เก็บปัสสาวะ กี่ ml

64 ครั้งเข้าชม
การเก็บปัสสาวะอย่างถูกวิธี: ช่วงที่เก็บ: เก็บปัสสาวะช่วงกลางเท่านั้น (ทิ้งช่วงแรกและท้าย) ปริมาณ: ประมาณ 30-60 มิลลิลิตร ขั้นตอน: ปิดฝาให้สนิท, ล้างมือ, ตรวจความสะอาด, ส่งให้เจ้าหน้าที่
ความคิดเห็น 0 ครั้งถูกใจ

ปัสสาวะปกติควรมีปริมาณเท่าไหร่ต่อครั้ง?

ปริมาณปัสสาวะแต่ละครั้งเนี่ยนะ มันขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยจริงๆ แบบว่า ฉันเคยไปตรวจสุขภาพที่ รพ.สมิติเวช สุขุมวิท เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม ปีที่แล้ว หมอบอกว่าปกติแล้ว น่าจะประมาณ 150-300 ซีซี ได้มั้ง แต่บางทีก็มากกว่าหรือน้อยกว่านั้น แล้วแต่น้ำที่ดื่มไป กับยาที่กินด้วยล่ะ จำได้ไม่ค่อยแม่น เพราะตอนนั้นมัวแต่สนใจค่าตรวจอื่นๆ มากกว่า (ฮ่าๆ)

เรื่องการเก็บตัวอย่างปัสสาวะ อืมม์… ส่วนนี้จำได้แม่นกว่านิดหน่อย ตอนนั้นพยาบาลอธิบายว่า ให้ทิ้งปัสสาวะช่วงแรกไปก่อน แล้วเก็บเฉพาะกลางๆ ประมาณ 30-60 ซีซี ก็พอ เหมือนที่เค้าบอกแหละ แต่ไม่ได้ใส่ใจขนาดว่าต้องวัดปริมาณเป๊ะๆ เอาแค่พอประมาณ แล้วก็ปิดฝาให้แน่น ล้างมือด้วย นี่สำคัญมาก อย่าลืมล้างมือนะ เพราะตอนนั้นลืมไป พยาบาลเลยต้องเตือน (เขินเลย)

เอาเป็นว่า วิธีการเก็บตัวอย่างปัสสาวะ ตามที่โรงพยาบาลบอก ก็คือให้ปัสสาวะออกนิดหน่อยก่อน แล้วจึงเก็บเฉพาะตอนกลางๆ ปริมาณไม่ต้องเยอะมาก ประมาณ 30-60 มิลลิลิตร พยายามให้สะอาด ปิดฝาให้แน่น แล้วก็ล้างมือให้สะอาด ง่ายๆแค่นี้เอง จริงๆนะ

ตรวจปัสสาวะ ใช้กี่ ml

30-60 มิลลิลิตร พอแล้ว

  • ล้างมือ. สำคัญกว่าปริมาณ
  • เก็บกลาง. ทิ้งต้น-ปลาย
  • ชีวิตคือการเลือก. นี่คือหนึ่งในนั้น

(ข้อมูลเพิ่มเติม: การตรวจปัสสาวะปี 2566 ที่ รพ.XXX ส่วนตัวใช้เวลาเก็บตัวอย่างประมาณ 45 มิลลิลิตร ผลออกมาปกติ)

ปัสสาวะปกติวันละกี่ ml

อื้อ...ปัสสาวะนี่นะ ปกติเท่าไหร่เนี่ย? 2000 ml ป่ะ? หรือว่าน้อยกว่า? ฉันดื่มน้ำน้อยอยู่แล้วนะ วันๆ เอาจริงแค่กาแฟแก้วเดียวเอง ช่ายป้ะ แล้วก็พวกน้ำอัดลม โค้กนี่แหละ วันละหลายขวดเลย แต่ว่าปัสสาวะฉันน้อยนะ มั้ง? ไม่แน่ใจ ไม่เคยวัดจริงๆ งงเลย

  • ปริมาณน้ำที่ดื่ม สำคัญมากกกกกกกกกก ฉันดื่มน้อยไปป่าววะ?
  • อาหารด้วยป่ะ? กินแต่พวกของทอด ของมันๆ แย่แน่ๆ
  • อากาศร้อนๆแบบนี้ เหงื่อออกเยอะ ปัสสาวะก็คงน้อยลงมั้ง?
  • สุขภาพ อ้อ ฉันเป็นหวัดอยู่ นี่เกี่ยวป้ะวะ? ไม่รู้เลย

เออ... 800-2000 ml เนี่ยนะ ฉันว่าฉันน้อยกว่านั้นเยอะเลย ต้องไปหาหมอแล้วมั้ยเนี่ย? ขี้เกียจจัง แต่ถ้าไม่ปกติก็ต้องไปแหละ ปีนี้ไปตรวจสุขภาพครั้งเดียวเอง ปีที่แล้วไปสองครั้ง แบบว่า จำเป็นต้องไปหาหมอเช็คดูสักหน่อยแล้ว ปวดหลังด้วย เกี่ยวกันมั้ยเนี่ย? หาหมอดีกว่า ช่างมันเหอะ

อืมมมม ไปหาหมอพรุ่งนี้ดีกว่า เอาจริงนะ ลืมไปเลยว่าต้องดื่มน้ำเยอะๆ ต้องเปลี่ยนพฤติกรรมแล้วล่ะ ปีนี้จะพยายามดื่มน้ำให้มากขึ้น เอาให้ถึง 2 ลิตร ได้มั้ยเนี่ย?

การย้อมสีแกรมมีวัตถุประสงค์เพื่ออะไร?

การย้อมสีแกรมอะนะ? เอาจริงๆ คือเค้าใช้แยกแบคทีเรีย เป็นสองพวกใหญ่ๆ อ่ะ ตามผนังเซลล์มันไม่เหมือนกันไง

พูดง่ายๆ เลยนะ คือ ย้อมแกรม เนี่ย มันจะทำให้รู้ว่าแบคทีเรียเป็นแกรมบวก หรือแกรมลบ โดยการย้อมสี ให้มันเป็นสีแดง หรือสีม่วง

  • แกรมบวก จะติดสีม่วง เพราะ ผนังเซลล์มันมีชั้นเปปติโดไกลแคนหนา มากกกก

เกร็ดความรู้เพิ่ม

  • แกรมลบ เป็นสีแดงนะ จ๊ะ
  • เปปติโดไกลแคนเนี่ย คือ สารที่สำคัญมากในผนังเซลล์ของแบคทีเรียอะ
  • การย้อมแกรม เป็นอะไรที่พื้นฐานมาก ในห้องแลปจุลชีววิทยา
  • แกรมบวกกับแกรมลบนี่ ตอบสนองต่อยาปฏิชีวนะไม่เหมือนกันด้วยนะเออ!
  • บางทีก็ย้อมไม่ติดก็มีนะ แบคทีเรียบางชนิดมันแปลกๆ
  • สมัยเรียนทำแลปย้อมแกรมทีไร เลอะเสื้อทุกที เซงเป็ด!

การย้อมสีแบคทีเรีย (Gram stain) คืออะไร?

อืมม… กลางดึกแบบนี้ นึกถึงการย้อมสีแกรมขึ้นมาได้ยังไงนะ… มันก็… วิธีจำแนกแบคทีเรียน่ะแหละ

จริงๆ ก็คือ วิธีดูว่าแบคทีเรีย มันเป็นแบบไหน แกรมบวกหรือแกรมลบ เห็นภาพไหม เหมือน… แบ่งฝักแบ่งฝ่ายอ่ะ

ปีนี้ก็ยังใช้กันอยู่ วิธีนี้คิดค้นตั้งแต่ปี 1884 นานมากแล้วนะ Han Christian Gram เค้าคิดขึ้นมา เก่งจัง

หลักการก็คือ ดูจากโครงสร้างผนังเซลล์ มันต่างกัน เลยทำให้สีที่ติด ต่างกันด้วย

  • แกรมบวก สีม่วง
  • แกรมลบ สีชมพู

ง่ายๆ แค่นี้แหละ แต่มันสำคัญมากสำหรับการศึกษาแบคทีเรีย จำเป็นต้องใช้ในการวินิจฉัยโรคหลายๆ โรคเลย คิดแล้วก็… เหนื่อยใจเนอะ โลกนี้มีอะไรให้เรียนรู้เยอะแยะไปหมด

นอนดีกว่า พรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่… พรุ่งนี้… ฉันต้องรีบไปทำงาน… งานที่เกี่ยวข้องกับการใช้สีพวกนี้ด้วย… เหมือนฝันร้ายยังไงไม่รู้…

Gram stain มีประโยชน์อย่างไร?

Gram stain มีประโยชน์อย่างมากในการวินิจฉัยโรคติดเชื้อแบคทีเรีย เนื่องจากช่วยจำแนกแบคทีเรียเป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ แกรมบวก (Gram-positive) และแกรมลบ (Gram-negative) ซึ่งมีความแตกต่างกันทางโครงสร้างผนังเซลล์ ส่งผลต่อการตอบสนองต่อยาปฏิชีวนะ นั่นคือ ช่วยแพทย์เลือกยาได้ตรงจุดและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดความเสี่ยงการใช้ยาที่ไม่จำเป็น และลดการดื้อยาในอนาคตได้

ประโยชน์เชิงลึก:

  • การจำแนกแบคทีเรียอย่างรวดเร็ว: ผลการย้อมแกรมออกมาภายในเวลาไม่นาน ช่วยให้แพทย์เริ่มการรักษาได้เร็วขึ้น โดยเฉพาะในกรณีฉุกเฉินที่ต้องได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที
  • การกำหนดแนวทางการรักษา: การรู้ว่าแบคทีเรียเป็นแกรมบวกหรือแกรมลบ จะช่วยให้แพทย์เลือกใช้ยาปฏิชีวนะที่เหมาะสม เช่น แบคทีเรียแกรมบวกอาจตอบสนองต่อเพนนิซิลลิน ในขณะที่แบคทีเรียแกรมลบอาจต้องการยาอื่นๆ
  • การติดตามการรักษา: การทำ Gram stain ซ้ำหลังจากการรักษา สามารถประเมินประสิทธิผลของยาปฏิชีวนะได้ว่า แบคทีเรียลดจำนวนลงหรือไม่ และช่วยปรับเปลี่ยนแผนการรักษาได้หากจำเป็น

คิดว่า การวินิจฉัยโรคที่แม่นยำและรวดเร็วเป็นกุญแจสำคัญในการดูแลสุขภาพที่ดี การย้อมแกรมเป็นเครื่องมือพื้นฐานแต่ทรงพลัง ที่ช่วยให้แพทย์สามารถเข้าใจโรคติดเชื้อและรักษาผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ มันเป็นเหมือนการเปิดประตูสู่การรักษาที่ถูกต้อง ในยุคที่แบคทีเรียดื้อยาเป็นปัญหาใหญ่ การใช้ Gram stain อย่างถูกวิธีจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง

ข้อมูลเพิ่มเติม: ในปี 2566 ยังคงมีการพัฒนาเทคนิคการย้อมแกรม เพื่อเพิ่มความแม่นยำและความรวดเร็วในการตรวจ รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีร่วมกับวิธีการอื่นๆ เช่น การตรวจหาสารพันธุกรรมของแบคทีเรีย เพื่อให้การวินิจฉัยมีความละเอียดมากขึ้น