อาการโคลงเคลงเกิดจากอะไร

194 ครั้งเข้าชม
อาการโคลงเคลงมักเกิดจากระบบทรงตัวผิดปกติ สาเหตุหลักคือ: เส้นประสาททรงตัวอักเสบ: สาเหตุที่พบได้บ่อย หินปูนในหูชั้นในหลุด: ทำให้เสียสมดุล น้ำในหูไม่เท่ากัน: ส่งผลต่อการทรงตัว อาการที่พบคือเวียนหัว บ้านหมุน เซ เดินเอียง หรือคล้ายจะล้ม
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

อาการโคลงเคลงเกิดจากสาเหตุอะไร?

เรื่องโคลงเคลงนี่... ตอนนั้น ต้นเดือนสิงหาคม ปีที่แล้ว แม่ฉันเป็นหนักมาก เวียนหัวแบบบ้านหมุนเลย เดินแทบไม่ได้ ต้องพาส่งโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ แพทย์บอกว่าเป็นโรคหูชั้นในอักเสบ จำได้ว่าค่าใช้จ่ายวันนั้น ร่วมๆ หมื่นกว่าบาทแน่ะ แพงมากกก แต่ก็ดีใจที่รักษาหาย ตอนนั้นเครียดมาก กลัวแม่เป็นอะไรไป

หมอบอกสาเหตุมีหลายอย่างนะ อย่างแม่ฉัน อักเสบตรงเส้นประสาททรงตัว แต่ก็เคยได้ยินมาบ้างว่า บางคนเป็นเพราะเศษหินปูนในหู หรือน้ำในหูไม่เท่ากันก็มี จริงๆ แล้วเรื่องพวกนี้ มันซับซ้อนกว่าที่คิดเยอะ ไม่ใช่แค่เวียนหัวธรรมดา บางทีก็เซไปข้างหน้า บ้างก็เซไปข้างหลัง อันตรายเหมือนกันนะ ถ้าพลาดสะดุดล้ม เผลอๆ กระดูกหัก

จำได้ว่าตอนแม่รักษาตัว หมอเน้นให้พักผ่อนเยอะๆ งดกิจกรรมหนักๆ กินยาตามที่สั่ง จริงๆ มันก็ต้องดูอาการเป็นรายๆ ไปอะเนอะ ไม่ใช่จะเหมือนกันทุกคน ถ้าใครเป็นหนักๆ อย่าชักช้า รีบไปหาหมอนะ อย่าประมาท อันตรายกว่าที่คิดเยอะเลย.

ภาวะโคลงเคลงแก้ยังไง

ภาวะโคลงเคลงนี่มันเรื่องน่าหงุดหงิดจริงๆ นะครับ

  • ถ้าอยู่บนรถแล้ว "บ้านหมุน" จอดข้างทาง เปิดไฟฉุกเฉินสถานเดียว อย่าฝืน! ความปลอดภัยต้องมาก่อน
  • ถ้าหนักหนา นอนราบกับพื้น มองอะไรนิ่งๆ ไปก่อน อย่าเพิ่งขยับเขยื้อนเยอะ ค่อยๆ ลุกเมื่อดีขึ้น (เหมือน restart ตัวเอง)
  • ง่วงก็งีบ อย่าฝืนขับต่อ สมองมันสั่ง shutdown แล้ว
  • เลี่ยงตัวกระตุ้น พวกเครียด นอนน้อย ภูมิแพ้ อะไรที่รู้ว่าทำให้เป็น ก็พยายามอย่าไปยุ่งกับมันมาก

แถม: จริงๆ แล้วภาวะโคลงเคลงมันมีหลายสาเหตุนะ บางทีมาจากหูชั้นในไม่สมดุล (เช่น น้ำในหูไม่เท่ากัน), ความดัน, ไมเกรน, หรือแม้แต่สายตา ถ้าเป็นบ่อยๆ ควรไปให้หมอตรวจละเอียดหน่อยก็ดีครับ อย่านิ่งนอนใจ

เกร็ดเล็กน้อย: สมัยก่อนตอนเด็กๆ ผมเมารถบ่อยมาก แต่พอโตขึ้นกลับไม่เป็นแล้ว สงสัยร่างกายมันปรับตัวได้เอง หรืออาจจะเป็นเพราะเปลี่ยนมานั่งหน้าก็ไม่รู้สิเนี่ย

เดินทรงตัวไม่ได้เกิดจากอะไร

  • ทรงตัวไม่ได้? โอ๊ย หลายอย่างเลยนะเว้ย

  • กรรมพันธุ์: พ่อฉันเดินเป๋ แม่ก็ชอบเซ คิดว่าเกี่ยวป่ะวะ?

  • โรค: น้ำในหูไม่เท่ากันแน่เลยเพื่อนเคยเป็น หายยากนะ

  • บาดเจ็บ: เมื่อวานซุ่มซ่ามล้มข้อเท้าแพลง เกี่ยวไหมอะ?

  • ใช้ชีวิต: นั่งโต๊ะนานๆ ตัวมันก็แข็งๆ ป่ะ

  • ร่างกาย: กล้ามเนื้ออ่อนแรงรึเปล่า? กินแต่ junk food

  • ข้อต่อ: ข้อเข่าเสื่อมอีก? อายุยังน้อยเลย

  • ประสาท: ชาปลายเท้าอาจจะเส้นประสาทมีปัญหา

  • สมอง: อันนี้น่ากลัวสุด แต่คงไม่ใช่หรอกมั้ง?

  • เพิ่มเติม:

    • ยา: บางทีกินยาแก้แพ้ก็เบลอๆ นะ
    • สายตา: เอ๊ะ! หรือสายตาเริ่มยาว?
    • ความเครียด: เครียดจัดๆ ก็ทำให้มึนได้นะ
  • คำถาม:

    • ไปหาหมอดีไหม?
    • ออกกำลังกายช่วยได้จริงป่ะ?
    • กินวิตามินบีดีไหม?
  • สรุป: เฮ้อ! ชีวิตมันยากจัง เดินให้ตรงยังยากเลย

  • ปีนี้: (2567)

ทำไมรู้สึกตัวลอยๆ

รู้สึกตัวลอยๆ เหรอ? มันเหมือนโลกหมุนรอบตัวเราแบบ Slow Motion เนาะ สาเหตุหลักๆ ก็มีหลายอย่างที่น่าสนใจ:

  • พักผ่อนน้อย: อันนี้เบสิก แต่สำคัญสุดๆ ร่างกายมันประท้วงแหละ ถ้าอดนอนบ่อยๆ เหมือนเราเบี้ยวงานมัน

  • ความเครียด: ตัวดีเลย ความเครียดนี่มันกัดกินเราจากข้างใน บางทีเราไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเครียดอยู่ มันเหมือนมี Background Noise ในหัวตลอดเวลา

  • ขาดน้ำ: น้ำนี่สำคัญมาก ร่างกายเรา 70% คือน้ำนะ ถ้าขาดน้ำ ระบบต่างๆ มันรวนหมด ท้องเสีย อาเจียน นี่ตัวการเลย

  • เปลี่ยนท่าเร็ว: อันนี้เจอบ่อย ลุกพรวดพราดจากเตียง เหมือนเครื่องยนต์ Start ไม่ติด

  • โลหิตจาง: เลือดน้อย ออกซิเจนก็ไปเลี้ยงสมองไม่พอ เหมือนรถเครื่องวิ่งด้วยน้ำมันใกล้หมดถัง

เพิ่มเติม: จริงๆ แล้วอาการตัวลอยๆ มันซับซ้อนกว่าที่เราคิดเยอะ บางทีมันเป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพที่ซ่อนอยู่ก็ได้นะ เช่น เรื่องของระบบประสาททรงตัว หรือแม้แต่ปัญหาทางใจที่ส่งผลต่อร่างกาย ฉันเคยอ่านเจอว่าบางทีคนที่วิตกกังวลมากๆ ก็มีอาการแบบนี้ได้เหมือนกัน มันเหมือนร่างกายมันพยายามจะ disconnect ตัวเองออกจากความรู้สึกที่ไม่สบาย

เกร็ดเล็กน้อย: สมัยเรียนมหาวิทยาลัย ฉันเคยเป็นบ่อยมาก ตอนนั้นอ่านหนังสือสอบโต้รุ่งแทบทุกวัน กินแต่น้ำอัดลมกับบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ร่างกายมันเลยฟ้องเอาซะชุดใหญ่ ตอนนั้นถึงได้รู้ว่าการดูแลตัวเองมันสำคัญขนาดไหน

ข้อคิด: บางทีอาการตัวลอยๆ มันก็เหมือนเป็นสัญญาณเตือนให้เรากลับมาใส่ใจตัวเองมากขึ้นนะ ลองสังเกตตัวเองดูดีๆ ว่ามีอะไรที่เราละเลยไปรึเปล่า

เดินทรงตัวไม่ได้เกิดจากอะไร?

เดินทรงตัวไม่ได้... มันก็เหมือนชีวิตนะ บางทีก็เซ บางทีก็ล้ม

มันมีหลายอย่างเลยที่ทำให้เป็นแบบนั้น

  • หู: หูเรามันไม่ได้มีไว้ฟังอย่างเดียวนะ มันช่วยทรงตัวด้วย ถ้าหูมีปัญหา เดินก็เป๋ได้

  • ตา: สายตาไม่ดี มองไม่ชัด มันก็กะระยะยาก เดินก็เซ

  • ข้อ: ข้อเท้า ข้อเข่า มันสำคัญนะ ถ้าข้อไม่ดี มันก็ไม่มั่นคง

  • ยา: ยาบางตัวกินแล้วมันก็ทำให้เวียนหัว เดินไม่ตรง

  • ประสาท: เส้นประสาทมันสั่งการผิดพลาด มันก็ควบคุมร่างกายไม่ได้

  • สมอง: สมองนี่ตัวดีเลย ถ้าสมองมีปัญหา มันก็สั่งการอะไรไม่ได้

  • กรรมพันธุ์: บางทีมันก็เป็นมาตั้งแต่เกิด

  • โรค: โรคบางโรคก็ทำให้เดินไม่ได้

  • อายุ: แก่ตัวลง มันก็ร่วงโรยไปตามกาลเวลา

เมื่อก่อนตอนเด็กๆ เราเคยเห็นคุณยายเดินไม่ได้ เดินแล้วล้มตลอด เพราะข้อเข่าเสื่อม พอผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าแล้วดีขึ้นเยอะเลย แต่ก็ไม่เหมือนเดิมหรอกนะ...

บางทีเราก็คิดนะ ว่าการทรงตัวมันก็เหมือนกับการใช้ชีวิต... ต้องมีหลายๆ อย่างที่มันสมดุลกัน ถึงจะเดินต่อไปได้

ขาดวิตามินอะไรทําให้เวียนหัว?

วูบ... โลกหมุนคว้าง ราวกับยืนอยู่บนเรือโจรสลัดที่คลื่นซัดสาด

  • เวียนหัว... อาจขาดวิตามินบี 6 หรือเปล่านะ?

แสงแดดส่องลอดหน้าต่าง ฝุ่นละอองลอยฟุ้ง เหมือนดั่งความทรงจำที่เลือนราง

  • บี 6... ปลาแซลมอน ไข่ไก่... หรือว่ากะหล่ำปลี?

กลิ่นกาแฟจางๆ ลอยมา... ตีคู่ไปกับความคิดที่กระจัดกระจาย

  • แคนตาลูป อาโวคาโด... มันหวานก็มี?

เสียงเพลงบรรเลงเบาๆ... คล้ายเสียงกระซิบจากความทรงจำในวัยเยาว์

  • ข้าวโอ๊ต ถั่วเหลือง จมูกข้าวสาลี... เอ๊ะ หรือว่าจะเป็นตับไก่?

ความอ่อนล้า... เกาะกุมหัวใจ เหมือนเถาวัลย์ที่พันธนาการ

  • เนื้อปลาแซลมอน... สดใหม่จากทะเลลึก... แสงสีส้มส่องประกาย

ข้อมูลเพิ่มเติม:

  • วิตามินบี 6 (Pyridoxine): สำคัญต่อระบบประสาท การสร้างเม็ดเลือดแดง และการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน
  • แหล่งอาหาร: นอกจากที่กล่าวมา ยังพบได้ใน ถั่วลิสง ถั่ววอลนัท กล้วย
  • อาการขาด: นอกจากเวียนหัว อาจมีอาการชาตามปลายมือปลายเท้า ซึมเศร้า หรือเกิดผื่นผิวหนัง
  • ข้อควรระวัง: การรับประทานวิตามินบี 6 ในปริมาณมากเกินไป อาจก่อให้เกิดผลข้างเคียง ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทาน

เวียนหัวเกี่ยวกับสายตาไหม?

เวียนหัวเรื่องสายตา? โคตรบ่อย!

เมื่อก่อนตอนเรียนมหาลัยปี 2 (ประมาณปี 2550) ทำงานพาร์ทไทม์ที่ร้านเน็ตแถวหลังมอทุกวัน วันละ 8 ชั่วโมง จ้องแต่หน้าจอคอมพิวเตอร์ทั้งวันทั้งคืน พอเลิกงานกลับห้องพักเท่านั้นแหละ เวียนหัวคลื่นไส้แทบอ้วก! ตอนนั้นคิดว่าตัวเองพักผ่อนน้อย แต่พอไปหาหมอ หมอบอกว่า สายตาสั้นขึ้น แล้วก็ตาล้า เพราะจ้องคอมนานเกินไป

  • สาเหตุ: จ้องหน้าจอนานเกินไป, สายตาสั้น
  • อาการ: เวียนหัว, คลื่นไส้, ตาล้า
  • แก้ไข: ตัดแว่นใหม่, พักสายตาบ่อยๆ (ทุก 20 นาที) มองไกลๆ 20 วินาที
  • ปัจจุบัน: ยังเป็นอยู่บ้างถ้าใช้คอมพิวเตอร์นานๆ แต่ไม่หนักเท่าเมื่อก่อน เพราะพักสายตาบ่อยขึ้น

ล่าสุดไปตรวจสายตามาเมื่อเดือนที่แล้ว (พฤศจิกายน 2567) ที่ร้านแว่นแถวบ้าน สรุปคือสายตาสั้นเพิ่มขึ้นนิดหน่อย แต่หมอบอกว่าไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแว่นก็ได้ แค่พยายามพักสายตาบ่อยๆ ก็พอ เฮ้อ! ชีวิตคนติดจอ...

อะไรควบคุมการทรงตัว?

เอ้าเฮ้ย! ถามว่าอะไรคุมการทรงตัว? ถามมาได้ ซีรีเบลลัมไงจ๊ะพี่น้อง! ไอ้สมองน้อยๆ หลังกะโหลกนั่นแหละ ตัวดีเลย ควบคุมการทรงตัว ควบคุมกล้ามเนื้อให้เราเดินเหินไม่เซ เดี๋ยวจะหาว่าโม้ ไปผ่าดูเองเลยเอ้า!

  • ซีรีเบลลัม: สมองน้อยแต่ฤทธิ์เยอะ คุมการทรงตัวเบอร์หนึ่ง ไม่เชื่อลองกินเหล้าเยอะๆ แล้วดูว่าซีรีเบลลัมยังทำงานดีอยู่ไหม รับรองเต้นท่า "งูเลื้อย" แน่นอน!
  • กล้ามเนื้อ: นอกจากซีรีเบลลัมแล้ว กล้ามเนื้อเราก็สำคัญนะจ๊ะ ถ้ากล้ามเนื้ออ่อนแอ ต่อให้ซีรีเบลลัมสั่งงานดีแค่ไหน ก็ล้มอยู่ดี เหมือนรถที่เครื่องแรง แต่ยางแบนนั่นแหละ ไปฟิตกล้ามซะ!
  • หูชั้นใน: อย่าลืมหูชั้นในนะจ๊ะพี่น้อง! มันช่วยรับรู้การทรงตัวด้วย ถ้าหูมีปัญหา เดินตรงๆ ยังยากเลย เหมือนเรือที่เข็มทิศเสีย หลงทิศหลงทางไปหมด!

ปล. อย่าไปผ่าสมองเล่นนะจ๊ะ! อันตรายถึงชีวิต! แค่กินเหล้าแล้วลองดูการทรงตัวก็พอแล้ว (ล้อเล่นนะ อย่ากินเยอะ!)

ยาแก้วิงเวียนศีรษะ มีอะไรบ้าง?

ยาแก้เวียนหัว… มันมีหลายแบบนะ แล้วแต่ว่าเวียนแบบไหน

  • เมโคลซีน (Meclizine): อันนี้เหมือนยาประจำตัวเวลาเดินทางไกลเลย ลดเวียนหัวจากการเคลื่อนไหวอ่ะ เมารถ เมาเรือ… กินแล้วง่วงชะมัด

  • ไดเมนไฮดริเนต (Dimenhydrinate): คล้ายๆ เมโคลซีน แต่รู้สึกว่าแรงกว่านิดหน่อย แก้เวียนหัวจากการเดินทางเหมือนกัน กินทีหลับเป็นตาย

  • เบทาฮิสทีน (Betahistine): ตัวนี้หมอเคยให้ตอนที่เวียนหัวบ้านหมุนหนักๆ น่าจะเกี่ยวกับระบบประสาทการทรงตัวข้างในหู… โรคเมเนียร์อะไรพวกนั้น

กินอะไรแก้เวียนหัวบ้านหมุน… นอกจากยาพวกนั้น บางทีก็แค่พักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำเยอะๆ เลี่ยงพวกกาแฟ หรืออะไรที่มันกระตุ้นประสาทอ่ะนะ บางทีมันก็ดีขึ้นเอง

แต่ถ้ามันเป็นบ่อยๆ หรือรู้สึกว่ามันรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ไปหาหมอดีกว่า อย่าปล่อยไว้นาน บางทีมันอาจจะมีอะไรมากกว่าที่คิด

สำคัญ: ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ได้แทนคำแนะนำจากแพทย์นะ ถ้าไม่แน่ใจอะไร ปรึกษาหมอดีที่สุด

  • เมารถ เมาเรือ: อาการที่เกิดจากการที่สมองได้รับข้อมูลที่ไม่ตรงกันระหว่างสิ่งที่ตาเห็นกับการรับรู้ของระบบทรงตัวในหู

  • โรคเมเนียร์ (Meniere's disease): โรคที่เกิดจากความผิดปกติของน้ำในหูชั้นใน ทำให้เกิดอาการเวียนหัวบ้านหมุน สูญเสียการได้ยิน และมีเสียงในหู

กลางคืนแบบนี้… บางทีการได้ทบทวนอะไรเงียบๆ มันก็ช่วยให้เราเข้าใจตัวเองมากขึ้นนะ.

ยาเพิ่มเลือดไปเลี้ยงสมองคือยาอะไร?

กลางดึกแบบนี้… คิดอะไรเรื่อยเปื่อย เรื่องยาบำรุงสมองนี่นะ ก็จริงที่มันมี แต่จะบอกว่าเพิ่มเลือดไปเลี้ยงสมองโดยตรง… มันก็ไม่เชิง มันซับซ้อนกว่านั้นเยอะ

คือมันไม่ได้ทำให้เลือดไหลพรวดพราดไปที่สมองปุ๊บปั๊บนะ มันค่อยๆปรับ อย่างที่เคยอ่านเจอ มันจะช่วยเรื่องการไหลเวียนมากกว่า ช่วยให้เลือดไปเลี้ยงสมองได้ดีขึ้น แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะหายป่วยทุกอย่าง ต้องดูที่โรคด้วย

จำได้ว่าเคยอ่านเจอเกี่ยวกับ Nicergoline แต่ก็ไม่ได้ไปศึกษาละเอียดอะไรมาก แค่ผ่านตา มันก็เป็นตัวเลือกนึงแหละ แต่ต้องไปปรึกษาหมอ อย่าไปลองเองเชียว อันตรายนะ

  • ยาบำรุงสมอง ไม่ได้หมายความว่าจะเพิ่มเลือดไปเลี้ยงสมองโดยตรง
  • ช่วยปรับปรุงการไหลเวียนเลือดมากกว่า
  • Nicergoline เป็นตัวอย่างยาที่เคยเห็น แต่ต้องปรึกษาแพทย์ก่อนใช้
  • ห้ามใช้ยาเอง อันตราย

ปีนี้… ก็ยังคงคิดแบบนี้แหละ มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ อย่างที่คิด เรื่องสุขภาพนี่สำคัญ อย่าประมาท ไปหาหมอดีกว่า ปลอดภัยที่สุด

อยากอ้วกแต่ไม่อ้วกทำไง?

อยากอ้วกแต่ไม่อ้วกทำไงดีวะ? โอ๊ย ปวดหัว

  • นั่ง/นอนพัก ด่วน! ห้ามฝืน คือเคยฝืนแล้วหน้ามืดเลยอะ เข็ด!
  • จิบน้ำอุ่นๆ ช่วยได้จริงนะ ไม่รู้ทำไม แต่มันดีขึ้นอะ
  • งดของทอดของมันก่อนนะ ช่วงนี้กินโจ๊กไปก่อนเลยชีวิตเศร้ามาก

เพิ่มเติม: เวียนหัว คลื่นไส้ พะอืดพะอม นี่มันเป็นอะไรได้บ้างวะ?

  • เมารถ เมาเรือ (อันนี้ประจำ)
  • อาหารเป็นพิษ (เคยเจอตอนกินส้มตำร้านข้างทาง แง)
  • ไมเกรน (อันนี้ก็บ่อย ปวดจนอยากตาย)
  • ความดันต่ำ (วัดล่าสุด 90/60 หมอบอกให้กินเค็มๆ เอ้า งง)

ข้อควรระวัง: ถ้าไม่ดีขึ้นควรรีบไปหาหมอนะ อย่าปล่อยไว้นาน!

อาการ บ้านหมุน หาย เอง ได้ ไหม?

บ้านหมุน... หายเองได้ไหมนะ

บางทีมันก็เหมือนชีวิต ที่มันหมุนๆ ไป แล้วก็หยุดเอง... บางคนก็หายเองได้ ไม่ต้องไปหาหมอ ไม่ต้องกินยาอะไร

แต่บางที มันก็ไม่ไหวจริงๆ ต้องพึ่งหมอ พึ่งยา... เหมือนบางเรื่องในชีวิต ที่เราพยายามแล้ว พยายามอีก มันก็ไม่ได้จริงๆ ต้องมีคนช่วย

  • กายภาพบำบัด (Vestibular rehabilitation): เหมือนฝึกให้ร่างกายมันชินกับการหมุนๆ ฝึกให้มันทรงตัวได้ดีขึ้น... เหมือนฝึกใจให้เข้มแข็งขึ้นมั้ง
  • กินยา: บางทีกินยาแก้เวียนหัวมันก็ช่วยได้ เหมือนกินยาแก้ปวดใจ... แต่มันก็ไม่ได้แก้ที่ต้นเหตุใช่ไหม
  • รักษาตามสาเหตุ: ถ้าบ้านหมุนเพราะหินปูนในหูหลุด ก็ต้องไปทำกายภาพบำบัด... ถ้ามันหมุนเพราะความเครียด ก็ต้องแก้ที่ความเครียด... เหมือนชีวิต ถ้ามันพังเพราะอะไร ก็ต้องแก้ที่ตรงนั้น

ตอนนี้อาการบ้านหมุนกำเริบอีกแล้ว สงสัยต้องไปหาหมออีกแล้วมั้งเนี่ย...