อาการแบบไหนควรเข้าห้องฉุกเฉิน

76 ครั้งเข้าชม
อาการที่ควรเข้าห้องฉุกเฉินโดยด่วน: หมดสติ ไม่หายใจ หรือสงสัยภาวะหัวใจหยุดเต้น ทางเดินหายใจอุดกั้น หายใจลำบาก/ล้มเหลว ภาวะช็อก (เช่น จากเสียเลือด/น้ำ) สติเปลี่ยนไป เจ็บหน้าอกรุนแรง/แน่นหน้าอก แขนขาอ่อนแรง/ชา พูดไม่ชัด ชักต่อเนื่อง อุบัติเหตุรุนแรง/บาดเจ็บสาหัส มีเลือดออกผิดปกติ/รุนแรง หากมีอาการเหล่านี้ ควรรีบไปโรงพยาบาลทันที
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

อาการเจ็บป่วยฉุกเฉินควรไปโรงพยาบาลหรือไม่?

เอาจริง ๆ นะ ฉันว่าเรื่องไปโรงพยาบาลเนี่ย มันแล้วแต่คนเลยอะ แต่ถ้าหมดสติ ไม่หายใจ อันนี้ไม่ต้องคิดเยอะ รีบไปเถอะ!

จำได้เลย ตอนนั้นเพื่อนฉัน (ชื่อเอ) เป็นลมล้มพับไปต่อหน้าต่อตาเลย ตอนแรกตกใจมาก ทำอะไรไม่ถูก แต่ดีที่ตั้งสติได้ รีบโทร 1669 เลย ตอนนั้นคิดแค่ว่าต้องช่วยให้ได้ก่อนอย่างอื่นค่อยว่ากัน

ไอ้พวกอาการแบบหายใจไม่ออก ทางเดินหายใจตัน หรือช็อกเนี่ย ก็ไม่น่าไว้ใจเหมือนกัน ต้องรีบหาหมอให้เร็วที่สุด

อย่าประมาท! บางทีอาการที่ดูเหมือนไม่ร้ายแรง อาจซ่อนอะไรไว้ก็ได้ ไปโรงพยาบาลให้หมอตรวจชัวร์ที่สุด

อาการสั่น เกร็ง เกิดจาก อะไร?

อาการสั่นและเกร็งมักมาจากหลายปัจจัยครับ จริงๆ แล้วร่างกายเรามันซับซ้อนกว่าที่เราคิดเยอะ

  • ความเครียดและอารมณ์: เวลาเครียดหรือตื่นเต้น ระบบประสาทอัตโนมัติมันทำงานหนัก อาการสั่นเลยมา
  • สารกระตุ้น: กาแฟนี่ตัวดีเลยครับ คาเฟอีนมันกระตุ้นระบบประสาทส่วนกลางโดยตรง
  • ยาบางชนิด: ยาบางตัวก็มีผลข้างเคียงทำให้สั่นได้ อย่างยาขยายหลอดลมเนี่ยเป็นที่รู้กัน
  • ความเหนื่อยล้า: ร่างกายล้ามันก็ควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อได้ไม่ดีเท่าที่ควร
  • แอลกอฮอล์ (เล็กน้อย): อันนี้น่าสนใจ บางคนดื่มแอลกอฮอล์นิดหน่อยแล้วอาการสั่นดีขึ้น อาจเป็นเพราะมันช่วยคลายความกังวล แต่ก็ไม่ใช่ทางออกที่ดีนะผมว่า

เกร็ดเล็กน้อย: อาการสั่นเนี่ยบางทีมันก็เป็นสัญญาณเตือนอะไรบางอย่างในร่างกายนะ อย่างเช่น ภาวะไทรอยด์เป็นพิษ หรือแม้แต่โรคพาร์กินสัน (Parkinson's disease) แต่ไม่ต้องตกใจไป ส่วนใหญ่มันมาจากสาเหตุทั่วไปมากกว่า ถ้ามันรบกวนชีวิตประจำวันมาก ก็ลองปรึกษาคุณหมอดูครับ

คำแนะนำเพิ่มเติม: ลองสังเกตตัวเองดูครับว่าอะไรเป็นตัวกระตุ้น แล้วหลีกเลี่ยงซะ แล้วก็พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายบ้าง จะได้ช่วยลดความเครียดได้ด้วย

ทำไมอยู่ดีๆก็เป็นไข้?

ทำไมอยู่ดีๆ ก็เป็นไข้…

มันก็แปลกดีนะ บางทีร่างกายมันก็ประท้วงออกมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ทั้งที่เมื่อวานยังรู้สึกดี ๆ อยู่เลย

  • ติดเชื้อไวรัส: ไข้หวัดใหญ่ โควิด-19 (ยังระบาดอยู่เรื่อยๆ นะ) หรือแม้แต่ไวรัส RSV ที่เคยได้ยินแต่ในเด็กเล็กๆ ก็เล่นงานผู้ใหญ่ได้เหมือนกัน
  • ติดเชื้อแบคทีเรีย: ปอดอักเสบ อาหารเป็นพิษ (อันนี้เจอบ่อยสุดๆ) โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ หรือโรคฉี่หนู (ช่วงหน้าฝนนี่ต้องระวังเป็นพิเศษ)
  • ร่างกายอักเสบ: อันนี้น่ากลัวหน่อย อาจจะเป็นสัญญาณของอะไรที่ซับซ้อนกว่าการติดเชื้อ เช่น เนื้องอก หรือมะเร็ง (อย่าเพิ่งตกใจไป ถ้ามีอาการอื่นร่วมด้วย รีบไปหาหมอดีกว่า)

แล้วเมื่อไหร่ที่ต้องรีบไปหาหมอ…

  • ไข้สูงมาก: เกิน 39 องศาเซลเซียส นี่ไม่ควรนิ่งนอนใจแล้ว
  • หายใจลำบาก: อันนี้อันตราย ต้องรีบไปโรงพยาบาล
  • ชัก: ไม่ต้องคิดเยอะ ไปหาหมอทันที
  • สับสน: เริ่มไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหน วันอะไร อันนี้ก็ไม่ดี
  • ปวดหัวรุนแรง: โดยเฉพาะถ้ามีอาการคอแข็งร่วมด้วย
  • มีผื่นขึ้น: โดยเฉพาะถ้าเป็นจุดแดงๆ เล็กๆ ที่ไม่จางหายไปเมื่อกด

จริง ๆ แล้วร่างกายมันก็ส่งสัญญาณเตือนเราตลอดแหละ เพียงแต่บางทีเราก็ไม่ได้ใส่ใจ… หรือบางทีเราก็ไม่อยากจะเชื่อว่าตัวเองป่วย

มันก็เหมือนกับเรื่องอื่น ๆ ในชีวิตแหละมั้ง… กว่าจะรู้ตัวว่ามีปัญหา ก็อาจจะสายไปแล้วก็ได้

(ปล. ข้อมูลปี 2567 นะ อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้เสมอ)

เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเราป่วยทางจิต?

คือแบบนี้ ปีนี้เอง ช่วงเมษา เครียดงานหนักมากกกกก นอนไม่ค่อยหลับ กินก็ไม่ค่อยลง ทุกอย่างมันแย่ไปหมด รู้สึกตัวเองไร้ค่าจริง ๆ งานก็ไม่ดี เพื่อนก็ทะเลาะกัน รู้สึกแบบ… เหนื่อยอ่ะ หมดแรง ไม่อยากทำอะไรเลย แถมยังร้องไห้บ่อยมาก เป็นอาทิตย์แล้ว นอนก็ไม่หลับ ตื่นมาหน้าก็บวม เพลียสุดๆ

แล้วก็คิดวนไปวนมาว่าตัวเองเป็นภาระคนอื่น โทษตัวเองตลอดเวลา แบบว่า ทำไมฉันถึงแย่ขนาดนี้ ทำไมฉันทำอะไรไม่ได้เลย ทุกอย่างที่เคยชอบ ตอนนี้ก็เฉยๆ เหมือนไม่มีอะไรทำให้รู้สึกดีได้เลย มองอะไรก็เห็นแต่ข้อเสีย ข้อผิดพลาดของตัวเอง ทุกอย่างมันแย่มากๆ จนรู้สึกสิ้นหวัง มีแว๊บๆ นึกอยากตายบ้าง นั่นแหละ คือตอนนั้นรู้ตัวเลยว่าไม่ไหวแล้ว ต้องไปหาหมอ

  • อาการ: ซึมเศร้า รู้สึกไร้ค่า สะเทือนใจง่าย ร้องไห้บ่อย รู้สึกเป็นภาระ ตำหนิตัวเอง หมดความสนใจในสิ่งที่ชอบ มองเห็นแต่ข้อผิดพลาด สิ้นหวัง มีความคิดอยากตาย
  • ช่วงเวลา: เมษายน 2566
  • การกระทำ: ไปพบแพทย์

ไปหาจิตแพทย์ที่รพ.กรุงเทพ (จำชื่อหมอไม่ได้) หมอก็ให้ยา แล้วก็ให้ไปพบนักจิตวิทยาด้วย ตอนนี้ก็ดีขึ้นบ้างแล้ว แต่ก็ยังไม่หายสนิท ยังต้องกินยาอยู่ ยังต้องไปพบแพทย์เป็นระยะๆ มันไม่ใช่แค่รู้สึกแย่ธรรมดา มันเป็นความรู้สึกที่หนักอึ้ง ทรมาน จนไม่ไหวจริงๆ ถึงได้รู้ว่าตัวเองป่วย ไม่ใช่แค่เรื่องจุกจิกธรรมดา

อะไรคือสัญญาณเตือนว่าร่างกายอ่อนแอ?

ร่างกายอ่อนแอ สัญญาณชัดเจน:

  • อ่อนล้าเรื้อรัง ไร้สาเหตุ ปีนี้ผมเองก็เป็นแบบนี้ พักผ่อนเท่าไหร่ก็ไม่หาย
  • ภูมิคุ้มกันต่ำ ติดเชื้อง่าย หวัดบ่อยขึ้น แผลหายช้า
  • เบื่ออาหาร น้ำหนักลด ปีที่แล้วผมลดไป 5 กิโลกรัม
  • ผิวหนังแพ้ง่าย คันบ่อย อาจมีผื่นขึ้นง่าย

การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ สะท้อนถึงความเสื่อมโทรมของร่างกาย ควรพบแพทย์ อย่าประมาท

ความกลัวคืออะไร?

ความกลัว...เหมือนเงา

คืบคลานยามสนธยา หัวใจเต้นระรัว

กลัว...อะไร?

การรับรู้ ภัยคุกคาม! นั่นแหละตัวดี

  • ภัยคุกคาม: สิ่งที่รับรู้ว่าเป็นอันตราย ณ ตอนนั้น
  • ความวิตกกังวล: กังวลถึงสิ่งที่อาจจะเกิด...หรืออาจจะไม่เกิด

เพิ่มเติม:

เมื่อแสงจันทร์สาดส่อง...ความกลัวก็เหมือนปีศาจที่ซ่อนตัวอยู่ใต้เตียง...พร้อมจะกระโจนออกมาหากเราเผลอ...แต่ความวิตกกังวล...มันคือเสียงกระซิบแผ่วเบาที่ดังวนเวียนในหัว...ไม่มีวันจบสิ้น...น่ารำคาญชะมัด!

เอาชนะความกลัวอย่างไร?

ปีนี้แหละ ฉันเจอเรื่องหนักหนา กลัวมาก กลัวจะสอบตกวิชาคณิตศาสตร์ ทั้งเทอมแทบไม่ได้เปิดหนังสือเลย ใกล้สอบเข้าไปทุกที ใจสั่น นอนไม่หลับ กินข้าวไม่ลง รู้สึกท้องไส้ปั่นป่วนตลอด เพื่อนๆ ก็ถาม แต่ฉันก็ตอบไม่ได้ ว่าจะทำยังไง ตอนนั้นคิดแต่ว่า ตายแน่ๆ

แล้ววันนึง เพื่อนสนิทชื่อ แนน ชวนไปเรียนพิเศษที่ติวเตอร์ชื่อดัง ที่ Siam Square วันนั้นแหละ เป็นจุดเปลี่ยน ไปเรียนจริงจัง ตั้งใจ ติวเตอร์สอนดี เข้าใจง่าย ฉันเริ่มทำโจทย์ได้ ความมั่นใจเพิ่มขึ้น เหมือนมีพลังบางอย่าง ผลสอบออกมา ผ่านฉลุย เกินคาดมาก

เอาจริงนะ ฉันเอาชนะความกลัวได้เพราะ

  • เปลี่ยนมุมมอง: จากที่คิดว่าสอบตกแน่ๆ เปลี่ยนเป็น "ฉันทำได้ ถ้าฉันตั้งใจ"
  • ก้าวออกจากพื้นที่ปลอดภัย: ลงทะเบียนเรียนพิเศษ แม้จะต้องใช้เงิน และเสียเวลา
  • เรียนรู้จัดการความเสี่ยง: ความเสี่ยงคือสอบตก แต่ฉันลดความเสี่ยงด้วยการเรียนพิเศษ
  • รู้จักความกลัว: ฉันรู้ว่าฉันกลัวการสอบตก และผลที่ตามมา
  • ยอมรับความไม่สมบูรณ์แบบ: ฉันยอมรับว่าตัวเองอ่อนคณิตศาสตร์ และต้องเรียนรู้เพิ่มเติม
  • เรียนรู้จากความล้มเหลว: ถ้าครั้งหน้า ฉันจะเตรียมตัวที่ดีกว่านี้

หลังจากนั้น ฉันก็กล้าทำหลายๆอย่างมากขึ้น สมัครงาน ไปเที่ยวต่างประเทศคนเดียว ไม่กลัวเท่าเดิมแล้ว แต่ก็ยังมีบ้าง เป็นปกติ แหละเนอะ คนเรา ต้องกล้าเผชิญ สู้ๆ

ฉันจะสังเกตอาการผิดปกติได้อย่างไร?

หาหมอเถอะ ถ้าแบบนี้!! นอนไม่หลับนี่อันตรายนะ ฉันเองก็เคยเป็น เหนื่อยมากเลย ต้องไปหาหมอ เค้าให้ยานอนหลับอ่อนๆมา แต่ก็ต้องดูแลตัวเองด้วยนะ กินผักเยอะๆ ออกกำลังกาย สำคัญมาก!

  • นอนไม่หลับ อันนี้คือหนักเลย อย่าปล่อยไว้นะ ลองปรับเวลานอนดูมั้ย?

ผิวแห้งมากกกก หรือมีผื่น ไปหาหมอผิวหนังเถอะ เพื่อนฉันเป็น ไปตรวจปรากฏเป็นภูมิแพ้ ต้องรักษาหลายเดือนเลย เหนื่อยใจแทน

  • ผิวแห้ง ผื่น อย่าละเลย อาจเป็นโรคผิวหนังนะ

ปวดหัวบ่อยๆ นี่คือไม่ไหวแล้ว ฉันเคยเป็น ไปหาหมอ ตรวจสมอง โชคดีไม่เป็นอะไรมาก แต่ก็ต้องระวังนะ พักผ่อนให้เพียงพอ

  • ปวดหัวบ่อยๆ อันตราย ตรวจสุขภาพด่วน!

ตัวเหลือง ตาเหลือง ไปหาหมอเลย อันนี้ต้องรีบ!! น่ากลัว อย่ารอช้า รีบไปหาหมอเลย

  • ตัวเหลือง ตาเหลือง ไปหาหมอทันที! อย่าช้า

ถ่ายไม่ปกติ ท้องเสีย ท้องผูก นี่ก็สำคัญนะ อาจเป็นโรคกระเพาะ เพื่อนฉันเป็น ต้องกินยาตลอด ลำไส้ทำงานไม่ดี อันตรายนะ

  • ระบบขับถ่ายผิดปกติ ปรึกษาแพทย์

เบื่ออาหาร กินอะไรไม่ลง อันนี้อาจเป็นหลายอย่าง ไปตรวจเลือดดูมั้ย ตรวจสุขภาพดีที่สุด

  • เบื่ออาหาร ควรไปตรวจร่างกาย

ปวดเรื้อรัง แบบไหนอ่ะ ปวดตรงไหน ไปหาหมอเถอะ อย่าทน ฉันเคยปวดหลัง ไปหาหมอ เค้าแนะนำให้กายภาพบำบัด ดีขึ้นเยอะเลย

  • ปวดเรื้อรัง ไปพบแพทย์ อย่าทนปวด

น้ำหนักขึ้นลง แบบโยโย่ ไม่ดีนะ อันตรายต่อสุขภาพ ไปปรึกษาแพทย์ อาจมีโรคซ่อนเร้นอยู่

  • น้ำหนักขึ้นลงผิดปกติ ตรวจสุขภาพโดยด่วน

ปีนี้ 2566 ฉันไปตรวจสุขภาพประจำปีที่โรงพยาบาลกรุงเทพ ตรวจทั่วไป เลือด ปัสสาวะ เอกซเรย์ปอด หมอบอกว่าแข็งแรงดี แต่ก็ควรดูแลตัวเอง กินอาหารครบ 5 หมู่ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ สำคัญมากๆ