เกล็ดเลือดเหลือเท่าไรอันตราย
ค่าเกล็ดเลือดต่ำแค่ไหนถึงอันตราย? เช็กอาการและวิธีดูแล
ตอนแม่ฉันเป็นไข้เลือดออกเมื่อช่วงสิงหาปี 65 นี่คือลุ้นรายวันเลย ค่าเกล็ดเลือดมันดิ่งลงเรื่อยๆ พอหมอบอกว่าเหลือต่ำกว่า 50,000 นะ หัวใจมันตกไปอยู่ตาตุ่มแล้ว. หมอสั่งห้ามเลย ห้ามลุกเดินเยอะ ห้ามทำอะไรที่เสี่ยงจะกระแทกเด็ดขาด. คือแค่เดินชนขอบเตียงเบาๆ ก็อาจมีรอยช้ำม่วงๆ ใหญ่ๆ ขึ้นมาได้เลย.
แต่พีคสุดคือตอนมันลงไปแตะๆ สองหมื่นกว่าๆ นี่แหละ. ตอนนั้นคืออยู่ในห้องรวมที่โรงพยาบาลรัฐนะ. พยาบาลเดินมาบอกเลยว่าต้องระวังสุดๆ แม้แต่แปรงฟันยังต้องใช้แบบนุ่มมาก เพราะเลือดมันอาจจะออกตามไรฟันได้เอง หรือจู่ๆ มีเลือดกำเดาไหลออกมา. มันน่ากลัวตรงนี้แหละ คือเลือดออกเองได้โดยที่เราไม่ได้ทำอะไรเลย.
ค่าเกล็ดเลือดต่ำแค่ไหนถึงอันตราย?
- ต่ำกว่า 50,000 ต่อไมโครลิตร: เริ่มต้องระวังเป็นพิเศษ. เสี่ยงมีเลือดออกง่ายเมื่อเกิดอุบัติเหตุหรือกระแทก. หมอจะสั่งให้งดกิจกรรมที่เสี่ยง.
- ต่ำกว่า 20,000 ต่อไมโครลิตร: อันตรายสูง. อาจเกิดภาวะเลือดออกได้เองตามอวัยวะต่างๆ เช่น เลือดออกตามไรฟัน, เลือดกำเดาไหล, หรือเลือดออกในทางเดินอาหาร โดยที่ไม่ต้องได้รับการกระแทก.
เกล็ดเลือดต่ำมีกี่ระดับ
ถามว่า เกล็ดเลือดต่ำ มีกี่ระดับ? โอ้ยยย...มันไม่ใช่แค่ต่ำ-กลาง-สูงเหมือนเสียงนักร้องนะคุณ มันมีระดับความเสี่ยงที่ไล่ตั้งแต่ 'เออ แค่ช้ำง่าย' ไปจนถึง 'หายใจผิดจังหวะเลือดก็ไหลได้'
นึกภาพเกล็ดเลือดเป็นทีมช่างซ่อมบำรุงในร่างกาย พอท่อ (เส้นเลือด) แตกปุ๊บ ทีมนี้ต้องรีบวิ่งไปอุดรูรั่วปั๊บ จำนวนคนในทีมเลยสำคัญมาก
ระดับชิลๆ (Mild Thrombocytopenia): มีเกล็ดเลือดประมาณ 100,000 - 150,000 เซลล์ต่อไมโครลิตร นี่คือภาวะที่ทีมช่างขาดคนไปสองสามคน ยังทำงานได้ แต่ถ้ามีอุบัติเหตุใหญ่ๆ ก็อาจจะเอาไม่อยู่ คุณอาจจะแค่รู้สึกว่าตัวเองกลายเป็นมะม่วงสุกง่าย เดินชนขอบโต๊ะเบาๆ ก็เขียวเป็นจ้ำแล้ว
ระดับกลางๆ ต้องระวัง (Moderate Thrombocytopenia): มีเกล็ดเลือด 50,000 - 99,999 เซลล์ต่อไมโครลิตร สถานการณ์เริ่มตึงเครียดเหมือนครึ่งออฟฟิศยื่นใบลาออกพร้อมกัน ทีมช่างเหลือไม่พอทำงานใหญ่แล้ว แค่แปรงฟันแรงไปหน่อยเลือดก็ออกตามไรฟันได้ หรือมีเลือดกำเดาไหลแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย อาการเลือดออกง่าย จะเริ่มชัดเจนขึ้น
ระดับวิกฤต (Severe Thrombocytopenia): มีเกล็ดเลือด ต่ำกว่า 50,000 เซลล์ต่อไมโครลิตร อันนี้คือเหลือแต่ รปภ. เฝ้าบริษัทแล้วครับคุณ แค่จามแรงๆ เส้นเลือดฝอยในตาก็อาจจะแตกได้ เป็นระดับที่ต้องอยู่ในการดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด เพราะความเสี่ยงเลือดออกในอวัยวะสำคัญมันสูงปรี๊ด
ระดับไซเรนต้องมา (Very Severe/Critical): มีเกล็ดเลือด ต่ำกว่า 10,000 - 20,000 เซลล์ต่อไมโครลิตร บริษัทร้าง! แค่ลมพัดเบาๆ หน้าต่างก็แตกได้ ระดับนี้คือความเสี่ยงสูงสุดที่จะเกิด ภาวะเลือดออกเองโดยไม่มีสาเหตุ โดยเฉพาะในสมองหรือทางเดินอาหาร ซึ่งอันตรายถึงชีวิต
ชีวิตมันก็งี้แหละ ขนาดเกล็ดเลือดยังมีลำดับชั้นวรรณะเลย
- ค่าปกติของคนแข็งแรงดีดักเหมือนม้าคือ 150,000 - 450,000 เซลล์/ไมโครลิตร นี่คือทีมช่างเต็มอัตราศึก พร้อมรบทุกสถานการณ์
- สาเหตุมันหลากหลายเหมือนเมนูบุฟเฟต์ มีตั้งแต่ไขกระดูกขี้เกียจผลิต, ม้ามทำงานดีเกินไปจนทำลายเกล็ดเลือดทิ้ง, หรือโดนไวรัสตัวแสบอย่างไข้เลือดออกเล่นงาน
- ยาบางตัวก็เป็นจำเลยได้ เช่น Heparin หรือยาเคมีบำบัดบางชนิด
- อาการที่เห็นบ่อยๆ คือ จ้ำเลือดตามตัว (petechiae) ที่หน้าตาเหมือนจุดแดงๆ เล็กๆ ไม่ได้มาเป็นวงเหมือนรอยช้ำปกติ
- สรุปคือ ถ้าคุณเริ่มมีลายแทงสมบัติ (จ้ำเลือด) ปรากฏขึ้นตามตัวโดยที่จำไม่ได้ว่าไปฟาดกับอะไรมา... ก็อาจจะถึงเวลาไปเช็กสต็อก 'ทีมช่างซ่อมบำรุง' ในร่างกายหน่อยแล้วนะ
คนปกติควรมีเกล็ดเลือดเท่าไร
ค่า เกล็ดเลือด ของคนปกติ... มันจะอยู่ระหว่าง 140,000-440,000 platelets/mm3 นะ
มันคือเรื่องการแข็งตัวของเลือดล้วนๆ เลย เรื่องนี้สำคัญมาก.
ถ้ามีเกล็ดเลือดน้อยไปนี่เรื่องใหญ่เลยนะ. แผลนิดเดียวเลือดก็ไหลไม่ยอมหยุด. อันนี้เขาเรียกว่า ภาวะเกล็ดเลือดต่ำ (thrombocytopenia). แค่เดินชนอะไรนิดหน่อยก็เป็นรอยช้ำม่วงๆ ง่ายกว่าคนอื่นแล้ว.
แต่พอมีมากไป... มากไปก็ใช่ว่าจะดี. กลับเป็นอันตรายไปอีกแบบ. เกล็ดเลือดมันจะไปจับตัวกันเองจนเป็นลิ่มเลือด. แล้วคิดดูถ้าลิ่มเลือดมันไปอุดตันในหลอดเลือดสมองหรือหัวใจ. นี่คือ ภาวะเกล็ดเลือดสูง (thrombocytosis).
สรุปคือต้องมีในปริมาณที่พอดีๆ. ไม่มากไม่น้อยเกินไป.
- จำนวนเกล็ดเลือดปกติ:140,000-440,000 หน่วยต่อไมโครลิตร (platelets/mm3)
- หน้าที่หลัก: ช่วยให้เลือดแข็งตัวเมื่อเกิดบาดแผล
- เกล็ดเลือดต่ำไป: เสี่ยงต่อภาวะเลือดออกง่าย เลือดหยุดไหลช้า
- เกล็ดเลือดสูงไป: เสี่ยงต่อการเกิดลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือด
ชื่อทางวิทยาศาสตร์ของมันคือ thrombocyte.
ทำยังไงให้เกล็ดเลือดเพิ่มขึ้น
อยากให้เกล็ดเลือดพุ่ง? กินของดีๆ.
- เหล็ก, B12, C, โฟเลต เนี่ยแหละตัวช่วย. หาเอาตามอาหาร.
- แอลกอฮอล์ งดไปเลย. มันกดเกล็ดเลือด.
- เกล็ดเลือด ก็เซลล์แข็งตัวเลือด. แค่นั้น.
ข้อมูลเพิ่มเติม:
- ธาตุเหล็ก: เนื้อแดง, ตับ, ผักใบเขียวเข้ม. ช่วยสร้างเม็ดเลือด.
- วิตามิน B12: เนื้อสัตว์, ไข่, นม. จำเป็นต่อการสร้างเซลล์.
- วิตามิน C: ผลไม้รสเปรี้ยว, ฝรั่ง. ช่วยดูดซึมเหล็ก.
- โฟเลต: ผักใบเขียว, ถั่ว. สำคัญต่อการแบ่งเซลล์.
- งดแอลกอฮอล์: พิษต่อไขกระดูก. ลดการสร้างเกล็ดเลือด.
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต