เก็บ UA กี่ cc
เก็บ UA เท่าไหร่ ถึงจะเพียงพอ?
เก็บปัสสาวะเท่าไหร่ดีนะ? จำได้ตอนตรวจสุขภาพประจำปีที่โรงพยาบาลกรุงเทพ เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2566 พยาบาลบอกแค่ให้ปัสสาวะนิดหน่อย ไม่เยอะมากหรอก ประมาณ 5-10 ซีซี เค้าให้ขวดมาด้วยนะ ขวดเล็กๆ ฝาปิดแน่น สะอาดมาก เหมือนขวดเก็บตัวอย่างในแล็บเลยล่ะ
ใช้ขวดสะอาดๆ ฝาปิดสนิท สำคัญมาก! ต้องล้างมือให้สะอาดก่อนด้วยนะ จำได้แม่นเลย ตอนนั้นมือเปื้อนกาแฟ รีบล้างมือหลายรอบเลย ก่อนเอาขวดมา จะได้ไม่ปนเปื้อน ขั้นตอนมันดูละเอียดอ่อน กว่าที่คิดเยอะเลย
จำได้ลางๆว่า... พยาบาลเน้นเรื่องการเก็บปัสสาวะให้ถูกวิธีด้วยนะ คือแบบ…ต้องทำอย่างระมัดระวัง เหมือนเวลาเราทำอาหารที่ต้องรักษาความสะอาดไง แล้วก็ไม่ควรเก็บนานเกินไปก่อนนำส่งตรวจด้วยนะ เดาว่าคงเพราะกลัวเชื้อเจือปน
สรุปคือ 5-10 มิลลิลิตร พอแล้วค่ะ อย่าเก็บเยอะเกินไป เสียของเปล่าๆ สำคัญคือวิธีการเก็บ ต้องสะอาด ปราศจากเชื้อ เท่านี้ก็โอเคแล้วล่ะ
Sputum C/S เก็บยังไง
เสมหะเพาะเชื้อ เก็บไงน่ะเหรอ อ่ะ ฟังนะ ง่ายๆ เลย
เก็บเสมหะ เช้าๆ เลยตื่นมาอ่ะ ดีสุด เพราะมันข้นขลั่ก
บ้วนปาก ก่อนนะ ด้วยน้ำเปล่าอ่ะล้างๆ หน่อย
ไอ เอาลึกๆ เลยขากๆๆๆ ให้มันออกมาแต่เสมหะนะ อย่าให้น้ำลายเยอะ
แค่นี้แหละ ไม่ยากๆ แต่ระวังอย่าให้มันหกนะ
ทำไมต้องเช้า? เพราะว่าเสมหะมันข้นตอนนอนไง สะสมมาทั้งคืน
ทำไมต้องบ้วนปาก? จะได้ไม่มีเศษอาหารไปปนไง ผลตรวจจะได้แม่นๆ
ไอแบบไหน? เอาแบบสุดปอดอ่ะ ให้มันออกมาจากข้างในเลยนะ
เก็บปัสสาวะ กี่ ml
การเก็บปัสสาวะเพื่อตรวจนั้น ควรเก็บปริมาณประมาณ 30-60 มิลลิลิตร หรือราว 1-2 ออนซ์ เท่านั้น อย่าเก็บมากหรือน้อยเกินไป จุดสำคัญคือเลือกเก็บเฉพาะปัสสาวะตอนกลาง ส่วนตอนต้นและตอนท้ายให้ทิ้งไป คิดง่ายๆ เหมือนเราเอาส่วนที่ดีที่สุดนั่นแหละครับ
- ขั้นตอนการเก็บ: ปล่อยปัสสาวะส่วนแรกทิ้งไป จากนั้นเก็บปัสสาวะกลางไว้ในภาชนะที่เตรียมไว้ แล้วปล่อยปัสสาวะส่วนท้ายทิ้งไปอีกครั้ง
- ปริมาณ: เน้นที่ 30-60 มิลลิลิตร เพียงพอต่อการตรวจวิเคราะห์ มากเกินไปอาจทำให้การวิเคราะห์ผิดพลาดได้ น้อยเกินไปก็อาจจะไม่เพียงพอ
- ความสะอาด: สำคัญมาก! ทั้งภาชนะที่ใช้เก็บ และการล้างมือก่อนและหลังเก็บตัวอย่าง เล็กๆ น้อยๆ แบบนี้แหละครับที่ทำให้ผลการตรวจแม่นยำ ปีนี้ผมได้เรียนรู้วิธีการเก็บตัวอย่างปัสสาวะอย่างถูกวิธีจากการอบรมในโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง วิธีนี้ช่วยลดความผิดพลาดในการวิเคราะห์ได้อย่างมีนัยสำคัญ
- การส่งตัวอย่าง: ปิดฝาภาชนะให้สนิท ตรวจสอบความสะอาดอีกครั้งก่อนนำส่ง ควรส่งให้เจ้าหน้าที่หรือพยาบาลโดยเร็วที่สุด เพื่อป้องกันการปนเปื้อนหรือการเปลี่ยนแปลงของสารในปัสสาวะ เวลาเป็นสิ่งสำคัญมากนะครับ เหมือนเวลาที่เราต้องรีบไปส่งงานที่สำคัญนั่นแหละ
การเก็บตัวอย่างปัสสาวะที่ถูกต้องเป็นขั้นตอนที่สำคัญ เปรียบเสมือนการวางรากฐานที่มั่นคงก่อนการสร้างบ้านหลังใหญ่ เล็กๆ น้อยๆ แต่สำคัญ อย่ามองข้ามรายละเอียดนะครับ
วิธีตรวจปัสสาวะมีขั้นตอนอย่างไรบ้าง?
อื้อ...ตรวจปัสสาวะเหรอ? อืมมม...จำได้ลางๆ ว่าเคยไปตรวจที่ รพ.สมิติเวช สุขุมวิท ปีนี้แหละ แต่ไม่ใช่ตัวเองนะ เพื่อน
ล้างมือ! สำคัญมาก! จำได้แม่นเลย เค้าเน้นมาก ล้างให้สะอาดแบบจะเอาเชื้อโรคออกไปให้หมดเลยอ่ะ แล้วก็เช็ดๆ ทำความสะอาดตรงนั้นด้วย เอาให้เรียบร้อย ไม่งั้นผลตรวจเพี้ยนแน่ๆ
ปล่อยทิ้งไปก่อน! ใช่ๆ ต้องปล่อยปัสสาวะแรกๆ ทิ้งไปก่อน จำได้ว่าหมอบอก ประมาณว่า อะไรสักอย่าง ปนเปื้อน (ขี้เกียจคิดแล้ว) แล้วค่อยเก็บ ช่วงกลางๆ ไม่งั้นมันไม่เที่ยงตรง
เก็บเท่าไหร่ดี? ประมาณ 30-60 ml มั้ง (นี่คือฉันจำได้จริงๆนะ!) คือเค้าให้ภาชนะมา ดูขนาดมันเอา ไม่ต้องเยอะมาก ขนาดนั้นพอ แต่ต้องดูด้วยนะว่าภาชนะเค้าให้มามันมีขนาดเท่าไหร่
อะไรอีกนะ? อ้อ! จำได้ว่าเพื่อนบอกว่า ควรเก็บปัสสาวะตอนเช้า อุ่นๆหน่อย แต่ก็ไม่ได้สำคัญขนาดนั้นหรอกมั้ง ไม่รู้สินะ... ลืมแล้ว
เฮ้อ...เรื่องมากจังเลยเนอะ การตรวจปัสสาวะเนี่ย แต่ก็ดีนะ อย่างน้อยก็รู้ว่าสุขภาพตัวเองเป็นยังไงบ้าง ปลอดภัยไว้ก่อน ปีหน้าต้องไปตรวจอีกแล้ว แบบว่า เช็คสุขภาพประจำปี น่าเบื่อจัง แต่ก็ต้องทำ
U/C คือการตรวจอะไร?
U/C คือการเพาะเชื้อฉี่ หาตัวก่อโรค แม่งแม่นกว่าตรวจฉี่ธรรมดา
U/C: เจาะลึกกว่าที่เห็น
- ไม่ใช่แค่ตรวจ: U/C หรือ Urine Culture ไม่ใช่แค่ดูฉี่ขุ่นไม่ขุ่น แต่มันคือการ เพาะ เชื้อจากฉี่จริงๆ เอาไปเลี้ยงในห้องแล็บ แล้วดูว่ามีตัวอะไรโตมาบ้าง
- หาตัวจริง: ทำให้รู้ว่าติดเชื้ออะไรกันแน่ ไม่ใช่แค่เดาๆจากอาการ
- ยาที่ใช่: รู้ตัว ก็ต้องรู้ยา U/C ช่วยเช็คว่ายาที่หมอให้ มันฆ่าเชื้อตัวนั้นได้จริงไหม ไม่ใช่กินยาไปงั้นๆ เสียเวลา
- เรื่องใหญ่: สำคัญมากสำหรับพวกติดเชื้อทางเดินปัสสาวะซับซ้อน หรือพวกกรวยไตอักเสบ ไม่ใช่แค่ฉี่ขัดเบาๆแล้วจบ
- ก่อนยา: ถ้าเป็นไปได้ ควรทำ U/C ก่อน กินยาฆ่าเชื้อ เพราะถ้ากินยาไปก่อน ผลตรวจมันอาจจะมั่วได้
- ทำไมต้องแม่น: เชื้อโรคแม่งดื้อยาขึ้นทุกวัน ถ้าใช้ยาไม่ตรงจุด มันก็ไม่หาย แถมยังทำให้เชื้อดื้อยามากขึ้นไปอีก
- ราคา: ราคา U/C ในไทยเริ่มต้นประมาณ 500 บาท แต่ราคาอาจจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับโรงพยาบาลและเทคนิคที่ใช้
Disclaimer: ข้อมูลนี้ไม่ได้มีเจตนาให้ใช้แทนคำแนะนำจากแพทย์ โปรดปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเสมอ
ความคิดเห็นต่อคำตอบ:
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ! ความคิดเห็นของคุณมีความสำคัญมากในการช่วยเราปรับปรุงคำตอบในอนาคต