meniere's disease): มีอาการเวียนหัวรุนแรง หูอื้อ และอาจมีเสียงในหู.
      • หูชั้นในอักเสบ หรือเส้นประสาทการทรงตัวอักเสบ: เกิดจากการติดเชื้อ หรืออักเสบของเส้นประสาท.
    • ความผิดปกติที่สมอง:
      • โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke): โดยเฉพาะส่วนที่ควบคุมการทรงตัว ทำให้เดินเซ หรือแขนขาอ่อนแรงร่วมด้วย.
      • เนื้องอกในสมอง: บางครั้งก็กดทับเส้นประสาท หรือสมองส่วนควบคุมการทรงตัว.
      • โรคทางระบบประสาทอื่นๆ: เช่น พาร์กินสัน หรือปลอกประสาทเสื่อมแข็ง (MS) ก็ทำให้การทรงตัวแย่ลงได้.
    • ผลข้างเคียงจากยา: ยาบางชนิด เช่น ยานอนหลับ ยาแก้แพ้บางตัว หรือยาลดความดัน ก็ทำให้มึนงง เดินเซได้.
    • ปัญหาทางสายตา: การมองเห็นไม่ชัด หรือสายตาผิดปกติ ก็ส่งผลต่อการทรงตัวได้.
  • เมื่อไหร่ที่ควรพบแพทย์ทันที:

    • มีอาการเวียนหัว บ้านหมุน ร่วมกับ แขนขาอ่อนแรง ชาครึ่งซีก
    • พูดไม่ชัด มองเห็นภาพซ้อน
    • ปวดศีรษะรุนแรง
    • อาการเป็นบ่อย เป็นนาน หรือแย่ลงเรื่อยๆ
    • ล้มบ่อย จนกระทบกับการใช้ชีวิตประจำวัน
  • ตัวอย่างท่าบริหารร่างกายที่ช่วยได้ (ควรปรึกษาแพทย์หรือนักกายภาพก่อนเสมอ):

    • การฝึกสายตา: นั่งมองเป้าหมายที่อยู่ตรงหน้า แล้วค่อยๆ หันศีรษะไปทางซ้าย-ขวา สลับกันช้าๆ โดยที่สายตายังคงจับจ้องที่เป้าหมาย.
    • การฝึกการเคลื่อนไหวศีรษะ: นั่งหรือยืน แล้วค่อยๆ ก้มเงยศีรษะขึ้น-ลง หรือหันซ้าย-ขวา ช้าๆ.
    • การฝึกทรงตัว:
      • ยืนตรง เท้าชิด หรือยืนแบบปลายเท้าต่อส้นเท้า (เหมือนเดินบนเส้นเชือก).
      • ยืนขาเดียว โดยจับพยุงตัวกับผนังก่อน แล้วค่อยๆ ปล่อยมือเมื่อทรงตัวได้ดีขึ้น.
      • เดินถอยหลัง หรือเดินแบบก้าวเท้าข้ามสิ่งกีดขวางเล็กๆ.
    • สิ่งสำคัญคือต้องทำอย่างสม่ำเสมอ และทำช้าๆ ไม่ต้องรีบ เพื่อให้ร่างกายค่อยๆ ปรับตัว.

อาการเดินโคลงเคลงเกิดจากอะไร

อาการเดินโคลงเคลงนี่มันเกิดจากหลายอย่างเลยนะ ที่เขาเรียกว่า โรคเวียนศีรษะเฉียบพลัน อะเนอะ

เวลาเราขยับหัวนิดๆ หน่อยๆ ก็จะรู้สึกเวียนหัว บ้านหมุน โคลงเคลงไปมา คือมันจะรู้สึกเซๆ เดินก็จะเอียงๆ เหมือนจะล้มไปข้างหน้า หรือล้มไปข้างหลังได้เลย

มันมีสาเหตุหลักๆ อยู่ประมาณนี้:

  • เส้นประสาทการทรงตัวอักเสบเฉียบพลัน: อันนี้เจอบ่อยสุดเลยนะ
  • ผงหินปูนในหูชั้นในหลุด: บางทีพวกผงแคลเซียมมันหลุดมาผิดที่
  • น้ำในหูไม่เท่ากัน: อันนี้ก็เป็นอีกสาเหตุที่ทำให้เวียนหัว

เพิ่มเติมข้อมูลเกี่ยวกับอาการเดินโคลงเคลง:

  • อาการพวกนี้ถ้าเป็นหนักๆ อาจจะส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันมากเลยนะ เดินก็ลำบาก ทำอะไรก็ไม่สะดวก
  • การรักษาจะขึ้นอยู่กับสาเหตุเลย บางทีก็ต้องกินยา บางทีก็อาจจะต้องทำกายภาพบำบัด หรือบางกรณีอาจจะต้องใช้วิธีอื่นๆ ช่วย
  • ถ้ามีอาการแบบนี้บ่อยๆ หรือเป็นหนัก ควรไปหาหมอเพื่อตรวจให้แน่ใจดีกว่านะ จะได้รู้ว่าเกิดจากอะไรกันแน่

ภาวะโคลงเคลง เกิดจากอะไร

อาการเดินแล้วโคลงเคลงเหมือนเมาคลื่นเนี่ย บางทีก็เหมือนชีวิตจริงเลยนะ! ยิ่งน้ำในหูเราไม่เท่ากันนี่เรื่องโคตรจะคลาสสิก หมอบอกว่าไม่ร้ายแรงเท่าไหร่ แต่บางทีก็ทำเอาเราเซไปเซมาเหมือนคนจะหลงทางในชีวิต

แต่ถ้าไม่ใช่เรื่องน้ำในหูนะ มันอาจจะมาจากหลายสาเหตุสุดพีค! เช่น:

  • เปลี่ยนท่าเร็วไป: เหมือนรีบตอบแชทจนเวียนหัวนั่นแหละ! ร่างกายเรามันก็มีลิมิตของมัน
  • ความดันต่ำ/น้ำตาลต่ำ: อารมณ์เหมือนแบตมือถือใกล้หมด ทำอะไรก็ไม่ค่อยมีแรง จะยืนก็โคลง
  • ตะกอนหินปูนหลุด: อันนี้เหมือนกรวดไปติดในเครื่องยนต์รถเรานั่นแหละ ทำให้การทรงตัวเพี้ยน
  • เนื้องอกในสมอง: อันนี้คือสุดยอดแห่งความพีค! ถ้าถึงขั้นนี้ก็ต้องรีบไปเช็คด่วนแล้วนะ

ถ้าเดินเซ ทรงตัวไม่ได้ แถมมีอาการอื่นร่วมด้วย ก็ต้องดูแล้วว่ามันจะไปเกี่ยวกับอะไรต่อ

ข้อมูลเพิ่มเติมที่อาจเป็นประโยชน์:

  • น้ำในหูชั้นใน (Labyrinth): ส่วนนี้สำคัญมากกับการทรงตัวและการได้ยิน ถ้ามันมีปัญหา เช่น น้ำในหูชั้นในไม่สมดุล (Vestibular Dysfunction) หรือ โรคเมเนีย (Meniere's Disease) ที่ทำให้มีน้ำเยอะไป ก็จะเกิดอาการเวียนหัว บ้านหมุน โคลงเคลงได้
  • ตะกอนหินปูนในหูชั้นใน (BPPV): ชื่อเต็มคือ Benign Paroxysmal Positional Vertigo อันนี้เกิดจากผลึกแคลเซียมคาร์บอเนตเล็กๆ ในหูชั้นในมันหลุดไป ทำให้เวลาเปลี่ยนท่าทาง เช่น ลุก นั่ง นอน จะรู้สึกหมุนคว้างวูบเดียว
  • ความผิดปกติทางระบบประสาท: ถ้าอาการโคลงเคลงรุนแรง ร่วมกับอาการชา อ่อนแรง พูดไม่ชัด หรือมองเห็นผิดปกติ อาจบ่งชี้ถึงปัญหาที่ระบบประสาทส่วนกลาง เช่น โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) หรือ โรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง (Multiple Sclerosis - MS)
  • ยาบางชนิด: ยาบางตัวอาจมีผลข้างเคียงทำให้เวียนหัว โคลงเคลงได้ ควรปรึกษาแพทย์หากสงสัย
  • ความเครียดและวิตกกังวล: บางครั้งความเครียดจัดๆ ก็ส่งผลต่อร่างกาย ทำให้รู้สึกไม่สบายตัว โคลงเคลงได้เหมือนกัน

จำไว้ว่า: อาการโคลงเคลงทุกรูปแบบ ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเสมอ เพื่อการวินิจฉัยและการรักษาที่ถูกต้องนะจ๊ะ!

อาการทรงตัวไม่ดีเกิดจากอะไร

อาการทรงตัวแย่? บ้านหมุน? ต้นตอหลักอยู่ที่สมอง

  • เนื้องอกประสาททรงตัว ลามแดกสมอง
  • ศูนย์ทรงตัวก้านสมอง เลือดไม่พอ
  • ก้านสมองเจ็บ จากกระทบกระเทือนหัว

แต่เรื่องบ้านหมุนน่ะ มันซับซ้อนกว่านั้น มีเหตุผลอื่นอีก:

  • หินปูนในหูชั้นในหลุด: สาเหตุยอดฮิต บ้านหมุนแบบเฉพาะท่า
  • น้ำในหูไม่เท่ากัน (เมเนียร์): เสียงดังในหู หูอื้อ และบ้านหมุน
  • เส้นประสาททรงตัวอักเสบ: ติดเชื้อไวรัส มักมาแบบเฉียบพลัน
  • ยาบางชนิด: ทำให้มึน งง เสียการทรงตัว
  • โรคประจำตัว: ความดันต่ำ เบาหวาน หรือไมเกรนก็เป็นตัวการ
  • ตา: การมองเห็นบกพร่อง ทำให้การทรงตัวแย่ลง

เวียนหัวทรงตัวไม่อยู่เกิดจากอะไร

เวียนหัว เสียการทรงตัว

สาเหตุหลัก:

  • ปัญหาที่ระบบประสาทส่วนกลางและสมอง

    • เนื้องอกประสาททรงตัวที่กระจายสู่สมอง
    • เลือดไปเลี้ยงก้านสมองไม่เพียงพอ
    • สมองกระทบกระเทือน ส่งผลต่อก้านสมอง

เพิ่มเติม:

  • หูชั้นใน: ปัญหาการทรงตัวมักมีต้นตอมาจากหูชั้นใน ซึ่งมีส่วนสำคัญในการรับความรู้สึกเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวและทิศทาง
    • น้ำในหูไม่เท่ากัน (Meniere's disease): ทำให้เกิดอาการเวียนศีรษะบ้านหมุน คลื่นไส้ และการได้ยินลดลง
    • อาการเวียนศีรษะขณะเปลี่ยนท่า (BPPV): เกิดจากผลึกหินปูนในหูชั้นในเคลื่อนผิดที่ ทำให้เวียนหัวรุนแรงเมื่อเปลี่ยนท่าทาง
    • การอักเสบของเส้นประสาททรงตัว (Vestibular neuritis): เกิดจากการติดเชื้อ ทำให้เวียนหัวรุนแรงและทรงตัวลำบาก
  • ปัญหาอื่นๆ:
    • ความดันโลหิตต่ำ: ทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองน้อยลง เกิดอาการหน้ามืด วิงเวียน
    • ยาบางชนิด: ผลข้างเคียงจากยาอาจทำให้เวียนหัวและทรงตัวลำบาก
    • ความเครียด วิตกกังวล: ส่งผลต่อการทำงานของระบบประสาท ทำให้รู้สึกไม่มั่นคง

ความสำคัญ:

การเสียการทรงตัว ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย มันส่งสัญญาณว่า บางอย่างผิดปกติ ในร่างกายของคุณ การละเลยอาจนำไปสู่อุบัติเหตุที่คาดไม่ถึง

อาการเวียนหัว โคลงเคลง เกิดจากอะไร

เวียนหัว วิงเวียน เซ เหมือนจะล้ม?

อาการพวกนี้มีหลายสาเหตุ อย่าปล่อยไว้!

  • เส้นประสาทการทรงตัวอักเสบเฉียบพลัน: ตัวการหลักเลย เจอประจำ
  • ผงหินปูนหลุด: ปัญหาเล็กๆ แต่ทำให้โลกหมุนได้
  • น้ำในหูไม่เท่ากัน: ความสมดุลรวน ก็วนไปสิ

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • โรคเวียนศีรษะเฉียบพลัน: ไม่ใช่แค่เวียนๆ แต่เป็นการทรงตัวที่เสียไป เดินเซ เอียง หรือเหมือนจะล้มได้ชัดเจน
  • สาเหตุอื่นที่พบบ่อย:
    • โรคเมเนียร์ (Meniere's disease): น้ำในหูชั้นในเยอะเกินไป ทำให้เวียนหัว หูอื้อ และมีเสียงในหู
    • หลอดเลือดสมองตีบ/แตก: อันตรายถึงชีวิต! ถ้ามีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น แขนขาอ่อนแรง พูดลำบาก รีบหาหมอ
    • ยาบางชนิด: มีผลข้างเคียงทำให้เวียนหัวได้
    • ความเครียด/วิตกกังวล: บางทีก็เล่นกับสมองเราได้เหมือนกัน
  • การวินิจฉัย: แพทย์จะซักประวัติ ตรวจร่างกาย และอาจส่งตรวจเพิ่มเติม เช่น ตรวจการได้ยิน หรือ MRI สมอง เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง
  • การรักษา: ขึ้นอยู่กับสาเหตุ อาจเป็นการใช้ยา การทำกายภาพบำบัด หรือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

อย่าคิดเองเออเอง รีบไปหาหมอให้ชัวร์!

อาการเดินเซเป็นโรคอะไร

เดินเซ. แค่อาการ. ไม่ใช่ชื่อโรค.

โลกไม่ได้หมุน. แค่ระบบรวน. ต้นตออยู่ที่การทรงตัว. ระบบประสาทส่วนกลาง หรือ หูชั้นใน. จุดใดจุดหนึ่งมีปัญหา.

แค่ขยับหัว. ภาพก็เปลี่ยน. โลกก็เอียง. ร่างกายแค่พยายามหาจุดยืนของตัวเอง. ในพื้นที่ที่ไม่มั่นคง. การฝึก. คือคำตอบ. บังคับให้ร่างกายเรียนรู้สมดุลใหม่.

สาเหตุที่เป็นไปได้:

  • หูชั้นใน

    • โรคหินปูนในหูชั้นในเคลื่อน (BPPV) ตะกอนหินปูน. หลุดผิดที่. จบ.
    • โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน (Meniere’s Disease) แรงดันในหู. แปรปรวน.
    • เส้นประสาทการทรงตัวอักเสบ (Vestibular Neuritis) การติดเชื้อไวรัส. ทำให้ทุกอย่างอักเสบ.
  • สมอง

    • ไมเกรนชนิดเวียนศีรษะ (Vestibular Migraine) ปวดหัว. แล้วก็เวียนหัว. เป็นเรื่องปกติ.
    • โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) เลือดไม่ไปเลี้ยงสมองส่วนที่ควบคุมการทรงตัว.
    • เนื้องอกในสมอง (Brain Tumor) สิ่งแปลกปลอม. กดทับระบบ.
  • ปัจจัยอื่น

    • ยาบางชนิด ผลข้างเคียง. ไม่ใช่ทุกคนที่เป็น.
    • อุบัติเหตุที่ศีรษะ กระทบกระเทือน. ระบบก็รวน.
    • ความวิตกกังวล จิตใจ. มีผลกับร่างกาย. เสมอ.

อาการเดินเซ เกิดจากอะไร

อาการเดินเซ. เกิดจาก. สัญญาณประสาท. เพี้ยน.

น้ำในหู. กระเพื่อม. ตาต้องมองไกล. นิ่งๆ.

เจอคนเยอะ. มองซ้ายขวา. มองพื้น. สมอง. งง.

ร่างกาย. ปรับตัว. ใช้ตา. แทน. หู.

ประสาท. ส่งสัญญาณ. ไม่สมดุล.

เซ. โคลงเคลง. จบ.

ข้อมูลเพิ่ม.

  • หูชั้นใน. ตัวจริง. เรื่องทรงตัว.
  • การมองเห็น. ตัวช่วย. ถ้าสัญญาณ. จากหู. มีปัญหา.
  • สภาวะที่ทำให้เสียสมดุล.
    • คนเยอะ. กระตุ้น. ประสาทตา.
    • ที่แคบ. ทำให้. สับสน.
    • การเคลื่อนไหว. รถ, เรือ.
  • รักษา. ต้องแก้ที่ต้นเหตุ. หู. สมอง. ตา.
  • พบแพทย์. สำคัญสุด. อย่าปล่อยไว้. ปัญหามัน. ซับซ้อน.

คนแก่ เดินเซ เกิดจากอะไร

อาการที่คนแก่ เดินเซเดินช้าๆ ซอยเท้าถี่ๆ ทรงตัวไม่ดี แล้ว หกล้มบ่อยๆ เนี่ย ไม่ใช่แค่เรื่องของความแก่เฉยๆ นะ มันเป็นสัญญาณเตือนของอะไรที่ซับซ้อนกว่านั้นเยอะเลยล่ะ

  • มันคือ ภาวะน้ำคั่งในโพรงสมอง หรือ Normal Pressure Hydrocephalus (NPH) เนี่ยแหละ อันนี้ สำคัญมาก เลยนะ
  • NPH เกิดจากน้ำไขสันหลังไปคั่งในโพรงสมองเยอะเกินไป แต่ความดันในสมองไม่ได้สูงมากนัก บางคนบอกไม่บ่อยแต่เจอได้
  • ไม่ใช่แค่อาการทั่วไปของวัยชรา มันคือ ความผิดปกติของสมอง โดยตรงเลยนะ
  • NPH เป็นสาเหตุหนึ่งของโรคสมองเสื่อม ด้วย เฮ้ย อันนี้น่ากลัวนะ

ทำไมถึงเป็นแบบนั้น? ก็เพราะน้ำมันไปกดเบียดสมองไง ทำให้การทำงานผิดปกติไปหมดเลย นี่แหละที่น่าคิด คนแก่แถวบ้านก็มีอาการแบบนี้หลายคนเลยนะ ฉันคิดอยู่ว่าเขาได้ไปตรวจกันบ้างรึเปล่า

อาการของ NPH ไม่ได้มีแค่เรื่องการเดินอย่างเดียวนะ มันมี สามอาการหลักๆ ที่ต้องสังเกตเลย

  • การเดินผิดปกติ (Gait disturbance): เดินเซ ทรงตัวไม่ดี ก้าวสั้นๆ ช้าๆ เหมือนเดินติดพื้น หกล้มบ่อย เนี่ยแหละตัวดีเลย
  • กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ (Urinary incontinence): บางทีก็บอกว่าเข้าห้องน้ำไม่ทัน ฉี่เล็ด หรือ ปัสสาวะบ่อยผิดปกติ คืออันนี้ก็เกี่ยวด้วยไง
  • ความบกพร่องทางสติปัญญา (Cognitive impairment):ความจำไม่ดี ขี้ลืม สับสนบ้าง ความคิดช้าลง การตัดสินใจก็แย่ลงด้วยนะ คล้ายๆ สมองเสื่อมเลยล่ะ

บางคนคิดว่า "อ๋อ แก่แล้วก็งี้แหละ" แต่จริงๆ แล้ว ถ้ามีอาการพวกนี้ครบๆ เนี่ย ต้องรีบพาไปหาหมอเลย นะ เพราะว่า NPH เป็นโรคที่รักษาได้ และถ้าไม่รักษาปล่อยไว้นานๆ สมองจะเสียหายถาวรเลยก็มี

วิธีการวินิจฉัยก็มีหลายอย่างเลยนะ หมอเขาจะซักประวัติ ตรวจร่างกาย แล้วก็ส่งไปทำ MRI หรือ CT scan สมอง เพื่อดูว่าโพรงสมองมันขยายใหญ่ขึ้นรึเปล่า

  • บางทีหมอก็จะทำ การเจาะหลัง เพื่อเอาน้ำไขสันหลังออกมา แล้วดูว่าอาการดีขึ้นไหมหลังเจาะ คือถ้าเดินดีขึ้นหน่อยนึง แสดงว่าใช่เลย NPH

การรักษาก็คือ ผ่าตัดใส่ท่อระบายน้ำไขสันหลัง (VP shunt) อันนี้คือมาตรฐานเลยนะ หมอจะใส่ท่อเล็กๆ จากโพรงสมองลงไปที่ช่องท้อง เพื่อระบายน้ำส่วนเกินออกไป ท่อระบายน้ำนี้จะมีวาล์วควบคุมการไหลของน้ำด้วยนะ

  • การผ่าตัดนี้ช่วยให้อาการดีขึ้นได้มาก ทั้งเรื่องการเดิน การกลั้นปัสสาวะ และความจำ ถ้าได้รับการรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ นะ

สรุปง่ายๆ เลยนะ ถ้าเห็นคนแก่ที่บ้าน เดินเซทรงตัวไม่ดี แล้วมี ปัญหาเรื่องปัสสาวะ หรือ ความจำแย่ลง อย่ารอช้า ปรึกษาหมอทันที อาจจะเป็น NPH ที่ รักษาได้ และทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นได้เยอะเลยนะ อย่าปล่อยไว้จนสายเกินไปล่ะ เฮ้อ หวังว่าจะช่วยได้นะทุกคน